เส้นทางแห่งฝันยาวไกลของ DOTDOTDOT ก๊วนร็อกหนุ่มที่ใช้ชีวิตลู่ไปตามลม

.เริ่มต้นของ…

“DOTDOTDOT คือชื่ออัลบัมของ Talkless วงไทยที่ผมชอบ ชื่อนี้มันอยู่ในใจ พอคิดจะทำวงของตัวเองก็เลยเลือกชื่อนี้” นิค-อาชา ชูช่อทิพย์สกุล ร้องนำ/มือกีตาร์ ไขที่มาชื่อวง เขาย้ำชัดเจนความหมายลึกอะไรกว่านี้ไม่มีหรอก

สมาชิก DOTDOTDOT มีอะไรเหมือนกันหลายอย่าง พวกเขาเรียนที่มหิดลเหมือนกัน คณะเดียวกัน  สนุกกับชีวิตนักดนตรีเหมือนกัน ไม่คาดหวังอนาคตเหมือนกัน เป็นวัยรุ่นเหมือนกัน และวันนี้พวกเขาสวมเสื้อสีดำเหมือนกัน

จะมีที่ไม่เหมือนกันก็คือภูมิลำเนา หัวหน้าวงอย่างนิคเป็นชาวนนทบุเรี่ยน ฟลุ๊ค-พีรวิชญ์ ออกประเสริฐ สถาปนิก/เครื่องดนตรีพื้นบ้าน เกิดที่ชัยภูมิ ฆ้อง-อภิวิชญ์ ภัทรจินดา มือเบสเป็นชาวกทmalls ปอย-ปริพัฒน์ เปี่ยมปิ่น  มือกีตาร์ บ้านอยู่ชัยภูมิ และจูเนียร์-ปราชญ์ รุ่งสุริยะวิบูลย์  มือกลอง อยู่ฉะเชิงเทรา

สมาชิก 5 คนนี้ ไม่ใช่ไลน์อัปดั้งเดิมของวง ย้อนกลับไปสมัยเรียนที่คณะดนตรี มหาวิทยาลัยมหิดล นิคชวนพี่น้องในคณะมารวมตัวกันเพื่อเล่นดนตรีสดในโปรเจกต์ส่งอาจารย์ แต่ด้วยภาระหน้าที่ของงานประจำ ทำให้สมาชิก 2 คนก่อนที่เป็นมือกีตาร์และแคนเป็นอันต้องสละเรือไป ส่วนไลน์อัปชุดนี้นิคบอกว่าคงนิ่งแล้ว ไม่มีเข้าออกแล้ว

ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรเอ่ยมารวมกัน อ่า คนรักดนตรี

ชอบเล่นดนตรีกันตั้งแต่เด็กๆ เลยไหม

ฆ้อง : ตอนเด็กๆ ผมเล่นดนตรีไทยมาก่อน แล้วผมก็ไปเข้าเตรียมอุดมศึกษาด้วยโควตาดนตรีไทย แล้วก็ย้ายมาเล่นดนตรีสากล พอเรียน ม.ปลายจบผมก็มาสอบเข้าเรียนดนตรีที่มหิดล

ปอย : ผมจำได้ว่าตอน ป.6 มันมีซ้อมงานจบของรุ่นพี่ เห็นเขาเล่นดนตรีสากลแล้วมันเท่ดี ผมก็เลยเข้าชมรมดนตรีมาตั้งแต่ ม.1 ยันจบ ม.6 ตอนแรกเคยคิดจะเข้าคณะสถาปัตย์ แต่รู้สึกว่าไม่ได้อินขนาดนั้น อินดนตรีมากกว่า สุดท้ายก็เลยมาเข้าคณะดนตรีที่มหิดล

ฟลุ๊ค : ผมอยู่วงโปงลางกับเพื่อนมาตั้งแต่สมัยอยู่ชัยภูมิ เห็นเพื่อนเล่นผมก็อยากเล่นด้วย ก็เลยเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านมาตั้งแต่เด็กๆ

จูเนียร์ : ตั้งเเต่ประถม ผมเห็นเพื่อนเรียนพิเศษกลองตอนเย็นแล้วอยากเรียน คืออยากออกไปทำอย่างอื่นบ้างนอกจากนั่งเอ๋อในห้องเรียน

นิค : ที่บ้านผมมีกีตาร์อยู่ตัวหนึ่ง พ่อผมพอเล่นกีตาร์ได้ก็เลยให้พ่อสอน ความตั้งใจของผมตอนนั้นคืออยากเป็นมือกีตาร์ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะมาเป็นลีดเดอร์ของวง

แล้วพวกคุณมารวมตัวกันได้ยังไง

นิค : ผมกับจูเนียร์เป็นเพื่อนคลาสเดียวกัน ผมถามจูเนียร์ว่า มึงมีมือเบสแนะนำไหม จูเนียร์ก็เลยชวนฆ้องเข้ามา ส่วนปอยเป็นมือกีตาร์ที่มาแทนมือกีตาร์คนเก่า ส่วนพี่ฟลุ๊คเข้ามาหลังสุด ผมรู้จักเขาจากในโซเชียล เขามากดฟอลโลว์ IG ของวง ผมเข้าไปดูเห็นเขาเป่าแคนด้วย เลยชวนมาทำวงด้วยกัน

ฟลุ๊ครู้จัก DOTDOTDOT อยู่แล้ว

ฟลุ๊ค : ใช่ครับ ผมตามวงน้อยอยู่ตลอด ก่อนเข้ามาเป็นสมาชิกวงผมยังคุยกับเพื่อนเล่นๆ เลยว่าเพลงวงนี้มันแนวอะไรวะ

