มีการ์ตูนญี่ปุ่นหลายเรื่องที่ทำออกมาได้ดีจน เข้าไปอยู่ในใจ ในความหมายว่าดิไซน์ฉากแอกชันสนุก ออกแบบตัวละครได้มีชีวิตชีวา สร้างแรงบันดาลใจ สะท้อนสังคม และให้แง่คิด การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องล่าสุดที่เราได้ดูและเข้าข่ายที่ว่ามาก็คือ SAKAMOTO DAYS หลายคนคงดูแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่ดูเราขอเล่าเรื่องย่อให้ฟัง
การ์ตูนเล่าเรื่อง ซากาโมโตะ ทาโร่ อดีตนักฆ่าระดับตำนาน ที่เกษียณจากการเป็นมือสังหาร แล้วมาแต่งงานสร้างครอบครัวกับ อาโออิ ศรีภรรยาสุดที่รัก พวกเขามีลูกสาว 1 คนชื่อ ฮานะ และเปิดร้านสะดวกซื้อชื่อ Sakamoto’s Store แต่ชีวิตที่เขาหันหลังให้คล้ายไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เขาถูกตั้งค่าหัว 1,000 ล้านเยน และถูกนักล่าบุกโจมตีอยู่บ่อยครั้ง
เงื่อนไขเดียวที่อาโออิยื่นคำขาดไว้ก็คือ ถ้าอยากสร้างครอบครัวร่วมกันก็อย่าพรากชีวิตใครอีก ตลอดทั้งเรื่องเราจึงได้ดูซากาโมโตะประมือกับคนที่มารังควานด้วยวิธีสุดแสนจะครีเอต มันส์ และฮา แน่นอนว่าเขาไม่ปลิดชีพ หากแต่อัดจนน่วม มากสุดก็คือทำให้สลบ ความที่เป็นนักฆ่ามาก่อน ฝีไม้ลายไม่ได้หายไปหรอก เพียงแต่เขาใช้มันด้วยจุดประสงค์ต่างออกไป
จะว่าไปแล้ว SAKAMOTO DAYS ชวนให้เราคิดถึงความสำคัญของ จุดผกผันในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบ ผู้คนที่พบเจอ ฯลฯ ส่วนจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีหรือไม่นั้น ก็คงขึ้นอยู่กับว่าชีวิตก่อนและหลังเปลี่ยนไปในทางไหน แย่ลงหรือดีขึ้น หากเป็นอย่างแรก เราอาจนึกเสียดายว่าถ้าย้อนกลับไปได้คงไม่ทำแบบนั้น แต่ถ้าลงเอยอย่างหลัง คล้ายว่าเราอยากขอบคุณเหตุการณ์บางเหตุการณ์ คนบางคน ในทุกครั้งที่มีโอกาส
สำหรับซากาโมโตะ จุดผกผันในชีวิตเขาคือการได้พบกับอาโออิ หญิงสาวในร้านสะดวกซื้อที่ทำให้เขามองมนุษย์ต่างออกไป และแน่นอน เขายอมทิ้งชีวิตเดิมอย่างไม่อาลัยอาวรณ์ และดื่มด่ำกับชีวิตที่เลือกแล้วอย่างมีความสุข เคียงข้างด้วยศรีภรรยา ลูกสาว และผองมิตรรอบกาย
คอลัมน์ a better day สัปดาห์นี้ชวนไปรู้จัก ซากาโมโตะ ทาโร่ ชายผู้มีชีวิตสองแบบที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว และลองดูว่าหลังจากจุดเปลี่ยนครั้งนั้น ชีวิตของอดีตนักฆ่าในตำนานคนนี้เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
แล้วจุดผกผันในชีวิตของคุณคือเหตุการณ์ไหน ชีวิตก่อนกับหลังจากนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

