Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
NO SOUND IN SPACE : สตูดิโอทำเสียงที่บอกว่าเพราะไม่มีเสียงในอวกาศ โลกที่มีเสียงจึงดีที่สุดแล้ว

NO SOUND IN SPACE : สตูดิโอทำเสียงที่บอกว่าเพราะไม่มีเสียงในอวกาศ โลกที่มีเสียงจึงดีที่สุดแล้ว

19/02/2020
Music Maker
AUTHOR: ฆฤณ ถนอมกิตติ
SHARE:

 เราเคยมาเยี่ยมเยียน NO SOUND IN SPACE แล้วเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา

 ครั้งนั้นเรามาในวาระที่สตูดิโองานเสียงแห่งนี้เพิ่งเปิดทำการ ตั้ม–สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ (หลายคนรู้จักเขาในชื่อ ‘ตั้ม โมโนโทน’) ผู้ก่อตั้ง เป็นคนพาเราเดินชมแต่ละจุดของสตูดิโอด้วยตัวเอง สิ่งที่เราสนทนากันในวันวานเป็นเรื่องของสเปซ การออกแบบ และสถานที่ทำงานในฝัน

 พูดให้ง่ายคือวันนั้นเราคุยกับตั้มเรื่อง ‘พื้นที่’ มากกว่าเรื่องงาน

 แต่หลังจากนั้นหนึ่งปี NO SOUND IN SPACE ต้อนรับคนมากหน้าหลายตา งานเสียงมากมายหลายแบบ และทีมงานใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเติมแต่ง พวกเขาร่วมสร้างงานเสียงคุณภาพที่หลายคนต่างชื่นชมทั้งในแง่ศิลปะและคอมเมอร์เชียล เมื่อรวมกับสถานที่และการทำงานระดับมืออาชีพ ส่งผลให้ในเวลานี้สตูดิโอของตั้มกลายเป็นที่ที่คนในวงการล้วนรู้จักและอยากทำงานด้วยสักครั้ง

 ดังนั้นในโอกาสที่โคจรมาพบกันอีก เราจึงอยากอัพเดตกับตั้มเสียหน่อยว่าการทำงานในฝันในที่ทำงานในฝันกับทีมในฝันของเขาตลอดปีที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง

 “ความสวยงามกลายเป็นฉากหลังแล้ว พอทุกอย่างเข้าที่ ต่อจากนั้นเป็นการดูว่าตรงไหนต้องซ่อมบ้างและตรงไหนควรทำให้ดีที่สุด” ตั้มบอกกับเราแบบนั้นในช่วงหนึ่งของการพูดคุย และการสนทนาครั้งนี้ยังมี คิท–พีรพัฒน์ กิตติวัชร หนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งและมิวสิกคอมโพสเซอร์ประจำสตูดิโอร่วมวงด้วย

 อะไรคือเหตุผลที่เขาเอ่ยคำข้างต้น และทำไม NO SOUND IN SPACE จึงเขียนนิยามในเพจของตัวเองว่า ‘We have a wealth of experience and technical ability – and are dedicated to bringing your project to life.’

 ให้เสียงของพวกเขาเป็นคำตอบ

 

ครั้งที่แล้วคุณเคยบอกว่า ‘ที่นี่คือการงานและที่ทำงานในฝัน’ อยู่กับสิ่งนี้มาหนึ่งปีผลเป็นไงบ้าง

 ตั้ม : ในตอนนั้นที่คุยกันเรายังอยู่ในช่วงเห่อ จำได้ว่าคุยแต่เรื่องดีไซน์ ในความเป็นจริงตอนนี้ความสวยงามกลายเป็นฉากหลังแล้ว พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ที่เหลือคือการดูว่าเราต้องซ่อมตรงไหน ตรงไหนมีปัญหา ตรงไหนควรทำงานแบบไหน มันเป็นเรื่องการลงมือทำ และเราทำมาเรื่อยๆ ตลอดหนึ่งปี

 ถ้าถามเราเราว่า NO SOUND IN SPACE สนุกขึ้นนะ ที่นี่ดูมีชีวิตขึ้น ตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วที่เจอกันเราอาจรู้สึกว่าหนังสือที่วางในชั้นต้องเนี้ยบ แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าปล่อยให้ไม่ตรงกันบ้างดีกว่า มันดูจริงและไม่ทำให้เกร็ง คนที่เข้ามาเขารู้สึกได้ 

