ภายในพื้นที่เล็กๆ ไม่กี่ซอย กลิ่นอายวัฒนธรรมจากประเทศเมียนมาได้ตลบอบอวลปะปนไปพร้อมกับกลิ่นตลาดคลองเตย ชื่อเมนูหลากหลายที่เราไม่ค่อยคุ้นตาก็โผล่ขึ้นมาในซอยเล็กๆ เดินทางข้ามเส้นพรมแดนระหว่างประเทศมาสู่ใจกลางกรุง โดยได้ติดสอยห้อยตามมาจากแรงงานเมียนมาที่มาอาศัยหรือทำงานอยู่ในประเทศไทย
การกล่าวทักทายเวลาเจอกันว่า “กินไรยัง” คงเป็นประโยคติดปากของใครหลายคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สำหรับคนไทยนั้น…เรื่องกินเรื่องใหญ่ เราโอบรับความหลากหลายในวัฒธรรมการกินมากมาย ทั้งอาหารจีนย่านเยาวราช (China Town) เดินไปอีกหน่อยก็เจออาหารแขก ย่านพาหุรัด (Little india) หรือข้ามมาอโศกก็เป็นอาหารเกาหลี (Korean Town) และเถิบมาอีกนิดก็เป็นตลาดคลองเตย พื้นที่ที่เปรียบเสมือนตู้เย็นของสดใบใหญ่ในกรุงเทพฯ และยังเป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรมอาหารเมียนมาได้แสดงรสชาติและตัวตนได้อย่างเต็มที่
แม้ชื่อเมนูอาจจะฟังดูแปลก แต่วิถีการกินกลับไม่ได้แตกต่างจากอาหารไทยมากนัก เพราะเราต่างได้รับอิทธิพลเครื่องปรุงวัตถุดิบมาจากภูมิภาคใกล้เคียง ทั้งเครื่องในหมูเสียบไม้จุ่มลงไปในน้ำซุปและจิ้มน้ำจิ้มที่เรียกว่า แวดตาโดวโท หรือเมนูที่หน้าตาคล้ายขนมจีนที่เรียกว่า โมฮิงกา ไปจนถึงเมนูข้าวซอยสไตล์เมียนมาตลอดจนของหวานและของคาวอีกหลากหลายเมนูให้ได้ไปลิ้มลอง
รสชาติของความหลากหลายที่เดินทางมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งพม่า กระเหรี่ยง มอญ และอื่นๆ ได้ผสมปนกันจนกลายเป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ยังคงความเข้มข้นของรสชาติตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มคนแรงงานข้ามชาติที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ อีกมุมหนึ่งภายในซอยเล็กๆ ณ ตลาดคลองเตยแห่งนี้



















