Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
วันที่ฉันปิดเฟซบุ๊ก (อาจจะตลอดไป)

วันที่ฉันปิดเฟซบุ๊ก (อาจจะตลอดไป)

25/09/2017
a day that changed my life
AUTHOR: ปวีณา สมจิตร์
SHARE:

 คุณเคยอยู่นิ่งๆ และสังเกตความคิดฟุ้งๆ ในหัว หรือความรู้สึกลึกๆ ก่อนที่คุณจะเปิดและดูเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมบ้างมั้ย?

 เคยรู้สึก…อิจฉาคนอื่นว่าทำไมเขาโชคดีที่ชีวิตเกิดมาราวกับว่าเพื่อมีความสุขอย่างเดียวบ้างรึเปล่า?

 เคยรู้สึก…เบื่อบางคนที่พร่ำพรรณนาบอกเล่าขยายเรื่องราวและความรู้สึกออกไปได้ยาวยืดจนคุณคิดว่า
เค้าน่าจะหาพี้นที่อื่นที่เหมาะกว่านี้ไหม?

 เคยรู้สึก…เศร้า…รู้สึกแย่กับบางเรื่องราวที่เราไม่ได้ตั้งใจจะเห็นแต่มีคนอยาก ‘แชร์’ บ้างมั้ย?

 เคย…เจออะไรดีๆ แล้วรู้สึกอยากตะโกนให้ทั้งโลกรู้จังเลยว่า (เอามือป้องปากทำท่าตะโกนเหมือน…เหินฟ้าาาา) “ชีวิตฉันดีๆๆๆ”
บ้างรึเปล่า?

 เคย…เสียใจเวลาที่เห็นหรืออ่านอะไรที่มันสะเทือนความรู้สึกมั้ย?

 ฉันเคยหมดล่ะ…และฉันว่าทุกคนก็คงเคย
บ้างก็เคยผ่าน บ้างก็เคยทำ

 สำหรับตัวฉันเอง
ฉันรู้สึกว่าโลกในโซเชียลมีเดียหมุนเร็วจังเลย ทุกอย่างดู ‘เยอะ’ จนล้นเอ่อ ‘ท่วมท้น’ จนฉันเริ่มชิน

 แล้วเสียงในหัวข้างหนึ่งก็บอกตัวฉันว่า

 ‘…มันก็อย่างนี่ล่ะเธอ…โซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนสมัยนี้ ไม่ว่าเธอจะอยากรับรู้หรือไม่ก็ตาม
ยังไงเธอก็ต้องได้พบเจอ ได้เผชิญหน้ากับมันอย่างไม่มีทางเลือก’

 แต่เสียงอีกข้างในหัวก็ถามว่า

 ‘…จริงเหรอที่เราไม่มีทางเลือก
และจริงเหรอที่ชีวิตเราตอนนี้ขาดมันไม่ได้แล้ว
?’

 คำถามผุดขึ้นมาในหัวของฉันแบบนี้เป็นบางครั้งบางคราว
จนมาวันหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความ ‘ไม่สุข’ อยู่รอบๆ ตัวโดยที่ฉันเองไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด
จึงได้หยิบแว่นขยายมาส่องดูความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง

 แว่นขยายของฉันก็คือ
การหยุดอยู่นิ่งๆ และตั้งคำถามกับตัวเองเพื่อย้อนกลับไปหาสาเหตุว่ามันมาจากไหนกันนะสิ่งที่ทำให้เรา ‘ไม่สุข’

 และฉันก็ค้นพบว่า หลายๆ ความคิด
ความรู้สึก รวมถึงพฤติกรรมที่นำมาซึ่งความ ‘ไม่สุข’ ของฉันนั้น
รากเหง้าที่สำคัญส่วนใหญ่มาจากการเสพโซเชียลมีเดียที่คอยป้อนแต่ข้อมูลที่ตัวฉันเองไม่ได้อยากจะรับ และตีกรอบของโลกอีกโลกหนี่งจนทำให้เรากระเหือดกระหายและว่ายวนตามไปกับกระแสของข้อมูล
ของสังคม นำมาซึ่งความเครียดแอบแฝง คอยผลักดันให้เราสร้างตัวตนเพื่อให้สังคมในกรอบของโลกนั้นๆ ยอมรับโดยที่เราเองไม่รู้ตัวเลย

 ขโมยห้วงเวลาอันมีค่าที่เราควรจะได้สัมผัสกับมัน ณ ขณะนั้นอย่างลึกซี้ง

 ขาดสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

 ขาดความอดทนในการโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนี่งได้นานๆ

 และที่สำคัญ
มันทำให้เราไม่ได้ยินเสียงลึกๆ ข้างในใจของตัวเอง
เพราะเสียงในโลกนั้นมันกลบและเบนทุกอย่างที่เป็นตัวเราห่างออกไป…ทีละเล็ก…ทีละน้อย

 และวันนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะ ‘หยุด’