 แล้วผลตอบรับเรื่องงานล่ะ

 ตั้ม: พวกเราได้ลองอะไรเยอะ ได้เจอคนนอกก็มาก โดยรวมเราว่าเข้าเป้านะ คนรู้จักเราในชื่อนี้มากขึ้น อย่างน้อยเพื่อนเรารู้ว่าที่นี่มีตัวตน คนที่เคยมาก็บอกว่าดีใจที่ได้มา คนที่ไม่เคยมาก็บอกว่าอยากมา ดังนั้นในแง่ชื่อเสียงเราถือว่าสำเร็จ เอเจนซีหลายเจ้าเริ่มรู้จัก ส่วนเรื่องเงินก็ค่อยเป็นค่อยไป ของแบบนี้ต้องไม่รีบ ธุรกิจมีขั้นตอนของตัวเอง ต้องค่อยๆ ทำ เราโชคดีที่มีทีมที่ค่อยๆ โต ค่อยๆ ขยายด้วย อย่างคิทก็เริ่มกลับมาปีนี้เพราะปีที่แล้วเลี้ยงลูก (หัวเราะ)

 คิท: (หัวเราะ)

 

 กับการทำงานด้านเสียง พวกคุณนิยามงานของตัวเองตอนนี้ว่ายังไงบ้าง

 คิท : สิ่งที่เราทำคือการทำงานกับลูกค้า ดังนั้นงานของสตูดิโอมีความเป็นศิลปะกับคอมเมอร์เชียลผสมกันอยู่ โดยแต่ละงานมีทั้งสองอย่างนี้มาก-น้อยต่างกันไป แต่โดยส่วนตัวผมถือว่าสิ่งที่ผมทำเรียกรวมๆ ว่างานดีไซน์ และงานดีไซน์ต้องสวย ไม่สวยไม่ได้ 

 ตั้ม : งานเสียงเหมือนงานคราฟต์เลย

 คิท : ใช่ๆ

 ตั้ม : เราชอบเปรียบกับการตัดเสื้อ ลูกค้าเข้ามาหาเราเพราะอยากให้เราตัดเสื้อแบบ custom-made เราเป็นเหมือนดีไซเนอร์ที่ต้องคุยกับทั้งลูกค้าและสไตลิสต์ ดังนั้นเราทำตั้งแต่วัดตัว เลือกผ้า เลือกกระดุม ทำแพตเทิร์น ขึ้นตัวอย่างให้สวย เอามาให้ลองทาบ ลูกค้าชอบไหม สไตลิสต์ชอบไหม เปลี่ยนโน่นนี่จนเขาโอเค หลังจากนั้นต้องมาเก็บรายละเอียด งานเสียงเลยเป็นเหมือนงานฝีมือดีๆ นี่เอง

 ดูต่างกับงานเพลงอยู่เหมือนกันที่ตอบโจทย์เรื่องศิลปะส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

 ตั้ม : งานนี้คือพาณิชย์ศิลป์ และอย่างที่คิทบอกว่าสัดส่วนในแต่ละงานของฝั่งศิลป์และพาณิชย์ไม่เท่ากัน แต่สำหรับเราเราว่าไม่มีงานไหนเลยที่เอนไปด้านใดด้านหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงบางงานดูขายมากๆ แต่สำหรับคนทำเสียงเรามีจังหวะที่ต้องคิด ทำยังไงให้ฟังแล้วลื่น ทำยังไงให้คล้อยตาม ดังนั้นเราต้องบาลานซ์สองสิ่งนี้ตลอด ยิ่งแต่ละงานเป็น custom-made เราจึงไม่มีทางคาดเดาได้ล่วงหน้า ความพร้อมของเราจึงสำคัญ

 

โดยส่วนตัวคุณบาลานซ์ศิลปะและพาณิชย์ยังไง

 คิท : พอผมยึดว่าสิ่งที่ตัวเองทำคืองานดีไซน์ที่ต้องทำให้สวย ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกโจทย์ว่าผมจะทำยังไงให้สองสิ่งนี้กลืนกัน บางงานอาจไม่ได้มีส่วนศิลป์ให้คนภายนอกเห็นเลยก็ได้ แต่อย่างน้อยเราจะใส่เข้าไป

