x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

World of Coffee อีเวนต์ที่ ‘ความสนุก’ ไม่ได้หยุดอยู่แค่งานแข่งแชมป์โลกบาริสต้า

คอลัมน์ที่แล้วเราพูดถึงเพื่อนๆ บาริสต้าต่างชาติที่เพิ่งแข่ง 2018 World Barista Championship ไป วันนี้เรายังวนเวียนอยู่ในงานกาแฟโลกที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์อยู่

ขึ้นชื่อว่าเป็นงานกาแฟ แวบแรกทุกคนคงคิดว่าเป็นแค่งานแข่งขันบาริสต้าหรืองานที่รวมบาริสต้าคนเก่งจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเจอกัน แต่จริงๆ แล้วอีเวนต์นี้มีความพิเศษมากกว่านั้น แต่จะมีเรื่องราว กิจกรรม และนวัตกรรมอะไรสนุกๆ เอาใจคนรักกาแฟจากทั่วทุกมุมโลกบ้าง สิ่งที่เราหยิบมาเล่าให้คุณฟังหลังจากนี้คือคำตอบ

01 Roasters Village

คือโซนที่รวบรวมคาเฟ่ชั้นนำ โรงคั่วกาแฟ และตัวแทนขายเมล็ดกาแฟดิบกว่า 50 เจ้าทั่วโลกให้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อโชว์และจำหน่ายสินค้าสุดเจ๋งของตัวเอง คนรักกาแฟอย่างเราเลยได้สนุกกับการเลือกชิมและเลือกซื้อกาแฟรสชาติที่เราชอบ

ที่น่าสนใจคือใน Roasters Village ไม่ได้มีแค่ร้านที่เอากาแฟของตัวเองมาขาย ทุกๆ ปีโซนนี้จะมีการจัดการแข่งขันที่ชื่อว่า Best New Product Competition & Display ที่เปิดให้ร้านรวงต่างๆ ส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชาและกาแฟที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพของพวกเขาเข้าแข่งขัน บอกเลยว่าสินค้าแต่ละประเภทน่าจับตามองเอามากๆ เลยขอถือโอกาสแนะนำ Best Product ที่เราชอบเป็นพิเศษให้ทุกคนได้รู้จัก

โปรดักต์ตัวแรกคือ Coffee Pixels ของกินเล่นที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ chocolate bar เปี๊ยบ แต่จริงๆ มันคือ coffee bar ที่เริ่มมาจากไอเดียที่ว่า ‘ถ้าเราต้องเดินทางไกลมากๆ เราควรทำอย่างไรเพื่อให้ตัวเองมีกาแฟดีๆ กินได้ทุกที่’ สิ่งที่พวกเขาทำคือการทำกาแฟโดยใช้กาแฟทั้งลูก (พูดง่ายๆ คือปกติเราจะทำกาแฟจากเมล็ดกาแฟอย่างเดียว แต่เจ้านี้เขาใช้ทั้งเมล็ดและเปลือกเป็นวัตถุดิบหลัก) ผสมเข้ากับโกโก้บัตเตอร์ ซึ่งเป็นวิธีการสร้างสินค้ากาแฟรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

หลังจากที่เราได้บิดเจ้า Coffee Pixels ชิมแล้วพบว่ามันมีรสชาติที่น่าทึ่งสุดๆ และที่สำคัญมันเป็นอีกหนึ่งวิธีจัดการกับของเหลือทิ้งอย่างเปลือกกาแฟที่ทำได้จริงแถมยังมีคุณภาพมากๆ ด้วย เจ้าของโปรดักต์แอบกระซิบว่า พวกเขามีแพลนจะวางขายรสชาติออริจินอลและรสนมให้คนทั่วไปได้ชิม อีกไม่นานเกินรอ

โปรดักต์อีกตัวที่เราภูมิใจนำเสนอคือ Wormhole Ring เป็นวัสดุวงแหวนที่เอาไว้ครอบตรงตะกร้าด้ามชงกาแฟ ช่วยให้กาแฟบดไม่หกเลอะเทอะระหว่างที่เราบดกาแฟลงไป แต่ละชิ้นจะมีแม่เหล็กที่ยึดตัววงแหวนกับด้ามชงไม่ให้หลุดออกจากกัน ความเจ๋งคือวงแหวนทั้ง 3 สีที่เราเห็นนั้นจะให้รสชาติกาแฟที่แตกต่างกันไปในแต่ละสี เพราะแม่เหล็กในวงแหวนช่วยควบคุมความหวาน ความเปรี้ยว และตัวบอดี้ (ความเข้มข้น) ของกาแฟด้วย


02 Brew Bar & Espresso Brew Bar

บูทนี้ถูกใจคอกาแฟอย่างเราสุดๆ เพราะเป็นบูทที่อนุญาตให้เราได้กินกาแฟจากแหล่งปลูกทั่วโลกกันแบบฟรีๆ โซนของ Brew Bar หรือบาร์กาแฟจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือกาแฟดริป (ชงแบบแมนวล) และบาร์กาแฟที่ชงด้วย espresso machine (ชงด้วยเครื่อง)