ปกติชอบเล่นแคน

ฟลุ๊ค : แคนผมเพิ่งมาหัดเล่นตอนใกล้จบมหาลัย ตอนเด็กๆ ผมเล่นหลายอย่างครับ ทั้งพิณ โปงลาง กลองยาว ฉิ่ง ฉาบ พอตอนมหาลัยผมกับรุ่นพี่สถาปนิกด้วยกันก็ทำวงร็อกด้วยกัน แล้วก็ลงวิดีโอที่ผมเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านกับดนตรีสากล

สถาปนิกคืองานหลัก แบ่งเวลามาซ้อมยังไง

ฟลุ๊ค : ปกติ ผมเลิกงานประมาณ 6 โมง ช่วงเวลาซ้อมกับวงก็ต้องรีบมาหน่อย บางทีน้องก็จะนัดประมาณ 2 ทุ่ม ผมก็จะพยายามตามมาให้ทัน แต่ถ้าวันไหนต้องเล่นแล้วมันอยู่ในช่วงเวลางาน ก็ต้องลางาน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเวลาหลังเลิกงาน

ปกติซ้อมวงกันแถวไหน เพราะสมาชิกแต่ละคนน่าจะอยู่ไกลกันพอสมควร

นิค : อย่างผม ผมอยู่นนทบุรี ปากเกร็ด

ฟลุ๊ค : ผมอยู่พัฒนาการ 

ฆ้อง : ผมอยู่แถวปิ่นเกล้า

จูเนียร์ : ผมอยู่โซนลาดพร้าว ผมไปได้ทุกที่ที่วงไป

ปอย : ส่วนใหญ่ผมอยู่ที่ศาลายา

นิค : แต่ละคนจะอยู่ค่อนข้างห่างกัน เวลานัดซ้อมจะมี 2 ที่ คือแถวพระราม 5 กับ ลาดพร้าว 101 เพื่อให้วันหนึ่งใกล้คนหนึ่ง วันหนึ่งใกล้อีกคนหนึ่ง ผมพยายามหาตรงกลางอยู่ในเรื่องการซ้อมและสถานที่

ดนตรีไร้แนว
ก็นี่มันลายเซ็นพวกผมอะครับ

เพื่อให้ได้อรรถรสอย่างถึงที่สุด โปรดเปิดเพลงของ DOTDOTDOT ฟังคลอไปด้วย

สำหรับคนที่เพิ่งลองฟังเพลงของพวกเขาเป็นครั้งแรกอาจเกิดคำถามว่า “เมื่อไหร่จะร้องวะ”

จะเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของวงก็ได้ เพราะคนฟังเพลงส่วนใหญ่จะอินกับเนื้อมากกว่าอินดนตรี ตรงกันข้าม วง DOTDOTDOT เน้นทำดนตรีมากกว่าเนื้อร้อง อันที่จริงวงดนตรีแนว Post-Rock ก็มีเนื้อร้องน้อยหรือไม่มีเนื้อเลยด้วยซ้ำ

พูดตรงๆ นะครับ ฟังครั้งแรกไม่ชินหูเลย คงเป็นเพราะแนวเพลงที่แตกต่างจากเพลงที่มีในตลาดปัจจุบัน แต่ผมโคตรชอบเพลงนี้มากๆ ชอบเหี้ยๆ

พวก Thai Shoegaze Kids แม่งทำเพลงซาวน์เหมือนกันหมด ไม่มีอะไรใหม่ พวกคุณแม่งโคตรโดดเด่นจากวงเหล่านั้น ขอบคุณที่ยังค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับดนตรี

นั่นคือก้อนความรู้สึกหลังผู้คนในโลกออนไลน์ฟังเพลงของ DOTDOTDOT

ใหม่ – แตกต่าง เราสนใจสองคำนี้

ทำเพลงแนวประมาณนี้มาตั้งแต่วันแรกเลยไหม

นิค : ไม่ครับ ก่อนหน้านี้ทดลองทำมาหลายแนว แต่มันยังไม่ใช่ตัวเรา พอมาทำแนวนี้รู้สึกว่ามันสบายมาก มันออกมาเองโดยธรรมชาติมากๆ

แนวเพลงที่ DOTDOTDOT ทำอยู่ทุกวันนี้คือ

นิค : ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเพลงที่ทำเป็นแนวไหน แต่ถ้าให้นิยามผมว่า DOTDOTDOT ทำเพลงแนว Experimental Rock เป็นดนตรีร็อกที่สามารถทดลองได้ทุกอย่าง คือไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง

ฆ้อง : ผมฟังตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกวง จริงๆ เราซ้อมอยู่ห้องข้างกัน ความรู้สึกผมตอนนั้น DOTDOTDOT แปลกใหม่มาก พอได้รู้ว่าพี่นิคฟังอะไรบ้างก็เลย อ๋อ มันมีทั้งความฮิปฮิป มีความ Alternative ยิ่งเอามารวมกับเครื่องดนตรีไทยยิ่งมีความยูนีกขึ้นไปอีก

ศิลปินคนไหนที่คุณฟังบ่อย หรือชอบโดยส่วนตัว

นิค : พี่รัสมีครับ ผมชอบเสียงร้องของเขา ผมชอบวิธีที่พี่รัสมีพรีเซนต์ตัวเองออกมาผ่านเสียงเพลง

