Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
หลับตา หายใจ รับฟัง ถ้อยวาจาธรรมชาติในโปรเจกต์ Mangroove นท – พลอย

หลับตา หายใจ รับฟัง ถ้อยวาจาธรรมชาติในโปรเจกต์ Mangroove นท – พลอย

18/09/2026
People Power
AUTHOR: อารยา อุตอามาต
SHARE:

 โปรดเงียบเสียง หลับตา รับฟังถ้อยวาจาของธรรมชาติ

 น้ำคร่ำของผู้เป็นแม่มีแร่ธาตุชนิดเดียวกับน้ำในท้องทะเล

 แคลเซียมในปะการังเชกเช่นดั่งกระดูกมนุษย์

 ลายนิ้วมือบ่งบอกตัวตนไม่ต่างจากลวดลายบนเนื้อไม้

 ไม่ใช่การกลืนกินแต่ทุกสิ่งล้วนกำเนิดและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติจวบจนหาไม่

 นี่หล่อนกำลังพูดอะไร?

 หากยังไม่เข้าใจขอย้อนกลับไปสู่รากฐานการฟังที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเสียงดนตรีอย่างน้อยคงพอที่จะให้ผู้คนทั่วไปพอโยกหัวเข้าจังหวะคลอตามได้อยู่บ้าง

หลับตา

 “ด้วยพื้นฐานเราไม่ใช่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เราเป็นศิลปิน ชอบดนตรี ชอบศิลปะ ก็เลยอยากเอาสิ่งนี้มาเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยทำให้หัวข้อที่มันดูยากสร้างให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้น”

 ศิลปิน นท (นท พนายางกูร) เลือกใช้ความสามารถและจิตวิญญาณเพื่อเล่าขานผ่านเสียงดนตรีไปพร้อมกับ พลอย (สภาวรรณ พลบุตร) หญิงสาวผู้พยายามขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมด้วยฉบับที่สร้างสรรค์ เพื่อหวังให้ผู้คนปัจจุบันเข้าใจความตั้งใจของเธอ 

 พลอย : ตอนแรกเราก็ไม่ได้รู้ลึกเรื่องสิ่งแวดล้อมสักเท่าไหร่ แต่เราก็พอรู้เรื่องภาวะโลกร้อนมาตั้งแต่เด็ก พอโตมาก็ได้มีโอกาสไปเรียนที่ประเทศหนึ่ง ซึ่งมันเอื้อให้เราใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมไปอีกขั้น เช่น ไม่มีถุงพลาสติกแจกในร้านค้า ตอนเราอยู่ที่นั่นหนึ่งเดือนขยะเราอยู่ในถังแค่นี้เอง (ทำท่าประกอบ) แต่พอตอนนั้นเรากลับมาไทยช่วงโควิด ขยะหนึ่งวันมันแทบจะเทียบเท่าหนึ่งเดือนที่เราเคยใช้เลย ทำให้เรารู้สึกมันชัดมากขึ้นเรื่อยๆ 

 เราเรียนด้านนโยบาย ด้านการพัฒนาอยู่แล้ว กลับมาเลยสมัครเข้าองค์กรเรื่องสิ่งแวดล้อม แล้วก็ทำมาเรื่อยๆ เราว่าสิ่งนี้นับเป็นก้าวแรกที่เริ่มจริงจัง

 ก้าวที่สองคือเราเป็นคนชอบดนตรีศิลปะอยู่แล้ว จนมีงานหนึ่งที่พลอยถูกเชิญไปเข้าร่วมเกี่ยวกับ EASC (East Asian Seas Congress) ที่จีนเป็นงานประชุมจากหลายประเทศที่มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน ซึ่งตอนนั้นพลอยก็คิดว่าตัวเองมีประสบการณ์ มีความรู้เรื่องทะเลพอสมควร แต่พอเข้าร่วมปุ๊บกลับกลายเป็นว่าพลอยเข้าใจไม่ถึง 30% ด้วยซ้ำ มันวิทย์มาก แล้วเราเป็นเด็กสายสังคม เราทำงานด้านนี้ เราเข้าใจจุดร่วม เข้าใจสิ่งที่จะปกป้อง แต่เราไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเลย แล้วเราจะอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยังไง

 เราว่าคนใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมนะ แต่แค่ไม่เข้าใจว่าต้องทำยังไง เราลองย้อนมาตั้งคำถามว่า เราทำอะไรได้บ้าง ลองเอามาผสมผสานกับงานศิลปะไหม

 นท : ของเราก็คล้ายพลอยแหละ ตอนนั้นเริ่มประกวด The Star ตอนอายุ 17 ทำงานในวงการได้ประมาณหกปี รู้สึกหมดไฟ พอหมดสัญญาก็ออกมาทำเพลงอิสระ ระหว่างนั้นเหมือนเป็นช่วงจุดเปลี่ยนของชีวิตที่กลายมาเป็น Independent Artist แล้วก็ได้เข้าใจว่าการทำงานแบบไม่มีทีม ไม่มีค่าย มันเป็นยังไง ก็เลยหมดไฟอีกรอบ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นโอกาสเข้ามาเยอะมากแต่เราก็ไปคนเดียว เราเป็นทั้งผู้จัดการ เอเจนต์ ซาวนด์เอนจิเนียร์ ศิลปิน พีอาร์ เป็นทุกอย่างด้วยตัวเองก็เลยหมดไฟ

 จากนั้นก็กลับมาทำงานศิลปะ ต้องเลือกสิ่งหนึ่งที่เราอยากพัฒนา เราเลือก Healing เพราะตอนนั้นเราเองก็ต้องการสิ่งนี้มาก เราลองทั้งสายของไทย Western จนได้ไปลอง Plant Medicine ของ South America ซึ่งเคยพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้วในพอดแคสต์อันหนึ่ง แล้วก็กลายเป็นดราม่า ก็เลยไม่รู้ว่าควรพูดอีกไหม แต่ก็จะพูดอยู่ดี (หัวเราะ)

 นททำซาวนด์ Healing มาถึงจุดหนึ่งจนได้ไปเนปาล ไปหาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ แล้วได้มีโอกาสทำ Ayahuasca Ceremony เป็นของชาวชนเผ่าที่ South America ซึ่งเขาเอาไว้ใช้สื่อสารกับธรรมชาติหรือว่าพวก Wisdom Art อาร์ตแบบขอคำตอบจากธรรมชาติ จาก Mother Nature เราก็เลยลองเป็นพิธีจริงจังมีหมอ มีชาแมน มีทุกอย่าง

 ไม่ใช่เป็นสิ่งเสพติดนะ เพราะมันไม่สนุกเลย มันเหมือนการที่เราต้องตายหลายๆ รอบมันทำให้เราหลั่งสาร DMT ซึ่งเป็นสารที่จะหลั่งในสมองมนุษย์แค่สองครั้ง ก็คือตอนเกิดกับตาย สิ่งนี้เลยเหมือนเป็นทางลัด จนเราเริ่มเข้าใจว่าเราเป็นส่วนหนึ่งกับทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ พื้น โต๊ะ ผู้คน จริงๆ ทุกคนคือโมเลกุล หลังจากนั้นเรารู้สึกว่าเจอแล้วแหละ เราอยากทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม เพราะเราเข้าใจแล้ว

 ต่อมาก็เริ่มไปเรียนเรื่อง Marine Biology ที่เกาะเต่า ตอนนั้นก็เริ่มลงคอนเทนต์เกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมในไอจีมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าเรามีแพลตฟอร์ม มีผู้ติดตามอยู่แล้ว อยากทำให้มันมีประโยชน์ เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้มาเจอศิลปินในวงการสิ่งแวดล้อม กระทั่งมาถึงจุดที่ได้เจอพลอย ซึ่งเป็นคนที่มีความคิดเหมือนกัน นั่นคือการทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สนุก คนเข้าถึงง่าย เพราะคนปกติเขาไม่สามารถอ่านงานวิจัยวิทยาศาสตร์ได้ ไม่สามารถฟังทอล์กยาวๆ ได้ บางทีเรายังทำไม่ได้เลยแต่คนสามารถฟังเพลงได้ เขาสามารถดูงานศิลปะได้ เราเลยรู้สึกว่าอยากแชร์ให้มันเป็นประโยชน์ได้มากที่สุด”

