Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ล็อกเอาต์ออฟฟิศมาฮอกไกโดเมื่อธรรมชาติ และผู้คนระหว่างทาง เปลี่ยนภาพจำจากหนังรักให้อบอุ่นหัวใจ

ล็อกเอาต์ออฟฟิศมาฮอกไกโดเมื่อธรรมชาติ และผู้คนระหว่างทาง เปลี่ยนภาพจำจากหนังรักให้อบอุ่นหัวใจ

14/09/2026
ตามไปดู
AUTHOR: ฉัตรชนก เชาวเดชาวงศ์
SHARE:

 หากให้ลองนึกถึงฮอกไกโด ภาพในจินตนาการของใครหลายคนคงเป็นบรรยากาศที่มองวิวทางไหนก็เห็นหิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั่วเมือง อากาศหนาวติดลบจนต้องซุกตัวในเสื้อโคตบุขน และออกไปเล่นสกีท่ามกลางลานหิมะใช่ไหมล่ะ 

 ก่อนจะมาถึงที่นี่เราเองก็เชื่อแบบนั้น ยิ่งเป็นเด็กยุค 2000 ที่เติบโตมากับหนังจากค่าย GDH ด้วยแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพยนตร์ ‘แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว’ ก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เราติดภาพจำฮอกไกโดไว้แบบนั้น 

 แต่ละวันในกรุงเทพมหานครเมืองแสนศิวิไลซ์ที่วันๆ เราใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับสถานที่เดิมๆ กิจวัตรแบบเดิมๆ การเดินทางที่สูบพลังงานร่างกายไม่แพ้เวลา ค่ำคืนสุดสัปดาห์ก่อนจะบินไปญี่ปุ่น เรารีบปั่นงานที่ออฟฟิศจนเสร็จ ทริปนี้เราตั้งใจไปพักผ่อนโดยที่ไม่อนุญาตให้ตัวเองหอบงานชิ้นไหนไปให้น้ำหนักกระเป๋าเกินเด็ดขาด เราอยากใช้เวลาโดยไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเปิดแล็ปท็อป และไม่ต้องคิดว่าวันพรุ่งนี้จะต้องส่งงานอะไร จึงตัดสินใจล็อกเอาต์ตัวเองออกจากออฟฟิศ แล้วบินไปฮอกไกโดที่เราคุ้นเคยจากภาพในหนังรัก โดยไม่รู้เลยว่าฮอกไกโดที่รออยู่ข้างหน้า จะเป็นแบบเดียวกับที่เราเคยจดจำหรือเปล่า

 ห้าทุ่มสี่สิบห้าได้เวลาโบกมือลาเมืองกรุงฯ เราถึงสนามบินซัปโปโรช่วงสายๆ แล้วต่อบัสอีก 3 ชั่วโมงไปที่ Club Med Tomamu รีสอร์ตกลางผืนป่าที่โด่งดังเรื่องลานสกีและหิมะในช่วงฤดูหนาว แต่ช่วงที่เราไปดันตรงกับฤดูร้อนพอดี

 อากาศหน้าร้อนของที่นี่แปรปรวนจนเดาใจยาก เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ตอนเราไปถึงเหมือนฝนตกมาสักพักแล้ว พื้นโดยรอบยังคงชื้นแฉะ ป่าสนที่เอนเอียงตามแรงลมยังชุ่มฉ่ำ ท้องฟ้ายังคงเป็นสีเทาหม่น ดูไม่มีทีท่าว่าจะแจ่มใสง่ายๆ อากาศเย็นชื้นบวกกับลมที่พัดมาเป็นระยะ ทำให้การต้อนรับของพี่ๆ พนักงาน Club Med ยิ่งอบอุ่นขึ้นไปอีก พวกเขายื่นผ้าขนหนูอุ่นๆ พร้อมชาเขียวร้อนให้เราจิบ นั่งหายใจหายคอกันที่ล็อบบีก่อน หลังจากนั้นจึงพาเดินทัวร์จนทั่วตึกในรีสอร์ต ข้างนอกยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝน ทำให้เราที่เดินทางมาไกลเริ่มหาวนอน

 ขึ้นมาถึงห้องพักยังไม่ทันได้สำรวจจนทั่วห้อง เราก็มานอนทิ้งตัวบนเตียงที่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เรานอนมองวิวตรงหน้าโดยไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียเวลา

 วิวภูเขาสีเขียวหลายเฉดสลับทับซ้อนกัน หมอกหนาลอยปกคลุมเหนือยอดเขาช้าๆ ภาพฮอกไกโดในหนังที่เราเคยคิดว่าคงสวยที่สุดตอนมีหิมะ ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยวิวเขียวชอุ่มของหน้าร้อน เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า จริงๆ อะไรเป็นตัวกำหนดว่าฤดูไหนสวยที่สุดกันนะ  คำถามนี้วนอยู่ในหัวเราไม่นาน ก่อนจะเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น

 เช้าวันต่อมา เราสะดุ้งตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความเคยชินจากการเร่งรีบไปทำงานในเมืองใหญ่ แต่ตารางชีวิตวันนี้ดูต่างออกไป เราเริ่มวันด้วยการไปดูทะเลหมอก อากาศเช้านี้เริ่มมีแดดอ่อนๆ ลมเย็นพัดเบาๆ

 ระหว่างทางเดินไปขึ้นกอนโดลา เราเจอฝูงกวางป่ากำลังยืนเล็มหญ้าอยู่ตรงเนินเขาหน้ารีสอร์ต เรารีบยกกล้องขึ้นมาถ่ายด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่เคยยืนใกล้สัตว์ป่าในระยะไม่กี่สิบเมตรมาก่อน พี่ๆ Club Med บอกว่า กวางป่าพวกนี้คุ้นเคยกับพื้นที่ เดินหากินตามชายป่าหรือพื้นที่โล่งรอบรีสอร์ตเป็นประจำ น้องๆ คือกวางเอโซะชิกะสายพันธุ์ท้องถิ่นแห่งฮอกไกโด

 ด้วยพื้นที่ที่เป็นผืนป่าธรรมชาติยังมีความอุดมสมบรูณ์มาก ทำให้การพบเจอสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่เป็นเรื่องปกติ ทว่ายังมีสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ทุกคนเตือนเป็นเสียงเดียวกันว่าอย่าได้พบเจอเลยดีกว่า คือเจ้าหมีป่าสีน้ำตาล หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า ฮิกุมะ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกที่ใหญ่ที่สุดและทรงพลังที่สุดของประเทศญี่ปุ่น มันไม่ได้น่ารักเหมือน We Bare Bears หรอกนะ มันพร้อมจะจู่โจมพวกคุณให้กลายเป็นมื้ออาหารเลยล่ะ 

 จากนั้นเราเดินต่อไปยังสถานีกอนโดลา เพื่อขึ้นไปยัง Unkai Terrace จุดชมวิวทะเลหมอกที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,088 เมตร ขณะกอนโดลาค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้น ภาพผืนป่าสีเขียวค่อยๆ สลับเป็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวนุ่มฟูที่ลอยอยู่ระดับสายตา เราเห็นทะเลหมอกทอดยาวเหนือหุบเขา รู้สึกใกล้จนแทบจะเอื้อมมือไปแตะได้ สมชื่อ Unkai (雲海) ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ‘ทะเลเมฆ’ หรือ ‘ทะเลหมอก’ จริงๆ

 หลังจากกลับลงมาจากสถานีกอนโดลา ท้องเริ่มส่งสัญญาณประท้วง ห้องอาหารของรีสอร์ตในยามเช้ากว้างขวางและคึกคัก เราเดินหยิบอาหารก่อนจะหาที่นั่งสักมุม รอบตัวเต็มไปด้วยเสียงจานช้อนกระทบกันเบาๆ เสียงพูดคุยของแขกจากหลายภาษา และกลิ่นอาหารอุ่นๆ ที่ลอยอบอวล แสงแดดจากหน้าต่างบานใหญ่ทอดลงบนโซฟา ทำให้บรรยากาศของห้องอาหารดูอบอุ่นและผ่อนคลาย เรานั่งกินอาหารคนเดียวในมุมที่คิดว่าไม่น่าจะมีใครสังเกต จู่ๆ ก็มีพี่ๆ Club Med เดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้ม “Is anyone sitting here? May I sit with you?”

