BOOK TALK ไขความลับเจ้าสี่ขา…น้องหมาแสนรู้ ทำความรู้จักพระเอกหน้าใหม่แห่งวงการนวนิยายสืบสวน

ครึ่งแรกมาจากความชอบงานเขียนประเภทสืบสวนสอบสวน ครึ่งหลังยอมรับว่าโดนเจ้าสี่ขาที่ยืนขนฟูอยู่บนหน้าปกลากมา เพราะความน่ารักจึงไม่ลังเล ตกปากรับคำเข้าร่วมงาน BOOK TALK “ไขความลับเจ้าสี่ขา…น้องหมาแสนรู้” คล้ายว่าวันนี้ถือเป็นการทำความรู้จักตัวตนของเหล่าพระเอกเราให้มากยิ่งขึ้น ก่อนจะเปิดหน้าหนังสือเข้าไปชิมอรรถรสของนวนิยายได้อย่างเอร็ดอร่อย 

ครั้งนี้สำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์จึงขอถือโอกาสเชิญชวนเหล่าคนรักเจ้าตูบมารวมตัวกัน เพื่อร่วมพูดคุยไขข้อข้องใจและทำความรู้จักกับ ‘โลกของสุนัข’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน โดยบุคคลที่จะมาสมานฉันท์สิ่งมีชีวิตสองแขนสองขาแต่ต่างสายพันธุ์ในครั้งนี้ ขอปรบมือเรียนเชิญ ‘หมออุ๋ย – น.สพ. สาทิศ คุ้มประเสริฐ’ สัตวแพทย์เจ้าของคลินิกเฉพาะทางสัตว์ชนิดพิเศษ (Exotic) เจ้าของเพจใจประเสริฐเพ็ทคลินิก และ ‘ครูโจอี้ – ฑิฆัมธร ศรีกลิ่นดี’ ครูผู้ฝึกสอนสุนัข ที่รับบทในภาพยนตร์เรื่องโกฮัง…หัวใจโกโฮม  พร้อมถามตอบไปกับ ‘บอมบ์ – สิทธิกุล เดชพรเทวัญ’ BookFluencer เจ้าของช่อง Storybomb ที่ปกติจะเห็นหน้าผ่านช่องทาง IG และ Tiktok อยู่บ่อยครั้ง

แขกรับเชิญในวันนี้ถือเป็นเพื่อนสนิทมิตรสี่ขา บุคคลที่เรียกได้ว่าสนิทสนมกับเจ้าตูบเข้าขั้น best friend คำถามที่แลกผลัดความรู้ความคิดเห็นในครั้งนี้จึงกลายคล้ายว่าเป็นคำถามลองเชิงรู้ใจซะมากกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่เราสงสัยคล้ายกับพิธีกรนั่นคือ เป็นมาอย่างไรทำไมถึงได้มาเดินเส้นทางประกอบอาชีพเคียงข้างเจ้าตูบสี่ขาในทุกวันนี้

ครูโจอี้ที่ถูกโยนคำถามแรกใส่จึงเล่าว่า “ผมเป็นตำรวจสุนัขตั้งแต่อายุ 20 แรกเริ่มเลยจนยาวมาก็ยังคลุกคลีอยู่กับสุนัขตำรวจแล้วก็ต่อยอดมาเป็นครูช่วยฝึกปรับพฤติกรรม แก้ไขปัญหาของเหล่าน้องหมามาถึงทุกวันนี้”

“ส่วนผมเลี้ยงสุนัขอยู่แล้วความสนใจเลยมุ่งตรงมาที่สัตวแพทย์แต่เด็กเลยครับ” คำตอบสมกับเป็นสัตวแพทย์ต้นแบบจากหมออุ๋ย

ไหนๆ วันนี้ก็มีครูฝึกสอนนั่งอยู่ข้างแบบนี้ ช่วยฟันธงให้ทีได้มั้ยว่าเรื่องที่หลายคนสมัครใจเชื่อกันไม่ใช่ข่าวลือ ว่าเวลาเราเรียกน้องหมาด้วยเสียงสองน้องจะมีความสุขหรือเชื่อฟังมากกว่า

