น่าเสียดายที่คนยุคนี้ไม่ได้เห็นการทำงานของสรยุทธสุทัศนะจินดาคนข่าวเบอร์หนึ่งของเมืองไทยที่ห้วงเวลาหนึ่งไม่มีใครไม่รู้จักเขา
คุณสรยุทธโด่งดังในยุคฟรีทีวี 6 ช่องและใน 6 ช่องนั้นก็มีไม่กี่ช่องที่ปักธงการนำเสนอข่าวเป็นเสาหลักของสถานีในช่วงพีคๆเมื่อพูดถึงข่าวคนจะนึกถึงสรยุทธฟุตบอลเตะได้แชมป์มาคนก็รอให้สรยุทธสัมภาษณ์ข่าวไหนกำลังดังตกเย็นเปิดโทรทัศน์รอได้เลยสรยุทธและทีมงานจะพูดถึงเรื่องนั้นแน่นอน
คุณสรยุทธมีฉายาว่า ‘กรรมกรข่าว’ซึ่งมาจากชื่อหนังสือที่เขียนเอาไว้ความขยันของคุณสรยุทธเปรียบได้กับกรรมกรจริงๆจัดรายการหกโมงเช้าเข้าสถานีตั้งแต่ตีสองตีสามอ่านข่าวแต่งหน้า 2-3 ชั่วโมงเสร็จงานกะแรกสักสิบโมงเช้าก็นอนพักช่วงบ่ายอ่อนๆพักได้สักชั่วโมงหน่อยๆตื่นมาอีกทีบ่ายสามเตรียมจัดรายการตอนเย็นต่ออีกแล้วเข้านอนไม่เกินสี่ห้าทุ่มเพื่อตื่นให้ทันการจัดรายการเช้า
ทั้งหมดนี้ยังไม่นับช่วงเวลาว่างๆที่ต้องเสพข่าวผ่านหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
ที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนี้ไม่เคยได้สิงอยู่กับคุณสรยุทธหรอก
แต่มันเป็นเรื่องราวเล่าต่อๆกันมาในวงการข่าวให้นักข่าวทุกคนเอาเยี่ยงอย่างถึงความขยันความอึดความสม่ำเสมอในการทำงานซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับการทำงานข่าวโทรทัศน์
ต้องเข้าใจความแตกต่างก่อนว่าข่าวโทรทัศน์ใช้เวลาในการนำเสนอนาน
คุณสรยุทธจัดรายการเช้า3-4 ชั่วโมง รายการเย็นอีกครึ่งชั่วโมงเท่ากับว่าในแต่ละวันจะต้องมีอะไรพูดมีอะไรมานำเสนออย่างน่าสนใจมีพลังเอาคนดูอยู่ร่วมๆสี่ชั่วโมงครึ่งบางวันจำนวนข่าวที่นำเสนออาจมีเป็นร้อยข่าวก็เป็นไปได้นั่นคือสาเหตุหลักว่าทำไมคนข่าวอย่างพวกเรา (รวมถึงข้าพเจ้า) ที่เติบโตมาในยุคหลังคุณสรยุทธถูกปลูกฝังให้ขยันและอึดเยี่ยงกรรมกร (แน่นอนเรื่องของมันสมองและความแหลมคมก็ต้องมีด้วย)
แต่บรรยากาศของสื่อออนไลน์ไม่เหมือนทีวีไม่มีการแช่ดูช่องใดช่องหนึ่งนานๆในแต่ละวันคนไถหน้าจอมือถือมองเห็นเนื้อหาที่สลับสับเปลี่ยนผู้ผลิตทุกวินาที
โลกออนไลน์อาศัยความแหลมคม
ถ้าคนทำสื่อออนไลน์ใช้หลักความอึดความถี่ความน่ากลัวคือข่าวที่ทุกสำนักข่าวทำออกมาอาจจะกลายเป็นข่าวที่ลอกต่อๆกันมาประเด็นซ้ำๆกันไปหมดถ้าเราเน้นจำนวนเป็นหลัก
จุดชี้วัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในโลกออนไลน์น่าจะเป็นเรื่องของความแหลมคมความลึกและวิธีการนำเสนอที่ชัดเจนกว่ายกตัวอย่างเช่นเมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านประเด็นใหญ่ประเด็นแรกที่สังคมพูดคุยถกเถียงกันคือเรื่องที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนตัดสินใจทดลองให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้ในคืนวันจันทร์ทุกสำนักข่าวรู้อยู่แล้วว่าวันรุ่งขึ้นจะนำเสนอเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ประเด็นเดียวกัน แล้วความแตกต่างคืออะไร
- มุมในการนำเสนอเช่นเลือกเล่าผ่านชีวิตนักเรียนคนหนึ่งหรือเล่าผ่านที่มาที่ไปว่าทำไมโรงเรียนจึงตัดสินใจแบบนี้
- การเลือกใช้คำพาดหัวตรงนี้สำคัญมากอะไรที่เตะตาดึงดูดให้คนเข้าไปดูล่ะนักข่าวทุกช่องล้วนได้เสียงสัมภาษณ์ผู้อำนวยการคนเดียวกันพูดเหมือนกันคำพูดไหนที่คนอ่านแวบเดียวแล้วอยากคลิกเข้าไปดูทั้งข่าว
- คุณภาพของภาพและเสียงงานออนไลน์เป็นงานเนี้ยบคนเสพสื่อออนไลน์จ้องจอใกล้มากเขาเห็นความคมชัดของฟุตเทจข่าวที่ออกไปถ่ายสัมผัสได้ถึงความแตกต่างตรงนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ
- ความลึกและแม่นยำของข้อมูลบรรยากาศการเสพสื่อในเมืองไทยยังมีความเฮละโลเห่อเป็นประเด็นตามๆกันไปอยู่มากประเด็นควรตามหรือไม่ สำคัญแค่ไหน นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ปฏิเสธยากว่าพอมีเรื่องไหนที่ถูกจุดติดกลายเป็นกระแสขึ้นมาคนก็จะพูดคุยกันทั้งสังคมออนไลน์ ทีนี้สิ่งสำคัญคือเมื่อมันพูดเรื่องเดียวกันแล้วเราจะแตกต่างได้อย่างไรความลึกของข้อมูลและความแม่นยำไม่ผิดพลาดจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ชี้ขาดในสนามแข่งขัน
แน่นอนความอึดความอดทนสมบัติเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญของการทำงานข่าวแต่ในโลกออนไลน์เราต้องมั่นใจว่าเราให้เวลามากพอกับพื้นที่ที่สร้างสรรค์และการทำงานที่ไม่เครียดไม่กดดันเพื่อให้การทำงานของคนข่าวตอบโจทย์ 4 ข้อที่พูดถึงเอาไว้