 ตั้ม : ส่วนเราเจอคำถามนี้ประจำ (หัวเราะ) เราเริ่มจากการเป็นศิลปิน แต่ต้องมาทำงานรองรับสิ่งที่ไม่ใช่ศิลปะร้อยเปอร์เซ็นต์ คนอื่นอาจไม่ชอบ แต่เราคิดว่าตัวเองทำได้ เราเลือกมองว่าศิลปะที่เราใส่เข้าไปทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังที่อยู่ข้างในที่ไม่ต้องบอกให้ใครรู้ เรารู้อยู่คนเดียวให้ชุ่มชื่นหัวใจก็พอ เพราะถึงเป็นงานพาณิชย์ขนาดไหน ด้วยความเป็นเราเราอยากทำออกมาให้มีความสวยงามเชิงดนตรีและส่วนที่ลูกค้าอยากได้เราต้องไม่ขาด เราใช้ศิลปะเป็นส่วนเสริมเรื่องตรงนี้มากกว่า เหมือนการทำงานที่ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ไปพร้อมๆ กัน

 มีตัวอย่างไหม

 ตั้ม : (เงียบคิด) เราเคยได้โจทย์ให้ทำเพลงที่แสดงถึงความรู้สึกของการกิน chef’s table เราต้องถ่ายทอดออกมาในรูปแบบเสียง สิ่งที่เราทำคือต้องไปกินอาหารก่อน ลองสัมผัส รับรู้รสชาติ และตีความออกมา งานนั้นถือว่ายาก แต่พอทำออกมาสำเร็จเราก็ภูมิใจ

 

 สื่อสารเรื่องนี้กับทีมบ้างไหม ยังไงบ้าง

 ตั้ม : เราบอกคนในทีมเสมอว่า เวลาทำงานไปนานๆ สิ่งที่ต้องมีแน่ๆ จากประสบการณ์ที่ได้มาคือความเก่ง แต่อีกอย่างที่สำคัญมากเช่นกันคือการพลิกแพลงระหว่างทำงาน เราต้องแก้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้ได้ ต้องหาทางออกให้ทุกฝ่ายสบายใจมากที่สุด

 เวลาที่คนทำงานนี้ใหม่ๆ เจอเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่จะทำอะไรไม่ถูก เราเองเคยเป็นแบบนั้น แต่พอทำมาสักพักเราจะเริ่มรู้ว่า อ๋อ ถ้าเป็นแบบนี้ต้องทำยังไง ถ้าลูกค้าไม่พอใจเราต้องทำใหม่ให้ลูกค้าฟังให้ได้ และต้องมี 2 แบบให้เขาเลือกนะ หรืออย่างคอมเมนต์ของคนที่ไม่ใช่คนดนตรี เราเข้าใจแบบคนดนตรีไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าลูกค้าบอกว่า ‘ยังไม่สนุก’ หน้าที่เราคือถามเช็กว่า ‘ไม่สนุกนี่เท่ากับอะไร’

 คิท : บางคนอาจหมายถึงให้เพิ่มบีตให้เร็วขึ้น แต่บางคนหมายถึงให้เปลี่ยนชิ้นดนตรี ดังนั้นเหมือนเราต้องคุยให้เห็นตรงกันและค่อยๆ แก้ไป

 เหมือนถ่ายทอดประสบการณ์

 คิท : ใช่ๆ เพราะเราเคยผ่านมาแล้ว อย่างน้อยเรารู้ว่าต้องจัดการยังไง มันทำให้เราใจเย็นกว่า ทีมเราสื่อสารกันตลอดเลยไม่ค่อยมีปัญหา อาจมีไอเดียไม่ตรงกันบ้าง แต่ผมมองเป็นเรื่องดี เราได้รู้ว่าในทุกปัญหาไม่ได้มีทางออกทางเดียว ต้องช่วยปรับกันไป

 ตั้ม : เป็นเรื่องของบรรยากาศการทำงานด้วย ถ้าทำอะไรไม่ถูก แน่นอนว่าเราจะเครียด คนที่ทำงานกับเราก็ไม่มีความสุขตาม ดังนั้นต้องเรียนรู้จังหวะและค่อยๆ ปรับใช้กันไป ทุกคนในทีมมีอาวุธเยอะอยู่แล้ว สิ่งที่เราทำเลยเหมือนการทำให้เขารู้ว่าต้องใช้อาวุธไหนและเมื่อไหร่มากกว่า

