Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
หากจะมีใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกดีไม่พอ ก็คงต้องโทษทุนนิยมนั่นแหละ

หากจะมีใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกดีไม่พอ ก็คงต้องโทษทุนนิยมนั่นแหละ

21/02/2021
nowhere girl
AUTHOR: juli baker and summer
SHARE:

 ทุนนิยม

ทุนนิยม
ทุนนิยม
ทุนนิยม
ทุนนิยม
ทุนนิยม

 ทุนนิยม

 aday

เมื่อวานนี้ ฉันได้รับมอบหมายจาก curator ที่ญี่ปุ่นให้มาเขียน artist statement ใหม่ เพราะตัวตนและงานวาดของฉันได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วเสียแล้ว เลยได้มีโอกาสย้อนกลับไปดูรูปวาดตัวเองเมื่อก่อน เหมือนได้กลับไปนั่งคุยกับอีกคนหนึ่งที่เป็นฉันเอง แต่ไม่ใช่ฉันคนนี้อีกแล้ว
ฉันเริ่มวาดรูปตั้งแต่เด็ก วาดเพราะทำแล้วมีความสุข บางครั้งก็สุขแบบสนุก แต่ส่วนใหญ่จะสุขแบบสงบมากกว่า รูปที่วาดส่วนใหญ่ตั้งแต่เด็กๆ คือรูปผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ถ้าตอนประถมคงเป็นรูปเจ้าหญิง พอช่วงมัธยมโตมาก็เป็นเสื้อผ้าตามแฟชั่นตามยุคสมัย จนแผลอคิดไปว่าอยากจะเป็น fashion designer
ตามหลักสูตรเด็กนักเรียนชนชั้นกลางในระบบโรงเรียนรัฐบาล เพื่อนๆ ในรุ่นเขาไปติวพิเศษกัน พ่อแม่จึงให้ฉันไปติววาดรูปเตรียมสอบเข้าคณะแฟชั่นกับเขาบ้าง รูปวาดจากเด็กผู้หญิงในชุดเจ้าหญิงค่อยๆ มีเอวคอด มีสะโพก ขายาวเก้งก้าง โพสท่าแบบในนิตยสาร แม้ในใจจะคิดว่ามนุษย์ที่ไหนจะมีรูปร่างแบบนี้ แต่​ ณ​ เวลานั้น สิ่งนี้คือมาตรฐานความถูกต้องสวยงามในวิชา figure
แม้จะพยายามวาดให้ผอมสูงอยู่สักพัก ฉันก็ไม่ค้นพบความงามหรือแม้กระทั่งความสมเหตุสมผลของสิ่งที่ออกแบบอยู่ บางครั้ง หุ่นนางแบบของฉันจึงดูอ้วนหรือเตี้ยกว่าของเพื่อนๆ ในชั้นเรียน เมื่อสอบติดเข้ามหาวิทยาลันในฝัน ณ ตอนนั้น ฉันพบว่าโลกของแฟชั่นไม่ใช่โลกที่ฉันจะอยากอยู่ หรือไม่ก็ตัวฉันเองที่เปลี่ยนไป และไม่สามารถทำงานในโลกของแฟชั่นได้ โชคดีที่รู้ตัวเร็วและปีนั้นได้ไปแลกเปลี่ยนที่อังกฤษเลยได้ลองวาดรูปในแบบที่ตัวเองอยากวาด ไม่ใช่แบบที่เขาทำกันมาหรือแบบที่ตลาดต้องการ ขายได้แน่นอน