ถ้าเป็นศิลปินต่างประเทศ

นิค : Massive Attack เป็นวงที่ฟังได้ตลอดเลย ใน Spotify Wrap-up ประจำปีของผม วงนี้คืออันดับ 1

คิดว่าได้อิทธิพลจากวงนี้เยอะไห

นิค : เยอะมาก Massive Attack เขาใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านอินเดียมาใช้กับเพลงอิเล็กทรอนิกส์ วงนี้ทำให้ผมเห็นว่าดนตรีมันไม่มีกรอบ เราจะหยิบอะไรมาผสมผสานก็ได้ แต่มันก็ต้องเข้ากัน เปิดโลกผมเยอะเลยครับวงนี้

เพลงของ DOTDOTDOT มีเครื่องดนตรีพื้นบ้านอะไรบ้าง

นิค : มีแคนในขวากหนามและความหวาดกลัว และซ่อนความรู้สึกไว้ เพลงกร้านเราใช้พิณตอนเล่นสด ที่เหลือจะเป็นเครื่องดนตรีไทย อย่างขวากหนามเราจะใส่เปิงมางเข้ามาด้วย แล้วก็มีฉิ่ง เพลงทางกลับบ้านเราก็ใส่เสียงซอเข้ามา น่าจะมีประมาณนี้

ขอย้อนนิดนึง ไอเดียการใส่เครื่องดนตรีพื้นบ้านเข้ามานี่ มาได้ยังไง

นิค : เครื่องดนตรีอีสานถูกใส่เข้ามาในเพลงปลาร้า มันมาจากเพลงนั้นเพลงแรก พอทำๆ ไปแล้วรู้สึกว่าอยากใส่แคนเข้ามาด้วย เพราะว่าเนื้อเพลงมันพูดถึงชาวนา พูดถึงปลาร้า แล้วผมนึกถึงเสียงแคน ก็เลยต้องมองหามือแคน ให้เขาลองเล่นแล้วผมนำมาใส่ในเพลงกับเพื่อนๆ ในวง ซึ่งมันก็เข้าเฉยเลย แคนก็เลยถูกใส่เข้ามา

มีแผนจะหยิบอะไรใส่เข้ามาอีก

นิค : ผมกำลังเชียร์ให้พี่ฟลุ๊คเป่าปี่ มันคือปี่อะไรนะพี่

ฟลุ๊ค : ปี่ภูไท

ปกติเนื้อเพลงใครเป็นคนเขียน

นิค : ผมเขียนเป็นหลัก ผมเขียนจากประสบการณ์ส่วนตัว หรือบางที ก็ไปเจอเรื่องราวในอินเทอร์เน็ตก็หยิบมาเขียน การเขียนเพลงของผมมันมาจากหลายทางมากครับ

แทบทุกเพลงของวงเนื้อร้องน้อยมาก ตั้งใจ

นิค : ผมอยากใส่เนื้อร้องไปแค่นั้น ผมแค่หยิบเอาสิ่งที่ผมถนัดหรือเป็นตัวผมออกมา เพลงของวงเรามันก็จะมีเนื้อร้องน้อยหน่อ

คุณเขียนเพลงจากอะไร

นิค : ผมเขียนจากประสบการณ์ส่วนตัว หรือบางที ไปเจอคำบางคำหรือเรื่องราวในอินเทอร์เน็ตก็หยิบมาเขียน การเขียนเพลงของผมมันมาจากหลายทางมากครับ

ตอนจะทำเพลงใหม่สักเพลง แบ่งหน้าที่กันยังไง

นิค : ถ้าขึ้นเพลงใหม่ ปกติจะเป็นผมคนเดียว ผมจะขึ้นโครงมาชัดเจนให้คนอื่นไปลองแกะดู อย่างฆ้องหรือพี่ฟลุ๊คก็จะมีเอาไลน์มาเสนอบ้าง ใส่เบสไลน์นี้เข้าไปไหม ในโครงที่ผมทำ ผมก็จะให้ที่ว่างของแต่ละคน ใครอยากใส่อะไรก็ลองใส่มาได้เลยนะ เวิร์กไม่เวิร์กเดี๋ยวมาว่ากันอีกที

คิดว่าเพลงไหนบอกตัวตนของ DOTDOTDOT ได้ชัดเจนที่สุด

นิค : กร้าน ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มันมีสำเนียงที่ชัดเจนมากๆ ค่อนข้างรุนแรงมาก (หัวเราะ)

ปอย : สำหรับผมคือเพลงปลาร้า มันค่อนข้างชัดมากว่าตัวตนของวงคือประมาณนี้

ฆ้อง : ผมชอบเพลงปลาร้าเหมือนกัน ถ้าได้ฟังแล้วจะรู้เลยว่ามีเอกลักษณ์ของ DOTDOTDOT ชัดมาก เพลงมันมีสำเนียงที่ออกแนวอีสาน

นิค : แต่ยังไม่ได้ปล่อย กำลังหมักปลาร้าอยู่ (หัวเราะ)

วางแผนปล่อยเพลงปลาร้าช่วงไหน

นิค : จริงๆ เพลงปลาร้าผมทำเป็นเพลงแรกของวง แต่ที่ยังไม่ได้ปล่อยสักที เพราะกำลังหาคนมาร้องท่อนหมอลำ แต่ยังไม่ลงตัวว่าเป็นใครดี กำลังหาอยู่ มันติดแค่ตรงนี้แหละครับ

หมายถึงมีเนื้อหมอลำอยู่แล้ว แค่หาคนมาร้อง

นิค : ผมอยากให้คนที่จะมาร้องหมอลำให้เราเขียนเนื้อท่อนหมอลำไปเลย เพราะตอนนี้เรามีโครงที่ค่อนข้างชัดอยู่แล้ว ก็เลยมองๆ ศิลปินหมอลำอยู่ครับ

มองใครไว้

นิค : ที่ผมต้องการคือรัสมี เวระนะ (หัวเราะ) ตอนนี้ผมกำลังชวนอยู่ กำลังพูดคุยกันอยู่ เหมือนเขาจะสนใจนะ คือคุยกันว่าถ้าให้เขาเข้ามากรุงเทพฯ เพื่ออัดก็ต้องเป็นช่วงที่พี่รัสมีทัวร์มาที่กรุงเทพฯ ถ้าได้พี่รัสมีมาฟีดนี่ผมโคตรดีใจเลย

พร้อมจะแมสแล้ว

DOTDOTDOT มี…

ผู้ติดตามในยูทูบ 504 บัญชี

ผู้ติดตามในอินสตาแกรม 822 บัญชี

ผู้ติดตามในเฟซบุ๊ก 386 บัญชี

ผู้ฟังรายเดือนบน Spotify 1,800 บัญชี

ในวันที่บริษัทเทคฯ ณ ซิลิคอน วัลเลย์ ยื่นไม้บรรทัดวัดความสำเร็จด้วยตัวเลขให้โลกรู้จัก ทั้งยอดไลก์ ยอดแชร์ หรือยอดวิว ผลงานไหน บทเพลงใดอับแสงไร้คนตอม เราแทบจะพลิกแผ่นดินหา ตรงกันข้าม ผลงานไหนบทเพลงใดเกิดไวรัลขึ้นมา ถึงไม่อยากดูเราก็ต้องดู

หลายคนอาจเห็น DOTDOTDOT เล่นสดครั้งแรกโปรเจกต์ Brand The Band ของทาง Fungjai และ CEA ที่ Blueprints เมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว พวกเขาขึ้นแสดงเป็นวงสุดท้าย ด้วยแนวดนตรีที่แปลกแหวกไม่เหมือนใคร สื่อดนตรีหลายเจ้าเขียนถึงพวกเขาว่าเป็นวงร็อกรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดตอนนี้ จากนั้น พวกเขาก็มีโอกาสเป็น Supporting Act และเริ่มมีงานจ้าง

ดีหรือไม่ดี ไม่ได้วัดด้วยตัวเลขเสมอไป 

ทุกวันนี้มีงานเข้ามาเยอะไหม

นิค : ก่อนหน้านี้งานเยอะครับ พอพ้นปีใหม่มาถึงตอนนี้ก็มาเรื่อยๆ อย่างเดือนนี้มี 3 งาน

ปกติ เวลาไปออกงานเตรียมไปเล่นกี่เพลง

นิค : ปกติก็ประมาณ 8 เพลง ราวๆ 45 นาที แต่โคราชที่กำลังจะไปเล่น เราเตรียมไป 11 เพลง เขาให้เวลา 1 ชั่วโมง

ตอนได้ไปเล่นที่ BKK Music City อายุวงแค่ 4 – 5 เดือน รู้สึกยังไงบ้าง

นิค : จำได้ว่างานนั้นเป็นงานที่ผมตื่นเต้นที่สุดในชีวิต และนั่นคืองานแรกที่พี่ฟลุ๊คเล่น ช่วงนั้นผมมีความหวั่นใจเล็กน้อย พี่ฟลุ๊คจะได้ไหมวะ เพราะไม่เคยเจอกัน ไม่เคยซ้อมกันมาก่อน แต่พอได้ยินเสียงแคนของเขา ผมแบบ โอเค อุ่นใจละ

ฟลุ๊คล่ะ รู้สึกยังไงกับงานแรกของตัวเอง ตื่นเต้นไหม

ฟลุ๊ค : อยู่ไม่สุข (หัวเราะ) มันเป็นงานแรกและงานใหญ่ ช่วงนั้นผมซ้อมหนักเอาเรื่องเหมือนกัน คือต้องบอกว่าผมไม่ได้มีสกิลของหมอแคนที่สามารถเล่นได้อย่างมืออาชีพ ผมฝึกเอง มันเลยมีสำเนียงที่ต่างออกไป ผมต้องซ้อมและหาจับทางให้แคนที่ผมเล่นมันเข้ากับสำเนียงของวงได้ ผมกลัวทำออกมาได้ไม่ดี กลัวเสียงแคนจะไปเปลี่ยนเพลงที่น้องทำมา

พอจบงานแล้วเป็นไง ฟีดแบ็กดีไหม

นิค : ดีมากครับ พอกลับไปดู เชี่ย กูเล่นผิดเยอะเหมือนกันนี่หว่า แต่พอเล่นจบคนก็เข้ามาคุยเยอะมาชมเยอะ มันเป็นงานที่แบบฟีดแบ็กค่อนข้างดีเลยครับ

ฟลุ๊ค : แล้วคนดูก็เยอะด้วย เล่นช่วงอาทิตย์ตกดินพอดี 

ฆ้อง : มันเป็นงานแรกของปีหลังจากไม่ได้เล่นมาสักพัก ก็ตื่นเต้นอยู่ครับ ผมก้มหน้าเล่นตลอดเลย