“เอาจริงผมว่าเสียงมันก็มาพร้อมกับอารมณ์แล้วล่ะ อย่างเวลาที่เราบอกเขาว่า ไม่ มันก็จะมีความโกรธเข้ามาหน่อย แต่ถ้าเราใช้เสียงสองเหมือนอยากเล่นกับเขาด้วยก็จะเป็นน้ำเสียงเหมือนการเชิญชวนเขา”

แล้วอย่างของครูโจอี้เสียงยังไง 

“จะเอาเลยใช่มั้ย” เส้นเสียงสองที่ได้ยินกลับตรงข้ามกับความน่าเกรงขามที่นั่งอยู่ตรงหน้าจนผู้ฟังหลายคน หรือแม้กระทั่งเจ้าตัวเองเผลอหัวเราะออกมาเช่นกัน

งั้นขอเจาะลึกไปถึงบทบาทของครูฝึกถึงความต่างระหว่างการเป็นครูฝึกในกองถ่ายโฆษณากับภาพยนตร์คืออะไร

“รู้สึกความเป็นมิสชันในโฆษณาจะมีความยากกว่า อย่างล่าสุดคือยากให้น้องหมานั่งไขว่ห้างเหมือนศิลปินครูก็ฝึกอยู่หนึ่งเดือนจนเขาทำได้”

แล้วอย่างในภาพยนตร์โกฮัง…หัวใจโกโฮม มีความยากง่ายอย่างไรบ้าง

“ถ้ายากเลยคือฝึกน้องหิมะที่ให้คุณครูปั้นก่อนเข้าฉาก 4 วัน แล้วหิมะพิเศษตรงที่เขาไม่สนใจอะไรทุกสรรพสิ่งในโลกเลย เรียกก็ไม่หัน ขนาดเอาไก่ปิ้งมาล่อก็ไม่หัน ฉากที่ทุกคนเห็นกันในหนังคือต้องอาศัยจังหวะที่เขาหันเองทั้งนั้นเลย”

คิดว่าอุปสรรคของกองถ่ายที่มีน้องหมาคืออะไร

เรื่องที่น้องหมาอาจจะไม่ได้ชอบทุกคนในกองถ่าย แล้วต้องเข้าฉากเดียวกับเขาซึ่งเราก็ต้องทำให้เขาชินด้วย อย่างเจ้านายกับน้องมีโชคช่วงแรกเจอหน้ากันไม่ได้เลย มีโชคไม่ชอบมาก เจอหน้าก็เห่าใส่ จนครูต้องจับมาปรองดองกันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ต้องให้เวลาเขาหน่อย

เมื่อได้ยินถึงความเก่งกาจของมือปราบเจ้าตูบ เหล่าผู้ฟังก็เริ่มยกมือวางใจปรึกษาถึงปัญหาของเหล่าลูกสมุนที่บ้านว่า หากเจอเหตุการณ์ดังกล่าวควรปราบอย่างไรดี

“น้องที่บ้านชอบกินอาหารคน ไม่ยอมกินอาหารตัวเองเลยค่ะ” ผู้ฟังท่านหนึ่งยกมือระบายความกังวลหวังได้รับหนทางแก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญตรงหน้า

“เคยให้ใช่มั้ยครับ ถ้าไม่เคยลิ้มรส การเสพติดครั้งต่อไปก็จะไม่เกิด เพราะงั้นสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าภาวะผู้นำมัน เช่น ฉันกินก่อนเธอกินหลัง การที่เรากินอยู่แล้วเขามาขอ เขาไม่ได้มองว่าเราใจดีนะ เขามองว่ากินพร้อมกันเท่ากับวรรณะเดียวกัน การเชื่อฟังก็จะลดลงตามกันไปลำดับการเป็นผู้นำ”

