Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ทริป 8 วัน 5 เมือง ณ คันไซ สำหรับคนหลงทางง่าย จำทางไม่เก่ง และเน้นกินเป็นหลัก

ทริป 8 วัน 5 เมือง ณ คันไซ สำหรับคนหลงทางง่าย จำทางไม่เก่ง และเน้นกินเป็นหลัก

18/01/2020
Journey
AUTHOR: รวิพร จันทศาสตร์ (เมวิกิ)
SHARE:

 นี่คือทริป 8 วันกับ 5 เมืองณ คันไซ ครั้งแรกของเรา

 เนื่องจากจิ้มตั๋วราคาโปรโมชั่นมาเราจึงมีชะตากรรมต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่มาเก๊าเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ก็คือต้องนอนที่สนามบินนั่นเอง แถมหลับเพลินจนลาสต์คอลเกือบตกเครื่องตั้งแต่ยังไม่เริ่มทริป แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไปถึงโอซาก้าโดยสวัสดิภาพ

 ห้องพักลึกลับที่เราจองผ่าน Airbnb เป็นประตูหนึ่งบานในตรอกใจกลางย่านบันเทิงอย่างอูเมดะ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับ…บันไดน้ำตาไหลพรากเลยสิคะกระเป๋าดิฉันหนักมากแต่ต้องสู้ต่อไปแม้กล้ามน้อยๆ จะอ่อนแรงเต็มที ฝ่าฟันมาจนถึงขั้นสุดท้ายเราก็กลับมายิ้มได้อีกครั้งเพราะที่พักโอเคมากๆถ้าให้บรรยายจะยาวเกินไปเอาเป็นว่ามีครบทุกอย่างที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องการเหนือสิ่งอื่นใดคือมีกล้วยให้กินฟรีทุกวันไม่อดตายแล้วจ้า

 เอาล่ะวันพรุ่งนี้ทริป 8 วันกับ 5 เมืองณ คันไซ ครั้งแรกของเรากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

Osaka

 ชุดพร้อม กระเป๋าพร้อม ออกเดินทางได้! เราเริ่มเที่ยวรอบๆ โอซาก้าก่อนสำหรับคนที่หลงทางง่ายจำทางไม่เก่งอย่างเรายังรู้สึกว่าที่นี่เดินทางง่ายเลย เพราะเน้นเดินทางด้วยรถไฟอย่างเดียวหลงก็ไม่กลัวตราบใดที่เรามีกูเกิลแมปส์เพื่อนรักเราไปเก็บแลนด์มาร์กต่างๆโดยไปกับพี่บ้างแต่ส่วนมากจะแยกไปเที่ยวคนเดียวเพื่อให้พี่ได้สวีตกับแฟน

 

 เมืองนี้แม้อาจไม่ได้มีอะไรว้าวมาก แต่กลับเติมเต็มช่วงวันหยุดของเราได้ครบ โดยเฉพาะที่ Universal Studios Japan ที่นี่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้บินจริงๆ บน Flying Dinosaur สนุกไปกับเครื่องเล่นน่ารักๆ และเมืองจำลองสุดอลังการจากเรื่อง Harry Potter ที่จัดเต็ม ครบทุกรายละเอียด จนสาวกแฮร์รี่อย่างเราขอชื่นชม

 ต่อด้วยเติมเต็มความฟินจากสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขที่สุดนั่นคือ ‘การกิน’ โดยเฉพาะซูชิจากร้าน Uoshin เราปักหมุดร้านนี้ไว้ตั้งแต่ที่ไทยและบังเอิญที่สุดในโลกที่ร้านอยู่ใกล้ที่พักเรา ไปสิคะรออะไรซึ่งไม่ผิดหวังจริงๆ ซูชิคุณภาพคำโตในร้านสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆแบบพนักงานประสานเสียงต้อนรับดังไปถึงไทย แถมเรื่องเซอต้องยกให้ญี่ปุ่นเขาจริงๆ

 ตลอดทริปเราชิมโน่นนี่เยอะมากเน้นกินจุบจิบ ไม่ค่อยมีมื้อใหญ่ตามลิสต์ที่เตรียมไว้หลายอย่าง ซึ่งเป้าหมายอย่างหนึ่งของเราคือโดนัทคริสปี้ ครีม คอลเลกชั่น Barbapapa ที่มีขายเฉพาะญี่ปุ่นในช่วงที่เราไปพอดีหลังจากตามหาจนเจอ เราจึงฉลองความสำเร็จด้วยการเอาไปถ่ายรูปบน Tempozan Ferris Wheel นี่แหละความสุขเล็กๆ ของเรา

