ช่วงปลายเดือนมกราคมปี 2562 เกิดกระแสนักข่าวออนไลน์ตกงานครั้งใหญ่
BuzzFeedมีพนักงาน 1,700 คนเลย์ออฟไป 220 คน
Vox มีพนักงาน 1,000 คนเลย์ออฟไป 50 คน (ยูนิตที่โดนคือ Racked, Curbed และ SB Nation)
Refinery29มีพนักงาน 400 คนเลย์ออฟไป 40 คน (ส่วนใหญ่เป็นทีมวิดีโอ)
Mic เลย์ออฟสตาฟบรรณาธิการทั้งชุด
HuffPostเลย์ออฟพนักงานส่วนหนึ่ง (ยังไม่ชัดเจนว่ากี่คนผลมาจากบริษัทแม่ Verizon ตัดสตาฟ 15 เปอร์เซ็นต์)
AOL, Yahoo! Newsและอีกหลายที่ล้วนได้รับผลกระทบทั้งหมด
พอเกิดข่าวแบบนี้ก็มีคำถามว่า “คอนเทนต์ออนไลน์อยู่ในช่วงขาลงแล้วหรือไม่?” ซึ่งเอาจริงๆต้องมาดูรายละเอียดกันหน่อย
จะเห็นได้ว่าสำนักข่าวที่ต้องเลย์ออฟคนล้วนเป็นองค์กรขนาดใหญ่ระดับ 500 ถึง 2,000 คนและส่วนใหญ่ก็เลือกตัดแผนกที่ทำผลงานไม่ค่อยจะสู้ดีนักออกไปอะไรที่ยังเวิร์กอยู่ก็เอาไว้เช่น BuzzFeed ปิดแผนกข่าวด้านความมั่นคงข่าวสุขภาพและ ข่าวภาคสเปนทิ้งไปแต่ข่าวกระแสหลักเช่น ข่าวการเมืองและข่าวธุรกิจยังคงมีอยู่
ดังนั้นถ้าถามว่ามันขาลงไหม…ก็ต้องตอบว่ามันขาลงแต่มันลงมาจากจุดที่ขึ้นไปสูงมากเหมือนเป็นยุคฟองสบู่ออนไลน์ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาซึ่งถ้าองค์กรไหนไม่ได้ทำอะไรเกินตัวเกินไปนักก็ไม่ถึงกับเดือดร้อน
เล่าด้านลบแล้วสลับมาเล่าด้านบวกกันบ้าง สมรภูมิออนไลน์ที่ขับเคี่ยวกันดุเดือดนี้หนึ่งในผู้ชนะคือ Tasty
Tasty ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารมีคนกดไลก์ใกล้จะร้อยล้าน Tasty ทำคลิปอาหารได้น่าดูมากดึกๆถ้าเล่นมือถือแล้วมีคลิปของ Tasty โผล่มาต้องรีบสไลด์หลบไม่ได้คิดชังเขาหรอกแต่กลัวเห็นแล้วต้องออกไปหาอะไรกิน
ที่เล่าเรื่องของ Tasty เพราะมันเกี่ยวกับข่าวตรงเพจอาหารยอดนิยมเพจนี้ความจริงแล้วเจ้าของนั้นคือ BuzzFeed สำนักข่าวออนไลน์อันดับต้นๆของโลก
ความเจ๋งของ Tasty คือจากความสำเร็จบนหน้าจอออนไลน์พวกเขายังนำแบรนด์ไปต่อยอดขายของด้วยสินค้าก็แน่นอนว่าต้องเป็นเครื่องครัวผลิตหม้อชามช้อนส้อมยี่ห้อ Tasty วางขายใน Walmart ขายดิบขายดีจนได้กำไรมหาศาล
กลับมาที่ BuzzFeed ท่ามกลางกระแสข่าวเลย์ออฟพนักงานสำนักข่าวแห่งนี้ก็กำลังถูกพูดถึงอย่างมากจากการรายงานข่าวเรื่องประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์สั่งให้ทนายโกหกซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ทรัมป์เป็นอย่างมาก
แม้ BuzzFeed จะมีภาพจำในเรื่องข่าวบันเทิงข่าวเบาๆข่าวเกาะกระแสรูปแมวรูปหมาแต่ในความเป็นจริง BuzzFeed จ้างนักข่าวเก่งๆทำข่าวเจาะข่าวการเมืองดุๆไว้หลายคนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสำนักข่าว
ทำให้สำนักข่าวแห่งนี้รวบรวมคนทำคอนเทนต์เอาไว้หลากหลายรูปแบบมีตั้งแต่ข่าวในกระแสข่าวเทคโนโลยีคลิปอาหารไปจนถึงข่าวสืบสวนสอบสวนหนักๆ
ในโลกแห่งความจริงมีสำนักข่าวไม่กี่ที่หรอกที่จะมีเงินภาษีป้อนอยู่ตลอดเวลาในไทยมี Thai PBS ในอังกฤษมี BBC สื่อส่วนใหญ่ที่เหลือล้วนต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองกันทั้งนั้น
ดังนั้นการรวบรวมยอดฝีมือในด้านต่างๆจึงเป็นสิ่งสำคัญ
พูดมาถึงจุดนี้ในฐานะที่ทำงานที่เวิร์คพอยท์มาได้สองปีก็เลยนึกถึงคำพูดของพี่จิก–ประภาสชลศรานนท์ผู้ร่วมก่อตั้งเวิร์คพอยท์ที่ว่า
“คลาสสิกอย่าดูถูกแจ๊สแจ๊สอย่าดูแคลนป๊อปป๊อปอย่ารังเกียจลูกทุ่งลูกทุ่งเองก็อย่ารังงอนหมอลำหมอลำก็อย่าคิดกว่าคลาสสิกมันสูงส่ง”
ถ้าปรับมาให้เหมาะกับโลกออนไลน์ยุคนี้คงได้ประมาณว่า
“ข่าวเจาะอย่าดูถูกงานขายงานขายอย่าดูแคลนข่าวแมสข่าวแมสก็อย่ารังเกียจงานพีอาร์งานพีอาร์ก็อย่ารังงอนงานสกู๊ปงานสกู๊ปก็อย่าคิดว่างานวิชวลกราฟิกมันสูงส่ง”
งานทุกส่วนล้วนสำคัญและเกื้อกูลกันทั้งสิ้น
สำคัญอยู่อย่างตรงที่จะผลิตงานข่าวก็จงทำให้เหมือนเล่นดนตรีทำออกมาทั้งทีก็ให้มันเกิดประโยชน์ดนตรีทำให้คนมีความสุขทำงานข่าวก็ควรทำให้ชีวิตคนรอบข้างดีขึ้น
เท่านั้นเอง