 

พองานด้านเสียงที่ทำต้องไปประกอบกับอย่างอื่น เวลาปล่อยงานออกมาทีมรู้สึกเป็นเจ้าของขนาดไหน

 ตั้ม : เรามองงานที่ตัวเองทำเป็นงานกลุ่มนะ เราทำร่วมกัน ในงานมีชื่อทุกคนอยู่ในนั้น งานนี้คืองานเซอร์วิส เราไม่ได้ทำมาใช้เอง ไม่ใช่ตัวกูของกู เรามีหน้าที่ช่วยทำให้สิ่งที่ลูกค้าคิดออกมาดีที่สุด เขาต้องภูมิใจเมื่องานเสร็จว่าเขาเป็นคนกำหนดทิศทางได้ เราแค่ต้องซัพพอร์ตไอเดียเขาให้สุดทาง สุดท้ายคือการทำงานร่วมกันหมด ดนตรีส่วนหนึ่ง ภาพส่วนหนึ่ง แต่ละอย่างทำหน้าที่ของตัวเองอยู่

 ตอนเห็นงานออกไปสู่สาธารณชนเป็นความรู้สึกแบบไหน

 คิท : เรารอลุ้นกันเลย ยิ่งเวลาเห็นคนมาคอมเมนต์ว่า ‘เพลงเพราะจัง’ นี่คือดีใจมาก หรือต่อให้บางงานคนไม่ชมเพลง เขาชมงานโดยรวม ทีมเราก็ดีใจ เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในนั้น 

 ตั้ม : ภูมิใจ ยิ่งเวลาเห็นคนแชร์ๆ เยอะยิ่งภูมิใจ เรานั่งอ่านทุกคอมเมนต์เลย สำหรับเรานี่คือคุณค่าเชิงศิลปะ เป็นรางวัลของคนทำงาน แม้เพลงไม่ได้เด่นกว่าภาพ แต่ถ้าโดยรวมไปถึงคนดูได้สำหรับเรานี่คือพลัง

 

 สุดท้ายกับปีนี้ NO SOUND IN SPACE มีแผนงานอะไรบ้าง

 ตั้ม : เราอยากทำหลายอย่างมาก แต่ไม่อยากพูดเยอะ กลัวโม้ไปหน่อย (หัวเราะ) แต่ถ้าเอาที่เป็นรูปเป็นร่างแล้วคือ live session ที่เพิ่งมีไปตอนต้นเดือน เราอยากทำให้เป็น full function มากขึ้นไปอีก อยากให้คนภายนอกนึกถึงเราเวลาเขานึกถึงการทำเสียงที่ดี

 เพราะสำหรับเรา เราเชื่อตามชื่อของที่นี่เลย มันไม่มีเสียงในอวกาศนะ ดังนั้นเราที่อยู่บนโลกที่มีเสียงคือโชคดีที่สุดแล้ว

 

Tags:คิท–พีรพัฒน์ กิตติวัชรเพลงโฆษณาเสียงสตูดิโอstudiono sound in spaceตั้ม–สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพตั้ม โมโนโทน
Share :
Author
ฆฤณ ถนอมกิตติ
Photographer
-
HAUS OF EVERYTHING ป๊อปอัพสตูดิโอของ DUCTSTORE ที่บอกว่าสิ่งพิมพ์ที่ใช่ไม่มีวันตาย
Art & DesignHAUS OF EVERYTHING ป๊อปอัพสตูดิโอของ DUCTSTORE ที่บอกว่าสิ่งพิมพ์ที่ใช่ไม่มีวันตายนักเขียน : ปวรพล รุ่งรจนา
ฉมา สตูดิโอ: สตูดิโอออกแบบที่เชื่อว่าออฟฟิศที่ดีควรเป็นพื้นที่ของทุกคน
Studio Visitฉมา สตูดิโอ: สตูดิโอออกแบบที่เชื่อว่าออฟฟิศที่ดีควรเป็นพื้นที่ของทุกคนนักเขียน : เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา
NO SOUND IN SPACE สตูดิโอทำเพลง ความสุขที่ดีไซน์เองของตั้ม โมโนโทน
Art & DesignNO SOUND IN SPACE สตูดิโอทำเพลง ความสุขที่ดีไซน์เองของตั้ม โมโนโทนนักเขียน : ปวีณ์กานต์ อินสว่าง