แด่คำมั่นสัญญา
“คุณไม่ได้คิดจะกลับไปเป็นนักฆ่าอีกใช่ไหม” อาโออิ, ศรีภรรยา เอ่ยถาม
“แต่เมื่อวันก่อน คุณซากาโมโตะเพิ่งจัดการไปตั้งหลายคนนี่ครับ” ชิน เย้าแหย่
“ฉันระวังไม่ให้ถึงตาย” ซากาโมโตะตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ที่รัก ต้องให้ฉันเตือนอีกไหมว่าถ้าคุณแหกกฎของครอบครัวเรา ฉันหย่านะ” อาโออิ ส่งคำเตือน
“หย่าเหรอ!” ซากาโมโตะรับทราบแต่โดยดี
ก่อนจะมาเป็น family man เต็มตัว อดีตของซากาโมโตะ ทาโร่ นั้นโคตรจะแบด โคตรอันตราย เขาคืออดีตนักเรียน JCC ที่เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในสมาชิก ORDER หน่วยมือสังหารระดับหัวกะทิของสมาคมนักฆ่าญี่ปุ่น หรือ JAA ก่อนสร้างชื่อเสียงจนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนักฆ่าที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่งของวงการ
ถามว่าเก่งกาจแค่ไหนก็ต้องบอกว่าทักษะของเขานั้นอยู่ในระดับผิดมนุษย์ ทั้งพละกำลังมหาศาล ความเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนอง ความแม่นยำ การต่อสู้มือเปล่า เชี่ยวชาญอาวุธแทบทุกชนิด และมีความสามารถในการประเมินสถานการณ์แล้วใช้สิ่งรอบตัวเป็นอาวุธได้ทันที
นอกจากสมรรถภาพร่างกายและเซนส์การต่อสู้ระดับเหนือมนุษย์ ซากาโมโตะยังมีระบบเผาผลาญสุดพิสดาร คือเมื่อออกแรงต่อสู้อย่างหนัก ไขมันในร่างกายจะถูกเผาผลาญอย่างรวดเร็วจนกลับไปมีรูปร่างผอมเพรียวเหมือนสมัยเป็นนักฆ่า แต่เมื่อกลับมาใช้ชีวิตปกติ หุ่นของเขาก็จะกลับมาอ้วนเหมือนเดิม

ปัจจุบัน ซากาโมโตะแต่งงานกับอาโออิ ซากาโมโตะ มีลูกสาวชื่อ ฮานะ และเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ชื่อ Sakamoto’s Store ที่กลายเป็นศูนย์กลางชีวิตใหม่ของเขา แต่เขาใช่ว่าจะออกจากวงการไปได้ง่ายๆ ซากาโมโตะถูกตั้งค่าหัว 1,000 ล้านเยน ทำให้มือสังหารและศัตรูในอดีตมาหาเขา เพื่อจะฆ่าเอาเงิน เขาจะรับมือยังไงดี ในเมื่อสัญญากับศรีภรรยาไว้แล้วว่าจะไม่ฆ่าใครอีก
คนดูอย่างเราจึงสนุกสนานมาก กับการดูว่าซากาโมโตะจะใช้วิธีไหนในการหยุดอีกฝ่ายโดยไม่เอาชีวิต ซึ่งก็มีหลากหลายวิธีการ ตั้งแต่ทำลายอาวุธของอีกฝ่าย, เปลี่ยนข้าวของธรรมดาเป็นอาวุธ และทำให้สลบ เช่นตอนที่ ชิน (Shin) ยิงปืนใส่ ซากาโมโตะใช้ลูกอมแก้ไอเบี่ยงกระสุน ก่อนใช้หนังยางยิงลูกอมสวน ปาครีมพัฟบดบังการมองเห็น แล้วอาศัยจังหวะนั้นเข้าประชิด และเตะชินกระเด็นทะลุชั้นวางหลายแถวจนสลบ
