x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

ความสุขง่ายๆ ที่หาได้จาก 10 คาเฟ่และร้านขนมปังในโคเปนเฮเกน

หลังจากที่ประเทศเล็กๆ อย่างเดนมาร์กได้รับตำแหน่ง ‘มหาอำนาจแห่งความสุข’ อันดับหนึ่งของโลก คำว่า ‘ฮุกกะ’ หรือปรัชญาและวิถีความสุขของชาวเดนมาร์กจึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้แสวงหาความสุขทั่วโลกอยากรู้จักมักจี่มากที่สุด

ชาวเดนมาร์กส่วนใหญ่ชื่นชอบวิถีความสุขเล็กๆ ง่ายๆ นี้ แก่นสำคัญของปรัชญานี้คือ การได้ใช้ช่วงเวลาที่แสนเรียบง่ายกับคนใกล้ตัวที่นำพาไปสู่ความผ่อนคลายภายในจิตใจ พวกเขาเอามันมาปรับใช้ในทุกๆ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน การออกแบบบ้านหรือร้านรวงต่างๆ เลยมีกลิ่นของฮุกกะอยู่ด้วย เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศความสุขที่ว่า

มาเยือนโคเปนเฮเกนคราวนี้พิเศษตรงที่ต้อยติ่ง กานต์ตา (สาวน้อยที่แบ่งปันเรื่องราวหลังครัว noma ให้เราฟังคราวก่อน) อาสาเป็นไกด์แนะนำคาเฟ่แสนสุขและร้านขนมอบที่เธอชื่นชอบ ถือเป็นทริป cafe hopping เล็กๆ ที่ชวนเราไปสัมผัสความสุขน่ารักๆ ระหว่างวันของชาวเดนมาร์

01 FORLOREN espress

ร้านกาแฟ specialty เล็กๆ แสนอบอุ่น ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน เราจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นเพราะคุณลุงเจ้าของร้านเคยใช้ชีวิตที่โตเกียวมาก่อน ที่ร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟจากโรงคั่วชื่อดังของเดนมาร์กอย่าง Has Bean และ La Cabra เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟที่ให้รสเปรี้ยวแบบผลไม้ แถมเอสเพรสโซฝีมือคุณลุงเจ้าของร้านอร่อยสมคำร่ำลือ นอกจากนี้ยังมีขนบอบจาก Bakers Andersen ร้านขนมที่มีออริจินอลเดียวกับ Shunsuke Takaki ร้านขนมชื่อดังของญี่ปุ่น

 

02 Prolog Coffee Bar

ย่าน Kødbyen เป็นย่านพักผ่อนหย่อนใจสุดฮิตของชาวเดนมาร์ก โดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์ ย่านนี้จะคึกคักและมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ Prolog Coffee Bar คือคาเฟ่เล็กๆ อีกแห่งที่เราประทับใจ ข้อกำจัดด้านพื้นที่กลายเป็นเสน่ห์ของร้านเพราะบาริสต้าสามารถทักทายลูกค้าทุกคนได้อย่างทั่วถึง

สำหรับกาแฟของที่นี่จะใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วจากโรงคั่วเล็กๆ ของตัวเอง ในทุกๆ ฤดูกาลทางร้านก็จะมีเมล็ดพิเศษให้ลูกค้าได้เลือกชิม เราสั่งกาแฟฟิลเตอร์ (coffee drip) ซึ่งทางร้านเลือกเสิร์ฟกาแฟ Burundi ที่ให้รสหวานอมเปรี้ยว คล้ายๆ กับผลแอปริคอต เป็นรสชาติที่เข้ากับอากาศเย็นๆ แดดอ่อนๆ ของเมืองนี้จริงๆ


03 Coffee Collective

ร้านนี้เป็นร้านในลิสต์ของเรามาหลายปี Coffee Collective ตั้งใจอยากให้คนปลูกกาแฟมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เริ่มต้นจากการสนับสนุนการซื้อขายเมล็ดกาแฟแบบ fair trade เกษตรกรจะได้ค่าตอบแทนกลับไปมาถึง 25 เปอร์เซ็นต์จากราคาขาย

ตอนปี 2016 เราได้ไปดูการแข่งขัน World Brewers Cup ที่ประเทศไอร์แลนด์ เราประทับใจบาริสต้าสาว Mikaela Wallgren จาก Coffee Collective ที่เลือกใช้กาแฟ Kenya Kieni ของที่ร้านคว้าชัยชนะลำดับสองของเวทีปีนั้นไปได้ เธอเล่าว่าเธอชงกาแฟตัวนี้มาหลายร้อยแก้วจนรู้วิธีชงกาแฟตัวที่ว่านี้ให้อร่อยที่สุด มาเยือนถึงร้านทั้งที ถ้าไม่ลองชิม Kenya Kieni เดี๋ยวจะโดนหาว่ามาไม่ถึง