ในส่วนของ Espresso Brew Bar มีความแตกต่างตรงที่โซนนี้จะมีแชมป์บาริสต้าจากทุกประเทศสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาชงกาแฟและแลกเปลี่ยนความรู้ให้กับคนที่สนใจ ซึ่งการจัดวางเครื่องไม้เครื่องมือในโซนนี้ยังจำลองให้เหมือนกับเวทีแข่ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงเอสเพรสโซสุดเท่อย่าง Victoria Arduino รุ่น VA388 Black Eagle ที่จัดทำสีพิเศษเพื่ออีเวนต์นี้โดยเฉพาะ แถมยังได้สปอนเซอร์เมล็ดกาแฟจาก Has Bean โรงคั่วชื่อดังจากประเทศอังกฤษ


03 Cupping Rooms

โซนที่จัดไว้ให้ชิมกาแฟโดยเฉพาะ มีการจัดตารางเวลาสำหรับกิจกรรมชิมกาแฟจากประเทศต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ ใครถูกใจเมล็ดกาแฟตัวไหน ก็สามารถพบปะกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายจากหลายๆ ประเทศได้ภายในห้องนี้

BWT WATER + MORE

สำหรับบาริสต้า เราถือว่า ‘น้ำ’ เป็นหัวใจหลักในการชงกาแฟเพราะกาแฟหนึ่งแก้วมีน้ำมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ BWT คือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับน้ำและแร่ธาตุที่มีผลต่อรสชาติของกาแฟ ในบูทของพวกเขามีกิจกรรมชิมกาแฟที่ใช้น้ำผ่านเครื่องกรองที่ให้แร่ธาตุแตกต่างกัน ความสนุกอยู่ตรงที่รสชาติกาแฟที่เราค้นพบจากน้ำแร่หลากชนิดเหล่านี้นี่แหละ


04 Automating Excellence

เป็นโซนโชว์นวัตกรรมเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติสุดล้ำที่ SCA (Specialty Coffee Association) จับมือกับ COE (Cup of Excellence) ชวนผู้ผลิตหลายเจ้าเอาเครื่องชงอัตโนมัติของตัวเองมาโชว์ เอาใจเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านที่อยากมีคาเฟ่อยู่ในบ้านตัวเอง

บางเครื่องมีหน้าตาเหมือนเครื่องชงแบบบาริสต้ามืออาชีพแต่ฟังก์ชั่นการใช้งานกลับง่ายแสนง่าย แบรนด์ที่เราสนใจมากที่สุดคือ Eversys เป็นเครื่องชงแบบ bean to cup ที่ให้คุณภาพกาแฟใกล้เคียงกับแก้วที่บาริสต้าจากร้านดังชงให้ดื่ม พัฒนาโดย Matt Perger อดีตแชมป์บาริสต้าชาวออสเตรเลีย ผู้ก่อตั้ง Barista Hustle แมตต์เล่าว่าเขาใช้ประสบการณ์และความรู้ที่เขามีทั้งหมดใส่ลงไปกับเครื่องชงกาแฟเครื่องนี้

นอกจากนี้พวกเขายังให้ความสำคัญกับการกำจัดขยะจากกาแฟ วิธีการที่ได้ใจเราไปเต็มๆ คือการเอากากกาแฟไปเพาะเห็ด เห็นแวบแรกแล้วอยากเอากลับมาใช้กับบ้านเรามากๆ


05 World Barista Championship

ถ้าไม่พูดถึงการแข่งขันบาริสต้าระดับโลก ไฮไลต์หลักของงานนี้ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง World Barista Championship ปีนี้มีบาริสต้าจาก 57 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน หัวใจหลักของเวทีนี้คือการเฟ้นหาบาริสต้าที่มีทักษะและคอนเซปต์ในการชงกาแฟที่ดี ซึ่งสเตปการแข่งขันชงกาแฟบนเวทีโลกจะเริ่มต้นจากการเสิร์ฟเอสเพรสโซช็อตเป็นอันดับแรก ตามด้วยการเสิร์ฟกาแฟนม และ signature drink ให้กรรรมการ 4 ท่าน นอกจากคะแนนด้านทักษะในการชงแล้ว กรรมการยังให้คะแนนความเป็นมืออาชีพในการบริการอีกด้วย ซึ่งแชมป์โลกในปีนี้คือ Agnieszka Rojewska บาริสต้าสาวคนเก่งจากโปแลนด์ ยินดีกับเธอด้วยจริงๆ

Author

​Picolofolkvento

นักคั่วกาแฟมาจากดาวนาเม็ก ชอบกินกาแฟนมแก้วเล็ก หลงใหลเครื่องเป่า

Related Posts