ปอย : ผมตื่นเต้น เพราะเราไม่ได้เล่นมาเกือบเดือนหรือเดือนกว่าไม่ชัวร์เหมือนกัน แล้วมันเป็นงานค่อนข้างใหญ่ ผมจำได้ว่าตอนขึ้นเพลงแรกคือมือเย็นมือแข็งเลย แต่พอผ่านไปสัก 2 – 3 เพลงก็สนุกละ

นิค : เป็นงานที่คนแท็กมาในสตอรีเยอะที่สุดแล้วครับ ตอนเล่นผมก็ไม่ค่อยได้ดูคนเท่าไหร่ ผมเป็นสายก้มหน้าเล่น ผมไม่ชอบสบตาคน ผมไม่รู้ว่าจะเอาสายตาไว้ตรงไหน

แสดงว่าตอนเพอร์ฟอร์ม DOTDOTDOT ไม่ใช่สายเอนเทอร์เทนคนดู

นิค : ไม่ใช่สายนั้นเลยครับ มันเป็นเพราะตัวผมด้วยที่ขี้ีอายประมาณหนึ่ง เวลาไปเล่นก็จะไม่ค่อยมีเพอร์ฟอร์แมนซ์ อยากให้เขาโฟกัสที่เพลงมากกว่า

แต่มันมีแวบหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าถ้าเรามองว่าตัวเองเท่ เฟี้ยว มันจะทำให้เรามีแรงที่จะทำอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้คิดอย่างนั้นจริงๆ หรอกนะครับ มันเหมือนเป็นการ Manifest เฉยๆ (หัวเราะ) ถ้าไม่ได้อยู่กับคนที่สนิทกันผมจะนิ่งๆ ไม่ค่อยเฮฮาเท่าไหร่

ปากมีไว้พูด ณ ดินแดนเสรี
แลนด์นักเลง เพลงพูดแทนปาก

มีคนเคยพูดว่า ถ้าอยากรู้ว่าสภาพสังคม ณ ตอนนี้เป็นยังไงให้อ่านวรรณกรรม ไม่ก็เงี่ยหูฟังเพลง

นักดนตรีไม่ได้ต่างอะไรจากทนายความ หมอ นักธุรกิจ นักแสดง นักกิจกรรม จิตรกร หรือแม่ค้า เราล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง หลายวิกฤตที่ประเทศไทยเผชิญหน้า พิสูจน์แล้วว่าต่อให้ต่ำเรี่ยดินหรือสูงเสียดฟ้า เราเจอปัญหาเหมือนกัน เพียงแต่เราเจ็บไม่เท่ากัน

นักแสดงอาจพูดไม่ได้ในบางเรื่อง เสียงของแม่ค้าอาจถูกสังคมเพิกเฉย ศิลปินคือคนอีกกลุ่มที่มีอำนาจอยู่ในมือ พวกเขาสามารถสื่อสาร เรียกร้อง หรือแม้แต่สะท้อนความจริงที่รู้แต่พูดไม่ได้ ผ่านผลงานได้ แน่นอนว่า DOTDOTDOT ใช้เพลงพูดแทนปาก

ปกติตามข่าวกันบ่อยไหม

นิค : ตามอ่าน ตามดู แต่ไม่ได้ไปคอมเมนต์

ปอย : ผมชอบอ่านข่าว ชอบแชร์พี่เต้ (หัวเราะ) เอาแบบไม่กวน คือมันเหมือนเราใกล้จะเรียนจบแล้วอ่ะครับ ต้องออกไปเจอโลกภายนอกแล้ว มันก็ต้องสนใจเรื่องพวกนี

เรื่องอะไรที่รู้สึกว่าขุ่นข้องหมองใจที่สุดในช่วงนี้

นิค : ในโซเชียลมันจะมีการเหยียดกันว่า มึงคนอีสานแน่นอน ผมติดใจกับคำพูดพวกนี้ ที่เขาอาจจะแค่พูดล้อกัน แต่ของแบบนี้มันอยู่ที่ตัวบุคคลด้วยหรือเปล่านะ หมายถึงว่าสิ่งที่เขาพูดกันมันคงมีเหตุผล ถ้าไม่มีเหตุผลเขาคงไม่พูดกัน

หรือมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะเรามองคนไม่เท่ากัน

นิค : ใช่ครับ คำถามคือทำยังไงถึงจะเกิดการรับรู้ว่าคนเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่จังหวัดอะไร ไม่ต้องมาจำแนกแบ่งแยกกัน มันต้องเปลี่ยน Mindset ให้ได้ก่อน ซึ่งทำยังไงผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ

น่าจะยากนะ

นิค : ยากครับ ประเทศเราทุกอย่างมันรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ ภาคอื่นๆ ถูกทอดทิ้ง แล้วคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็ต้องดิ้นรนเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ เพราะว่าการศึกษาในกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดมันไม่เท่ากัน มันเลยทำให้มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เลยยังมีคนพูดอะไรแบบนั้นอยู่

เห็นล่าสุดเพิ่งปล่อยเพลงกร้าน เพลงนี้มันเล่าเรื่องอะไร

นิค : ตอนแรกเพลงกร้านไม่ได้ใช้เนื้อนี้ เวอร์ชันแรกเนื้อมันเล่าอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราเปลี่ยนเพื่อให้คอนเซปต์มันชัดขึ้น เวอร์ชันหลังผมเขียนเนื้อจากเรื่องของแม่ แม่ผมบอกว่าช่วงที่เขาเด็กๆ ตอนอยู่กาฬสินธุ์ บ้านค่อนข้างอยู่ไกลจากในเมืองมาก มันห่างไกลความเจริญมาก แม่ผมต้องออกจากบ้านตั้งแต่ ป.6 เพื่อไปอยู่เชียงใหม่