ต้อยติ่งแนะนำว่าในโคเปนเฮเกน มี Coffee Collective มากถึง 4 สาขา ซึ่งสาขาที่เธอโปรดปรานที่สุดคือสาขาตลาด Broens Gadekoken ที่อยู่ใกล้กับร้าน noma เพราะมีเมนูขนมหวานไอศครีมซอฟต์เสิร์ฟแสนอร่อยและเมนู Coffee Kombucha ที่มีรสชาติเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร


04 Alice ice cream and coffee

คาเฟ่ที่เป็นทั้งร้านกาแฟและร้านไอศครีมโฮมเมด ไอศครีมเนื้อสัมผัสข้นเหนียวและละเอียดของที่นี่จะผลิตแบบ small batches (ปริมาณน้อย) เน้นคุณภาพของวัตถุดิบเป็นหลัก อย่างนมที่ใช้คือนมวัวนิวเจอร์ซีที่มีไขมันเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ และนำเข้าฝักวานิลลาแท้จากยูกันดา มีรสชาติให้เลือกเพียงแค่ 8 รสชาติ เสิร์ฟแบบสกูปหรือเลือกทานกับโคนวาฟเฟิลโฮมเมดก็ได้ วันนั้นเราลองทานรสช็อกโกแลตและแบล็กเคอร์แรนต์ อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ

ส่วนกาแฟของที่นี่ก็เด็ดไม่แพ้ไอศครีมเลย พวกเขาเลือกใช้กาแฟจากโรงคั่ว Koppi จากประเทศสวีเดนที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องรสชาติกาแฟ เลือกทานได้ทั้งเอสเพรสโซ และ batch brew คู่กับไอศครีมแบบเพลินๆ ได้ด้วย


05 Democratic Coffee

แม้ว่าถนน Krystalgade จะเป็นย่านใจกลางเมืองโคเปนเฮเกนที่พลุกพล่านกันสุดๆ แต่ร้านกาแฟร้านนี้กลับสวนทางกับความวุ่นวายตรงนั้น เพราะอยู่ติดกับห้องสมุดที่แสนสงบนั่นเอง เราขอซูฮกให้กับขนมอบสดใหม่จากเตาหลังร้าน

ครัวซองต์อัลมอนด์ที่กรอบนอกและฉ่ำเนยข้างใน แถมด้านบนยังโรยด้วยอัลมอนด์กรุบกรอบ คือเมนูควรค่ากับการทานคู่กับกาแฟดริปสไตล์สแกนดิเนเวียน พวกเขาใช้เมล็ดคั่วค่อนข้างอ่อนจึงทำให้มีรสเปรี้ยวมากหน่อย ใครกำลังมองหาสถานที่นั่งอ่านหนังสือ และเพลิดเพลินกับกาแฟ Democratic Coffee เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว


06 Andersen & Maillard Coffee Roasters

โรงคั่วขนาดเล็กที่จัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ คือมีทั้งมุมสำหรับวางเครื่องคั่วกาแฟ และอีกฝั่งเป็นมุมทำขนมอบ แต่ที่แน่ๆ เราเริ่มเชื่อแล้วว่าคนที่รัก pastry จะต้องรักประเทศนี้มากแน่ๆ ครัวซองต์ที่เสิร์ฟพร้อมกับไอศครีมกาแฟซอฟต์เสิร์ฟจาก Andersen and maillard coffee roasters คือเมนูที่เราประทับใจที่สุดในทริป เลเยอร์เป็นชั้นๆ ของเนื้อแป้งครัวซองต์บวกกับความชุ่มเนย การทานคู่กับไอศครีมรสกาแฟคือตัวตัดเลี่ยนชั้นดี กินเพลินจนลืมสั่งกาแฟของร้านเลยทีเดียว



07 108 The Corner

ใครมีแพลนมาเที่ยวโคเปนเฮเกน เราแนะนำให้ลองเช่าจักรยานมาขี่เพราะเลนจักรยานที่นี่ค่อนข้างปลอดภัยและมีระเบียบมาก ตามวิวข้างทาง เราจะเจอกับชาวเดนมาร์กที่ออกจากบ้านมานอนรับแดด บางสะพานที่ติดแม่น้ำก็มีคนออกมาว่ายน้ำให้เราเห็น ระหว่างทางที่เราปั่นจักรยานไป 108 The Corner เราจะผ่านตลาดชื่อดังที่เป็นแหล่งรวมร้านสตรีทฟู้ดแสนอร่อยจากทั่วโลกอย่าง Broens Gadekoken หากคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรหรือทานอะไรดี ขอแนะนำให้แวะตลาดนี้ รับรองว่าเราจะเพลิดเพลินกับมันได้ทั้งวัน

