แฟ้มภาพสารคดีจากลมใต้ปีกของคนกองถ่ายและความสนุกที่ได้เป็น ‘กิต – กฤษฎา’ เป็ดไร้ฝัน

ใครที่เคยได้ลองจับ ‘กล้องฟิล์ม’ เล่นดูสักหน อาจพอรู้ว่านี่ไม่ใช่การถ่ายภาพที่ง่ายดาย เพราะต้องอาศัยความใจเย็น ความเข้าใจในแสง และความรู้สึกท่วมท้นว่าหากลั่นชัตเตอร์ลงไปแล้ว ไม่มีปุ่มให้กดย้อนกลับหรือลบทิ้ง ทั้งเราไม่อาจบังคับความเป็นฟิล์มให้ได้ดังใจไปทั้งหมดเหมือนอย่างกล้องดิจิทัล ภาพนั้นจึงกลายเป็นภาพเดียวในโลกที่บันทึกรายละเอียดในห้วงเวลาหนึ่งได้แนบแน่นเหลือเกิน 

ฟิล์มมีเสน่ห์เช่นนั้นหรืออาจมากกว่านั้น ไม่แพ้ผู้ที่พยายามจะเข้าใจ และถ่ายทอดมันก็ออกมาอย่าง ‘กิต – กฤษฎา บุญฤทธิ์’ 

เขาเคยอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ อยากเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ อยากเป็นนักเขียน อยากเป็นยาม อยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ แต่ขณะนี้เขากำลังเป็นผู้กำกับภาพ หรือ Director of Photography ย่อสั้นได้ว่า DP และภาพถ่ายสะดุดตาจากม้วนฟิล์ม รวมไปถึงกล้องดิจิทัลเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้เราอยากรู้จักเจ้าของผลงาน 

วัยเยาว์มักคอยสะกิดให้เราเขียนความฝันลงหน้ากระดาษ มันถูกขยำไปตามอายุที่มากขึ้น แต่ใครเลยจะรู้ว่าท่ามกลางความเป็นไปไม่ได้มีความเป็นไปได้คั่นอยู่ ‘กิต’ ก็เคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่ชะงักกับการถูกจองจำให้ค้นหาความหมายของตัวเอง กระทั่งเขาได้พบกับโลกหลังเลนส์

คนถือกล้อง

จำได้ไหมว่าจับกล้องถ่ายรูปตอนอายุเท่าไร

น่าจะ ม.5 เมื่อก่อนผมอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติมาก ก็เลยเอาแต่เตะบอล จนวันหนึ่งเห็นเพื่อนถ่ายรูป ผมเห็นมันเท่ดีเวลามีกล้อง ก็ตัดสินใจว่าจะเก็บเงินซื้อบ้าง เพราะจริงๆ แล้วผูกพันกับการถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก แค่ไม่ได้คิดอะไรกับมันมาก พอได้กลับมาจับกล้องอีกครั้งก็วางฟุตบอลลง รู้สึกว่าคงไม่ได้เป็นหรอกนักฟุตบอลทีมชาติ (หัวเราะ) ตอนนั้นอยากเอากล้องเป็นอาชีพหลักเลยนะ เริ่มจากเข้ากลุ่มที่เขาไปถ่ายภาพในต่างจังหวัดกัน แล้วผมก็ขอติดไปด้วย เพราะอยากดูว่าเขาถ่ายอะไร ผมเริ่มเข้าสู่วงการถ่ายภาพด้วยการเป็นเด็กถือของ 

ตอนนั้นมีกล้องเป็นของตัวเองหรือยัง

ไม่มี แม่เองก็ไม่มีทุน ช่วงปิดเทอมผมก็ไปทำงานเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์ ได้เงินวันละ 300 บาท ตั้งใจว่าจะเก็บเงินซื้อกล้อง แต่พอเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์ ผมก็ไปเรื่อยเลย เป็นช่างซ่อมโทรศัพท์ก็สนุกดีนี่หว่า (หัวเราะ) สุดท้ายก็ได้กล้องมาหนึ่งตัวยี่ห้อ Nikon กล้องตัวนี้เป็นครูผมเลย 

