รู้จัก ‘เบนโตะ’ วัฒนธรรมข้าวกล่องของญี่ปุ่นที่สะท้อนความใส่ใจ และทำให้การเตรียมอาหารเป็นเรื่องน่าสนุกขึ้น

ในยุคที่เร่งรีบ หลายคนอาจเลือกที่ซื้อข้าวกล่องสำเร็จรูปหรืออาหารจานด่วน แทนการเตรียมอาหารเอง แม้ว่าจะเป็นทางที่สะดวกกว่า แต่บางครั้งอาจต้องแลกมากับความสดใหม่ ความสะอาด หรือวัตถุเจือปนในอาหาร ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของเราในระยะยาว

แต่นอกจากทางเลือกแรก ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะตื่นแต่เช้า ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเอง และพกข้าวกล่องจากบ้านไปทานในออฟฟิศ เพราะนอกจากจะคุมงบประมาณด้วยตัวเองแล้ว ยังเป็นวิธีดูแลสุขภาพ เพราะทำให้เราได้เลือกเมนู หรือปริมาณอาหารได้ดั่งใจอีกด้วย

เมื่อพูดข้าวกล่อง ก็อดที่จะพูดถึง ‘เบนโตะ’ หรือข้าวกล่องของญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ทำให้การพกข้าวกล่องกลายเป็นเรื่องพิเศษและมีเสน่ห์ขึ้นมา จนกลายเป็นคอนเทนต์เตรียมข้าวกล่องอย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ 

การเตรียมข้าวกล่องจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความอิ่มท้องเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิถีการกินที่ใส่ใจสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความสัมพันธ์รอบตัวด้วย วันนี้เราเลยอยากชวนทุกคนไปรู้จักวัฒนธรรมการเตรียมข้าวกล่องของญี่ปุ่นกันให้มากขึ้น วัฒนธรรมนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร แล้วถ้าอยากเริ่มต้น มีเรื่องอะไรที่เราควรรู้ก่อนบ้าง

กว่าจะมาเป็นเบนโตะอย่างทุกวันนี้

หากจะมีชาติไหนจริงจังกับการทำข้าวกล่องมากที่สุดข้าวกล่องของคนญี่ปุ่นคงเป็นอันดับแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยหน้าตากล่องข้าวสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากจะใส่ความครีเอตไว้เต็มกล่องแล้ว สารอาหารและความน่าทานอย่างครบถ้วน แต่รู้หรือเปล่าว่าการทำข้าวกล่องหรือ ‘เบนโตะ’ ของญี่ปุ่นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่ยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับศตวรรษอีกด้วยนะ 

ข้าวกล่องแบบญี่ปุ่นย้อนกลับไปได้ไกลในสมัยคามาคุระ (1185 – 1333) ตอนนั้นข้าวกล่องไม่ได้มีเหมือนตาเหมือนที่เรารู้จักอย่างปัจจุบัน แต่เป็นกล่องข้าวเรียบง่ายที่มีเพียงข้าวและเครื่องเคียง 1 อย่าง เรียกว่า ‘เคียระเบน’ โดยนักรบซามูไรจะพกกล่องข้าวนี้ระหว่างการเดินทางที่ยากลำบาก 

แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่ช่วงสมัยเอโดะ (1603 – 1868) ที่มีหน้าตาคล้ายกับยุคปัจจุบัน โดยเป็นกล่องข้าวมีขนาดกะทัดรัด พ่อค้าแม่ค้า หรือคนทั่วไปสามารถพกออกไปงานเทศกาลกลางแจ้งได้ ทำให้ข้าวกล่องได้รับความนิยมในทุกชนชั้นของสังคมญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้หลากหลายกว่าเดิม ทั้งขนาดและสไตล์ ตั้งแต่แบบที่ถือด้วยมือ ไปจนถึงกล่องที่ประณีตบรรจง เช่น มีที่ใส่ช้อนส้อมและตะเกียบ 