ฉันเริ่มวาดสิ่งที่อยู่ตรงหน้า วาดคนที่เจอบนท้องถนน วาดภาพในจินตนาการ โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าจะเหมือนจริงหรือจะได้คะแนนจากครูเท่าไหร่ผู้หญิงที่ฉันวาดค่อยๆ มีเนื้อมีหนัง สวมใส่เสื้อผ้าในแบบที่ฉันมั่นใจว่าฉันอยากจะใส่ จำได้เลยว่าช่วงเวลานั้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ฉันนั่งวาดรูปอยู่ในห้องได้เป็นวันด้วยความรู้สึกสนุก
จนเรียนจบได้มาเป็นคนทำอาชีพวาดรูป โชคดีมีคนให้ไปแสดงงานตามที่ต่างๆ ขายงานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ความกดดันน้อยลงกว่าตอนติวแฟชั่นเยอะเลย จนถึงตอนนี้ ผู้หญิงที่ฉันเคยวาดเปลี่ยนไปจากเดิมมากจนฉันมาตระหนักได้ว่าผู้หญิงเหล่านี้คือตัวตน ไม่ก็เป็นตัวแทนของความงามในช่วงอายุที่เติบโตขึ้นของฉันเองนั่นแหละ
หากย้อนกลับไปเจอกับตัวฉันเองในวัย 18 ที่อยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ทำทุกวิถีทางจนได้ไปนั่ง front row ในงาน Elle Fashion Week คนนั้นได้ ฉันก็คงเข้าไปกอดเธอแน่นๆ ด้วยความรักและคิดถึงสักหนึ่งทีแต่คงไม่พูดอะไรหรอก การเติบโตและเรียนรู้ของเด็กผู้หยิงคนนั้นนำมาซึ่งอิสรภาพในการมองเห็นความงามของตัวฉันในวันนั้นนี่นา หากจะต้องโทษใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวทุกคนต้องรู้สึกดีไม่พอและไม่มั่นใจ ฉันก็คงต้องโทษเหล่านายทุนและระบบทุนนิยมนั่นแหละ
หญิงสาวทุกคนที่ฉันเคยวาดล้วนตกเป็นเหยื่อของทุนนิยมที่เป็นคนกำหนดมาตรฐานความงาม เสื้อผ้า บนเรือนร่างที่หรูหราและดูมิรสนิยม พรางให้ฉันในตอนนั้นมองไม่เห็นการกดขี่แรงงานที่อยู่เบื้องหลัง ขยี้ตาดูอีกที ตอนนี้ภาพลวงตาเหล่านั้นพร่ามัว แต่ร่างกายเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่ฉันวาดชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก

  ขอบคุณเด็กผู้หญิงที่ชอบวาดรูปคนนั้น

  รักและคิดถึง

 Juli Baker

เมื่อวานนี้ ฉันได้รับมอบหมายจาก curator ที่ญี่ปุ่นให้มาเขียน artist statement ใหม่ เพราะตัวตนและงานวาดของฉันได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วเสียแล้ว เลยได้มีโอกาสย้อนกลับไปดูรูปวาดตัวเองเมื่อก่อน เหมือนได้กลับไปนั่งคุยกับอีกคนหนึ่งที่เป็นฉันเอง แต่ไม่ใช่ฉันคนนี้อีกแล้ว
ฉันเริ่มวาดรูปตั้งแต่เด็ก วาดเพราะทำแล้วมีความสุข บางครั้งก็สุขแบบสนุก แต่ส่วนใหญ่จะสุขแบบสงบมากกว่า รูปที่วาดส่วนใหญ่ตั้งแต่เด็กๆ คือรูปผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ถ้าตอนประถมคงเป็นรูปเจ้าหญิง พอช่วงมัธยมโตมาก็เป็นเสื้อผ้าตามแฟชั่นตามยุคสมัย จนแผลอคิดไปว่าอยากจะเป็น fashion designer
ตามหลักสูตรเด็กนักเรียนชนชั้นกลางในระบบโรงเรียนรัฐบาล เพื่อนๆ ในรุ่นเขาไปติวพิเศษกัน พ่อแม่จึงให้ฉันไปติววาดรูปเตรียมสอบเข้าคณะแฟชั่นกับเขาบ้าง รูปวาดจากเด็กผู้หญิงในชุดเจ้าหญิงค่อยๆ มีเอวคอด มีสะโพก ขายาวเก้งก้าง โพสท่าแบบในนิตยสาร แม้ในใจจะคิดว่ามนุษย์ที่ไหนจะมีรูปร่างแบบนี้ แต่​ ณ​ เวลานั้น สิ่งนี้คือมาตรฐานความถูกต้องสวยงามในวิชา figure
แม้จะพยายามวาดให้ผอมสูงอยู่สักพัก ฉันก็ไม่ค้นพบความงามหรือแม้กระทั่งความสมเหตุสมผลของสิ่งที่ออกแบบอยู่ บางครั้ง หุ่นนางแบบของฉันจึงดูอ้วนหรือเตี้ยกว่าของเพื่อนๆ ในชั้นเรียน เมื่อสอบติดเข้ามหาวิทยาลันในฝัน ณ ตอนนั้น ฉันพบว่าโลกของแฟชั่นไม่ใช่โลกที่ฉันจะอยากอยู่ หรือไม่ก็ตัวฉันเองที่เปลี่ยนไป และไม่สามารถทำงานในโลกของแฟชั่นได้ โชคดีที่รู้ตัวเร็วและปีนั้นได้ไปแลกเปลี่ยนที่อังกฤษเลยได้ลองวาดรูปในแบบที่ตัวเองอยากวาด ไม่ใช่แบบที่เขาทำกันมาหรือแบบที่ตลาดต้องการ ขายได้แน่นอน
ฉันเริ่มวาดสิ่งที่อยู่ตรงหน้า วาดคนที่เจอบนท้องถนน วาดภาพในจินตนาการ โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าจะเหมือนจริงหรือจะได้คะแนนจากครูเท่าไหร่ผู้หญิงที่ฉันวาดค่อยๆ มีเนื้อมีหนัง สวมใส่เสื้อผ้าในแบบที่ฉันมั่นใจว่าฉันอยากจะใส่ จำได้เลยว่าช่วงเวลานั้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ฉันนั่งวาดรูปอยู่ในห้องได้เป็นวันด้วยความรู้สึกสนุก
จนเรียนจบได้มาเป็นคนทำอาชีพวาดรูป โชคดีมีคนให้ไปแสดงงานตามที่ต่างๆ ขายงานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ความกดดันน้อยลงกว่าตอนติวแฟชั่นเยอะเลย จนถึงตอนนี้ ผู้หญิงที่ฉันเคยวาดเปลี่ยนไปจากเดิมมากจนฉันมาตระหนักได้ว่าผู้หญิงเหล่านี้คือตัวตน ไม่ก็เป็นตัวแทนของความงามในช่วงอายุที่เติบโตขึ้นของฉันเองนั่นแหละ
หากย้อนกลับไปเจอกับตัวฉันเองในวัย 18 ที่อยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ทำทุกวิถีทางจนได้ไปนั่ง front row ในงาน Elle Fashion Week คนนั้นได้ ฉันก็คงเข้าไปกอดเธอแน่นๆ ด้วยความรักและคิดถึงสักหนึ่งทีแต่คงไม่พูดอะไรหรอก การเติบโตและเรียนรู้ของเด็กผู้หยิงคนนั้นนำมาซึ่งอิสรภาพในการมองเห็นความงามของตัวฉันในวันนั้นนี่นา หากจะต้องโทษใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวทุกคนต้องรู้สึกดีไม่พอและไม่มั่นใจ ฉันก็คงต้องโทษเหล่านายทุนและระบบทุนนิยมนั่นแหละ
หญิงสาวทุกคนที่ฉันเคยวาดล้วนตกเป็นเหยื่อของทุนนิยมที่เป็นคนกำหนดมาตรฐานความงาม เสื้อผ้า บนเรือนร่างที่หรูหราและดูมิรสนิยม พรางให้ฉันในตอนนั้นมองไม่เห็นการกดขี่แรงงานที่อยู่เบื้องหลัง ขยี้ตาดูอีกที ตอนนี้ภาพลวงตาเหล่านั้นพร่ามัว แต่ร่างกายเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่ฉันวาดชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก

 การเป็นผู้หญิงในสังคมทุนนิยม ปิตาธิปไตย และมีผู้นำเผด็จการนั้นไม่ง่ายเลยนะ

 ขอบคุณเด็กผู้หญิงที่ชอบวาดรูปคนนั้น

 รักและคิดถึง

 Juli Baker

เมื่อวานนี้ ฉันได้รับมอบหมายจาก curator ที่ญี่ปุ่นให้มาเขียน artist statement ใหม่ เพราะตัวตนและงานวาดของฉันได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วเสียแล้ว เลยได้มีโอกาสย้อนกลับไปดูรูปวาดตัวเองเมื่อก่อน เหมือนได้กลับไปนั่งคุยกับอีกคนหนึ่งที่เป็นฉันเอง แต่ไม่ใช่ฉันคนนี้อีกแล้ว
ฉันเริ่มวาดรูปตั้งแต่เด็ก วาดเพราะทำแล้วมีความสุข บางครั้งก็สุขแบบสนุก แต่ส่วนใหญ่จะสุขแบบสงบมากกว่า รูปที่วาดส่วนใหญ่ตั้งแต่เด็กๆ คือรูปผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ถ้าตอนประถมคงเป็นรูปเจ้าหญิง พอช่วงมัธยมโตมาก็เป็นเสื้อผ้าตามแฟชั่นตามยุคสมัย จนแผลอคิดไปว่าอยากจะเป็น fashion designer
ตามหลักสูตรเด็กนักเรียนชนชั้นกลางในระบบโรงเรียนรัฐบาล เพื่อนๆ ในรุ่นเขาไปติวพิเศษกัน พ่อแม่จึงให้ฉันไปติววาดรูปเตรียมสอบเข้าคณะแฟชั่นกับเขาบ้าง รูปวาดจากเด็กผู้หญิงในชุดเจ้าหญิงค่อยๆ มีเอวคอด มีสะโพก ขายาวเก้งก้าง โพสท่าแบบในนิตยสาร แม้ในใจจะคิดว่ามนุษย์ที่ไหนจะมีรูปร่างแบบนี้ แต่​ ณ​ เวลานั้น สิ่งนี้คือมาตรฐานความถูกต้องสวยงามในวิชา figure
แม้จะพยายามวาดให้ผอมสูงอยู่สักพัก ฉันก็ไม่ค้นพบความงามหรือแม้กระทั่งความสมเหตุสมผลของสิ่งที่ออกแบบอยู่ บางครั้ง หุ่นนางแบบของฉันจึงดูอ้วนหรือเตี้ยกว่าของเพื่อนๆ ในชั้นเรียน เมื่อสอบติดเข้ามหาวิทยาลันในฝัน ณ ตอนนั้น ฉันพบว่าโลกของแฟชั่นไม่ใช่โลกที่ฉันจะอยากอยู่ หรือไม่ก็ตัวฉันเองที่เปลี่ยนไป และไม่สามารถทำงานในโลกของแฟชั่นได้ โชคดีที่รู้ตัวเร็วและปีนั้นได้ไปแลกเปลี่ยนที่อังกฤษเลยได้ลองวาดรูปในแบบที่ตัวเองอยากวาด ไม่ใช่แบบที่เขาทำกันมาหรือแบบที่ตลาดต้องการ ขายได้แน่นอน
ฉันเริ่มวาดสิ่งที่อยู่ตรงหน้า วาดคนที่เจอบนท้องถนน วาดภาพในจินตนาการ โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าจะเหมือนจริงหรือจะได้คะแนนจากครูเท่าไหร่ผู้หญิงที่ฉันวาดค่อยๆ มีเนื้อมีหนัง สวมใส่เสื้อผ้าในแบบที่ฉันมั่นใจว่าฉันอยากจะใส่ จำได้เลยว่าช่วงเวลานั้นเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ฉันนั่งวาดรูปอยู่ในห้องได้เป็นวันด้วยความรู้สึกสนุก
จนเรียนจบได้มาเป็นคนทำอาชีพวาดรูป โชคดีมีคนให้ไปแสดงงานตามที่ต่างๆ ขายงานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ความกดดันน้อยลงกว่าตอนติวแฟชั่นเยอะเลย จนถึงตอนนี้ ผู้หญิงที่ฉันเคยวาดเปลี่ยนไปจากเดิมมากจนฉันมาตระหนักได้ว่าผู้หญิงเหล่านี้คือตัวตน ไม่ก็เป็นตัวแทนของความงามในช่วงอายุที่เติบโตขึ้นของฉันเองนั่นแหละ
หากย้อนกลับไปเจอกับตัวฉันเองในวัย 18 ที่อยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ทำทุกวิถีทางจนได้ไปนั่ง front row ในงาน Elle Fashion Week คนนั้นได้ ฉันก็คงเข้าไปกอดเธอแน่นๆ ด้วยความรักและคิดถึงสักหนึ่งทีแต่คงไม่พูดอะไรหรอก การเติบโตและเรียนรู้ของเด็กผู้หยิงคนนั้นนำมาซึ่งอิสรภาพในการมองเห็นความงามของตัวฉันในวันนั้นนี่นา หากจะต้องโทษใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวทุกคนต้องรู้สึกดีไม่พอและไม่มั่นใจ ฉันก็คงต้องโทษเหล่านายทุนและระบบทุนนิยมนั่นแหละ
หญิงสาวทุกคนที่ฉันเคยวาดล้วนตกเป็นเหยื่อของทุนนิยมที่เป็นคนกำหนดมาตรฐานความงาม เสื้อผ้า บนเรือนร่างที่หรูหราและดูมิรสนิยม พรางให้ฉันในตอนนั้นมองไม่เห็นการกดขี่แรงงานที่อยู่เบื้องหลัง ขยี้ตาดูอีกที ตอนนี้ภาพลวงตาเหล่านั้นพร่ามัว แต่ร่างกายเปลือยเปล่าของหญิงสาวที่ฉันวาดชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก

 การเป็นผู้หญิงในสังคมทุนนิยม ปิตาธิปไตย และมีผู้นำเผด็จการนั้นไม่ง่ายเลยนะ

 ขอบคุณเด็กผู้หญิงที่ชอบวาดรูปคนนั้น

 รักและคิดถึง

 Juli Baker

จนเรียนจบได้มาเป็นคนทำอาชีพวาดรูป โชคดีมีคนให้ไปแสดงงานตามที่ต่างๆ ขายงานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ความกดดันน้อยลงกว่าตอนติวแฟชั่นเยอะเลย จนถึงตอนนี้ ผู้หญิงที่ฉันเคยวาดเปลี่ยนไปจากเดิมมากจนฉันมาตระหนักได้ว่าผู้หญิงเหล่านี้คือตัวตน ไม่ก็เป็นตัวแทนของความงามในช่วงอายุที่เติบโตขึ้นของฉันเองนั่นแหละ
หากย้อนกลับไปเจอกับตัวฉันเองในวัย 18 ที่อยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ทำทุกวิถีทางจนได้ไปนั่ง front row ในงาน Elle Fashion Week คนนั้นได้ ฉันก็คงเข้าไปกอดเธอแน่นๆ ด้วยความรักและคิดถึงสักหนึ่งทีแต่คงไม่พูดอะไรหรอก การเติบโตและเรียนรู้ของเด็กผู้หยิงคนนั้นนำมาซึ่งอิสรภาพในการมองเห็นความงามของตัวฉันในวันนั้นนี่นา หากจะต้องโทษใครสักคนที่ทำให้เด็กสาวทุกคนต้องรู้สึกดีไม่พอและไม่มั่นใจ ฉันก็คงต้องโทษเหล่านายทุนและระบบทุนนิยมนั่นแหละ
Tags:นักวาดdiaryไดอารี่จูลี่ภาพวาดแฟชั่นfashionnowhere girlบันทึก
Share :
Author
juli baker and summer
Photographer
-
ในวันที่การเมืองดี เราคงได้มีรัฐบาลที่เห็นคุณค่างานศิลปะกับเขาสักทีนะ
nowhere girlในวันที่การเมืองดี เราคงได้มีรัฐบาลที่เห็นคุณค่างานศิลปะกับเขาสักทีนะนักเขียน : juli baker and summer
แลกเสื้อเก่าเป็นเสื้อใหม่ ใส่วนชุดวินเทจ เยส! slow fashion คือคำตอบของคนรักโลกสายแฟฯ
nowhere girlแลกเสื้อเก่าเป็นเสื้อใหม่ ใส่วนชุดวินเทจ เยส! slow fashion คือคำตอบของคนรักโลกสายแฟฯนักเขียน : juli baker and summer
ฤดูใบไม้ผลิปีนั้นฉันได้รู้จักกับ David Hockney
nowhere girlฤดูใบไม้ผลิปีนั้นฉันได้รู้จักกับ David Hockneyนักเขียน : juli baker and summer