 

 จุดสุดท้ายที่โอซาก้าเติมเต็มเราคือสีสันของชีวิตแปลกไหมที่เราชอบโอซาก้าช่วงกลางคืนมันเต็มไปด้วยแสงสีและผู้คนเราเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปในย่านโดตนโบริ ร้านขาปูยักษ์ร้านทาโกะยากิหรือแม้กระทั่งตึก Donki ต้องไม่ลืมไปถ่ายกับ Glico Man ด้วยนะเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง

 เราเดินชมบรรยากาศเมืองยามค่ำคืนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งทุกวันย่านที่พักอย่างอูเมดะแม้ดึกคนก็ยังพลุกพล่านเป็นบรรยากาศแฮงเอาต์กันหลังเลิกงานมีสิ่งบันเทิงครบทุกรูปแบบเราตัดสินใจลองเข้าไปในเกมเซนเตอร์แห่งหนึ่ง ที่ญี่ปุ่นเขาเล่นเกมกันจริงจังมาก แต่ความเศร้าคือมันเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน อยู่ในจุดที่ทำได้แค่หนีบตุ๊กตาและหมุนกาชาปองอย่างเหงาๆ

 

 

Himeji

 Kansai Thru Pass ซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม ตามแพลนคือเราจะแวะไปฮิเมจิแค่ 2-3 ชั่วโมง เพื่อชมความงดงามของปราสาทฮิเมจิ เมื่อถึงที่หมายพี่และแฟนพี่ก็ซื้อตั๋วขึ้นไปชมวิวข้างบนปราสาทส่วนโสดใจดีสปอร์ตอย่างเรานั้นเดินสวยๆ อยู่ข้างล่าง ขอดูภาพรวมพอเนื่องจากงบส่วนใหญ่หมดไปกับการกินเป็นปราสาทที่สวยจริงๆ นั่นแหละ ยิ่งถ้ามาช่วงซากุระบานด้วยยิ่งวิเศษไปเลยแต่ช่วงที่เราไปซากุระได้จากไปเสียแล้วเสียดายเบาๆถึงอย่างนั้นก็ยังพอมีดอกไม้สีชมพูอื่นๆให้ได้ชื่นชม

 ระหว่างที่หันกล้องไปมาเราก็บังเอิญไปเจอกับแก๊งแมวเหมียวที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่งเราตัดสินใจเดินตามพวกมันไปจึงพบว่ามันมารวมตัวกันเพื่อหม่ำข้าวกลางวันจากชายคนหนึ่ง

 

 แปลกดีนะเราเฝ้าดูพวกมันอยู่นานอย่างไม่เบื่อเลยโดยเฉพาะเจ้าตัวสีขาวที่แสนจะน่ารักและปุกปุยแม้เราจะอยู่ที่เมืองนี้แค่แป๊บเดียวแต่เราชอบความสบายตาความสะอาด ความเรียบง่ายและความไม่วุ่นวาย ของเมืองนี้หากมีเวลาสักหนึ่งวันเต็ม เราอยากเช่าจักรยานขี่เที่ยวรอบเมืองพร้อมซื้อเบ็นโตะไปนั่งกินใต้ต้นซากุระเหมือนในหนังสักครั้งอยู่เหมือนกัน

Kobe

 ที่นี่เราได้พบกับเพื่อนใหม่ชาวญี่ปุ่น 2 คนพวกเขาเป็นผู้หญิงน่ารักคาวาอี้ตามแบบฉบับของสาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริงเราใช้เวลาตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็นที่โกเบ เมืองที่มีความน่ารักให้เห็นตลอดทางตั้งแต่รูปปั้นและฝาท่อลาย Anpanman ไปจนถึงร้านค้าต่างๆ ก็ดูน่ารักไปหมดไม่เว้นแต่ร้านของ Studio Ghibli ที่เราไปสิงสถิตอยู่นาน

 

 เมื่อเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งแล้วก็ถึงเวลามื้อเย็นของขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดของโกเบก็ต้องเป็นเนื้อสิคะแต่ไฉนพวกเราถึงมาจบที่ร้าน The Oyster Bar ได้คะคุณ

