Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ไหนๆ มีอะไรกินบ้าง? ส่องสำรับลับในตำนานย่านกุฎีจีน-คลองสาน ที่งาน Eat in Soi

ไหนๆ มีอะไรกินบ้าง? ส่องสำรับลับในตำนานย่านกุฎีจีน-คลองสาน ที่งาน Eat in Soi

10/01/2019
Uncategorized
AUTHOR: ฆฤณ ถนอมกิตติ
SHARE:

 ลองนึกภาพตามว่ามื้อเย็นของเราประกอบไปด้วยอาหารตรงหน้า ดังนี้

 ข้าวหมกเครื่องเทศหอมฉุยพร้อมไก่ย่าง 3 สูตร

 กุ้งย่างซอสสะเต๊ะที่เสิร์ฟพร้อมยำถั่วพูรสชาติดั้งเดิม

 บัวลอยไส้เค็มที่ซึมซับน้ำขิงร้อนๆ ชุ่มคอ

 และอีกหลายเมนูที่แทบหาทานที่ไหนไม่ได้แล้ว

 แต่ทั้งหมดจะถูกเนรมิตอยู่บนจานอาหารอีกครั้งในงาน Eat in Soi

 

 งาน Eat in Soi กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 18-20 มกราคมนี้

 สำหรับใครที่ยังไม่ทราบ เราขอเล่าให้ฟังอย่างคร่าวๆ ว่างานนี้คือเทศกาลย่านเมืองเก่าที่เกิดจากความร่วมมือของมูลนิธิประชาคมย่านกะดีจีน-คลองสาน ร่วมกับคนท้องที่ เครือข่ายศิลปินและนักออกแบบ พวกเขาร่วมกันเนรมิตอุทยานสมเด็จย่า เขตคลองสาน และพื้นที่โดยรอบให้กลายเป็นเทศกาลที่มีทั้งของกินเป็นแกนหลัก และแสง สี ศิลป์ เป็นจุดขาย เป้าหมายคือการฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมและระดมทุนสมทบมูลนิธิผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมายที่มีในงาน

 

 จริงๆ แล้วถ้าดูจากชื่องานเราก็น่าจะพอทราบว่าแกนหลักของงานที่เราจะได้เห็นและได้ชิมแน่ๆ คืออาหารพื้นถิ่น

 ของกินในงานจะสื่อถึงวัฒนธรรมการกินแบบพหุวัฒนธรรมของย่านกุฎีจีน-คลองสานแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ สไตล์อาหารฝรั่ง แขก ลาว มอญ และจีน ผสมกันอย่างลงตัวจนเกิดเป็นวัฒนธรรมการกินแบบใหม่อย่างลงตัวและหนึ่งในไฮไลต์ของงานที่เราอยากหยิบมาเล่าให้ฟังคือสิ่งที่เรียกว่า Chef’s Table ตอน ตำรับธนบุรี นามนี้มีนัย ณ อุทยานสมเด็จย่า ในวันที่ 18 มกราคม 2562

 Chef’s Table แสนอร่อยนี้เกิดจากไอเดียของ เชฟโอนะ–โมน ธีระธาดา เชฟประจำภัตตาคาร Na-Oh ที่อยากจะรังสรรค์เมนูจากอาหารพื้นถิ่นของชุมชนย่านเมืองเก่า เชฟโอนะเลยเลือกรังสรรค์เมนูอย่างพิถีพิถันโดยแต่ละเมนูล้วนสื่อถึงมรดกวัฒนธรรมย่านประวัติศาสตร์ธนบุรีทั้งสิ้น

 มีเมนูอะไรบ้าง เรามาลองชิมผ่านตัวอักษรไปพร้อมๆ กัน

 

 Boston baked beans & Boston brown bread

 พระกระยาหารทรงโปรดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตำรับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมนูนี้เกิดจากการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า ผู้ทรงมีชีวิตในวัยเยาว์ ณ ย่านคลองสาน และเป็นพระราชมารดาของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

 ข้าวหุงสามไก่

 เมนูที่เกิดจากการเสิร์ฟข้าวหมกเครื่องเทศกับเนื้อไก่ปรุงด้วย 3 กรรมวิธี 3 ที่มา ประกอบด้วย ไก่ย่างพิริพิริ ไก่สะเต๊ะ และไก่เคบับ ไก่ทั้ง 3 อย่างนี้สะท้อนความเป็นย่านพหุวัฒนวัฒนธรรมของย่านกุฎีจีน-คลองสานเป็นอย่างดี เพราะไก่ย่างพิริพิริคือตัวแทนของสูตรแบบโปรตุเกส ไก่สะเต๊ะเป็นตัวแทนของสูตรแบบอินโดนีเซีย และไก่เคบับเป็นตัวแทนของสูตรแบบตุรกี

 ซุปเหงาหงอด-ปลาย่าง

 ซุปนี้ดัดแปลงจากแกงเหงาหงอดสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสันนิษฐานว่าเดิมเป็นอาหารโปรตุเกสที่นำมาปรุงกับกะปิแบบไทยเพิ่มเติม ถ้าใครนึกไม่ออก ซุปเหงาหงอดจะลักษณะคล้ายแกงส้ม แต่ซุปเหงาหงอดจะเป็นซุปใส เวลาทานจะทานคู่กับปลาจากแม่น้ำเจ้าพระยา หนังกรอบ

 กุ้งลายเสือย่างซอสสะเต๊ะ-ยำถั่วพูโรยงาและข้าวคั่ว

 เมนูกุ้งหมักด้วยซอสสะเต๊ะจะมีรสชาติที่มาพร้อมกับพี่น้องมุสลิมเชื้อสายมลายูแดนใต้ เมนูนี้จะเสิร์ฟพร้อมกับยำถั่วพูแบบไทย เสริมด้วยข้าวคั่วเพิ่มรสชาติและข้าวหอมแบบลาวซึ่งเป็นชาติพันธุ์หนึ่งในย่านกุฎีจีน-คลองสาน ที่เข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3

 ข้าวเเช่-สำรับเครื่องเคียง

 ข้าวแช่ตำรับมอญ ทานคู่กับเครื่องเคียงที่สะท้อนความเป็นย่านกุฎีจีน-คลองสาน ทั้งไข่เค็มดองน้ำปลาจากโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ หรุ่มกุ้ง อาหารหายากที่ยังสืบทอดในชุมชนมุสลิมย่านฝั่งธนฯ ถิ่นคลองบางหลวง ลูกกะปิปลาส้ม เเตงโมปลาส้มเเห้ง และไชโป๊วุ้นเส้นผัดมาซาล่า

 บัวลอยญวน-น้ำขิงปรุงอย่างเทศ

 เมนูขนมไทยโบราณที่มีจุดเด่นตรงไส้เค็ม รสชาติคล้ายๆ ขนมเทียน เราจะได้ทานคู่กับน้ำขิงร้อน ปรุงเฉพาะอย่างย่านกุฎีดีจีน-คลองสาน รวมเครื่องเทศครบรสทั้งขิง ตะไคร้ สะระแหน่ กานพลู และอบเชย

 กุดสลัง-เจี่ยเต้

 กุดสลัง หรือ กุสรัง เป็นขนมขึ้นชื่อชุมชนกุฎีจีนที่นิยมทำรับประทานในครอบครัวชาวคริสต์ ขนมนี้ทำจากแป้งกับไข่นวดเข้ากันตัดเป็นเส้น ขดเป็นเกลียว ทอดในน้ำมันร้อน พักให้เย็น แล้วชุบน้ำตาล ให้รสชาติหวาน มัน กรอบ เสิร์ฟพร้อมชาร้อนจีนเพิ่มความหอมและกลมกล่อม

 

 สำหรับใครที่สนใจอยากลิ้มลองอาหารสำรับลับรสเลิศนี้ สามารถสำรองที่นั่งโดยตรงได้ที่เพจของเราได้เลย และนอกจากอาหารจาก Chef’s Table ที่กล่าวมานี้ ในงานยังมีของกินและกิจกรรมอีกเพียบ ตั้งแต่การจัดแสดงแสง สี ศิลป์ การออกร้านของคนในชุมชน เทศกาลหนังสั้นย่อมๆ นิทรรศการภาพถ่าย กิจกรรมเต้นสวิง ไปจนถึงเวิร์กช็อปต่างๆ (ดูรายละเอียดกิจกรรมได้ที่นี่)

 สำหรับใครที่อยากอิ่มท้อง อิ่มใจ แถมได้เรียนรู้วัฒนธรรมเมืองเก่า เราขอเชิญชวนทุกคนให้ได้มาสัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ที่งาน Eat in Soi นะ ภายในงานยังมีอะไรอีกมากให้พูดถึงและร่วมสนุก หรือถ้าใครไม่สะดวกไป หลังจบงานเราจะมีบทความสรุปกิจกรรมให้ทุกคนได้ติดตามอีกเช่นเคย

 แล้วพบกัน

Tags:foodchef tableeatinsoi
Share :
Author
ฆฤณ ถนอมกิตติ
Photographer
-
กินอะไรในวันโลกแตก? เรือ (บิน) Na-Oh ร้านอาหารที่เสิร์ฟรสความสิ้นหวังในวันสิ้นโลก
ที่กินกินอะไรในวันโลกแตก? เรือ (บิน) Na-Oh ร้านอาหารที่เสิร์ฟรสความสิ้นหวังในวันสิ้นโลกนักเขียน : บุญญานันท์ กาญจนกิจ
The Attic Diary Cafe : Chef's Table สูตรคุณยายในบ้านริมทางรถไฟ
HappinessThe Attic Diary Cafe : Chef's Table สูตรคุณยายในบ้านริมทางรถไฟนักเขียน : ณัฐชา สงวนเกียรติชัย
เส้นทางขนมหวานที่ ‘ลัท’ รองแชมป์ Masterchef Thailand เลือกเดินจากความรัก
Culture & Entertainmentเส้นทางขนมหวานที่ ‘ลัท’ รองแชมป์ Masterchef Thailand เลือกเดินจากความรักนักเขียน : จิตกานต์ วงษาสนธิ์