Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ก่อนท้องฟ้าจะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนใบไม้จะเปลี่ยนสีที่ย่าติง

ก่อนท้องฟ้าจะสดใส ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนใบไม้จะเปลี่ยนสีที่ย่าติง

05/01/2020
Journey
AUTHOR: พูลทิพย์ เจริญผล
SHARE:

 การได้เดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ เจอวิวสวยๆที่ทำให้หยุดจากสิ่งที่คิดกังวลอยู่ในหัวและได้มองออกไปรอบๆเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดของเรา

 ช่วงนั้นหน้าฟีดมี ‘ย่าติง’ โผล่ขึ้นมาแต่ส่วนใหญ่ทุกรีวิวไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเดือนตุลาคมกันหมดแต่เราว่างแค่ช่วงนี้ล่ะจึงตัดสินใจหาข้อมูลต่อไปในที่สุดก็เลือกเดินทางกับทัวร์เพราะไม่มีเวลาแพลนแล้วหากคุณเดินทางคนเดียวทัวร์อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก

 เดือนกรกฎาคมของประเทศจีนเป็นช่วงหลังฤดูฝนบรรยากาศช่วงนี้ที่อุทยานย่าติงไม่มีรีวิวให้เห็นตอนแรกทำให้ลังเลว่าจะเป็นยังไงสวยคุ้มไหมแต่ก็เอาล่ะตัดสินใจไป

 จากโปรแกรมการเดินทางคร่าวๆนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตูต่อรถบัสผ่านเมืองที่ระดับความสูงต่างๆเพื่อเป็นการปรับสภาพร่างกายให้ชินกับที่ราบสูง น่าจะเดินทางถึงอุทยานย่าติงในวันที่ 4 ของการเดินทางทั้งหมด 8 วัน ที่นี่มีสนามบินเต้าเฉิงเป็นจุดใกล้อุทยาน แต่นักเดินทางส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เลือกสนามบินนี้เป็นปลายทางเนื่องจากเป็นสนามบินที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุดไปแล้วอาจไม่ได้เดินอุทยานได้ทันที

 

 เมื่อถึงสนามบินเฉิงตูอากาศราว 23 องศาเซลเซียส กำลังเย็นสบายการเดินทางหลักๆ ของทริปนี้คือรถบัสหลังจากพักเหนื่อย ไกด์ท้องถิ่นก็บรรยายไปเรื่อยๆสิ่งที่ปลุกเราขึ้นมาคือพี่ไกด์บอกว่าจากนี้เราจะนั่งรถไปอีกประมาณ 5 ชั่วโมงกว่า เราได้แต่นึกในใจว่านานกว่านั่งเครื่องมาเมื่อกี้อีก

 ระหว่างทางที่รถบัสแล่นผ่านตัวเมืองจนไกลออกไปนอกเมืองต้นไม้ ภูเขา ที่หนาแน่นเริ่มปกคลุมสองข้างทางที่รถวิ่ง อากาศเริ่มหนาวขึ้นจนต้องเอาเสื้อหนาวมาใส่ เมื่อถึงจุดแวะพักจะเรียกว่าหมอกลงจัดจนไม่เห็นป้ายเลยก็ว่าได้

 ในวันแรกของการมาถึงเราพักที่โรงแรมที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 เมตรซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ที่สูงได้ (altitude sickness)ตอนแรกคิดว่าตัวเองฟิตแล้ว แต่ไม่รอดเราที่นั่งหลับๆ ตื่นๆจนลืมกินยาป้องกันอาการที่เตรียมมา ก็เริ่มออกอาการเวียนหัวปวดหัวคลื่นไส้โดยยาที่ควรเตรียมมาเพื่อป้องกันอาการแพ้ที่สูงคือ Diamox และควรรับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์

 อาการแพ้ที่สูงเกิดได้ตั้งแต่ที่สูงประมาณ 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลไม่เกี่ยวกับสภาพร่างกายแต่อย่างใดใครจะเป็นก็ได้ เช่นเราเป็นต้น เพราะสภาพร่างกายไม่ชินกับระดับออกซิเจนที่เบาบาง