จุดน่าสังเกตก็คือ แทนที่คำสัญญาที่ให้ไว้กับอาโออิ (ไม่ฆ่าคน) จะกลายเป็นข้อจำกัดในการต่อสู้ มันทำให้ซากาโมโตะต้องแม่นยำกว่าเดิม คุมแรงให้ดีกว่าเดิม และสร้างสรรค์กว่าเดิม ซึ่งดูท่าเขาจะทำได้ดีเสียด้วย แม้ไม่ถึงตายก็จริง แต่อีกฝ่ายก็สะบักสะบอมกินแห้วกลับไปทุกที

จะว่าไปแล้ว การเติบโตมาเป็นคนที่เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง แล้วเมื่อถึงเวลาที่วิถีชีวิตเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ บางทีจะมีความรู้สึกเสียดาย เพราะกว่าจะมาถึงจุดนั้น มันอาศัยทั้งการฝึกฝน ทุ่มเททั้งกายใจ จนนึกไม่ออกว่าถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตแบบที่ใช้มา แล้วมันจะเป็นยังไง
เปรียบเทียบกับซากาโมโตะ เขาเป็นนักฆ่าที่ตัดสินใจวางมือและสร้างครอบครัว ดังนั้นทักษะและฝีมือฆ่าคนที่อยู่ในระดับสุดยอดของวงการจึงกลายเป็นสิ่งที่เขาเลือกจะไม่ใช้อีก แต่สิ่งที่เคี่ยวกรำมาทั้งชีวิตไม่ได้สูญเปล่า เขาเพียงพลิกแพลงมันเสียใหม่ จากความสามารถที่เคยใช้เพื่อพรากชีวิต มาเป็นความสามารถที่ใช้เพื่อหยุดยั้งและช่วยชีวิตแทน หาใช่ไร้ค่าไร้ความหมายเสียเมื่อไหร่
เรานึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่ซากาโมโตะเกือบสูญเสียคนสำคัญที่สุดในชีวิต, อาโออิ พนักงานร้านสะดวกซื้อที่เขาตกหลุมรัก ตอนพวกเขาคบกัน ซากาโมโตะยังเป็นนักฆ่าอยู่ วันหนึ่งเขากลับมาหาอาโออิในสภาพนองเลือด พร้อมของขวัญที่ซื้อให้เธอจากเงินที่ได้จากงาน อาโออิไม่ดีใจ เธอให้บทเรียนซากาโมโตะ (ด้วยวิธีของเธอ) นั่นก็คือ กระโดดจากที่สูงลงไปต่อหน้าต่อตาเขา ซากาโมโตะตกใจและรีบกระโดดตามลงไปช่วย
“เราต่างก็เป็นที่รักของใครสักคน” อาโออิบอก

ถ้าสรุปแบบย่นย่อก็ต้องบอกว่า ซากาโมโตะรักภรรยาถึงขั้นให้คำมั่นสัญญาไม่พรากชีวิตใครอีก แต่ถ้าพูดอย่างถึงที่สุด คำสัญญานั้นยังสะท้อนให้เห็นว่าเขามองชีวิตมนุษย์ต่างไปจากเดิม คล้ายรู้ซึ้งว่าความกลัวว่าจะสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปนั้นรู้สึกอย่างไร
ฟังดูโรแมนติกเป็นบ้า แต่ใครเล่าจะไม่ต้องการ…ความรัก
ดังนั้น ถ้าเจอใครสักคนที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น อย่าลืมเอ่ยคำขอบคุณ และบอกรักทุกวันสามเวลาหลังอาหาร <3

ผองมิตรข้างกายเป็นคล้ายของขวัญ
สมัยเรียนอยู่ที่ JCC ซากาโมโตะสนิทกับ ริอง อาคาโอะ และ นางุโมะ จะว่าไปแล้วทั้งสามเป็นทั้งนักเรียนฝีมือดีและตัวปัญหา ขณะเดียวกันก็มีกิจกรรมกระชับมิตรที่โคตรบ้านั่นก็คือ การหยิบอาวุธขึ้นมาซัดกันเอง ก่อนจะออกทำภารกิจเสี่ยงตายด้วยกัน จนกลายเป็นสามเพื่อนซี้ที่เติบโตมาด้วยกันในโลกนักฆ่า