 ก้าวแรกของทั้งคู่ถูกแลกเปลี่ยนจนถึงก้าวที่เดินมาบรรจบกัน ก่อนกลายเป็นโปรเจกต์ที่ตั้งใจรังสรรอย่าง ‘Mangroove’ ศิลปินสาวเล่าว่าจุดที่ได้ชื่อโปรเจกต์ก็เหตุเกิด ณ ที่ตรงนี้

 “ตอนนั้นพลอยจัดงานที่ House Lagom แล้วนทมาเข้าร่วมและพูดถึงอะไรกันสักอย่างจนพลอยพูดออกมาว่า Mangroove แล้วนทก็แบบเฮ้ย! เดี๋ยวนะชื่อนี้มันได้ มันให้ความรู้สึกแบบ Grooving (ทำท่าขยับเลื้อยๆ) ตอนแรกนึกว่าอ่านว่า Mangroove แต่ความผิดพลาดก็ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ กลายมาเป็นโปรเจกต์ Mangroove ที่มีความหมายถึงดนตรีในป่าโกงกาง (Mangrove) แทน”

 ทำไมถึงเลือกป่าโกงกาง

 พลอย : พลอยเคยทำงานกับป่าโกงกางมาประมาณสี่ห้าปี เกี่ยวกับเรื่องของการฟื้นฟู การอนุรักษ์ ทำให้เรายิ่งเห็นว่าความสำคัญของป่าโกงกางว่ามันมีจำนวนมากแค่ไหน ในขณะเดียวกันก็เป็นป่าที่มักถูกมองข้ามไปทั้งๆ ที่มีอัตราความหลากหลายทางชีวภาพการลดลงจากเมื่อหลายสิบปีก่อนเยอะมาก เราอยากทำให้คนได้มองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มากขึ้น

 นท : ป่าโกงกางช่วยฟอกอากาศเป็นอันดับหนึ่งเลยนะ และยังเป็นบ้านให้กับสัตว์น้ำมันปลอดภัย เหมือนเป็นแบบที่หลบภัยสำหรับเบบี๋สัตว์น้ำที่จะได้โตขึ้นมาและมีชีวิตอยู่ได้ แล้วก็ช่วยเรื่องพวกการกัดเซาะชายฝั่งด้วย

 ลองคิดดูสิ โกงกางเป็นต้นไม้ที่อยู่ในน้ำและบนบกได้ มันโคตรทนทาน แล้วก็น่าจะมีเรื่องราวอะไรบางอย่าง สุดท้ายคือมันทำให้นึกถึงหนังอวตารด้วย (หัวเราะ)

 ทำไมถึงเลือกใช้ศาสตร์ดนตรีมาเล่าเรื่อง

 นท : ดนตรีมันทำให้คนผ่อนคลาย รู้สึกได้ มันคือ Vibration ไม่ใช่แค่เสียง แต่คือการสั่นสะเทือน ซึ่งจะลงลึกเข้าถึงร่างกาย เพราะว่าร่างกายมนุษย์ 70% คือน้ำ ซึ่งน้ำตอบสนองกับการสั่นสะเทือน

 มีหลักฐานหมดเลย สามารถลองไปค้นหาดูได้ อย่างคนญี่ปุ่นเอาน้ำมาวางแล้วด่า พอเอากล้องจุลทรรศน์มาส่อง คือโมเลกุลน้ำมันเละเทะไม่สวยเลย แต่อีกอันหนึ่งเปิดเพลงดีๆ ให้ฟัง หรือพูดจาเพราะๆ ใส่โมเลกุลน้ำก็จะสวยงาม เพราะฉะนั้นวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่ามีอยู่จริง

 พลอย : ส่วนเราอยู่ในฐานะผู้ชม เป็นคนชอบดนตรีแต่ไหนแต่ไร เราชื่นชอบดนตรีแล้วก็ศิลปะด้วยเป็นพื้นฐาน มันมาคู่กันโดยตลอด พลอยรู้สึกว่าดนตรีมันเข้าถึงได้โดยที่มันไม่ได้ต้องพยายามขนาดนั้น

 เช่น เฮ้ย! เราอกหัก พอฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอินว่ะ มันทำให้เรารู้สึกได้โดยไม่ต้องมานั่งอ่านนั่งรีเซิร์ช

 บางครั้งเราไปเดินอยู่ในแกลเลอรีเรารู้สึกว่าสิ่งที่ทุกคนเลือกที่จะรับฟัง มอง สัมผัสมันเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ทำให้คนเข้าถึงได้โดยไม่รู้สึกว่ามีคนมาบังคับ

 นท : ใช่ ในทางจิตวิทยามนุษย์ ถ้าโดนบังคับก็จะไม่ทำ แต่ถ้าให้อิสระได้คิดเองเขาก็จะมีความคิดที่นำไปปรับกับชีวิตได้มากขึ้น

 ประเภทดนตรีที่ใช้ในโปรเจกต์มีอะไรบ้าง

 นท : ถ้าอย่างเวลาไปอัดเสียงธรรมชาติจะเรียกว่า Field Recording ส่วน Environmental music ก็จะเป็น Ambient อย่างที่ทำกับพลอยก็เป็น Electronic Live Session เราเริ่มใช้อุปกรณ์ที่ Correct Bioelectric Signal ด้วยวิธีคือนำสิ่งนี้ไปหนีบต้นไม้หรือสิ่งมีชีวิตแล้วมันจะดูดเอา Signal ของ Mangrove (ต้นไม้จำพวกโกงกาง) เอามาฟอร์มเป็นเสียงเพลง แล้วก็เป็นอีกอย่างที่เรากำลังรีเซิร์ชเหมือนกัน เพราะจริงๆ ทุกอย่างมันมีชีวิต ทุกสิ่งจะมี Bioelectric Signal (สัญญาณชีวไฟฟ้า) ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนภาษาของแต่ละอย่าง

หายใจ

 เหมือนว่าท้องฟ้าจะอยากแสดงตัวตนจึงเริ่มคำราม พร้อมปล่อยลูกสมุนเม็ดฝนมาโจมตีวงสนทนาบนภาคพื้นดิน หากแรกเริ่มดั่งคำพูดที่ว่า ทุกสิ่งล้วนอิงรากของธรรมชาติ แล้วเหตุใดวันนี้ถึงรังแกกัน จนต้องอพยพรรคพวกกันอุตลุดเสียได้

 คิดว่าธรรมชาติสื่อสารอะไรกับเรา

 นท : ช่วงเดือนที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสเริ่มทำงานกับ National Geographic เป็นการลงพื้นที่ไปอัดเสียงแล้วก็เอามาทำเป็น Composition สำหรับวิดีโอ ได้ไปทั้ง Amazon มองโกเลีย แม่โขง ปีหน้าทั้งปีก็จะล่องตั้งแต่จีนลงมา

 ส่วนตัวรู้สึกว่าเสียงเป็นอะไรที่คนชอบมองข้าม แต่มันเป็นสิ่งที่เราได้ยินตลอดเวลา เราสามารถหลับตาได้แต่เราไม่สามารถอุดหูได้ ถ้าอยากอุดคือเราต้องใช้สิ่งของหรือมือช่วย แต่หลับตาเราสามารถทำเองได้เลย เพราะฉะนั้นมันเป็นมันเป็นสิ่งที่เรา Take it for granted แล้วบางทีเราก็โดน Noise pollution เข้ามาในชีวิตมากจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นเวลาได้ยินเสียงธรรมชาติเหมือนเราได้กลับบ้าน

 เหมือนเราได้เข้าใจอีกรอบว่ามนุษยชาติคืออะไร เราเกิดมาเพื่ออะไร เราอยู่ที่นี่เพื่ออะไร

 พลอย : เป็นกระบวนการเรียนรู้ มีสิ่งหนึ่งที่พลอยรู้สึกชอบมากคือวิธีวัดความหลากหลายทางชีวภาพที่ง่ายที่สุดคือหลับตาแล้วฟังเสียง

 นท : ก๊ากๆๆ (ทำเสียงประกอบ) 

 พลอย : (หัวเราะ) ใช่ ถ้าอยู่ในเมืองตอนนี้ที่เราฟัง ก็มีเสียงนกพิราบ เสียงรถฉุกเฉิน เสียงดนตรีเบาๆ แต่ถ้าไปในป่า อย่างโปรเจกต์ล่าสุดคือมีค้างคาวหลายชนิด นก ปู ปลาเยอะมาก เวลาใส่หูฟังมันจะได้ยินเสียงแบบ โอ้โฮ! เพลิน! มันต่างกัน