 อาหารมื้อแรกที่โรงแรมเป็นอาหารสไตล์จีนทิเบตอร่อยกว่าที่คิดไว้มากเอกลักษณ์ของอาหารคือทุกสิ่งจะใส่หมาล่าไม่ว่าจะต้มผัดทอดใส่หมดเลยมีมาทุกมื้อ

 

 

 หลังจากนั้นการเดินทางแต่ละวันเหมือนนั่งรถไต่ระดับความสูงผ่านเมืองตันปา เป็นเมืองเล็กๆได้ชมวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองที่นี่ตอนเย็นๆ ออกมาเดินเล่นลานกลางเมืองมีตลาดนัดขายผลไม้จากเกษตรกรพื้นเมืองบรรยากาศสวยงามและมีความเป็นธรรมชาติมากเป็นเมืองที่ยังไม่ถูกปรุงแต่งใดๆ

 วันถัดมาออกจากที่พักตอนเช้าเพื่อเดินทางต่อ มายังจุดน่าเที่ยวที่น่าสนใจคือ Zhonglu Village เป็นหมู่บ้านชาวทิเบตอยู่บนเขาการเดินทางนั้นแนะนำให้นั่งรถที่เป็นของทางพื้นเมืองเนื่องจากต้องขับผ่านทางคดโค้งมากมองลงมาเห็นทะเลหมอกสวยมากนั่งไปเสียวไปสูงมาก มองลงมาระหว่างทางจะเห็นวิวบ้านชาวทิเบตที่อยู่บนเขาสูงแค่วันที่ 2 ก็ฟินแล้ว จากนั้นเราเดินทางแวะตามเมืองเรื่อยมาจนมาถึงอุทยานแห่งชาติย่าติงอันเป็นจุดหมายของทริปนี้

 

 

 วันที่มาถึงฝนยังปรอยๆ เล็กน้อยความลุ้นของทริปคือถ้าฝนตกเราจะไม่เห็นยอดย่าติงวิวจะถูกบดบังด้วยเมฆทันทีถ้าไม่เห็นที่นั่งรถมา 4 วันก็… โชคเข้าข้างพอเดินทางไปถึงอุทยานฝนเริ่มซามีแดดสาดส่องลงมาทำให้เราเห็นวิวแนวเขาได้ชัดเจน วิวยิ่งใหญ่อลังการซึ่งทำให้อยากนั่งแช่ตรงนี้ไปนานๆ

 

 ระยะทางเดินนั้นไม่ไกลแต่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,600 เมตรของอุทยานแห่งนี้ทำให้คนที่มาจากที่ราบอย่างเราๆ ไม่ชินกับอากาศที่เบาบาง (ออกซิเจนประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์) และตอนแรกไกด์บอกว่าอย่ากระโดดถ่ายรูป

 การเที่ยวอุทยานเราควรแบ่งการเทร็กกิ้งในอุทยานเป็น 2 วันตามระดับความสูง วันแรกเราเลือกไปชมวัด Chonggu และทะเลสาบไข่มุก (Pearl Lake) ซึ่งมีความสูงโดยเฉลี่ย 3,800 เมตรเส้นทางนี้เป็นทางเดินที่ทำขึ้นให้เดินตลอดทางไม่ต้องใช้ไม้โพล

 ระหว่างทางเดินมีดอกไม้ป่าสวยงามสีแปลกตา มีแนวป่าเขียวตลอดทาง ข้างทางผ่านลำธาร ได้ยินเสียงน้ำตกกระทบหินตลอดทางเดินที่เป็นทางราบสลับบันได ทำให้การเดินทางในวันแรกไม่ยากลำบากนัก

 

 

