<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Taveenan Nandakwang, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/taveenan-nandakwang/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/taveenan-nandakwang/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jun 2026 05:03:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>“มนุษย์เหมือนกันมากกว่าแตกต่างกันไม่ใช่รึ” คำถามจากลูกเงือกที่วนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแอ่งน้ำวน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-mer-child/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Taveenan Nandakwang]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Jun 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[The Mer-Child]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกเงือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187420</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มนุษย์เหมือนกันมากกว่าแตกต่างกันไม่ใช่รึ” คำถามจากลูกเงือกที่วนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแอ่งน้ำวน ท่ามกลางเดือนมิถุนายนหรือ Pride Month ที่แต่งแต้มไปด้วยสีสดสว่างเรียงทับกันเหมือนกับสายรุ้งหลังฝนโปรย แต่กว่ากลุ่ม LGBTQIA+ จะได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมเช่นบุคคลอื่น พวกเขาต้องเดินฝ่ามรสุมทางสังคมมาอย่างสาหัส และเพียงแค่เดือนเดียวใน 1 ปี อาจยังไม่สามารถลบภาพจำของความแตกต่างไปจากคนในสังคมได้&#160; เหมือนกับเจ้าหญิงเงือกน้อยและเจ้าชายโฉมงาม ที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดีจากเรื่องเงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid) ที่ต่างกันแค่หางเกล็ดและสองเท้า ต่างต้องฟันฝ่าอุปสรรคและความคิดที่ว่า ‘มนุษย์กับเงือก’ รักกันไม่ได้ ทว่าสุดท้ายในตอนจบ เจ้าหญิงเงือกน้อยและเจ้าชายโฉมงามก็ลงเอยอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ หรือในฉากจบตามต้นฉบับของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ที่เจ้าหญิงเงือกน้อยสลายกลายเป็นฟองอากาศ ในขณะที่หนังสือหลายเล่มเขียนถึงเรื่องราวการฝ่าฟันของเงือกและมนุษย์ แต่สำหรับหนังสือ ‘ลูกเงือก’ (The Mer-Child) มีความน่าสนใจตรงที่ผู้เขียนเลือกบอกเล่าเรื่องราวหลังจากนั้น ชั่วขณะที่ดอกผลแห่งรักของมนุษย์และเงือกเกิดขึ้น เรื่องราวที่ไม่มีแม้แต่เผ่าพันธุ์ใดคอยต้อนรับลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งเงือกเลย “ไม่มีใครเหมาะสมกับทุกหนทุกแห่งหรอก นอกจากในที่ที่เขาอยู่” การไม่เป็นที่ยอมรับ พร้อมกับการหาคำตอบว่าตัวตนของเราเหมือนหรือต่างกับคนอื่นอย่างไร อันเป็นคำถามของสังคมที่ถาโถมเข้าใส่กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ และยังคงความสงสัยอยู่จนถึงทุกวันนี้ ผลงานของนักเขียนชาวอเมริกัน โรบิน มอร์แกน หนังสือ The Mer-Child แปลไทยโดย ทราย ชยา เป็นหนังสือเล่มเล็กจำนวน 64 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-mer-child/">“มนุษย์เหมือนกันมากกว่าแตกต่างกันไม่ใช่รึ” คำถามจากลูกเงือกที่วนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแอ่งน้ำวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“มนุษย์เหมือนกันมากกว่าแตกต่างกันไม่ใช่รึ”</strong></p>



<p>คำถามจากลูกเงือกที่วนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแอ่งน้ำวน</p>



<p>ท่ามกลางเดือนมิถุนายนหรือ Pride Month ที่แต่งแต้มไปด้วยสีสดสว่างเรียงทับกันเหมือนกับสายรุ้งหลังฝนโปรย แต่กว่ากลุ่ม LGBTQIA+ จะได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมเช่นบุคคลอื่น พวกเขาต้องเดินฝ่ามรสุมทางสังคมมาอย่างสาหัส และเพียงแค่เดือนเดียวใน 1 ปี อาจยังไม่สามารถลบภาพจำของความแตกต่างไปจากคนในสังคมได้&nbsp;</p>



<p>เหมือนกับเจ้าหญิงเงือกน้อยและเจ้าชายโฉมงาม ที่เราอาจจะคุ้นเคยกันดีจากเรื่องเงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid) ที่ต่างกันแค่หางเกล็ดและสองเท้า ต่างต้องฟันฝ่าอุปสรรคและความคิดที่ว่า ‘มนุษย์กับเงือก’ รักกันไม่ได้ ทว่าสุดท้ายในตอนจบ เจ้าหญิงเงือกน้อยและเจ้าชายโฉมงามก็ลงเอยอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ หรือในฉากจบตามต้นฉบับของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ที่เจ้าหญิงเงือกน้อยสลายกลายเป็นฟองอากาศ</p>



<p>ในขณะที่หนังสือหลายเล่มเขียนถึงเรื่องราวการฝ่าฟันของเงือกและมนุษย์ แต่สำหรับหนังสือ ‘ลูกเงือก’ (The Mer-Child) มีความน่าสนใจตรงที่ผู้เขียนเลือกบอกเล่าเรื่องราวหลังจากนั้น ชั่วขณะที่ดอกผลแห่งรักของมนุษย์และเงือกเกิดขึ้น เรื่องราวที่ไม่มีแม้แต่เผ่าพันธุ์ใดคอยต้อนรับลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งเงือกเลย</p>



<p>“ไม่มีใครเหมาะสมกับทุกหนทุกแห่งหรอก นอกจากในที่ที่เขาอยู่”</p>



<p>การไม่เป็นที่ยอมรับ พร้อมกับการหาคำตอบว่าตัวตนของเราเหมือนหรือต่างกับคนอื่นอย่างไร อันเป็นคำถามของสังคมที่ถาโถมเข้าใส่กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ และยังคงความสงสัยอยู่จนถึงทุกวันนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187424" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ผลงานของนักเขียนชาวอเมริกัน โรบิน มอร์แกน หนังสือ The Mer-Child แปลไทยโดย ทราย ชยา เป็นหนังสือเล่มเล็กจำนวน 64 หน้า ที่อัดคลื่นปัญหาสังคมของมนุษย์ในปัจจุบันไว้เป็นระลอก แม้จะเป็นหนังสือตีพิมพ์ไทยเมื่อปี 2538 แต่ยังคงความร่วมสมัยไว้เป็นหลักแหล่งเหมือนฤดูกาลที่วนกลับมาทุกปี</p>



<p>เรื่องราวของลูกเงือกที่ไม่มีที่ทางของตนเอง ส่วนหางเป็นเกล็ดต้องคอยหลบไว้ไม่ให้ใครเห็น และส่วนร่างกายมนุษย์ที่ทำให้ไม่สามารถนับรวมเป็นสัตว์น้ำชนิดไหนได้ ไม่ว่าทางใดก็ไม่สามารถแสดงตัวตนได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>ผิดกับเด็กหญิง-แอนเนโมนี ลูกเงือกเรียกอย่างนั้น เพราะผมสั้นหยิกฟูพลิ้วไหวไปตามลมเป็นเอกลักษณ์ของเธอ และดูเหมือนขาเธอจะไม่ขยับเขยื้อนเหมือนเด็กทั่วไป</p>



<p>เมื่อทั้งสองเจอกัน แต่ไม่มีทีท่าประหลาดใจต่อกัน หนำซ้ำยังเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์เสียอีก ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเรียกกันและกัน เพราะลูกเงือกนั้นมีตัวเดียวในโลก และเด็กหญิงที่มีผมเหมือนดอกแอนเนโมนีก็มีคนเดียวในโลกเช่นกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“มนุษย์เหมือนกันมากกว่าแตกต่างกันไม่ใช่รึ”</strong></h2>



<p>ปัญหาของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบเป็นคลื่นวงกว้าง จนถึงลูกเงือกที่คอยตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่อยู่เบื้องบนทะเล ทั้งเรื่องของความรักต่างสีผิว คนจนคนรวย เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตกเสียที&nbsp;</p>



<p>“บ่อยครั้งมนุษย์มักมองตัวเองว่าเป็นคนละเผ่าพันธุ์” เด็กหญิงแอนเนโมนีพยายามอธิบาย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187425" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-3.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>น่าประหลาดที่คนเรากดทับตัวตนของใครสักคนเพียงเพราะแตกต่างไปจากที่เราเคยเห็น เพราะลูกเงือกไม่ได้เดินสองขาจึงไม่สมควรได้ยืนอยู่ ณ ที่เดียวกันกับมนุษย์ และเพราะเราเลือกรักในสิ่งที่ไม่เหมือนกับคนอื่นเลยไม่สมควรถูกรักเหมือนคนอื่นรึ</p>



<p>การแสดงออกถึงจุดยืนและต้องคอยหลบซ่อนตัวตนของเรื่องนี้อาจคล้ายกับแอนิเมชันเรื่อง Luca ที่ทุกคนอาจจะรู้จักกันดีในการนำเสนอเรื่องความแตกต่าง ซึ่งเกี่ยวโยงถึง LGBTQIA+ ที่ต้องคอยปิดบังตัวตนและทำตามที่สังคมเป็น&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“อย่างปลาคาร์ปกับปลาสแนปเพอร์แตกต่างกันแต่ก็เป็นปลาเหมือนกัน       ปลาก็แตกต่างจากปูหรือปะการัง แต่ก็เป็นสัตว์น้ำเหมือนกัน”</strong></h2>



<p>เมื่ออ่านมาจนถึงกลางเล่ม การถกประเด็นของสิ่งมีชีวิตบนบกและใต้น้ำยังชวนให้ตั้งคำถามและหาคำตอบ แม้บางครั้งลูกเงือกและเด็กหญิงแอนเนโมนีจะคิดไม่เหมือนกันบ้าง แต่สิ่งที่ทั้งคู่ต่างมองเห็นและถูกกระทำตอบกลับมา มันตอบคำถามได้อย่างกระจ่างชัดว่ามนุษย์นี่ช่างหาความแตกต่างกันเหลือเกิน</p>



<p>มนุษย์ไม่ได้หาความแตกต่างเพื่อให้เป็นตัวของตัวเอง แต่หาคนที่แตกต่างเพื่อแบ่งแยกออกไปให้ไกล ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้แยกปลาสองจุดกับปลาสามจุดเป็นคนละเผ่าพันธุ์ หรือแยกแมวสามสีกับแมวลายสลิดออกจากกัน เพราะยังไงทุกตัวก็เป็นแมวอยู่ดี</p>



<p>ถนนสีรุ้งที่มีลวดลายหลากสี ก็เหมือนหอยที่ออกมาจากการหลบซ่อนใต้กองทราย แสดงความสวยงามตัวแล้วตัวเล่า ทั้งสีแดงอมเหลือง สีฟ้าอ่อน สีฟ้าใส สีม่วงลาย สีเทารอบสีไพล แต่ละตัวมีลวดลายไม่เหมือนกัน สมบูรณ์ในตัวเอง มีอยู่ตัวเดียว และเป็นหอย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187426" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สำหรับบรรทัดสุดท้ายของเรื่องราวนี้อาจไม่ได้เขียนจบด้วยคำว่ามีความสุขชั่วนิรันดร์ แต่ก็ไม่ได้จบลงด้วยความทุกข์ของใครคนใดคนหนึ่ง กล่าวได้ว่าลูกเงือกและเด็กหญิงก็ใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็นมาด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องมีบุคคลใดล่วงรู้ถึงความจริงระหว่างพวกเขาสองคน เพียงแค่พวกเขาเข้าใจกัน เหมือนกัน และยอมรับกันและกัน แค่นี้ก็พอแล้ว&nbsp;</p>



<p>‘ลูกเงือก’ ไม่เพียงแต่แสดงความทุกข์ของผู้ที่ไม่ถูกยอมรับ แต่ค่อยๆ ชวนผู้อ่านคิดตามไปกับเด็กหญิงถึงสังคมมนุษย์ที่เรารู้จักกันดี แต่อาจยังไม่เคยลองตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นเดียวกับลูกเงือก&nbsp;</p>



<p>หลังจากปิดหน้าหนังสือก็ฉุกคิดคำตอบขึ้นมาได้ว่ามนุษย์แตกต่าง แต่ก็เหมือนกันได้ เพียงแค่เราเข้าใจกันไม่ใช่รึ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-mer-child/">“มนุษย์เหมือนกันมากกว่าแตกต่างกันไม่ใช่รึ” คำถามจากลูกเงือกที่วนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแอ่งน้ำวน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก่อนโกโฮมแวะชมไลฟ์เฮาส์ กับ Moose Chill Ground with Yellow Fang</title>
		<link>https://adaymagazine.com/marshall-livehouse/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Taveenan Nandakwang]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[#LAUGHLAUGHLAUGH]]></category>
		<category><![CDATA[#YELLOWFANG]]></category>
		<category><![CDATA[#MooseChillGround]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187220</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันหยุดหรือเวลาหลังเลิกงานที่ฝนตั้งเค้า บางคนอาจจะรีบบึ่งกลับบ้านให้หัวถึงหมอนโดยเร็ว แต่สำหรับบางคนที่มีหูฟังสวมหูตลอดเวลาอาจเลือกพุ่งตัวมาที่ไลฟ์เฮาส์เสมือนบ้านหลังที่สอง เพราะเป็นสถานที่รวมตัวคนคล้ายคลึงมาคลุกคลีกันด้วยเสียงดนตรี ตึกปูนเปลือย ประตูเหล็กยืด ป้ายซอยลายกนก ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายสบายตา ทั้งชั้นวางแผ่นเสียง โปสเตอร์เพลง บันไดวนสีแดงสด และโต๊ะที่นั่งทรงกลม ด้วยการตกแต่งรูปแบบ Mid-Century Modern ได้จับความเก๋าอย่างไทยและความโก้ตั้งแต่ยุค 1945 เข้าด้วยกัน เพราะที่นี่คือไลฟ์เฮาส์แห่งแรกที่เปิดตัวคู่กับแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Marshall Livehouse จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่การแสดงดนตรีจะมีบีตแน่นๆ เสียงนุ่มๆ มอบความเพลิดเพลินตลอดคืน โดยเฉพาะคอเพลงอินดี้ที่ไม่อยากพลาดอีเวนต์ Moose Chill Ground ที่เชิญวงดนตรีหญิงล้วนผู้บรรเลง กีตาร์ เบส และกลองเพียงสามชิ้นเท่านั้น แต่สามารถเสกทำนองร็อกแสนเข้มข้นจับใจกลุ่มผู้ฟังเป็นโขยง จนยากจะยืนฟังอยู่นิ่งๆ โดยไม่โยกหัวตามได้&#160; “ฮู้ฮู ฮู้ฮู ฮู้ฮู” ที่ผู้ฟังทั้งหลายก็ร้องประสานไปกับวง Yellow Fang วงดนตรีที่ประกอบไปด้วยหญิงสาวสามคนแต่จับเครื่องดนตรีเล่นเพลง Indie/Alternative Rock/Shoegaze เรียกได้ว่าคลื่นแฟนคลับเข้ามาเสพดนตรีเสียแน่นขนัดจนแทบมองไม่เห็นสามสาวเลยทีเดียว แต่ถึงจะมองไม่เห็นตัวก็ส่งพลังเสียงและจังหวะที่หนักแน่นมาจนถึงโซนด้านหลัง สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนี้ราวกับนอนฝันจนไม่อยากสะดุ้งตื่น ถึงขนาดที่ต้องมีโชว์ Encore เอาใจบรรดาแฟนคลับที่ไม่ยอมกลับบ้าน หรือคนที่เดินออกพร้อมโกโฮมก็ยังเดินวนกลับมาในไลฟ์เฮาส์เพื่อฟังเพลงอีกที เพราะมัวเมากับแสงสี เสียงประสานหวานๆ ของทั้งสามคน และเครื่องดื่มไซเดอร์ซาบซ่าเพิ่มบรรยากาศให้ดนตรีแผ่ซ่านถึงใจมากขึ้นไปอีก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marshall-livehouse/">ก่อนโกโฮมแวะชมไลฟ์เฮาส์ กับ Moose Chill Ground with Yellow Fang</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>วันหยุดหรือเวลาหลังเลิกงานที่ฝนตั้งเค้า บางคนอาจจะรีบบึ่งกลับบ้านให้หัวถึงหมอนโดยเร็ว แต่สำหรับบางคนที่มีหูฟังสวมหูตลอดเวลาอาจเลือกพุ่งตัวมาที่ไลฟ์เฮาส์เสมือนบ้านหลังที่สอง เพราะเป็นสถานที่รวมตัวคนคล้ายคลึงมาคลุกคลีกันด้วยเสียงดนตรี</p>



<p>ตึกปูนเปลือย ประตูเหล็กยืด ป้ายซอยลายกนก ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายสบายตา ทั้งชั้นวางแผ่นเสียง โปสเตอร์เพลง บันไดวนสีแดงสด และโต๊ะที่นั่งทรงกลม ด้วยการตกแต่งรูปแบบ Mid-Century Modern ได้จับความเก๋าอย่างไทยและความโก้ตั้งแต่ยุค 1945 เข้าด้วยกัน</p>



<p>เพราะที่นี่คือไลฟ์เฮาส์แห่งแรกที่เปิดตัวคู่กับแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Marshall Livehouse จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่การแสดงดนตรีจะมีบีตแน่นๆ เสียงนุ่มๆ มอบความเพลิดเพลินตลอดคืน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187224" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>โดยเฉพาะคอเพลงอินดี้ที่ไม่อยากพลาดอีเวนต์ Moose Chill Ground ที่เชิญวงดนตรีหญิงล้วนผู้บรรเลง กีตาร์ เบส และกลองเพียงสามชิ้นเท่านั้น แต่สามารถเสกทำนองร็อกแสนเข้มข้นจับใจกลุ่มผู้ฟังเป็นโขยง จนยากจะยืนฟังอยู่นิ่งๆ โดยไม่โยกหัวตามได้&nbsp;</p>