 ก่อนเริ่มโปรเจกต์มองภาพไว้ว่าอย่างไรบ้าง

 พลอย : อยากให้เข้าถึงคนทั่วไป อยากให้เข้าถึงง่ายที่สุด เป้าหมายของเราอาจยังเล็กๆ โจทย์คือต่อให้เปิดให้ใครดูก็สามารถเข้าใจได้ เช่น เอาไปเปิดในโรงเรียนประถมเด็กๆ ก็จะเข้าใจว่าระบบนิเวศป่าโกงกางมันหน้าตาเป็นยังไง มีสัตว์ประเภทไหนบ้างแล้วมันกำลังเผชิญอะไรอยู่แล้วชุมชนที่อยู่รอบๆ หน้าตาเป็นยังไงมันเป็นโจทย์ที่เริ่มจากง่ายๆ เลย

 โจทย์ง่ายแล้วขั้นตอนลงมือทำยากไหม

 พลอย : ยากอยู่นะ มันอยู่ 

 นท : เหมือนจุดที่พลอยอยากให้ถ่ายมันเป็นโคลน การที่จะขยับตัวทีหนึ่งก็ต้องก้าวแบบยืดยาด (ทำท่าประกอบ) เหนื่อยมาก ตื่นเช้า ยุงเยอะ อากาศร้อน แต่ก็สนุกมาก

 สิ่งที่ชื่นชอบในโปรเจกต์

 นท : ตอนพลอยคัตแล้วก็บอกให้ทุกคนเงียบ แล้วเราทุกคนก็หยุดฟังเสียงรอบข้างในป่าตรงนั้น มันเหมือนเป็นวง Orchestra เลย ให้ความรู้สึกเหมือนธรรมชาติสื่อสารกลับมา

 พลอย : อีกสิ่งเรียกว่าประทับใจแล้วกัน ทีมงานก็มีคนที่ทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาบ้าง แต่ส่วนมากเกือบครึ่งไม่เคยทำมาก่อน พอเขาได้มาร่วมโปรเจกต์กับเรา เขาก็เริ่มซึมซับ เหมือนเขาบอกว่าไม่เคยสัมผัสป่าโกงกางขนาดนี้มาก่อน แต่ครั้งนี้ได้สัมผัสถึงขั้นจมไปประมาณเกือบครึ่งตัว (หัวเราะ) เรารู้สึกดีที่สามารถพาคนมาเข้าใจธรรมชาติได้ด้วยวิธีที่สนุก เหมือนเราได้เป็นสะพานเชื่อมต่อให้เขา

 นท : แล้วคนเหล่านี้เขามี Super Power ของตัวเองที่สามารถไปต่อยอดได้อีก มันเหมือนเป็นการฝังเมล็ดให้เติบโตในตัวแต่ละคนต่อไป

รับฟัง

 การสูญพันธุ์เวียนว่ายตายเกิดดับสูญมาหลายครั้ง เราเพียงอาจเห็นแค่บนหน้ากระดาษประวัติศาสตร์ จนลืมไปว่าฐานะของมนุษย์นั้นเป็นเพียงผู้มาเยือน หากวันใดเกิดภัยพิบัติเราก็เพียงแค่ตายจากโลกใบนี้ไปในขณะที่โลกสามารถฟื้นฟูตัวเองเป็นใบใหม่ได้อีกครั้ง

 Save Earth วลีติดปากแต่ค้างคาใจ มนุษย์ตัวเล็กต้องรับหน้าที่กางแขนปกป้องโลกเท่าไหนถึงจะเพียงพอ แต่ความจริงนั้นโลกอาจแค่ขอความเคารพซึ่งกันและกัน จนมันพัฒนาเป็นความรักสิ่งนั้นจะนำไปสู่ความรู้สึกที่อยากถนอมดูแลเอง

 คิดว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้คนขาดการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ

 นท : คนลืมไปแล้วว่าเมื่อก่อนบรรพบุรุษเราเคยอยู่ในป่า อยู่ข้างทะเล บรรพบุรุษเราไม่ได้เกิดมาในตึกสูงอะพาร์ตเมนต์ หรือคอนโด นทว่ามันคงเป็นเทคโนโลยี สิ่งปลูกสร้างและความสะดวกสบายที่ทำให้เราลืมกันไปหมดแล้วว่าความจริงมันก็แค่การเดินออกไปนอกบ้านแล้วก็เอาเท้าไปเหยียบหญ้าเท่านั้น

 พลอย : เห็นด้วย ความจริงเรื่องธรรมชาติมันไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากเลย จากที่เรามองรอบๆ ก็มีคำตอบของมันอยู่ว่าพื้นที่สีเขียวเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ทำไมเราต้องนั่งรถไฟฟ้าเพื่อไปวิ่งในสวนสาธารณะ หรือทำไมเราต้องพยายามเดินทางผ่านถนนหนทางเพื่อไปนอนเล่นบนพื้นสีเขียว มันทำให้รู้สึกว่าธรรมชาติมันห่างไกลตัวเราไปเรื่อยๆ จนคนขาดความเชื่อมโยง

 ถ้ามีบุคคลที่มีความคิดว่าธรรมชาติยังเป็นเรื่องเข้าใจยากอยู่ ทั้งคู่อยากบอกอะไร

 สองสาวหัวเราะก่อนขอเชิญชวนว่า “เดิ๋ยวเจ๊ๆ พาไปเที่ยว!”

 นท : เอาจริงขอแค่ลองมีสติกับทุกบริบทของชีวิตมากขึ้น

 พลอย : เช่น เราจะซื้อสกุชชี่ชิ้นหนึ่ง ลองเพิ่มมาสักสเต็ปหนึ่งไหม ลองคิดทบทวนว่าจำเป็นไหม ใครเป็นคนผลิต สิ่งนี้มาจากไหน สมมติเราแค่ตั้งคำถามว่าสุดท้ายแล้วมันไปไหนต่อ มันอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วเราจะเล่นมันนานขนาดนั้นไหม จะบีบมันกี่เดือน หรือเราจะบีบมันตลอดไปเลยหรือเปล่า

 นท : แล้วบวกกับประเทศเรามีกระบวนการกำจัดขยะอยู่ในระดับแย่มาก เพราะฉะนั้นสกุชชี่ชิ้นนี้จะไม่ไปไหน มันจะยังอยู่บนโลกนี้หลังคุณตายไปประมาณสามรอบ สกุชชี่ชิ้นนี้ก็ยังคงอยู่

 ถ้าเกิดเจอคนที่ความคิดต่างจากเรา มีวิธีรับมืออย่างไร

 นท: ก็ต้องยิ้มสู้แหละ แล้วก็ทำให้เขาตกหลุมรักเราให้ได้ นทก็มีเพื่อนหรือครอบครัวที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้างเหมือนกัน บางทีก็ชอบล้อเรื่องหูฉลาม จำได้อีกเรื่องคือเคยไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเขาเต้นเพลงผ้าเช็ดหน้าซึ่งเพลงนี้มันต้องมาคู่กับกระดาษทิชชู่อยู่แล้ว เพื่อนก็ถามเราว่าไม่หยิบเหรอ เราเลยบอกว่าเดี๋ยวมันก็กลายเป็นขยะ เราเคยพูดและโดนบุลลีจนถึงทุกวันนี้ (หัวเราะ) ถ้าเพื่อนได้ดูบทสัมภาษณ์นี้เขาน่าจะรู้ว่าพูดถึงเขาอยู่

 คุณไม่เข้าใจวันนี้ก็ไม่เป็นไรค่อยๆ พยายามปรับตัวกันไปก็ได้

 พลอย : สุดท้ายเราก็ไม่ได้โกรธหรอกอาจจะแค่เขินบ้างเวลาถูกแซว เราก็เคยโดนรุ่นพี่แซวประมาณว่าสำหรับพลอยเนี่ยหลอดพลาสติกไม่ได้เลย ไม่เอานะครับ พวกคำว่า โลกสวย น่ะมีอยู่แล้ว

 นท : เห็นไหมล่ะ ในการแซวของเขาคือแค่นี้มันก็เวิร์กแล้ว เราห้ามสู้ ห้ามส่งพลังลบ เราต้องเป็นสะพานที่สวยงาม เข้าใจ มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โดนบุลลีก็ยืดอกรับ ก็รักโลกแล้วไง