คิดว่าคนจะเก็ตไหม

นิค : ผมว่ามันก็เข้าใจง่ายอยู่นะ มันคือการก้าวเท้าออกมาจากบ้านโดยที่เรายังไม่ได้พร้อมขนาดนั้น มันไม่ใช่วัยของเราด้วยซ้ำ เราต้องบังคับตัวเองเพื่อจะต้องเติบโต ปัจจุบันนี้น่าจะน้อยลงแล้ว เพราะต่างจังหวัดบางที่ก็เริ่มเจริญขึ้น

แค่บางที่

นิค : ใช่ ผมว่ามันแก้ไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับ ถ้าทุกอย่างยังกระจุกอยู่ในเมืองอยู่ ในความรู้สึกส่วนตัว ผมรู้สึกว่าเรากำลังโดนล้างสมองอะไรบางอย่าง เพื่อให้เราไม่มีแรงไปสู้อะไรกับเขาได้ เหมือนเขากำลังควบคุมเราอยู่ เราคนธรรมดาก็จะทำอะไรมากไม่ค่อยได้ ส่วนเขาก็หาลู่ทางที่จะเติบโตขึ้น ส่วนเราอยู่ที่เดิม

แต่ก็ไม่ปฏิเสธใช่ไหมว่า ถ้าอยู่กรุงเทพฯ คือโอกาสที่วงดนตรีจะอยู่รอดได้

นิค : ใช่ครับ เราก็คงปักหลักอยู่ในโซนกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดถ้ามีงานจ้างก็ไป อย่างเดือนนี้มีไปเล่นที่ Terminal21 โคราช สำหรับผม วงต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง และสมาชิกอยู่ได้โดยที่เราเล่นดนตรีกัน คือศิลปินก็ควรจะอยู่ได้จากการทำเพลง หรือออกไปโชว์

นอกจากเรื่องสังคม การเมือง วงคิดจะทำเพลงเล่าเรื่องอื่นๆ ด้วยไหม

นิค : ในอัลบัมเต็มที่เรากำลังทำกันอยู่ก็มีพูดเรื่องความรัก

การทำวงดนตรี นี่มันยากเหมือนกันนะ

จะว่าเร็วไปก็ไม่ผิด DOTDOTDOT มีอายุวงยังไม่ทันจะครบ 1 ปี มือกีตาร์อย่างปอยกับมือเบสอย่างฆ้อง ก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่ แถมไม่มีค่าย ไม่มีทีมงานหลังบ้านช่วยดูแลรับงาน หัวหน้าวงอย่างนิคนอกจากเขียนเพลงและคุมทิศทางของวงแล้ว ยังต้องทำใจให้นิ่งไม่หวั่นไหวต่อคำถามกับสิ่งที่กำลังทำอยู่

“มันยังเรียกว่าเป็นอาชีพหลักไม่ได้” นิคเล่าถึงสถานะของวง DOTDOTDOT ในแง่ของการทำเป็นอาชีพ อย่างตรงไปตรงมา

จากการพูดคุยกับพวกเขา เราสรุปได้ว่าแพชชันในการเล่นดนตรีอย่างเดียวอาจไม่พอ หากตั้งใจอยากจะหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยอาชีพนักดนตรี มันอาศัยหลากหลายปัจจัย ทั้งการสนับสนุน เงินทุน การบริหารจัดการ การสร้างสรรค์ผลงาน การถูกมองเห็น ฯลฯ

เล่นดนตรีไม่ยาก แต่ทำวงดนตรีให้สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตได้อย่างมั่นคงก็ไม่ง่าย

เล่าให้ฟังหน่อยว่าหัวหน้าวงต้องทำอะไรบ้าง

นิค : ทุกอย่าง (หัวเราะ) ผมเป็นคนรับงานเอง พวกแผนโปรโมตหรือภาพลักษณ์เราก็ลุยกันเอง ถ่ายภาพเอง จัดหาทุกอย่างเองหมดเลย ที่วงยังไม่มี MV สักตัว เพราะเราไม่ได้มีเงินทุนขนาดนั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเริ่มยังไง ก็เลยรอเก็บตังได้สักก้อนหนึ่งแล้วค่อยทำทีเดียวดีกว่า

คิดจะหาหลังบ้านมาช่วยสักคนไหม

นิค : คิดครับ ผมกำลังศึกษาอยู่ เร็วๆ นี้เรากำลังจะปล่อยอัลบัม ผมอยากได้ Art Director หรือคนหลังบ้านที่คอยทำเรื่องพวกนี้ ถ้าเราใช้คนที่ตรงสายไปเลย เขาน่าจะมีมุมมองอะไรที่กว้างกว่าเรา แค่ยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง ติดต่อใคร จะให้เขาทำอะไรบ้าง ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

อยากมีค่ายไหม

นิค : ก็อยากนะครับ ทำงานโดยที่ไม่มีสังกัดมันค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกัน ทุกอย่างต้องลุยด้วยตัวเอง ถ้ามีค่ายมีซัปพอร์ต วงน่าจะแข็งแรงขึ้นได้มากกว่านี้อีก

คิดว่าตัวเองเหมาะกับค่ายไหน

นิค : ผมชอบค่าย NewEchoes เป็นค่ายที่ไม่ได้เมนสตรีมขนาดนั้น วงผมน่าจะเหมาะกับอะไรประมาณนี้