การที่ซากาโมโตะทิ้งชีวิตนักฆ่าและกลายมาเป็นพ่อบ้านเต็มตัว มิตรภาพจากโลกเก่าก็ยังไม่ได้จากไปไหน มีครั้งหนึ่งที่นางุโมะมาเตือนซากาโมโตะเรื่องที่ถูกตั้งค่าหัว ทั้งยังเคยเฝ้าร้านสะดวกซื้อ Sakamoto’s Store แทนซากาโมโตะ หรือพูดให้ชัดเจนก็คือ นางุโมะปลอมตัวเป็นอาโออิอัดมินิมอลลิสต์ที่มาหาเรื่องซากาโมโตะที่ร้าน
มีเพียงเพื่อนคนเดียวเท่านั้นที่จากไปแล้ว…ตลอดกาล นั่นก็คือ ริอง อาคาโอะ
จะว่าไปแล้ว ซากาโมโตะมีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร เรานึกถึงเหตุการณ์ที่ชินบุกมาโจมตีซากาโมโตะถึงร้าน ความจริงแล้วสองคนนี้รู้จักกันมาก่อน เมื่อชินรู้ว่าซากาโมโตะวางมือจากอาชีพนักฆ่ามาเป็นพ่อบ้าน เขาจึงพยายามชวนซากาโมโตะหวนคืนวงการ
หลังจากนั้นชินก็ได้รับคำสั่งจากองค์กรให้ฆ่าซากาโมโตะ แต่ผลก็อย่างที่ได้เล่าไปแล้ว ชินถูกเล่นงานเสียหมดรูป โดนเตะทะลุชั้นวางจนสลบ แล้วก็ถูกหิ้วขึ้นไปพักด้านบนชั้นสอง อาโออิชวนชินนั่งกินข้าวร่วมมื้ออาหารของครอบครัว เหตุการณ์นี้ทำให้ชินชักจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมซากาโมโตะถึงวางมือ

และซากาโมโตะก็ชวนชินมาทำงานที่ร้านขายของชำ Sakamoto’s Store จากนักฆ่าชินกลายมาเป็นคนเฝ้าเคาน์เตอร์ คิดเงิน เติมสินค้า ทำความสะอาด สถานะของชินไม่ใช่แค่ลูกจ้าง แต่เป็นคนใกล้ชิดของครอบครัวนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ชินยังเป็นคู่หูทำภารกิจของซากาโมโตะด้วย
“ชั่วโมงละ 800 เยน ทำโอทีฉันจ่ายเพิ่ม” ซากาโมโตะ เอ่ยปากชวน
“หา?” ชิน งุนงง ทว่าตกปากรับคำ
เด็กคนหนึ่งถามชินว่า “ทำงานที่นี่สนุกไหม”
ชินตอบว่า “ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่ดีกว่างานเก่าแน่นอน”
เรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นอีกครั้งกับ เฮสุเกะ มาชิโมะ นักฆ่าที่ทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่อง ยกเว้นการใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่เก่งชนิดหาตัวจับยาก ปูมหลังของเฮสุเกะค่อนข้างปากกัดตีนถีบ คือมีปัญหาเรื่องเงิน ถึงขั้นเคยอาศัยอยู่ในเต็นท์โทรม ๆ บนดาดฟ้ากับ Piisuke นกคู่หู เมื่อรู้ข่าวค่าหัวของซากาโมโตะ เขาจึงคิดจะฆ่าซากาโมโตะเอาเงิน