เมื่อคำถามที่หลายคนข้องใจเริ่มถูกคลี่คลาย หากการถามตอบในครั้งนี้มีการเก็บคะแนน สองผู้เชี่ยวชาญคงคว้าเกรด 4 ไปครองทุกช่องอย่างไม่ต้องสงสัย งั้นขอปิดท้ายด้วยคำถามชวนอบอุ่นหัวใจเพื่อบอกลาวงสนทนาในวันนี้กัน

ความประทับใจที่เกี่ยวกับสุนัขในชีวิต

ครูโจอี้เล่าว่า “เคยเจอครอบครัวที่เลี้ยงน้องหมาแต่ไม่มีใครสามารถคุมน้องอยู่เลย จนเขาเริ่มคิดอยากหาบ้านให้น้องใหม่ แต่ตัดสินใจเชิญครูฝึกมาประเมินก่อน ถ้าไม่ได้ผลจะพาน้องไปอยู่ที่อื่น ตัวน้องหมาหนักประมาณ 70 กิโล แต่เจ้าของน้ำหนักประมาณ 45 กิโล ก็เริ่มฝึกให้เขาลองจูงจนได้ผล ทุกคนในบ้านก็ร้องไห้กับความสำเร็จที่ว่าจะได้ไม่ต้องให้น้องไปอยู่ที่อื่นแล้ว เราจึงคิดว่าการฝึกมันช่วยให้ความรักไม่ต้องถูกพลัดพรากจากกัน”

หมออุ๋ยเสริม “ผมก็มีเคสหนึ่งที่มีคนมาฝากรักษาน้องหมาแล้วไม่เคยกลับมารับอีกเลย จนเวลาใครไปใครมาน้องก็จะเห่าร้องจนต้องพาไปอยู่บ้านญาติ ในช่วงเวลาที่เราต้องกลับมาทำงาน น้องก็ร้องเรียกเราเหมือนความผูกพันที่เราช่วยเขาแล้วเขารู้สึกได้”

ความสนิทสนมรู้ใจระหว่างมนุษย์และสหายสี่ขาถูกอธิบายถามตอบผ่านวงสนทนาในครั้งนี้ เพื่อให้เราทำความรู้จักอย่างดีกับอุปนิสัยพระเอกที่เราจะได้เจอในนวนิยายเรื่อง ‘สืบคดีเจ้าสี่ขา’ ที่มีน้องหมาเป็นจุดเชื่อมเรื่องราวทั้งหมด และรับบทนักสืบจำเป็นด้วยการใช้สัญชาตญาณเจ้าตูบเปิดโปงความจริงที่มนุษย์ซุกซ่อนไว้ ขอเกริ่นแค่ว่าฆาตกรคือใคร…น้องหมารู้ดีทุกอย่าง มีแต่พวกมนุษย์เท่านั้นแหละที่ถูกหลอก!

แม้นวนิยายเล่มนี้จะเป็นผลงานลำดับแรกของ PET MYSTERY PROJECT จากสำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์ แต่กลับถ่ายทอดเรื่องราวสายใยความผูกพันระหว่างสุนัขกับมนุษย์ที่ชวนอบอุ่นหัวใจ ผสานกับปมปริศนาฆาตกรรมได้อย่างกลมกล่อมลงตัว จนกลายเป็นผลงานแนวลึกลับชั้นยอดที่สมบูรณ์แบบเล่มหนึ่งเลยก็ว่าได้ แอบทิ้งท้ายว่าเล่มต่อไปใน PROJECT นี้ กำลังตามมาในไม่ช้า ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องอดใจรอนานอย่างแน่นอน

หากคุณเป็นอีกหนึ่งท่านที่อยากยกมือถามต่อว่า ในไม่ช้านั่นเท่ากับระยะเวลาเท่าไหร่กันนะ ขอผายมือนำทางคุณไปที่ช่องทางการติดตามสำนักพิมพ์ฮัมมิ่งบุ๊คส์ผ่าน Facebook และ Instagram : Hummingbooks Publishing กันได้เลย!