 เราตอบรับพร้อมขยับจานชามหลบให้อย่างเป็นกันเอง พนักงานที่นี่มาจากหลายชาติทั่วโลก แต่โชคดีที่โต๊ะนี้บังเอิญเป็นพี่ๆ คนไทย พอรู้ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน บทสนทนาก็ไหลลื่นอย่างง่ายดาย คุยกันสารพัดเรื่อง ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยว รสชาติอาหาร ไปจนถึงชีวิตความเป็นอยู่ในต่างแดน การกินข้าวมื้อนี้อร่อยขึ้นหลายเท่าด้วยเรื่องเล่าและบรรยากาศเป็นกันเอง ราวกับนั่งกินข้าวกับคนคุ้นเคยที่บังเอิญมาเจอกันไกลบ้าน

 “ถ้ามาฮอกไกโดช่วงหน้าร้อนแบบนี้ มีที่ไหนน่าไปหรือมีกิจกรรมอะไรน่าทำบ้างคะ” เราลองเอ่ยปากถาม

 พี่ๆ หยุดคิดชั่วครู่ก่อนแนะนำกลับมา “จริง ๆ กิจกรรมหน้าร้อนในรีสอร์ตมีเยอะมากเลยนะ มี Mina Mina Beach เป็นชายหาดจำลองในร่ม แต่วันหยุดเด็กๆ อาจจะเยอะนิดหนึ่ง หรือถ้าอยากออกไปข้างนอก ใกล้ๆ มี Farm Tomita ช่วงหน้าร้อนดอกลาเวนเดอร์น่าจะกำลังบานสะพรั่งเต็มทุ่งพอดี”

 คำแนะนำสั้นๆ นั้นค่อยๆ กะเทาะภาพจำของฮอกไกโดในหัว จากภูเขาหิมะและลานสกี ให้เริ่มกางออกสู่เฉดสีใหม่ๆ ทีละน้อย

 ช่วงสายเรานั่งรถบัสออกไปเยือน Farm Tomita เดือนกรกฎาคมคือช่วงเวลาทองที่ดอกไม้กำลังบานสะพรั่งเต็มที่ ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดสลับกับแปลงดอกไม้หลากสีสันปลูกเรียงรายคล้ายรุ้งบนเนินเขา

 แม้ผู้คนจะคึกคักสมเป็นจุดหมายยอดนิยม แต่เราก็เดินเล่นถ่ายรูปเพลินมาก ในฟาร์มมีผลิตภัณฑ์จากดอกลาเวนเดอร์ขายด้วยนะ เครื่องหอม ชา ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟลาเวนเดอร์ เราแวะเดินไม่นานก่อนจะกลับมาที่ Club Med Tomamu เพราะเหลือเวลาอยู่ที่นี่อีกเพียงวันเดียว จากนั้นก็ต้องเก็บกระเป๋าย้ายไป Club Med Kiroro Grand ต่อ พอนึกถึงคำแนะนำของพี่ๆ เมื่อเช้า เราเลยคิดว่ากลับรีสอร์ตไปทำกิจกรรมให้เต็มที่สักหน่อยดีกว่า

 ระหว่างทางเดินกลับห้องพัก บังเอิญเดินสวนกับพี่ Club Med คนไทยที่นั่งทานข้าวด้วยกันเมื่อเช้า พี่เขาทักทายด้วยรอยยิ้มก่อนเอ่ยปากชวนไปดูโชว์ของเหล่าพนักงานที่จะจัดขึ้นที่ห้องเธียเตอร์คืนนี้

  “เจอกันแน่นอนค่ะ”เราตอบรับด้วยความยินดี

 “เตรียมเสียงกรี๊ดดังๆ ไว้เลยนะ!” พี่เขาส่งยิ้มทิ้งท้ายก่อนเดินสวนไป

 กลับถึงห้องพัก เรารีบเปลี่ยนชุดเพื่อไปว่ายน้ำและแช่ออนเซ็นที่ Mina Mina Beach ชายหาดจำลองในร่มขนาดใหญ่ ทันทีที่ก้าวเข้าไป บรรยากาศด้านในเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ที่กำลังเล่นน้ำกับโอโตซัง (คุณพ่อในภาษาญี่ปุ่น) อย่างสนุกสนาน

 เรายืนมองหาดจำลองจากมุมสูง ปล่อยสายตาและใจให้ลอยไปกับผู้คนที่กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาตรงหน้า นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองใช้ชีวิตช้าๆ และยืนสังเกตสิ่งรอบข้างแบบนี้

 “อาเล อาเล โทมามุ อาเล อาเล โทมามุ อาเล… วู้บ วู้บ!”