 หยุดเพื่อฟังเสียงลมหายใจ
เสียงของความคิด เสียงคนข้างๆ เสียงของโลกจริงๆ

 การหยุดและถอยตัวเองออกมาจากกรอบของโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เรา ‘ติดกับ’ นั้นก็คือการ ‘ปิด’ โซเชียลมีเดีย
ที่ไม่ใช่แค่การปิดแอพพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ
แต่หมายถึงการปิดแอคเคานต์การใช้งานและเป็นการปิดแบบที่..ไม่มีจุดหมายปลายทาง
เสียด้วยซิ

 ผ่านมาตอนนี้มันก็เป็นเวลาสามเดือนแล้วนะที่ฉันไม่มีเฟซบุ๊กและปิดอินสตาแกรมส่วนตัวไป เหลือไว้อย่างเดียวก็คืออินสตาแกรมที่ไม่มีตัวตนฉันอยู่
และไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากการเผยแพร่ผลงานภาพวาด (ที่นานๆ จะมีที)

 และสามเดือนที่ผ่านมานั้น สิ่งที่ฉันค้นพบจากชีวิตหลังโซเชียลมีเดียก็คือ

 ฉันมีสมาธิในการทำงานได้ดีขึ้น
ได้นานขึ้นกว่าเดิม
…เยอะมาก

 ฉันมีความรู้เพิ่มขึ้นเพราะมีเวลา
มีสมาธิในการศึกษาและการอ่านได้ดีกว่าเดิม

 ฉันสัมผัสและซึมซับประสบการณ์ตรงหน้าได้แบบที่ไม่ต้องกังวลกับรูปถ่ายและไม่ต้องป่าวประกาศใครอีกแล้ว

 ฉันดำเนินชีวิตของตัวเองได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องดูชีวิตใคร
เพื่อมาเป็นมาตรฐานอีกต่อไป

 ฉันมีเวลาศึกษาและได้ลงมือทำในสิ่งที่มันเป็นความสนใจของตัวเองอย่างแท้จริง

 ที่สำคัญ..ฉันมีห้วงเวลาของความเงียบซึ่งมันทำให้ฉันได้ยินเสียงความคิดและเสียงในหัวของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น นั่นก็เป็นที่มาของการเริ่มเทความคิดและจับมันมาเรียงลงไปบนกระดาษ
เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ
..ตัวนี้ล่ะ 🙂

 มันเป็นสามเดือนที่ดีกรีความ ‘ไม่สุข’ ของฉันลดลงอย่างฮวบฮาบ
แต่ดีกรีของความ ‘สุข’ นั้นเพิ่มขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
มันเป็น ‘สุขเงียบๆ’ ที่มาจากข้างใน
มาจากการถอยออกมามอง มาฟังเสียงข้างในใจของตัวเอง

 คุณลองอันปลั๊ก (unplug)
ตัดเสียงรบกวนจากโซเชียลมีเดียดูสิ
คุณอาจจะได้ยินเสียงในใจตัวคุณเองชัดเจนขึ้น
และอาจจะค้นพบอะไรดีๆ อีกหลายอย่างที่อยู่รอบตัวคุณ
ให้คุณได้สัมผัสกับของจริงมากกว่าของบนจอ บางที…มันอาจจะทำให้คุณมีเวลามากขึ้น
แล้วใช้เวลานั้นเพื่อตามหาอะไรบางอย่างที่คุณเคยทำหล่นหายไปนานแล้ว

 ไม่แน่นะว่าสิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งล้ำค่าที่สามารถเติมเต็มชีวิตและจิตวิญญาณของคุณ
ซึ่งแน่นอนว่ามันก็น่าจะดีกว่าการใช้เวลาและพลังงานของคุณไปกับการเวียนว่ายอยู่ในกระแสของโลกโซเชียลมีเดีย
..ก็เป็นได้นะ

 ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย

 

Tags:instagramFacebookปิดเฟซบุ๊กdeactivate facebook
Share :
Author
ปวีณา สมจิตร์
Photographer
-
Techlash กระแสต่อต้านตีกลับบริษัทเทคฯ ใหญ่ๆ เมื่อคนทั้งโลกเริ่มตื่นจากฝันหวานเทคโนโลยี
In Other WordsTechlash กระแสต่อต้านตีกลับบริษัทเทคฯ ใหญ่ๆ เมื่อคนทั้งโลกเริ่มตื่นจากฝันหวานเทคโนโลยีนักเขียน : Sy Chonato
สื่อใหม่ใช้แพลตฟอร์มไหนดี? โลกในยุคที่สื่อดิจิทัลหลากหลายเกินกว่าเฟซบุ๊ก
Ideaสื่อใหม่ใช้แพลตฟอร์มไหนดี? โลกในยุคที่สื่อดิจิทัลหลากหลายเกินกว่าเฟซบุ๊กนักเขียน : ณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง
ชีวิตที่ไร้ยักษ์ : เราอยู่โดยไร้เฟซบุ๊ก แอมะซอน กูเกิล แอปเปิล และไมโครซอฟต์ได้ไหม
Ideaชีวิตที่ไร้ยักษ์ : เราอยู่โดยไร้เฟซบุ๊ก แอมะซอน กูเกิล แอปเปิล และไมโครซอฟต์ได้ไหมนักเขียน : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล