Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
Unfinished Berlin, I Love You ตกหลุมรักเบอร์ลิน เมืองที่สร้างเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จ

Unfinished Berlin, I Love You ตกหลุมรักเบอร์ลิน เมืองที่สร้างเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จ

17/12/2019
Culture & Entertainment
AUTHOR: Little Thoughts
SHARE:

 นับแต่วันที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลายท้องฟ้าของเบอร์ลินก็เต็มไปด้วยเครน

 มันเป็นอย่างนั้นมาจนถึงวันนี้น่าแปลกที่มันไม่ทำให้รำคาญสายตาหรือสะท้อนความรู้สึกไม่จบไม่สิ้นแต่กลับไปด้วยกันได้เป็นอย่างดีกับความรู้สึกสดใหม่สบายๆที่อยู่ในบรรยากาศ

 ในโลกที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุยังมีเมืองที่งัดกับโลกแก่ๆใบนี้ด้วยการเป็นสวรรค์ของคนรุ่นใหม่เบอร์ลินเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองนั้นนี่อาจเป็นข้อดีของการถูกทำลายเพื่อสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่ก็เป็นได้

 

เมืองหลวงเก่า–เมืองหลวงใหม่

 ท่ามกลางโครงการสร้างใหม่มากมายหลังการรวมประเทศคืออาคารรัฐสภาที่เรียกกันว่าอาคารไรชส์ทาก (Reichstag) แม้จะพูดไม่ได้ว่าสร้างขึ้นใหม่หมดจดร้อยเปอร์เซ็นต์แต่คงไม่ผิดหากจะบอกว่ามันคือโครงการฟื้นคืนสิ่งที่ถูกทิ้งให้เป็นซากเพื่อเริ่มต้นอนาคตกันใหม่

 และเอาเข้าจริงอาจเป็นเรื่องราวของไรชส์ทากเองที่บอกเล่าทุกอย่างได้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ปัจจุบันหรือกระทั่งอนาคตของเบอร์ลิน

 ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่กลายเป็นข้ออ้างให้ฮิตเลอร์สยายอิทธิพลนาซีจนกู่ไม่กลับ, การเป็นที่ทำการของรัฐสภาที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในปัจจุบันหรือการเป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตที่รังสรรค์โดยปรมาจารย์ทางสถาปัตยกรรมของโลก

 ประวัติศาสตร์ของอาคารไรชส์ทากเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระเจ้าวิลเฮล์มที่ 1 แห่งปรัสเซียและเสนาบดีคนสำคัญคือ Otto von Bismarckทำการรวมชาติเยอรมันขึ้นเป็นจักรวรรดิเยอรมันในปี 1871 โดยมีโครงการก่อสร้างสภาแห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการสัญลักษณ์ของจักรวรรดิผ่านการก่อสร้างอันยาวนานเมื่อถึงปี 1894 มันก็ได้รับการใช้งานในที่สุด

 แต่อายุการใช้งานก็ถือว่าไม่นานเลยเพราะเมื่อถึงปี 1933 อาคารแห่งนี้ก็ถูกเผาจนเสียหายอย่างหนัก

 ความเสียหายจากการถูกเผาทำลายอาจไม่เท่าความเสียหายจากการที่เพลิงในใจของผู้คนที่โกรธแค้นถูกฮิตเลอร์ใช้เป็นความชอบธรรมในการประกาศกฎอัยการศึกกำจัดศัตรูทางการเมืองและแผ่อิทธิพลของนาซีและจนถึงวันนี้โลกก็ยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นตัวการที่แท้จริง

 รู้เพียงแต่ว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างประวัติศาสตร์สำคัญให้กับโลก

 ผ่านกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์โลกอีกมากมายไรชส์ทากกลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้งเมื่อเยอรมนีรวมประเทศเข้าด้วยกันในปี 1990 ตามมาด้วยข้อสรุปว่าจะใช้เบอร์ลินเป็นเมืองหลวง (ก่อนหน้านั้นเยอรมนีตะวันตกใช้กรุงบอนน์เป็นเมืองหลวง) และสถาปนิกระดับโลกอย่าง Norman Foster ได้รับการว่าจ้างให้ปลุกชีวิตอาคารแห่งนี้ขึ้นใหม่

 แม้แบบแปลนแรกจะถูกปัดตกเพราะความอลังการที่เป็นต้นทุนการก่อสร้างสูงลิ่วแต่อาคารรัฐสภาที่ได้รับการตกแต่งใหม่ให้มีหน้าตาแบบนีโอเรอเนซองซ์อย่างเดิมเพิ่มเติมคือโดมแก้วซึ่งมาแทนที่โดมเก่าที่ถูกทำลายก็กลายเป็นการตอบข้อสอบที่ได้ร้อยคะแนนเต็ม

 หรืออาจจะมากกว่านั้นเพราะโดมแก้วที่ออกแบบให้มีทางเดินไล่ขึ้นไปเป็นวงให้มองเห็นเบอร์ลิน 360 องศาและเมื่อมองทะลุลงมาด้านล่างเป็นห้องประชุมรัฐสภานั้นก็คือตัวแทนของ ‘ความโปร่งใส’สิ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารประเทศแห่งนี้

 

 และเพราะเป็นเซอร์นอร์แมนฟอสเตอร์เจ้าพ่อการใช้สถาปัตยกรรมอนาคตสร้างอาคารที่ประหยัดพลังงานมาตั้งแต่สมัยที่คำว่ายั่งยืนยังเป็นวุ้นการปรับปรุงอาคารรัฐสภาแห่งนี้จึงตั้งเป้าหมายให้เป็นอาคารที่ใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด

 ไม่ว่าจะเป็นการใช้กระจกและเหล็กเป็นวัสดุช่วยหักเหแสงธรรมชาติให้ลงไปยังห้องประชุมรัฐสภาและใช้โคนด้านล่างเป็นที่กักเก็บพลังงานความร้อนซึ่งเมื่อรวมกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่เก็บจากแผงโซลาร์เซลล์ตรงส่วนราบของเพดานหลังคาสามารถแปลงเป็นแสงสว่างให้กับทั้งอาคารหลักและอาคารใกล้เคียงอีกสามแห่งส่วนระบบทำความร้อน–ความเย็นมาจากความร้อนที่เก็บได้ร่วมกับพลังงานไบโอดีเซลโดยระบบทำความเย็นส่วนหนึ่งมาจากการเก็บน้ำในฤดูหนาวทั้งหมดที่กล่าวมานี้ถือเป็นการใช้ศูนย์กลางความเป็นเยอรมนีประกาศเจตนารมณ์ในการพาโลกเข้าหาความยั่งยืนนั่นเอง

 ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวสายหลักหรือสายทางเลือกและไม่ว่าจะสนใจประวัติศาสตร์เมืองสถาปัตยกรรมหรือความยั่งยืนการขึ้นไปสำรวจโดมของอาคารรัฐสภาคือสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองแห่งนี้

เมืองหลวงบิตคอยน์

 พร้อมกับการฟื้นฟูอาคารรัฐสภาขึ้นใหม่ก็คือโครงการสร้างสถานีรถไฟกลางแห่งใหม่ไม่ไกลจากอาคารรัฐสภา มันคือโครงการยักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายทางวิศวกรรมและเปิดใช้งานไม่กี่วันก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจะเริ่มต้นขึ้นในปี 2006

 ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของการรวมประเทศผ่านการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทั้งหมดของเยอรมนี ไม่นับโครงการปรับปรุงอะไรต่อมิอะไรของทางการ

 ไล่ตั้งแต่อาคารที่ทำการสถานีรถไฟวังโบสถ์โรงละครไปจนถึงบรรดาพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะในบริเวณมิวเซียมไอส์แลนด์และรอบๆ ไปจนถึงโครงการของภาคเอกชนโดยเฉพาะหมู่เครนที่ประดับท้องฟ้าในส่วนที่เคยเป็นเบอร์ลินตะวันออกมาร่วมสามทศวรรษอันหมายถึงโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ที่ล้าหลังกว่าเมื่อเทียบกับทางฝั่งตะวันตก 

 โดยมีปัจจัยเสริมเป็นการอพยพเข้ามาของผู้คนจากภายนอกหลายหมื่นคนในแต่ละปีซึ่งหมายความต่อถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในแบบดิจิทัลโนแมดกันในเบอร์ลินซึ่งมีระดับการเข้าถึงทางดิจิทัลสูงกว่าเมืองอื่นจนได้รับการตั้งฉายาจากสื่ออย่าง The Guardian ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งบิตคอยน์มาตั้งแต่ปี 2013

 ไม่ว่าอนาคตของบิตคอยน์จะหมู่หรือจ่าแต่นิเวศดิจิทัลของเบอร์ลินที่จุดติดแล้วคงพุ่งทะยานไปอีกไกล

 

เมืองหลวงวีแกน

 เบอร์ลินไม่ได้มีเพียงฉายาเมืองหลวงแห่งบิตคอยน์เมื่อไม่นานมานี้ยังมีฉายาใหม่ว่าเมืองหลวงแห่งวีแกนด้วย

 ใช่แล้วอะไรที่เป็นความเคลื่อนไหวใหม่ของโลกเบอร์ลินรับได้เร็วกว่าใคร

 ในปัจจุบันประชากรชาวเบอร์ลินร้อยละ 55 ที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปีและราวร้อยละ 20 มีถิ่นกำเนิดในต่างแดนถือเป็นเมืองมีอายุเฉลี่ยของประชากรต่ำกว่าเมืองหลักส่วนใหญ่ในโลกและได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่เป็นอันดับต้นๆของโลก

 การทำความรู้จักกับเบอร์ลินอย่างแท้จริงจึงอาจไม่ใช่การเยี่ยมชมเช็กพอยต์ชาลีจุดผ่านแดนระหว่างโลกประชาธิปไตยกับคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น (ซึ่งของจริงไม่ได้อยู่ตรงที่เอาไว้ขายนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน) แต่เป็นการเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวเบอร์ลินไม่ว่าจะเป็นการเตร่ไปตามพิพิธภัณฑ์ที่มีอยู่มากมายการนั่งรับลมบนเก้าอี้ชายหาดริมแม่น้ำกันที่แคปิตอลบีชด้านหลังสถานีรถไฟกลางหรือการไปตลาดสตรีทฟู้ดในย่าน Kreuzberg ที่เปิดกันทุกเย็นย่ำของวันพฤหัสบดีไปจนถึงไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืนในย่านฮิป Prenzlauer Berg

 และที่ห้ามพลาดเด็ดขาดก็คือการใช้เวลาบ่ายวันอาทิตย์ใน Mauer Park ใกล้กับ Prenzlauer Berg นั่นเอง

 แม้เบอร์ลินจะไม่ได้อยู่ในแคว้นบาวาเรียที่ยังคงเคร่งครัดกับการปิดร้านค้าในวันอาทิตย์ที่ผลักให้ผู้คนไปรวมตัวกันอยู่ตามสวนสาธารณะแต่ชาวเบอร์ลินก็ชื่นชอบการไปสวนสาธารณะโดยเฉพาะในบ่ายวันอาทิตย์

 ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะที่ตั้งเด่นอยู่กลางเมืองให้ถนนสายหลักพาดผ่านอย่าง Tiergarten หรือสวนสาธารณะ Preußen ที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า Thaipark ซึ่งเราจะหาส้มตำผัดไทยไปถึงไก่ทอดรับประทานได้ส่วนอีกฟากของเมืองก็มี Tempelhofer Feld ซึ่งมาจากการดัดแปลงสนามบินเก่าให้เป็นพื้นที่สันทนาการขนาดใหญ่

 แต่พื้นที่รวมตัวในวันหยุดที่บอกเล่าวิถีชีวิตเบอร์ลินเนอร์ได้ดีที่สุดยังคงเป็น Mauer Park ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นกำแพงเบอร์ลิน (mauer แปลว่า wall) และโด่งดังในฐานะฐานที่มั่นของคาราโอเกะวันอาทิตย์

 ใช่แล้วในเมืองที่แม้แต่เครนยังเป็นมิตรความบันเทิงแสนง่ายอย่างคาราโอเกะก็กลายเป็นจิตวิญญาณร่วมสมัยแสนสนุกได้ไม่ยาก

 ในความเป็นจริงไม่เพียงคาราโอเกะเท่านั้นแต่สวนสาธารณะแห่งนี้ไม่ต่างจากเวทีเปิดให้ศิลปินทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นมาทำการแสดงน้อยใหญ่ทั้งแบบกลุ่มและเดี่ยวและเมื่อข้ามส่วนที่เป็นทางรถไฟเก่ามาทางตะวันตกก็จะพบกับตลาดนัดวันอาทิตย์ซึ่งเหมือนกับตลาดนัดทั่วไปตรงที่เป็นแหล่งรวมสินค้าอาหารเครื่องดื่มหลากหลายแต่สิ่งที่ต่างก็คือมันบ่งบอกความเป็นผู้นำเทรนด์ในโลกใหม่ของชาวเบอร์ลินได้เป็นอย่างดี

 และนั่นอาจหมายถึงการดื่มกาแฟไบโอกินอาหารมังสวิรัติดำรงชีวิตในแบบชนเผ่ายุคใหม่และใช้ข้าวของ upcycleหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะตามมาในอนาคต

 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเบอร์ลินจะยังคงเปลี่ยนผ่านต่อไปและคงไม่มีวันเสร็จสมบูรณ์

 หรือแท้จริงแล้ว อาจไม่มีเมืองใดในโลกที่ควรเป็นเช่นนั้น

 อ้างอิง

 adelaidenow.com.au

 businesslocationcenter.de

 thelocal.de

Tags:เยอรมนีเบอร์ลินBerlincitiesกำแพงเบอร์ลินเมืองหลวง
Share :
Author
Little Thoughts
Photographer
-
Stockholm: The Open City เมื่อสตอกโฮล์มเปิดรับและยินดีต้อนรับคุณในแบบที่คุณเป็น
Culture & EntertainmentStockholm: The Open City เมื่อสตอกโฮล์มเปิดรับและยินดีต้อนรับคุณในแบบที่คุณเป็นนักเขียน : Little Thoughts
Library Oodi ห้องนั่งเล่นขนาดยักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือของคนฟินแลนด์
Culture & EntertainmentLibrary Oodi ห้องนั่งเล่นขนาดยักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือของคนฟินแลนด์นักเขียน : Little Thoughts
Public Life in Copenhagen เมืองมากจัตุรัส สวรรค์แห่งพื้นที่สาธารณะ
Culture & EntertainmentPublic Life in Copenhagen เมืองมากจัตุรัส สวรรค์แห่งพื้นที่สาธารณะนักเขียน : Little Thoughts