 ยังไม่ทันเดินถึงหน้าห้องเธียเตอร์ เสียงเพลงประจำรีสอร์ตที่ได้ยินจนติดหูก็ดังเล็ดลอดออกมา ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และบรรยากาศสุดคึกคักก็เข้าปะทะทันที แสงไฟสว่างไสวสาดลงบนเวที ผู้คนยืนส่งยิ้ม ร้องเพลง และขยับสายสะโพกตามจังหวะดนตรี ทำให้บรรยากาศดูครึกครื้นไปทั่วทั้งห้อง

 เหล่าพนักงาน Club Med ผลัดกันออกมาโชว์ความสามารถ ทั้งร้อง เต้น เล่นมายากล และห้อยโหน จนกระทั่งถึงคิวโชว์ของพี่ๆ คนไทย จังหวะเพลงคุ้นหูพร้อมท่าเต้นสายแดนซ์สไตล์ไทยๆ ทำเอาคนนั่งฟังอยู่นิ่งไม่ติด จนต้องลุกขึ้นไปร่วมโยกย้ายด้วย ไม่ใช่แค่คนไทยนะ แขกต่างชาติรอบข้างต่างก็พากันร่วมเต้นร่วมจอยกันอย่างเต็มที่ นับเป็นการส่งท้ายค่ำคืนสุดท้ายใน Tomamu ที่ปลดปล่อยและสนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ

 วันต่อมาช่วงสาย ได้เวลาย้ายปักหลักกันต่อที่ Club Med Kiroro Grand ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ล็อบบี โถงโอ่อ่าพร้อมบันไดทอดตัวขึ้นสู่ชั้นลอย ก็พาความคิดย้อนกลับไปถึงฉากจำในภาพยนตร์ ‘แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว’ ที่ ‘นุ้ย’ ยืนมองลงมาจากชั้นบน แล้วพบว่าภรรยาของท็อปเดินทางมาเซอร์ไพรส์ โดยมี ‘เด่นชัย’ ยืนมองเธออยู่จากมุมหนึ่งของล็อบบี ในใจแอบสงสัยว่า เอ๊ะ ใช่โลเคชันเดียวกันจริงๆ ไหมนะ? ประเด็นนี้ขอไม่เฉลยแล้วกัน ลองย้อนกลับไปเปิดหนังดูแล้วจับสังเกตกันเอาเอง

 หลังได้พักผ่อนแบบไม่ต้องเร่งรีบมาหลายวัน วันนี้หลอดพลังงานชาร์จเต็มร้อย จึงขอออกไปปั่นจักรยานภูเขาสำรวจธรรมชาติรอบรีสอร์ตสักหน่อย ไกด์ปั่นนำทางไปตามเส้นทางป่าสนและเทือกเขาสีเขียวขจี ก่อนจะพาแวะชมน้ำตกและลานสกี พื้นที่ซึ่งในฤดูหนาวคงถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวหนาแน่น ทว่าในยามนี้กลับกลายเป็นผืนหญ้าสีเขียวสดทอดตัวยาวสุดสายตา

 ระหว่างทางปั่นไปเรื่อยๆ สายลมเย็นปะทะใบหน้า เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม อัตราการเต้นของหัวใจเร่งเร็วขึ้นพร้อมเสียงหายใจที่เริ่มติดขัด แรงถีบสองขาค่อยๆ แผ่วลง จากตอนแรกที่คิดเพียงว่าจะปั่นจักรยานชมวิวเพลินๆ กลับกลายเป็นกิจกรรมที่ต้องออกแรงเอาเรื่องไม่ใช่เล่น

 เมื่อปั่นมาถึงจุดพัก จึงจอดจักรยานแล้วปลีกตัวไปเดินดูน้ำตก ความเงียบสงบที่โอบล้อมไปด้วยแมกไม้ ใบหญ้า สายน้ำไหลซู่ๆ กับเสียงนกที่ร้องบรรเลงคลอไปกับธรรมชาติ

 ปกติแล้วเวลาทำงานหรืออยากผ่อนคลายในกรุงเทพฯ เรามักจะโหยหาสิ่งนี้จนต้องเปิดเสียงธรรมชาติผ่านหูฟังอยู่เสมอ แต่วันนี้กลับได้มายืนฟังเสียงธรรมชาติจริงๆ เรายืนซึมซับบรรยากาศอยู่อีกครู่ใหญ่ จนกระทั่งเสียงไกด์เอ่ยเรียกให้เดินทางต่อ จึงเดินกลับไปขึ้นจักรยานแล้วปั่นย้อนกลับตามเส้นทางเดิม

 หลังจากคืนจักรยานที่ Sport Center สายตาแวบไปเห็นพี่ๆ Club Med กลุ่มที่เคยมาต้อนรับเมื่อตอนบ่ายเพิ่งเล่นเทนนิสเสร็จพอดี จึงเดินเข้าไปทักทาย ระหว่างยืนคุยสายตาก็เหลือบมองลงไปยังสนามฟุตบอลด้านล่าง เด็กๆ กำลังวิ่งเตะบอลกันสนุกสนาน บางคนวิ่งไล่ลูก บางคนตั้งท่ารอรับบอล พร้อมเสียงโคชตะโกนกำชับเป็นระยะ

 “ที่นี่เด็กๆ มาเตะฟุตบอลกันเยอะจังเลยนะคะ”เราหาเรื่องคุยเล่นขึ้นมา 

 ถึงได้รู้ว่าที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องฟุตบอล มี Zico 10 Camp เป็นแคมป์ฟุตบอลสำหรับเด็กๆ ที่มาเรียนรู้ทักษะฟุตบอลและทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างที่มาพักผ่อนกับครอบครัว ได้ฝึกกับอดีตนักฟุตบอลชื่อดังชาวบราซิล Zico – ซิโก้ อาร์ตูร์ อันตูเนส โคอิมบรา

 หลังจากใช้พลังงานมาอย่างเต็มที่ เราก็ตรงดิ่งไปห้องอาหารด้วยความหิวโซ เริ่มคุ้นเคยกับธรรมเนียมของ Club Med มาบ้างแล้ว พอเห็นพี่ๆ เดินเข้ามาในห้องอาหาร เราเลยชวนมานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างไม่ลังเล

 ปลดล็อกความทรงจำที่ฮอกไกโดด้วยความสัมพันธ์แบบ Club Med

 ด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าชีวิตแต่ละวันในสกีรีสอร์ตของคนที่นี่เป็นอย่างไร บทสนทนาบนโต๊ะอาหารมื้อนี้จึงหมุนรอบเรื่องราวของพี่โอ๊ตและพี่อามัส สอง GO (Gentle Organizer) คนไทยที่เราเจอมาตั้งแต่เดินทางมาถึง Club Med Kiroro Grand

 “สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนใครคือ พนักงานจะคอยสังเกต คอยเข้าหา ชวนคุย ชวนกินข้าว เพราะไม่อยากปล่อยให้แขกต้องรู้สึกเหงา” พี่ๆ เล่าติดหัวเราะ “แต่ถ้าใครเป็นอินโทรเวิร์ตสุดๆ ก็อาจจะ Culture Shock อยู่เหมือนกัน”

 คำบอกเล่านั้นทำให้เราย้อนคิดไปถึงวันแรก เรานึกออกทันทีว่าทำไมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเดินทางที่แบกความล้ามาคนเดียวอย่างเราถึงไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเลยสักครั้ง

 “จริง ๆ มีแขกหลายครอบครัวที่ตั้งใจจองกลับมาหาเราทุกปี” พี่โอ๊ตเล่าด้วยรอยยิ้ม “อย่างฤดูร้อนนี้ก็มีแขกที่เคยดูแลกันเมื่อหน้าหนาวกลับมา พอเจอหน้า จำชื่อกันได้ เขาก็เข้ามาทักทายแล้วชวนนั่งกินข้าวด้วยกัน”

 ความน่ารักคือ GO ที่นี่ไม่ได้ประจำอยู่ที่เดิมตลอด แต่จะย้ายไปรีสอร์ตสาขาอื่นทั่วโลกทุก ๆ 6 เดือนถึง 1 ปี ชีวิตการทำงานของพวกเขาจึงเหมือนการเดินทางที่ไม่หยุดนิ่ง แต่นั่นกลับไม่ใช่อุปสรรคในความสัมพันธ์ระหว่างแขกและ GO เลย เพราะเมื่อผูกพันกันแล้ว แขกหลายคนถึงขั้นทักมาถามว่าฤดูกาลหน้าจะย้ายไปประจำที่ไหน แล้วตามไปจองพักที่นั่น