 และแล้วเราก็เดินทางมาถึงทะเลสาบไข่มุกผิวน้ำในหน้าฝนเหมือนสีเขียวหยกไกด์บอกว่าในแต่ละฤดูสีของทะเลสาบจะเปลี่ยนแปลงไปย่าติงเที่ยวได้ทุกฤดูหากมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นอีกอารมณ์เลย เราถ่ายรูปจนหมดไปเป็นร้อยๆ ใบ แนะนำเลยว่าใครที่ชอบถ่ายแลนด์สเคปมาเที่ยวที่นี่เหมาะมากๆทะเลสาบไข่มุกเป็นมีพื้นหลังเป็นเขาสูงใหญ่วิวกว้างไกลสุดสายตา บรรยากาศดูสงบสามารถหาที่นั่งชิลล์ได้ เพราะคนจอแจก็แค่บริเวณจุดถ่ายรูปเท่านั้น

 

 

 วันที่สองเส้นทางเดินโหดขึ้นกว่าวันแรก คือเป็นพื้นดินสลับหินไม้โพลช่วยเราได้ดีมากถ้าไม่มีไม้นี่อาจไปไม่ถึงทะเลสาบห้าสี

 เราเตรียมออกซิเจนกระป๋องมาสำหรับระยะความสูง 4,600 เมตรเตรียมขนมติดมาด้วยเพราะต้องเดินประมาณ 6 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย เส้นทางวันนี้ไม่ง่ายเหมือนวันแรก และหากใครไม่ไหวมีตัวเลือกเป็นม้าแคระแบกคุณขึ้นไปด้วยเหมือนกัน

 

 เดินไปได้แค่ครึ่งทางขนมก็หมด เหลือแต่พลังขาและน้ำเปล่าแล้ว แต่ตอนนั้นได้พลังจากรอบข้างมีเด็กตัวเล็กๆ มาเดินด้วยนะ

 12 ชั่วโมง ณ อุทยานแห่งนี้เรารู้สึกเต็มอิ่มมากไม่เคยรู้สึกประทับใจพร้อมๆ ไปกับความโล่งใจแบบนี้มาก่อนอุทยานย่าติงเป็นสถานที่ที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความสวยงามของธรรมชาติและความสงบภายในจิตใจ

 ระหว่างที่เดินลงรู้สึกเลยว่าทริปนี้เป็นทริปที่สร้างพลังให้กับชีวิตมาก ไม่เคยคิดว่าการเดินเขาการมาพบกับวิวสวยๆ แบบนี้ จะมีคุณค่ากับจิตใจเราขนาดนี้

 ทุกคนสามารถพาตัวเองไปในที่ที่ใจเราต้องการเพราะเรารู้จักตัวเองดีที่สุด ให้รางวัลตัวเองบ้างเราเป็นพลังในชีวิตของตัวเราเอง สิ่งที่พบระหว่างการเดินทางคือสีสันในภาพวาดที่จะเป็นภาพความทรงจำในใจเราต่อไป

 และต่อไปนี้คือภาพที่เราได้เห็นในวันนั้น และได้แต่บอกกับตัวเองว่าต้องมาอีกครั้งเมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

 

 

 

Tags:journeyเที่ยวจีนย่าติงYadingautumn
Share :
Author
พูลทิพย์ เจริญผล
Photographer
-
Saas-Fee หมู่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์ที่เปิดประตูออกมาก็เจอภูเขา 13 ยอดโอบล้อม
JourneySaas-Fee หมู่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์ที่เปิดประตูออกมาก็เจอภูเขา 13 ยอดโอบล้อมนักเขียน : ทนงศักดิ์ ตันนพรัตน์
เชียงดาวและความหวังของม้าเทวดา ในวันที่ธรรมชาติไม่อาจดูแลรักษาตัวเองได้อีกแล้ว
Journeyเชียงดาวและความหวังของม้าเทวดา ในวันที่ธรรมชาติไม่อาจดูแลรักษาตัวเองได้อีกแล้วนักเขียน : อธิวัฒน์ อุต้น
Liguria แคว้นริมหาดในอิตาลีที่สอนให้รู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ชีวิตย่อมไปต่อ
JourneyLiguria แคว้นริมหาดในอิตาลีที่สอนให้รู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ชีวิตย่อมไปต่อนักเขียน : ณัฐวดี คงแสง