<p>“ฮู้ฮู ฮู้ฮู ฮู้ฮู” ที่ผู้ฟังทั้งหลายก็ร้องประสานไปกับวง Yellow Fang วงดนตรีที่ประกอบไปด้วยหญิงสาวสามคนแต่จับเครื่องดนตรีเล่นเพลง Indie/Alternative Rock/Shoegaze เรียกได้ว่าคลื่นแฟนคลับเข้ามาเสพดนตรีเสียแน่นขนัดจนแทบมองไม่เห็นสามสาวเลยทีเดียว แต่ถึงจะมองไม่เห็นตัวก็ส่งพลังเสียงและจังหวะที่หนักแน่นมาจนถึงโซนด้านหลัง</p>



<p>สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนี้ราวกับนอนฝันจนไม่อยากสะดุ้งตื่น ถึงขนาดที่ต้องมีโชว์ Encore เอาใจบรรดาแฟนคลับที่ไม่ยอมกลับบ้าน หรือคนที่เดินออกพร้อมโกโฮมก็ยังเดินวนกลับมาในไลฟ์เฮาส์เพื่อฟังเพลงอีกที</p>



<p>เพราะมัวเมากับแสงสี เสียงประสานหวานๆ ของทั้งสามคน และเครื่องดื่มไซเดอร์ซาบซ่าเพิ่มบรรยากาศให้ดนตรีแผ่ซ่านถึงใจมากขึ้นไปอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187226" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นอกจากนี้ที่ Marshall Livehouse ไม่ใช่แค่พื้นที่จัดแสดงคอนเสิร์ตเพื่อฟังเพลงช่วงค่ำไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่สำหรับการรับซ่อมดูแลอุปกรณ์ โซนที่นั่งรวมตัวเพื่อฟังดนตรีสดหรือฟังดนตรีผ่านเครื่องเล่นแผ่นเสียง โถงทางเดินประดับประดาภาพศิลปินราวกับเดินอยู่ใน Art Gallery และยังเปิดพื้นที่ให้ผู้มีจังหวะในหัวใจได้ลองมาขัดเกลาความสามารถที่ห้องซ้อมพร้อมเครื่องเสียงจัดเต็มจาก Marshall</p>



<p>ไลฟ์เฮาส์เป็นดังพื้นที่ให้คนที่ชื่นชอบหลงใหลในวัฒนธรรมดนตรีมาพบเจอกัน ได้ทำความรู้จักคอเพลงหลากหลายแนวราวกับเป็นพื้นที่แชร์อัลบัมเพลงแบบออฟไลน์ อีกทั้งไลฟ์เฮาส์ยังโอบรับผู้มีใจรักในการเล่นดนตรีให้ออกมาสู่โลกภายนอก เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้รับการค้นพบและผู้ฟังได้พบเพลงใหม่ๆ ในแต่ละค่ำคืนด้วยเช่นกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187227" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“วงใต้ดินที่กำลังจะผุดขึ้นจากดิน แต่ตอนนี้จะโดนกลบมิดแล้ว (หัวเราะ)”&nbsp;</p>



<p>คำพูดจากวงดนตรีหน้าใหม่ Laugh Laugh Laugh วงดนตรีใต้ดินแนว Sarcasm Pop ที่เล่นเปิดให้กับวง Yellow Fang ได้ออกมาแสดงแนวคิดผ่านท่วงทำนองและเสียงดนตรี พร้อมกับลูกเล่นยกหูโทรศัพท์บ้านที่ไม่ได้กำลังโทรไปหาใคร แต่เป็นเอฟเฟกต์เสียงระหว่างร้องเพลง ทำให้รู้สึกประหลาดใจในขณะเดียวกันก็น่าสนใจ</p>



<p>แม้ว่าจะเพิ่งเคยฟังสดครั้งแรกก็หยุดไม่ได้ที่จะเพลิดเพลินไปกับเสียงร้องทุ้มและทุกจังหวะดนตรีที่เล่นอย่างสนุกสนานเหมือนกำลังหัวเราะดังอย่างสุขใจสมกับชื่อวง</p>



<p>ก่อนโกโฮมแวะชมไลฟ์เฮาส์ วันหนึ่งเราอาจค้นพบบทเพลง ศิลปิน หรือผู้คนใหม่ๆ ระหว่างทางกลับบ้านก็ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marshall-livehouse/">ก่อนโกโฮมแวะชมไลฟ์เฮาส์ กับ Moose Chill Ground with Yellow Fang</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