แล้วผมก็เข้าเรียนต่อในคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน สาขาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พอเข้ามาเรียนแล้วก็รู้สึกว่าอยากทำหนังมากกว่า ภาพนิ่งนี่วางไว้เลย ไอเชี่ยแม่ง! ไม่เท่ โดดเรียนทุกคาบที่เป็นวิชาสอนถ่ายภาพนิ่ง ในวิชาเขาสอนใช้แฟลช จัดแสง จำได้แค่ไม่มัน ไม่สนุกเลย แต่ถามว่าชอบถ่ายรูปเหมือนเดิมไหม ก็ยังชอบ ผมแค่มองไม่เห็นทางว่าภาพนิ่งจะไปทำอะไรต่อได้อีก

แล้วการถ่ายภาพที่สนุกสำหรับกิตเป็นอย่างไร

เจออะไรแล้วต้องถ่ายเลย ผมคิดว่าทุกคนมีเซนส์ว่าไอ้นี่เรียกให้กูถ่ายมัน มีใช้เทคนิคบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าการจัดแสง ใช้แฟลชมันน่าหลงใหล ตอนนี้ก็ยังเสียดายว่าน่าจะตั้งใจเรียน แล้วช่วงปีหนึ่งผมก็รับจ้างถ่ายภาพด้วยนะ เพราะอย่างที่บอกว่ามันมีวิชาถ่ายภาพพื้นฐาน เขาบอกต่อกันไปทั้งเด็ก ม.กรุงเทพ เด็ก ม.รังสิต ว่าไอ้นี่มันรับจ้างนะ ตอนเขาหาช่างภาพวันรับปริญญา มีงานพิธีอะไร ผมก็ไปถ่าย แต่ฟีดแบกไม่ดีเลย ฟีลแบบถ่ายไปแล้วเขาไม่ลงภาพเราเลย (หัวเราะ) มันเฟลมาก

กิตคิดว่าภาพตัวเองไม่สวยหรือเปล่า

ใช่ ผมก็เลยเลือกวางมันลงไป เพราะไม่ค่อยได้รับความมั่นใจกลับมา ไม่ค่อยมีกำลังใจ ตอนเป็นช่างภาพแคนดิดไปถ่ายตามงาน ผมชอบถ่ายแคบ ถ่ายเก็บรายละเอียด เขาก็จะบอกว่าไม่ได้! มึงจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ มึงจะไปรอดได้อย่างไร จะเป็นช่างภาพได้อย่างไร ผมก็ไอ้เชี่ย! มันคงจะไปไม่รอดจริงๆ ส่วนมากรูปที่ถ่ายแล้วสนุกก็คือถ่ายกับเพื่อน ถ่ายฟิล์มเล่นๆ 

เพราะอะไรภาพฟิล์มถึงมีเสน่ห์สำหรับกิต

การเก็บภาพด้วยฟิล์มมันไม่มีวันหาย มีช่วงหนึ่งที่ผมพกแต่กล้อง Ricoh GR2 ไม่มีเงินซื้อกล้องใหม่ เลยคิดว่าถ่ายฟิล์มก็ได้ แต่แม่งแพงหน่อยนะ ผมกลัวเก็บภาพดิจิทัลแล้ววันหนึ่งมันหาย บอกเพื่อนไว้เลยว่าถ้ากูตายนี่ไม่ต้องเผาฟิล์มมาให้กูนะ เก็บเอาไว้ เพราะมันคือความทรงจำทั้งหมดที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องมาไดรฟ์นั้นไดรฟ์นี้ (หัวเราะ)

จากอยากเป็นนักฟุตบอล ช่างซ่อมโทรศัพท์ อยากเป็นคนทำหนังอีก มันกลายเป็นอาชีพผู้กำกับภาพได้อย่างไร

ผมไปฝึกงานตำแหน่งช่างภาพใน Salmon House จริงๆ ผมเองก็ชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ตั้งใจถ่ายเท่าทุกวันนี้นะ คงเพราะตอนนั้นอยู่ในช่วงที่งานก็ไม่ได้เยอะ ท้อ! ไม่อยากถ่าย ไม่อยากอยู่ในวงการนี้แล้ว เดี๋ยวไปทำงานประจำ มันหาความหมายของตัวเองไม่ได้ แต่แล้วก็มีรูปหนึ่งที่พี่อัตต้าผู้กำกับภาพยนตร์ เขาทักขึ้นมาว่ากิตดอย! มึงถ่ายภาพนิ่งดีว่ะ ตั้งแต่วันนั้นผมก็ตั้งใจกับตัวเองมาตลอดว่าโอเค ขาหนึ่งหาเงิน ขาหนึ่งแบ่งให้แพสชันแล้วกัน กลับไปสู่จุดสามัญที่เราชอบถ่ายภาพแล้วรู้สึกสนุกก็พอ ไม่ต้องสนใจแล้วว่าจะได้รับคำชมหรือไม่ได้รับ 