 ฟังถึงตรงนี้ เรารู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่การเดินทางช่วงเวลาสั้น ๆ กับกลุ่มคนที่เพิ่งเคยเจอ กลับให้ความรู้สึกอุ่นใจเหมือนได้แวะมาพักบ้านตากอากาศของเพื่อนสนิท ความใส่ใจอย่างไร้ระยะห่างเช่นนี้ไม่ใช่แค่บริการตามหน้าที่ แต่มันกลายเป็น DNA และเสน่ห์เฉพาะตัวของที่นี่ไปโดยปริยาย

 รถบัสเคลื่อนตัวออกจากรีสอร์ตช้าๆ ในเช้าตรู่ของวันสุดท้าย มองผ่านกระจกออกไป เห็นพี่ๆ Club Med ยังคงยืนยิ้มและโบกมือส่งจนรถลับสายตา ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับตัวเองในคืนวันศุกร์ก่อนบิน คนที่เพิ่งล็อกเอาต์ออกจากออฟฟิศในกรุงเทพฯ ด้วยร่างกายที่ร่อยหรอและหัวใจที่แบกความเหนื่อยล้ามาเต็มกลืน

 ตอนนั้นเราแค่ตั้งใจจะหนีมาซ่อนตัวในภาพจำของฮอกไกโดอันหนาวเย็นตามที่เคยเห็นในหนังรัก ไม่ได้คาดหวังเลยว่าเมืองที่ไม่มีหิมะสักเกล็ด และผู้คนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน จะโอบรับเราไว้ด้วยความอบอุ่นขนาดนี้

 ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่นี่ ฤดูกาลไม่ได้ทำหน้าที่แค่เปลี่ยนสีของทิวทัศน์จากขาวโพลนเป็นเขียวชอุ่ม แต่ได้เปลี่ยนตัวตนข้างในของนักเดินทางคนนี้ไปด้วย

 ภาพจำของฮอกไกโดต่อจากนี้จะไม่ใช่ความหนาวติดลบที่ต้องพึ่งเสื้อโคตบุขนอีกต่อไป แต่เป็นความทรงจำสีเขียวสดใสที่อุ่นฟูด้วยไมตรีจิต การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรานึกถึงแนวคิดญี่ปุ่นอย่าง Ichigo Ichie (一期一会) —) ‘หนึ่งช่วงเวลา หนึ่งการพบเจอ’ เพราะต่อให้วันหนึ่งเราจะพาตัวเองกลับมายืนที่เดิมแห่งนี้อีกครั้ง แต่ผู้คน จังหวะเวลา และตัวเราในวันข้างหน้าก็คงไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว รถบัสพาเราไกลออกไปเรื่อยๆ แต่แปลกดีที่คราวนี้ ในกระเป๋าเดินทางไม่มีงานสักชิ้น และในหัวใจก็ไม่มีความล้าหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงพลังชีวิตที่ถูกชาร์จจนเต็มเปี่ยม พร้อมจะกลับไปล็อกอินเข้าสู่บทบาทเดิมในเมืองใหญ่ด้วยหัวใจที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Tags:hokkaidoClubMedJapanClubMedTomamuClubMedKirorograndตามไปดูa day
Share :
Author
ฉัตรชนก เชาวเดชาวงศ์
Photographer
-
แมลง อาหารของมวลมนุษยชาติ
Photo Storiesแมลง อาหารของมวลมนุษยชาตินักเขียน : Mok Lachantra
My Hero Academia ศัตรูตัวฉกาจอาจไม่ใช่เหล่าวายร้าย
A Better DayMy Hero Academia ศัตรูตัวฉกาจอาจไม่ใช่เหล่าวายร้ายนักเขียน : วงศกร ลอยมา
Satit SOLO Exhibition: ‘The Resume’ ‘เกิดขึ้นตั้งอยู่ทำต่อไป’ การสมัครงานครั้งแรกของ “สาธิตกาลวันตวานิช”
AgendaSatit SOLO Exhibition: ‘The Resume’ ‘เกิดขึ้นตั้งอยู่ทำต่อไป’ การสมัครงานครั้งแรกของ “สาธิตกาลวันตวานิช”นักเขียน : a team