ปัจจุบันจุดเด่นของเบนโตะ คืออาหารที่หลากหลายอัดแน่นอยู่ในกล่อง เช่น ข้าว ปลาหรือเนื้อสัตว์ ผัก และของดอง และกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน เราสามารถเห็นเบนโตะได้เกือบทุกที่ อย่างข้าวกล่องที่เสิร์ฟบนรถไฟและเครื่องบินในญี่ปุ่น โรงเรียน ออฟฟิศสำหรับคนทำงาน หรือปิกนิกในสวนสาธารณะ ส่วนใครที่ไม่มีเวลาว่างทำเอง ก็ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านที่ทำเบนโตะโดยเฉพาะ แม้ว่าหน้าตาและบริบทจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่เบนโตะก็ยังคงได้รับความนิยมมายาวนาน เรียกว่าข้าวกล่องกับคนญี่ปุ่นเป็นของที่อยู่คู่กันเลยก็ว่าได้  

สารพัดเหตุผลที่เราควรพกข้าวกล่อง

ด้วยความที่ข้าวกล่องอยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ทำให้การพกข้าวไปกินเองเป็นเรื่องธรรมดาที่พบได้บ่อยๆ ซึ่งข้อดีของการพกข้าวกล่องไปกินเอง ไม่เพียงแต่ได้เลือกของโปรดของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

การเลี่ยงฟูดเวสต์ 

การห่อข้าวไปกินเอง เราสามารถกำหนดและกะปริมาณที่เราต้องการได้ วันไหนอยากกินน้อยก็อาจจะเลือกใส่ของที่ไม่หนักท้องมาก ลดปริมาณลงสักหน่อย หรือวันไหนต้องการพลังมากขึ้น ก็อาจโปะข้าวเพิ่มอีกสักทัพพีก็ย่อมได้ เพราะเรามั่นใจแล้วว่าจะรับผิดชอบอาหารทั้งหมดนี้ไหว แถมการจัดอาหารในกล่องกะทัดรัดยังทำให้เราควบคุมปริมาณอาหารได้ดีอีกด้วยนะ

นอกจากนี้การจัดกล่องอาหารแบบญี่ปุ่นซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ยังช่วยให้เราได้ใช้ของที่มีอยู่ในตู้เย็นอย่างคุ้มค่า เพราะของเหลือที่ค้างอยู่ในตู้แช่ เป็นหนึ่งในสาเหตุของขยะจากอาหาร จากข้อมูลของ Food Waste Hub พบว่าปริมาณขยะอาหารของคนไทยอันดับ 1 ราว 77% มาจากการบริโภคในครัวเรือน รองลงมา คือร้านอาหาร 12% และสถานศึกษา คิดเป็น 4% เท่านั้น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากการจัดเก็บวัตถุดิบมากเกินไป ทำให้รับประทานไม่ทัน จนเกิดเป็นอาหารเหลือทิ้งจำนวนมากนั่นเอง

ลดการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้ง

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การทำข้าวกล่องเป็นวิธีที่ดีสำหรับการลดขยะใช้แล้วทิ้ง เพราะกล่องข้าวสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องใช้ถุงพลาสติกหลายชิ้น ลองคิดดูว่าหากเราต้องซื้ออาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน เราอาจต้องใช้พลาสติกอย่างน้อย 2 ชิ้น เช่น กล่องพลาสติกจากข้าวมื้อหลัก ถุงสำหรับใส่ผลไม้ หรือถ้วยน้ำจิ้มใช้แล้วทิ้งแถมมาอีกชิ้นหนึ่ง 

จากข้อมูลของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) ระบุว่าในปี 2560 มีการสร้างภาชนะและบรรจุภัณฑ์พลาสติกประมาณ 14.5 ล้านตันในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว โดยในจำนวนนี้มีเพียงไม่ถึง 13% เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่มาจากภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวที่ใช้ขนส่งอาหารจากบ้านและร้านอาหาร 