ทำวงดนตรีในยุคนี้ดูเหมือนจะเท่ แต่จริงๆ มันไม่ง่ายเลยใช่ไหม

นิค : คือการเป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบดนตรีมาและทำวงด้วยมันยาก การทำวงๆ หนึ่ง มันใช้ทรัพยากรค่อนข้างเยอะ อย่างเช่นเงินทุนหรือการเข้าถึงโอกาส มันน่าจะมีการสนับสนุนให้กับวงดนตรีรุ่นใหม่ๆ เพราะถ้าปล่อยให้เดินคนเดียวมันค่อนข้างเหนื่อย

สนับสนุนโดยใคร

นิค : ง่ายสุดควรมาจากรัฐบาลไหมนะ จริงๆ มีหลายหน่วยงานที่มองเห็นและสนับสนุนนะครับ อย่าง CEA เขาก็สนับสนุนศิลปินหน้าใหม่ หรือศิลปินที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก เขาเริ่มผลักดันมากขึ้นแล้ว

พูดได้เลยไหมว่าการทำวง DOTDOTDOT เป็นอาชีพหลักที่ทำตอนนี้

นิค : ยังยึดเป็นอาชีพหลักไม่ได้หรอกครับ ยังอยู่ไม่ได้ ตอนนี้ผมไม่มีงานอื่น ทำแค่วงอย่างเดียวเลยครับ

คนอื่นๆ ล่ะ อยากรู้ว่าคาดหวังกับวงไว้แค่ไหน

ปอย : คาดหวังประมาณหนึ่ง แต่ไม่ได้ถึงกับต้องเป็นหลักขนาดนั้น เพราะผมชอบทำอะไรหลายอย่าง ถ้ามันสามารถเป็นงานหลักได้ก็ดี แต่ถ้ายังไม่ถึงจุดนั้นในเร็ววันก็คงไม่ได้กดดันตัวเอง ผมยังมีอย่างอื่นให้ทำ ที่ผมคิดๆ ไว้ก็มีไม่ใช่สายดนตรีเลยก็มี ส่วนตัวผมอยากลองทำสไตลิสต์

ฆ้อง : ของผมขึ้นอยู่กับพี่นิค ผมใจๆ เลย ผมชอบที่ได้เล่นให้ DOTDOTDOT ผมรู้สึกว่าถ้าไม่ได้เล่น ก็ไม่รู้จะได้เล่นอะไรที่เป็นแนวนี้อีกหรือเปล่า งานอื่นที่ผมมองไว้ก็กะว่าจะทำนู่นนี่นั่นของตัวเอง แต่ผมยังไม่อยากรีบเลือกตอนนี้ ขอดูไปเรื่อยๆ ก่อนว่าจะไปทางไหนดี

ฟลุ๊ค : ส่วนตัวยังไม่ได้คิดว่ามันเป็นอาชีพได้ แต่เป็นแพชชันมากกว่า ให้เพลงมันทำหน้าที่ของมันไป ผมขอแค่มีความสุขกับการทำเพลงตรงนี้ อยากทำเพลงแบบไหนก็ทำออกไป เลยไม่ได้คาดหวังกับที่ความชอบของเรามาก มองแค่ปัจจุบันพอ เราทำประมาณนี้เรามีความสุข ยังมีความสุขกับการเล่นดนตรี

จูเนียร์ : ผมสบายๆ ครับ ขอให้ทุกคนสนุกก็พอ

ขอเดินช้าๆ ไม่คาดหวัง
ถ้าเล่นดนตรีแล้วเลี้ยงตัวเองได้ โคตรจะชีวิตในฝัน

ความฝันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ความฝันมันดีตรงที่เราจะฝันใหญ่แค่ไหนก็ได้ มีคนเคยพูดว่าการมีความฝันทำให้ชีวิตของเรามีเป้าหมาย แล้วเราจะตั้งใจใช้ชีวิตในทุกวันเพื่อก้าวไปสู่จุดนั้น

แต่ความฝันจะเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน หากไม่เริ่มลองผิดลองถูก เพราะบางครั้งเราเรียนรู้ผ่านการล้ม ก๊วนร็อกหนุ่มแห่ง DOTDOTDOT ก็เป็นคนมีความฝัน ตามประสานักดนตรี พวกเขามีเวทีที่ฝันว่าสักวันจะได้ขึ้นไปเล่น และเส้นทางของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้น

ตั้งแต่ทำวงดนตรีมา มีอะไรที่เป็นอุปสรรคที่ยากที่สุดหรือเปล่า

นิค : น่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนหน้านี้สมาชิกยังไม่นิ่ง มีคนเข้าๆ ออกๆ ผมก็เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรากำลังควบคุมทุกอย่างได้ดีพอหรือยัง มันเลยมีความสงสัยในตัวเองอยู่บ้าง

ออกด้วยเหตุผลอะไรเหรอ

นิค : อย่างมือแคนคนเก่าเขามีงานประจำ เขาต้องไปทำงานประจำ แล้วบางทีวงต้องไปเล่นในวันธรรมดา เขาลางานมาไม่ได้ ขอโฟกัสที่งานประจำเป็นหลักก่อน ตอนหลังก็เลยได้พี่ฟลุ๊คเข้ามาแทน