บาร์กาแฟที่นี่เกิดจากการจับมือระหว่างร้าน 108 ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์กับโรงคั่ว Tim Wendelboe ที่โด่งดังในเรื่องการคั่วกาแฟจากออสโล ประเทศนอร์เวย์ เป็นที่เดียวที่เราสามารถซื้อกาแฟจาก Tim Wendelboe ได้โดยไม่ต้องบินไปถึงนอร์เวย์

ความน่าสนใจคือทางร้านค่อนข้างพิถีพิถันเลือกเมล็ดกาแฟให้เหมาะกับเมนู ในวันที่เราไป ที่ร้านจะใช้เมล็ด Chorongi Kenya สำหรับกาแฟฟิลเตอร์ แต่กาแฟเอสเพรสโซจะใช้เมล็ด Hunkute Kenya ส่วนกาแฟนมใช้ Nacimiento Honduras แต่ที่สะดุดใจเราสุดๆ คือเมนูพิเศษอย่าง Iceage กาแฟนมเย็นที่ใส่ครีมและท็อปด้วยฟองนม เสิร์ฟในแก้ววิสกี้หรูหรา เป็นประสบการณ์ดื่มกาแฟช่วงซัมเมอร์ที่ดีมากๆ


08 Lille Bakery

ร้านขนมร้านนี้อยู่ไกลจากตัวเมืองออกมาหน่อย แต่ด้วยบรรยากาศสบายๆ ของเมือง เราใช้เวลาเดินทางด้วยจักรยานเพียงแค่ 10 นาที จาก noma ต้อยติ่งเล่าให้ฟังว่า Lille Bakery คือร้านที่เธอชอบมากๆ แถมอยู่ใกล้ที่ทำงานของเธอ สิ่งที่เธอชื่นชมเป็นพิเศษคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปิดร้านนี้ขึ้นมาพร้อมกับแนวคิดที่อยากทำขนมปังที่อร่อย คุณภาพดี และขายในราคาที่เหมาะสมโดยใช้ส่วนผสมออร์แกนิกจากท้องถิ่นของพวกเขาเอง

สำหรับร้านนี้ เราลองทานโดนัทที่ทำจากแป้ง sourdough สัมผัสเหนียวนุ่มสอดไส้คัสตาร์ดเลมอน โรยด้วยน้ำตาลราสพ์เบอร์รี่ คู่กับสตรอว์เบอร์รีโรสโซดา หวานสดชื่นเข้ากับบรรยากาศหน้าร้อนของโคเปนเฮเกนมากๆ



09 Juno the Bakery


มาถึงร้านที่ต้อยติ่งย้ำกับเราว่าเป็นร้านขนมปังที่เธอชอบที่สุด เจ้าของร้าน Juno the Bakery คืออดีตเชฟมือฉมังจากร้าน noma ขนมขึ้นชื่อของร้านก็คือครัวซองต์กรอบๆ ครั้งแรกที่เห็นเราแอบตกใจเล็กน้อยเพราะลักษณะของมันเหมือนกับครัวซองต์ไหม้ แต่ถ้าสังเกตเลเยอร์แป้งแต่ชั้นแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศเลย สะท้อนความเก่งกาจของเชฟเจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี อีกเมนูที่ห้ามพลาดคือขนมปัง sourdough กับชีส Comté ที่เข้ากันดีกับกาแฟดำของที่ร้าน


10 Café Atelier September

คาเฟ่สไตล์ cozy ที่ขาย all day breakfast and lunch คาเฟ่ในโคเปนเฮเกนส่วนใหญ่จะเสิร์ฟกาแฟที่ใช้เมล็ดจากโรงคั่วในประเทศหรือโรงคั่วจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างที่ Café Atelier September เองก็เลือกเสิร์ฟเมล็ดกาแฟ Koppi จากประเทศสวีเดน เอาใจนักดื่มชาด้วยมัตฉะที่ออเดอร์ตรงจาก Marukyu-Koyamaen ประเทศญี่ปุ่น และแน่นอน ขนบอบของที่นี่ก็อร่อยไม่แพ้ร้านอื่นๆ เลย โดยเฉพาะเมนู Te Birkes Danish ที่โรยด้วยเมล็ดป็อปปี้

ลูกค้าแทบทุกโต๊ะสั่งเมนู breakfast and lunch มาทานด้วย พอเห็นแบบนี้แล้วเข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม เราสั่ง Open-faced Sandwich เมนูขึ้นชื่อของร้านที่เป็น rye bread โปะด้านบนด้วยอะโวคาโด ทานคู่กับ House Made Soda เป็นมื้ออาหารแสนอร่อยและสมบูรณ์แบบสุดๆ

Author

​Picolofolkvento

นักคั่วกาแฟมาจากดาวนาเม็ก ชอบกินกาแฟนมแก้วเล็ก หลงใหลเครื่องเป่า

Related Posts