นี่เป็นภาพที่ทำให้กิตค้นพบความหมายของตัวเองอีกครั้ง จาก MV เพลง ‘นภา’ ของวงดนตรี ‘alittlebirdtoldme’ กิตว่าเขาพูดกับคนตรงหน้าแค่หนึ่งประโยค “น้อง! พี่ขอยกกล้องถ่ายเก็บไว้หน่อย” แล้วช็อตที่ผ่านสายตาของกิตก็ถูกตั้งเป็นปกเพลง 

โจทย์ที่ยากสำหรับการถ่ายภาพนิ่งคืออะไร

ส่วนตัวผมจะพยายามทำงานกับคนรู้จัก เราจะได้ไปฟรี ไปสนุก ไม่มีบรีฟ เพราะเคยมีคนชวนไปถ่ายรูป แล้วก็โยนเรฟมา ผมก็บอกเขาว่าที่จริงผมถ่ายตามคีย์วิชวลไม่เป็น ผมมีแค่กล้องฟิล์มกับกล้องไม่มีแฟลช เขาบอกว่าไม่เป็นไร กิตสบายๆ ได้เลย แล้วผมจำได้ว่าวันนั้นโคตรไม่มีความสุขเลย อึดอัดตั้งแต่เริ่ม เพราะไม่รู้จักใคร ไม่ได้คุยเล็กคุยน้อย การถ่ายก็จะอึดอัดตามไปด้วย ภาพออกมากั๊กๆ ผมกดไปเยอะมาก เพราะกลัวโฟกัสไม่เข้า พอกลับมาบ้านก็คิดว่าไม่เอาแล้วดีกว่า งานจ้างไม่เอาแล้ว คนรอบตัวจะชอบบอกว่ากิตดอย! มึงรับจ้างถ่ายเลย งานมึงดี แต่ผมลองแล้ว ถ้าการหาเงินกับภาพนิ่งมันต้องทุกข์ขนาดนี้ ก็แยกดีกว่าว่าจะทำอาชีพผู้กำกับภาพพื่อหาเงิน แล้วถ่ายภาพนิ่งตามแพสชันให้เต็มที่ 

ช็อตนี้กิตดอยมา!

ผู้กำกับภาพ หรือ Director of Photography (DP) กับช่างภาพนิ่งต่างกันอย่างไร

ต่างกันมากเลย ตอนถ่ายภาพนิ่งผมจะมีโพสิชันที่เดินไปไหนก็ได้ ถ่ายใกล้ๆ ก็ได้ แต่ผู้กำกับภาพต้องอยู่แค่หลังกล้อง ความเครียดก็ต่างกัน ถ้าฝนตกขึ้นมาก็ต้องคิดแล้วว่าจะทำอย่างไร แต่ภาพนิ่งก็เอาเลย จะทำอะไรก็ทำ

เรากำลังจะเข้าสู่แฟ้มสะสมภาพถ่ายของกิต ทั้งหมดที่กิตอธิบายมาจากคำถามเดียวว่าภาพนี้ได้มาอย่างไร หากจะถามถึงความหมายอันลึกล้ำ กิตว่ายังไม่ค่อยมีมากนัก เช่นนั้นแล้วถือว่าเป็นหนังสือภาพ (Photobook) แบบออนไลน์ที่เต็มไปด้วยความสนุกจากกิตสะดอยแล้วกันนะ 

ผมไปขอพี่ที่รู้จักถ่ายใน MV เพลง ‘นครดารา’ ของศิลปิน ‘ยังโอม’ ตอนแรกมันเป็นภาพเสีย เหมือนแฟลชซิงก์แค่ครึ่งเดียว แต่ผมมองแล้วเฮ้ย! สวยว่ะ ก็เลยเอามาเป็นภาพโปรดเลย 

พี่ๆ เอกซ์ทราเขานั่งดูเหนื่อยดี ก็เป็นพี่กะเทยนะ แต่ตอนนั่งนี่คือกูชายแท้จัดเลย (หัวเราะ) ภาพมันคือนครดาราจริงๆ 

ผมว่ามันดูเห็นความเป็นแรงงงานกลางแสงซิลูเอต

จาก MV เพลง ‘Boohoo’ ของวงดนตรี ‘Luss’ ผมเห็นคอมโพสิชันของเสื้อผ้าและแบ็กกราวนด์มันสวย ในกองเขากำลังเตรียมถ่ายกัน อาจจะขาดฝั่งซ้ายไปอีกนิดหนึ่งนะ 

ภาพนี้จาก MV เพลง ‘จุดไฟฝัน’ ของศิลปิน ‘Imnutt’ เป็นกองที่ถ่ายกันเอง ใช้กล้องเล็กๆ ไม่มีไฟอะไร ผมชอบที่น้องในภาพเขาดูหมดแรง หรือกำลังอินก็ไม่รู้ (หัวเราะ)

จาก MV เพลง ‘Lucid dreams’ ของวงดนตรี AYLA’s บนที่นอนเป็นที่ที่นักแสดงเกิดคอนฟลิกต์กัน แล้วแสงมันก็ลงมาพอดี สวยมาก มันเหมือนเป็นร่องรอยของความขัดแย้งในตอนนั้น 

กิตชอบถ่ายอะไรมากกว่าระหว่างคนและของ

ผมชอบถ่ายของ ชอบคิดแทนมัน เชิงว่าทำไมกูต้องมาอยู่ตรงนี้วะ อาจจะเป็นนิสัยตั้งแต่เด็กแล้ว ผมชอบเห็นใจของ ไม่ค่อยอยากทิ้งของเพราะกลัวมันเสียใจ (หัวเราะ) คนอาจจะโดนถ่ายมาเยอะแล้ว สิ่งของก็คงอยากโดนถ่ายบ้าง แบบเฮ้ย! กูก็สวยนะเว้ย ถ่ายกูหน่อยๆ

ในการถ่ายคน เขาต้องอยู่ในจังหวะไหนหรือท่วงท่าไหนที่ทำให้กิตกดชัตเตอร์

ตอนที่เขาแม่งเป็นตัวเองสุดๆ เลยอะ อย่างกูร้อนว่ะ กูจะถลกเสื้อ ผมบรีฟคนไม่เป็นนะ เคยแล้วก็จะยากนิดหนึ่ง ถ้าอย่างในกองถ่าย ผมว่าเสน่ห์ของมันคือหน้างานเลย ผมอยากรู้แค่มันมืดหรือสว่างจะได้เอาฟิล์มไปถูก 

ช็อตนี้เป็นเพราะผมเดินเข้าไปดูโลเคชันแล้วมันดูหลอน เป็นฉากในภาพยนตร์ ‘ฮักสัปปะลี่กับคดีสีชมพู’ ที่จริงผมไม่อยากพูดว่าตัวเองเป็นช่างภาพเบื้องหลังขนาดนั้น เพราะภาพจะได้มาจากการเป็น DP บ้าง การที่ขอไปถ่ายเล่นบ้าง ผมอยากให้เกียรติและขอบคุณช่างภาพเบื้องหลังเหล่านั้น พวกเขาเป็นลมใต้ปีก ถ้าไม่มีพวกเขาก็ไม่มีภาพออกไป PR 

อย่างกิตนับว่าตัวเองเป็นลมใต้ปีกไหม

ก็อาจจะได้สักพาร์ตหนึ่ง เพราะผมก็ทำงานอยู่เบื้องหลัง ผมอยากให้มันมีแรงกระเพื่อมของภาพเบื้องหลัง รู้สึกว่าทุกคนในกองมีความสามารถในการถ่ายภาพอยู่แล้ว

นอกจากอยากให้เกิดแรงกระเพื่อม กิตมีความคาดหวังอะไรอีกบ้างกับผลงานภาพเบื้องหลัง

ตอนผมไปถ่ายเมื่อปลายปีที่แล้ว ชั่วโมงการทำงานมันต่อเนื่องได้ 16 ชั่วโมง จนทำให้อยากทำโปรเจกต์เลย อยากขอไปออกกองที่ทำงานกัน 16 ชั่วโมง แล้วให้ดูสภาพทีมงานว่ามันเหมือนศพขนาดไหน (หัวเราะ) เพราะทรมานกันมาก แต่คิดว่ายังต้องศึกษาอีกว่าจะทำอย่างไรให้ภาพมีความหมายกว่านั้น ผมว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคนที่มาดูว่าบรรยากาศกองถ่ายเป็นอย่างไร 