 พลอย : อย่างน้อยคุณก็ได้ตระหนักว่ามันมีการรักโลกอยู่นะ

 หลังจากโปรเจกต์จบ ผลลัพธ์สมกับความตั้งใจไหม

 นท : ฟีดแบ็กโปรเจกต์ดีมากเลยนะ รู้สึกว่าคนก็โหยหาอะไรแบบนี้นะ อยากจะส่งข้อความต่อแหละว่าถ้ามีนายทุนคนไหนสนใจเรื่องโปรเจกต์นี้ก็ติดต่อพวกเราได้ พวกเราพร้อมทำมาก แต่แค่ตอนนี้ไม่มีอย่างเดียวเลยคือเงิน (หัวเราะ)

 พลอย : เอาจริงๆ ตอนแรกก็พอเห็นภาพแหละแต่ไม่คิดว่ามันจะออกมาแบบนี้ เรารู้ว่าเราต้องการภาพที่สวย ต้องการสื่ออะไร แต่พอมันเกิดขึ้นจริงก็รู้สึกคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกันด้วยเวลาที่จำกัดมาก คนก็จำกัด ก็คิดว่ามันมากกว่าที่เราคาดหวังไว้

 ทำไมต้องลงแรงลงใจกับโปรเจกต์นี้

 พลอย : เราว่าทุกคนควรใส่ใจกับเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน แต่มันอยู่ได้ถ้าไม่มีเรา แล้วทำไมเราไม่ควรใส่ใจในสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ล่ะ

 นท : เราอย่าทำตัวเป็นพาราไซต์บนโลกใบนี้ แต่ถ้าคุณสนับสนุนโปรเจกต์เราคุณจะเป็นพาราไซต์ที่มีคุณภาพ มันเป็นโปรเจกต์ที่เข้าถึงได้ทุกคน มันสามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้มากเลยนะ เอาไปอยู่ที่ไหนก็ได้พิพิธภัณฑ์ งานดนตรี โรงเรียน วัด มันสื่อสารได้ทุกคนจริงๆ 

 ส่วนใหญ่อาชีพสีเขียวเหล่านี้ถูกทิ้งท้ายไว้หางแถวซะมากกว่า ส่วนมากนอกจากแรงกายหลักๆ ก็มักเป็นแรงใจล้วนๆ เหมือนอย่างโปรเจกต์ที่สองสาวร่วมใจก็ยอมรับได้เลยว่า 80% นั้นไม่ได้เงิน หากมาขยายดูภายในประเทศจะเห็นได้ว่า งบประมาณที่น้อยที่สุดเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ความจริงแล้วมีบุคคลที่พร้อมและสนใจในอาชีพสีเขียวพอสมควร แต่กลับไร้ซึ่งแรงสนับสนุนที่มากพอ

 “ในเมื่อเราสามารถสนับสนุนอาชีพที่มีประโยชน์ต่อโลกได้ ทำไมเราถึงยังไม่เริ่มกันล่ะ”

Tags:PeoplePowerBioReverbMANGROOVEa day
Share :
Author
อารยา อุตอามาต
Photographer
-
แมลง อาหารของมวลมนุษยชาติ
Photo Storiesแมลง อาหารของมวลมนุษยชาตินักเขียน : Mok Lachantra
ล็อกเอาต์ออฟฟิศมาฮอกไกโดเมื่อธรรมชาติ และผู้คนระหว่างทาง เปลี่ยนภาพจำจากหนังรักให้อบอุ่นหัวใจ
ตามไปดูล็อกเอาต์ออฟฟิศมาฮอกไกโดเมื่อธรรมชาติ และผู้คนระหว่างทาง เปลี่ยนภาพจำจากหนังรักให้อบอุ่นหัวใจนักเขียน : ฉัตรชนก เชาวเดชาวงศ์
My Hero Academia ศัตรูตัวฉกาจอาจไม่ใช่เหล่าวายร้าย
A Better DayMy Hero Academia ศัตรูตัวฉกาจอาจไม่ใช่เหล่าวายร้ายนักเขียน : วงศกร ลอยมา