เมื่อมาถึง Sakamoto’s Store เขาดันจำซากาโมโตะร่างตัวอ้วนไม่ได้ ชินที่เห็นเฮสุเกะอยู่ในสภาพหิวโซจึงให้ซาลาเปาไปกิน ก่อนเขาจะเดินออกจากร้านไป หลังจากนั้นเฮสุเกะเห็นใบปลิว Survival game ชิงเงินรางวัล 1 ล้านเยน ปัญหาคือจะลงแข่งได้ต้องมีทีม สุดท้าย ซากาโมโตะและชินที่ก็ต้องการเงินมาซ่อมร้านจึงได้ชวนเฮสุเกะมาร่วมทีมกัน
เป็นช่วงเวลานี้เองที่เฮสุเกะได้แสดงฝีมือการยิงระดับมหัศจรรย์ออกมา แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้รู้ว่าไอ้คนอ้วนที่ตัวเองจับทีมด้วยมาตลอดก็คือ ซากาโมโตะ ทาโร่ เจ้าของค่าหัวพันล้านเยนที่เขากำลังตามหาอยู่ จะช้าอยู่ใย เฮสุเกะจึงเปิดฉากโจมตีซากาโมโตะกับชิน วิถีกระสุนของเขานั้นทำให้ฝ่ายซากาโมโตะบาดเจ็บได้
“ทั้งที่เรียกพวกเราว่าเพื่อนแท้ๆ แต่จะฆ่ากันได้หน้าตาเฉยเลยนะ” ชินถาม
“อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย” เฮสุเกะกล่าว “ก่อนจะเป็นเพื่อนกัน พวกเราก็เป็นนักฆ่า พอฉันมองผ่านกล้อง มันก็เหลือแค่ว่ายิงโดนหรือไม่โดนเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น”
จะว่าไปแล้ว ชีวิตของเฮสุเกะค่อนข้างน่าเศร้า คือถูกมองเป็นคนไร้ประโยชน์มาตลอด เพราะนอกจากยิงปืนแล้ว เขาก็ทำอะไรไม่เก่งเลย แม้แต่ตอนเป็นนักฆ่าก็ถูกคนในที่ทำงานดูถูกและสุดท้ายก็ถูกไล่ออก การล่าค่าหัวซากาโมโตะจึงไม่ใช่แค่เรื่องเงิน หากแต่ต้องการพิสูจน์ว่าอย่างน้อยความสามารถหนึ่งเดียวของเขาก็มีคุณค่าอยู่บ้าง
แต่สุดท้ายเฮสุเกะก็พ่ายแพ้อีกครั้ง เขาร้องไห้และมองว่าตัวเองล้มเหลว เรื่องเดียวที่คิดว่าเก่งที่สุด ท้ายที่สุดก็เป็นคนไม่เอาไหนเหมือนเดิม แต่ในวันที่เฮสุเกะมองตัวเองเป็นคนไม่เอาไหน ซากาโมโตะกลับมองเห็นตรงกันข้าม เขายอมรับว่าเฮสุเกะเป็นหนึ่งในมือสไนเปอร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยต่อสู้ด้วย
การแข่งขันชิงเงินรางวัลครั้งนั้นทีมพวกเขาเป็นฝ่ายชนะ ทว่าสร้างความเสียหายไว้มหาศาล หักส่วนแบ่งออกมาแล้วเฮสุเกะได้เงินไปแค่ 50 เยน (ฮา) และเฮสุเกะก็ได้กลายมาเป็นพรรคพวกของซากาโมโตะ ทั้งยังมาช่วยส่งดิลิเวอรีให้ร้านขายของชำ Sakamoto’s Store เป็นครั้งคราวนับแต่นั้นมา

จะว่าไปแล้ว คนคนหนึ่งที่มีชีวิตหยำเป มองตัวเองเป็นคนไม่เอาไหน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีดีอะไร ชีวิตอาจพลิกกลับด้านได้ ขอเพียงมีใครสักคนมองเห็นด้านงดงามที่เจ้าตัวมองไม่เห็น และพูดออกมาอย่างจริงใจ
ชีวิตหลังถูกบอกว่า นายเองก็มีคุณค่า บางทีอาจสร้างอะไรดีๆ ต่อจากนั้นได้มากเกินกว่าที่เราคิด