โปรเจกต์บันไดกองถ่าย

กิตกำลังปั้นโปรเจกต์อะไรอยู่

ผมกำลังจะทำโปรเจกต์บันได แต่เป็นการชิมลางก่อนนะ อาจจะเก็บภาพเบื้องหลังไปอีก 5 – 10 ปีให้เป็นหนังสือภาพแต่ก็ไม่รู้ว่าวันหนึ่งจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ล้มเลิกไปก่อนไหม แต่ภาพพวกนี้จะยืนยันว่าผมแม่งเคยทำสิ่งนี้นะ เป็นภาพเบื้องหลังทั้งหมดเลย น่าจะมันน่าดู แต่มันยากตรงที่ผมไม่ใช่คนมั่นใจในตัวเอง หรือชอบคิดว่าภาพนี้มันสวยสำหรับใครไหม มีความหมายไหม บางครั้งผมกดเอาเลเยอร์ เอาตำแหน่งที่มันสวยก็พอ ความหมายภาพของผมที่มีอย่างเดียวคงเป็นการอยากเอาภาพกองมาให้คนนอกเห็น บางครั้งคนกองแท้ๆ เขาก็อาจจะหลงลืมว่าโลเคชันแม่งสวยจัด แต่ไม่มีใครถ่ายเก็บไว้ ผมว่ามันน่าเสียดาย โลเคชันที่เลือกมาแล้วด้วยความตั้งใจ มันควรจะถูกเก็บไว้บ้าง 

บันไดเป็นสิ่งของที่มักจะถูกมองข้าม ทั้งที่ไม่ใช่วัสดุที่เล็ก มีหลายไซส์นะ แล้วก็ถูกใช้หลายฟังก์ชัน นั่ง ปีน นอนพิง เอาผ้ามาคลุมวางของ ผมรู้สึกว่าทุกครั้งที่เห็นบันไดในกองถ่ายก็อยากถ่ายเก็บไว้ทุกรูปเลย บางทีอาจจะอยู่ในหลืบหนึ่ง ทีมไฟลืมไปด้วยซ้ำ พอใกล้กลับบ้านแล้วก็ลืมกัน ผมก็เฮ้ย! พี่ลืมบันได ตั้งไว้ซะเนียนเลย (หัวเราะ) มันอาจเล็กพอที่จะถูกลืม แต่ผมว่ามันก็ใหญ่พอที่ไม่ควรจะถูกลืม 

ลายน้ำของกฤษฎา

อะไรคือความสนุกที่ได้เป็น Director of Photography (DP)

สนุกที่ได้เจอคน จริงๆ ผมแอบกดดันเหมือนกันนะ เพราะผู้กำกับภาพเป็นตำแหน่งที่ใหญ่ แล้วผมเองก็ยังไม่ได้โตมาก จังหวะที่ทำใหม่ๆ ผมซัฟเฟอร์มาก ไม่รู้วิธีพูดเท่าไหร่ ผมคิดว่าการเป็นผู้กำกับภาพมันคือหัวเรือเหมือนกัน มูดกองในวันนั้นจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเราเป็นส่วนใหญ่ แต่ผมเป็นคนสนุกนะ อยากให้คนอื่นสบายใจที่จะทำงานด้วย ถ้าเครียดขึ้นมาผมก็จะทำงานไม่ได้ จะหันไปบอกทีมไฟว่าวันนี้ไม่เครียดนะพี่ ยิ้มๆ นะ ถ้ามาเลตก็ไม่เป็นไร แค่บอกผมว่าเกิดอะไรขึ้นก็พอ 

ต้องบริหารอีโกตัวเองให้เป็น ถ้าเกิดใครแชร์อะไรมา ใครแนะนำว่าสวยไม่สวยก็ต้องรับฟัง เพราะพี่ทีมไฟทีมกล้องเขาโตกว่าผมที่อายุ 27 ปีหมดเลย ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เขาไม่สงสัยในตัวเรา ในขณะเดียวกันก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขามีกำลังใจในการทำงานด้วย มันคือทีมเวิร์ก จะยิ้มก็ยิ้ม จะซื้อกาแฟหนึ่งแก้วไม่ได้ต้องเลี้ยงหมดทุกคน ใช้ใจให้เยอะ อารมณ์ดีเข้าไว้ 