สำหรับผมตอนนั้นมันยากมาก หลังจากนั้นผมเลยไล่ถามทุกคนเลยว่ามีปัญหาอะไรมั้ย ติดขัดอะไรกันรึเปล่า ผมถามฟีดแบ็กของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนก็ไม่มีปัญหาอะไร มองกลับไป ไม่รู้ผมแก้ปัญหาไหมด้วยนะ เหมือนผมแค่ปล่อยมันผ่านไป เบลอๆ ไป

สมาชิกตอนนี้คือนิ่งแล้วใช่ไหม

นิค : คิดว่าไม่อยากเปลี่ยนแล้ว อยากให้เป็นเซตนี้ไปเรื่อยๆ ครับ

ในฐานะหัวหน้าวง มองอนาคตของวงไว้ยังไง

นิค : ไม่ได้มองอนาคตไกลหรือวางแผนจริงจังนะครับ ตอนนี้แค่อยากปล่อยอัลบัมเต็ม แล้วก็อยากทำ MV ให้กับบางเพลงในอัลบัมให้มันเป็นตัวเราที่สุด ส่วนอนาคต 2 – 3 ปีข้างหน้า ยังไม่ได้คิดอะไรไกลขนาดนั้นครับ

เป็นคนไม่คิดถึงอนาคตมาตลอดเลยเหรอ

นิค : จริงๆ แต่ก่อนผมเป็นคนมองอนาคตนะ ผมทำวงแนวอื่นมาก็เยอะ ซึ่งตอนทำผมก็มองไกลประมาณ 2 – 3 ปี ว่าอนาคตข้างหน้าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่พอมันไม่ Success มันก็ค่อนข้างเฟล พอมาทำ DOTDOTDOT เลยไม่ค่อยมองอะไรไกลแล้วครับ

คนรอบตัวถามไหมว่าทำอะไรอยู่

นิค : ผมโดนถามเยอะอยู่ แต่คนในครอบครัวอย่างพ่อแม่ เขาเข้าใจและสนับสนุนเรา แต่เวลาไปเจอญาตินี่ค่อนข้างเสียศูนย์ เขาก็พยายามแนะนำนะว่าแบบลองไปอย่างนู้นอย่างนี้ไหม เขาจะแนะนำในมุมของผู้ใหญ่ ล่าสุดเขายกตัวอย่างนนท์ ธนนท์มาให้ผม (หัวเราะ) เขามีความแน่วแน่ในความคิดของเขา ผมก็เลยบอกครับๆ เออออไปกับเขา

แต่ก็แน่วแน่ใช่ไหมว่ายังไงก็จะทำจนมันกลายเป็นอาชีพได้

นิค : ผมจะพยายามจนถึงที่สุด ถ้าไม่ได้เดี๋ยวว่ากันอีกที

ถามเอาตอนนี้ พวกคุณมีเวทีหรืองานในฝันที่อยากไปเล่นไหม

นิค : ถ้าเอา Goal ที่ใกล้ที่สุดคือ อยากเล่น Wonderfruit ผมอยากเล่นมาหลายปี ปกติเขาจะให้ส่งเพลงของวงเข้าไปเพื่อแอดมิสชัน ผมส่งมา 2 – 3 ปีแล้วยังไม่ติด หวังว่าปีนี้จะติด 

ฟลุ๊ค : Tiny Desk ครับ (หัวเราะ) หวังว่าๆ

ปอย : อยากเล่น Summer Sonic เห็นมานาน เห็นวงที่เราชอบได้ไปเล่น ถ้าได้ไปเล่นสักครั้งก็คงเฟี้ยวดี

จูเนียร์ : อะไรที่เขาพูดกันว่าระดับโลกผมอยากไปหมดเลย

ฆ้อง : ผมอยากไปทัวร์ต่างประเทศ ที่ไหนก็ได้

มีแววว่าจะได้ไปเล่นที่ต่างประเทศไหม

นิค : กำลังจะได้ไป แต่ยังไม่ได้คอนเฟิร์มนะ วันที่เราไปเล่นที่งาน BKK MUSIC CITY มีผู้จัดจากจีนชวนไปเล่น เขาชวนไปทัวร์ที่จีน ผมดูโปรไฟล์ก็เป็นบริษัทน่าเชื่อถืออยู่ เหมือนเขาจัดคอนเสิร์ตวงอินดี้ในต่างประเทศที่มันค่อนข้างมีชื่อเลย

เท่าที่ฟัง ดูเหมือนแต่ละคนจะให้อิสระกับชีวิตมาก อยากรู้ว่าโดยส่วนตัวพวกคุณมีความเชื่ออะไรที่ยึดถือใช้กันอยู่บ้าง

ฟลุ๊ค : ผมว่าถ้าเราอยากทำอะไรก็ทำไปเลย ขอแค่มีสติรู้ตัวตลอด

ปอย : ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ แต่ต้องไม่เดือดร้อนตัวเองและคนอื่น ผมว่าเท่านี้โอเค

จูเนียร์ : ผมยึดเหตุผล เเละการยอมรับตัวเองครับ

ฆ้อง : ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ปล่อยไป เราควบคุมทุกอย่างไม่ได้

นิค : ผมจะยึดอยู่ 2 อย่าง ใช้ชีวิตให้มันเต็มที่ไปซะ แบบวันพรุ่งนี้จะมีรึเปล่าก็ไม่รู้ แล้วก็ปล่อยทุกอย่างให้มันเป็นตามที่ควรจะเป็น ให้มันไปตามลม มันจะพัดไปทางไหนก็คอยตั้งรับกับมันไว้

AUTHOR