สอดคล้องกับ Hubbub กลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม สํารวจพนักงานออฟฟิศในสหราชอาณาจักร 1,200 คน และมากกว่าครึ่งหนึ่งกล่าวว่าพวกเขาซื้ออาหารกลางวันแบบซื้อกลับบ้านมากกว่าเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งก่อให้เกิดขยะประมาณ 276 รายการต่อคนต่อปี การเตรียมอาหารเองด้วยกล่องข้าว จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะจากพลาสติกใช้แล้วทิ้ง ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้ 

มาเริ่มเตรียมข้าวกล่องแบบง่ายๆ กัน

วัฒนธรรมการพกข้าวกล่องญี่ปุ่นไม่ใช่เพียงแค่การเตรียมเพื่อให้อิ่มท้องเท่านั้น แต่บางครั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของการดูแลเอาใจใส่ของคนใกล้ชิด อย่างคุณแม่หรือภรรยาด้วย จึงไม่แปลกที่ข้าวกล่องเหล่านี้มักมีสีสันและหน้าตาน่าทาน เพราะอยากให้คนที่ได้รับรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้เปิดกล่องอาหารนั่นเอง

แต่ถึงแม้จะไม่ได้มีใครเตรียมให้ แต่เราก็สามารถเตรียมเบนโตะด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ได้เหมือนกันนะ โดย savvytokyo สื่อด้านไลฟ์สไตล์ของญี่ปุ่นก็ได้รวบรวมเทคนิคการเตรียมข้าวกล่องที่เราสามารถนำไปปรับใช้กันได้ ดังนี้

ใช้ของดีในกล่องข้าว: ของดีที่ว่าไม่ได้หมายถึงวัตถุดิบราคาแพง แต่หมายถึงอาหารจากธรรมชาติเป็นหลัก เช่น ผลไม้ ผักตามฤดูกาล โปรตีนไขมันต่ำ นอกจากดีต่อสุขภาพแล้ว ยังสร้างขยะน้อยกว่าอาหารแปรรูปด้วย 

รักษาสมดุลในกล่องข้าว: สิ่งที่ทำให้เบนโตะน่าสนใจขึ้นมาจากความความหลากหลายในกล่องข้าว โดยคนญี่ปุ่นมักให้ความสำคัญอยู่ 4 ข้อหลักๆ คือสีสันที่ได้จากวัตถุดิบแตกต่างกัน 5 สี สารอาหารที่สมดุลไม่หนักแป้งหรือเนื้อสัตว์มากเกินไป นอกจากนี้ยังต้องมีความหลากหลาย เช่น อาหารปรุงสุก ของดิบ และของดอง สุดท้ายต้องมีรสชาติที่เข้ากัน ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ข้าวกล่องกลายเป็นสิ่งที่ช่วยชุบชูใจในช่วงเวลาพักเที่ยงเราได้

เลือกวัตถุดิบตามคนกิน: ข้อดีของข้าวกล่องคือเราสามารถเลือกวัตถุดิบและอาหารที่เราอยากกินได้ หากเราทำเองก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราสามารถกะปริมาณหรือเลือกเมนูที่ชอบได้เอง แต่สำหรับใครที่อยากทำให้คนอื่นด้วย อย่าลืมถามหรือสังเกตอีกฝ่ายด้วยนะ เช่น เด็กๆ อาจเลือกกินมากกว่าผู้ใหญ่ อาจจะแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มความน่ารักขึ้น เช่น ตัดแตงกวาด้วยเครื่องตัดคุกกี้รูปดาว หรือบางคนไม่ชอบผักสด ก็อาจลองต้มให้นิ่ม ให้กินง่ายขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้กล่องข้าวไม่มีอาหารเหลือทิ้งกลับมา 

ถึงแม้ข้าวกล่องที่เราทำอาจจะไม่ได้มีหน้าตาพิเศษ ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่เรามีความสุขกับอาหารที่เราเลือกเองก็พอแล้วนี่นา

อ้างอิง

foodwastehub.com

allabout-japan.com

savvytokyo.com

bbc.com

AUTHOR

ILLUSTRATOR

กุลธิดา อิสลาม

คอนเทนต์ครีเอเตอร์ผู้อยากเป็นเชฟ