แล้วความสนุกของการเป็นกิตดอยล่ะ

เป็นคนตลก (หัวเราะ) ผมเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย เป็นเอกซ์โทรเวิร์ตร้อยเปอร์เซนต์เลย ถ้าบางคนแบบเฮ้ย! มึงมาตลกอะไร ผมก็จะขอโทษครับพี่ งั้นผมไปก่อนนะ วันหนึ่งต่อให้ผมไม่ได้เป็นผู้กำกับภาพ อาจจะไปทำงานในโรงงานแถวบ้าน การถ่ายรูปก็จะตามผมไปอยู่ดี เพราะการถ่ายรูปเป็นสิ่งที่ผมไม่มีวันจะเลิกทำได้ อาจจะเปลี่ยนจากกล้องตัวไปเป็นกล้องโทรศัพท์ ผมถ่ายรูปแล้วสบายใจ

ยังคิดว่าตัวเองเป็นเป็ดอยู่ไหม

เป็นอยู่ ผมชอบทำหลายอย่างมาก อยากลองเป็นยามด้วย เพราะช่างภาพหลายคนเขาจะสวมบทตัวเองเป็นอะไรสักอย่างหนึ่ง ช่างภาพคนหนึ่งที่ผมไปเห็นมาเขาปลอมตัวเป็นกะเทยโสเภณีเพื่อเห็นเบื้องหลัง เอารูปออกมาเป็นหนังสือภาพ การจะทำอะไรอย่างนี้มันต้องลงทุนเลย ผมก็ยึดอาชีพในตอนนี้ไว้นะ ชอบบ้างไม่ชอบบ้างไม่เป็นไร แต่การถ่ายรูปต้องไม่มีใครมาทำให้มันหวั่นไหวได้ คอมเมนต์ได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่ผมชอบครับ ผมมีความสุข ขอโทษด้วย (หัวเราะ) 

ในยุคที่ใครต่างก็วิ่งไล่ตามหาความฝันตัวเอง กิตคิดอย่างไรกับการที่ตัวเองเป็นคนไม่มีความฝัน

ผมดีใจด้วยที่คุณไม่มีความฝัน แต่วันหนึ่งเกิดจะมีความฝันขึ้นมาก็ได้หรือไม่มีความฝันก็ได้ ตื่นมาก็ไม่ต้องเดินตามทางที่ล็อกไว้ วันนี้อยากถ่ายรูป ไปวิ่ง ปีนเขา ยิงปืน การไม่มีความฝันมันทำให้ผมรู้สึกสบายตัวมากเลย เมื่อก่อนผมอยากเก่ง อยากถ่ายโฆษณากับคนนั้นคนนี้ แล้วก็ผิดหวังว่าทำไมทำไม่ได้สักที น้อยใจว่าทำไมไม่อยู่ในชอยส์แรกๆ ที่เขาเลือก แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว การมีงานอดิเรกที่เป็นภาพนิ่งมันเบาผมลงเยอะเลย ทางผมมันแบบนี้ว่ะ ผมต้องการคนที่เห็นผมจริงๆ ใครที่ชวนผมถ่ายจะดีใจมากเลย เพราะเขาเห็นผมจริงๆ จะเป็นเบอร์ไหนก็ใช้ผมได้เลย อยากเอาเงินมาเลี้ยงตัวเอง เสร็จตรงนี้เดี๋ยวจะไปถ่ายรูปแล้ว (หัวเราะ)

“กิตรู้ไหมว่าตัวเองเป็นเป็ดที่เจ๋งมากนะ” เราทิ้งท้ายก่อนจากลา เขาพยักหน้ายิ้มตอบกลับว่าเขาเองก็เคยอยากเป็นนักเขียนเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันขณะ อนาคตอันใกล้ และอนาคตอันไกล ไม่ว่ากิตจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน เราก็อดไม่ได้ที่จะติดตามภาพถ่ายแสนสนุกที่กิตดอยมาไปเสียแล้ว

หากอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว จัดท่าทาง เงยหน้าขึ้น โพสต์เป็นตัวเองให้มากที่สุด เพราะกิตดอยกำลังจะยกกล้องขึ้นแล้วนะ 

AUTHOR