 คำตอบคือพวกเราไม่ใช่สายเนื้อนั่นเอง

 เมื่อได้ชิมเมนูหอยนางรมซิกเนเจอร์ของร้านเราก็มองหน้ากันแล้วร้องว่า โออิชิ! เพราะมันอร่อยมาก เพิ่งกระจ่างตอนนี้เองว่าโกเบเป็นเมืองท่าที่ติดทะเลนี่นา อาหารทะเลเขาระดับพรีเมียมจริงๆ

 และเมื่อฟ้ามืด จุดหมายต่อไปคือนั่งกระเช้าขึ้นไปชมวิวเมืองยามค่ำคืนด้านบนนอกจากเป็นจุดชมวิวแล้วยังเป็นสวนสมุนไพรที่มีสินค้าสมุนไพรวางจำหน่ายถือได้ว่าจบวันอย่างสวยๆ หอมๆ กันไป

Nara

 เราตั้งนาฬิกาปลุกแต่เช้าเพื่อวันนี้วันที่จะได้เจอน้องกวาง สถานที่หนึ่งที่คนรักสัตว์อย่างเราตั้งตารอมาตลอดว่าแล้วก็พุ่งตรงไปยังนารากันเลยค่ะ

 โชคไม่ค่อยเข้าข้างนักเมื่อเหยียบแผ่นดินนาราปุ๊บ ฝนตกต้อนรับเลยจ้าแต่เราไม่หวั่น Nara Park อยู่ใกล้แค่เอื้อม ระหว่างทางเราจะพบเห็นเหล่าน้องกวางได้ตลอด และแม้ฝนจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆเราก็จะต้องให้อาหารน้องให้ได้

 

 ตอนนั้นมือหนึ่งถือร่มอีกมือถืออาหารที่เป็นแผ่นคล้ายขนมยังไม่ทันที่จะแกะกระดาษห่อเสร็จเหล่าน้องกวางก็พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งมารุมหน้า-หลัง กัดกินเสื้อผ้ากระเป๋าเพื่อแย่งชิงอาหารจนต้องวางอาหารทั้งหมดลงกับพื้นแล้ววิ่งหนีออกมาอะไรกันนี่ ไม่เหมือนที่จินตนาการไว้เลยกวางหรือซอมบี้คะแต่หลังจากสำรวจจนทั่วสิ่งที่พบคือไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นแบบนี้นะบางตัวเรียบร้อยโค้งหัวให้เพื่อขออาหารแต่บางตัวก็หน้ามืดตามัวจนถึงขั้นกินแผนที่นักท่องเที่ยว

 

 เอาเข้าจริงแล้วนาราเป็นเมืองที่อากาศดีมากนะภูเขาต้นไม้เขียวขจีร่มรื่น วัดเก่าแก่สวยๆ ก็มีเยอะ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเราเลยไปได้แค่วัด Todaiji ถึงจะเสียขวัญกับเหล่ากวาง (ไม่เรียกน้องแล้ว) ไปบ้างแต่โดยรวมเราชอบเมืองนี้

 อีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ พุดดิ้งขึ้นชื่อของเมืองนารา ที่เรียกว่า Mahoroba Daibutsu ซึ่งเรามาชิมตามคำแนะนำของพี่ ปรากฏว่าดีมากๆ คุณภาพที่คุณคู่ควร

 

Kyoto

 ตำแหน่ง most favorite ของเราขอมอบให้เมืองนี้ เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นเราชอบความคลาสสิกของเกียวโต ตึกเอยถนนเอยทุกอย่างดูแมตช์กันไปหมดถ่ายรูปเพลินมาก

 

 

 ที่นี่เราจะเห็นคนใส่กิโมโนกันเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะย่านกิออน หนึ่งในนั้นก็คือเราเอง เกิดมาก็เพิ่งเคยใส่ครั้งแรก มันไม่ง่ายเลยหลายชั้นมากค่ะแม่ ยังดีนะอากาศเย็น

 ส่วนสถานที่อื่นๆ ที่เราไปก็คือแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตทั้งหลาย ไล่ตั้งแต่ Fushimi Inari, Arashiyama, สะพาน Togetsu-kyo และอื่นๆแม้คนจะเยอะไปบ้างแต่พอมีแม่น้ำต้นไม้ และภูเขา ความวุ่นวายก็กลายเป็นสุดยอด combination บรรยากาศดูสบายไปหมด

 

 

 

 ที่ที่เราชอบที่สุดจนต้องแวะไปถึงสองครั้งคือตรงแม่น้ำ Kamo บรรยากาศดีมากจริงๆโดยเฉพาะช่วงเย็นมองไปเราจะเห็นเหล่าผู้คนมานั่งพักผ่อนริมแม่น้ำทั้งเดินเล่นนั่งเล่นจับกลุ่มเล่นเบสบอลหรือเล่นดนตรีเปิดหมวกก็มีเหมือนได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นจริงๆแถมอากาศก็ดีมากไม่รู้มีใครอินเหมือนเราไหมนะแต่สำหรับเรานี่แหละคือการเดินทางมาถึงสถานที่นั้นๆอย่างแท้จริง

 ส่วนเรื่องอาหารไม่ต้องห่วงเราไม่เคยปล่อยตัวเองให้หิวอยู่แล้วเราเดินชิมนู่นนิดนี่หน่อยที่ Nishiki Market ซึ่งมีของกินขายเยอะอยู่ต่อด้วย Yojiya Café ชื่อคุ้นๆ ไหม มันคือแบรนด์กระดาษซับหน้ามันชื่อดังของเกียวโตนั่นเองส่วนมื้อค่ำเราใช้เวลาไปกับตรอกเล็กๆ ข้างแม่น้ำที่มีชื่อว่า Pontocho มีร้านอาหารมากมายจนเลือกไม่ถูกบรรยากาศดี แถมเห็นวิวแม่น้ำแทบไม่อยากลุกไปไหนเลย แต่เราก็ต้องตัดใจเพราะที่พักเราอยู่โอซาก้านี่แหละ ข้อเสียของการพักที่เดียวตลอดทริปแต่ไม่เป็นไรยังไงเกียวโตก็จะเป็นเมืองที่เรากลับมาอีกครั้งแน่นอนครั้งหน้าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่นานๆขอพักที่พักแบบเรียวกังด้วยเอาให้ครบสูตรกันไปเลย

 

 สุดท้ายแล้วเราว่าเสน่ห์ของคันไซคือความลงตัวของเมืองและธรรมชาติอาจจะไม่หวือหวาแต่ก็ไม่จืดจางสำหรับทริปครั้งนี้เป็นการเที่ยวที่ยิ่งกว่าเที่ยวเราได้อะไรจากทริปนี้มากจริงๆได้คิดได้หยุดคิดได้พลาดได้สมหวังเป็นประสบการณ์ที่อยู่ในใจ ทุกวันนี้เรายังจำทางเดินจากที่พักไปรถไฟใต้ดินได้อยู่เลย

 การเที่ยวคนเดียวแม้จะเหงาไปบ้างแต่เราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเดินทางตามใจตัวเองรวมถึงท้าทายตัวเองไปอีกแบบพอผ่านจุดนั้นมาแล้วเรารู้สึกโตขึ้นนิดหน่อย

 ที่สำคัญเราสนุกกับการพากล้องของเราท่องไปตามที่ต่างๆ ทุกครั้งที่เรากลับมาดูรูปมีหลายรูปที่เราจำไม่ได้ว่ามันคือที่ไหนแต่เราจำความรู้สึกและเรื่องราวณเวลานั้นได้เสมอ อย่างที่เขาว่านั่นแหละ ทุกภาพถ่ายมีเรื่องราวของมัน

Tags:โอซาก้าท่องเที่ยวJapanjourneyโกเบเที่ยวญี่ปุ่นKansaiเที่ยวคนเดียวคันไซนาราเกียวโตฮิเมจิ
Share :
Author
รวิพร จันทศาสตร์ (เมวิกิ)
Photographer
-
Coffee in Taiwan เมื่อไต้หวันของฉันหอมกรุ่นและมีสีน้ำตาลเข้ม
JourneyCoffee in Taiwan เมื่อไต้หวันของฉันหอมกรุ่นและมีสีน้ำตาลเข้มนักเขียน : เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา
ก่อนท้องฟ้าจะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนใบไม้จะเปลี่ยนสีที่ย่าติง
Journeyก่อนท้องฟ้าจะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนใบไม้จะเปลี่ยนสีที่ย่าติงนักเขียน : พูลทิพย์ เจริญผล
Saas-Fee หมู่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์ที่เปิดประตูออกมาก็เจอภูเขา 13 ยอดโอบล้อม
JourneySaas-Fee หมู่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์ที่เปิดประตูออกมาก็เจอภูเขา 13 ยอดโอบล้อมนักเขียน : ทนงศักดิ์ ตันนพรัตน์