<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดาราณี ทองศิริ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/daranee/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/daranee/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Jun 2021 03:32:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Happiest Season หนังที่ชวนโอบกอดความหลากหลายและไม่สมบูรณ์แบบของคนในครอบครัว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/happiest-season/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ดาราณี ทองศิริ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2021 11:35:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Home Theater]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[หนังฟีดกู้ด]]></category>
		<category><![CDATA[Mackenzie Davis]]></category>
		<category><![CDATA[creative]]></category>
		<category><![CDATA[Kristen Stewart]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[Happiest Season]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=137097</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์ เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส เรามักนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข สมาชิกในครอบครัวที่ไปทำงานต่างบ้านต่างเมืองจะเดินทางกลับมาหากันเพื่อเลี้ยงฉลอง แลกของขวัญ และใช้เวลาอยู่ด้วยกันในช่วงวันก่อนสิ้นปี หนังฮอลลีวูดจำนวนมากนำเสนอช่วงเวลาดีๆ ในวันคริสต์มาส และ Happiest Season ก็เช่นเดียวกัน&#160; แต่นอกจากภาพช่วงเวลาแห่งความสุขแล้ว หนังเรื่องนี้ยังพาเราไปสำรวจเรื่องราวในมุมมองที่ต่างออกไปจากหนังวันหยุดเรื่องอื่นๆ เพราะมันตั้งคำถามต่อเรื่องของความรักที่ถูกต้องตามบรรทัดฐานทางสังคม การยอมรับตัวตนของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ความสมบูรณ์แบบและความหมายของความเป็นครอบครัว หนังเปิดเรื่องด้วยการนำเสนอซีนโรแมนติกประทับใจระหว่างฮาร์เปอร์ (Mackenzie Davis) และแอ็บบี้ (Kristen Stewart) หญิงสาวสองคนในคืนก่อนวันคริสต์มาส ก่อนที่ทั้งสองจะตกลงกันว่าคริสต์มาสนี้จะพากันไปหาครอบครัวของอีกฝ่ายเพื่อที่จะฉลองร่วมกัน แอ็บบี้นั้นมีความหลังฝังใจเพราะพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไปในคืนคริสต์มาส แต่ด้วยการโน้มน้าวของฮาเปอร์ เธอตัดสินใจตอบตกลง พร้อมกับวางแผนจะขอฮาร์เปอร์แต่งงานอย่างเป็นทางการ&#160; ก่อนเข้าสู่ฉากของครอบครัวสุขสันต์ ตัวละครตั้งคำถามที่ชวนให้ผู้ชมฉุกคิด เมื่อจอห์น (Daniel Levy) เพื่อนของแอ็บบี้รับรู้ถึงแผนการขอแต่งงาน ระหว่างที่เดินออกมาจากร้านขายแหวน เขาถามแอ็บบี้ขึ้นมาว่า “แอ็บบี้ เธอกับฮาร์เปอร์อยู่กันดีๆ ทำไมต้องทำลายมันด้วยการเข้าสู่สถาบันโคตรสมมติของมนุษยชาติ” แอ็บบี้ตอบเพียงว่า “ฉันอยากแต่งงานกับเธอ” แต่จอห์นยังคงไม่หยุดตั้งคำถาม เขาพูดต่อไปว่า “แต่คุณกำลังจะลวงเธอให้มาติดกับในกรงขังของเพศคู่ และเป็นเจ้าของเธอ”&#160; แอ็บบี้ยืนกราน เธออยากให้ทุกคนรับรู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ชีวิตกัน และเมื่อแอ็บบี้บอกว่าจะขอพ่อของฮาร์เปอร์ให้ยกลูกสาวให้&#160;จอห์นได้แต่อุทานออกมาว่า “ปิตาธิปไตยจงเจริญ” ฉากสั้นๆ นี้อาจดูตลกขบขันสำหรับใครหลายคน แต่การตั้งคำถามของจอห์นนั้นเผยให้เห็นชุดความเชื่อสองแบบ แบบแรกคือการต่อต้านสถาบันการแต่งงาน จอห์นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแอ็บบี้ที่มักจะให้คำปรึกษากับเธอเสมอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/happiest-season/">Happiest Season หนังที่ชวนโอบกอดความหลากหลายและไม่สมบูรณ์แบบของคนในครอบครัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center"><em>บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์</em></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/MV5BZDgyZDNiZGEtYmQ4NC00NzU5LTllODQtNjIwMGY2NDYyNGQwXkEyXkFqcGdeQXVyMTkxNjUyNQ@@._V1_-691x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137107" width="518" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/MV5BZDgyZDNiZGEtYmQ4NC00NzU5LTllODQtNjIwMGY2NDYyNGQwXkEyXkFqcGdeQXVyMTkxNjUyNQ@@._V1_-691x1024.jpg 691w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/MV5BZDgyZDNiZGEtYmQ4NC00NzU5LTllODQtNjIwMGY2NDYyNGQwXkEyXkFqcGdeQXVyMTkxNjUyNQ@@._V1_-202x300.jpg 202w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/MV5BZDgyZDNiZGEtYmQ4NC00NzU5LTllODQtNjIwMGY2NDYyNGQwXkEyXkFqcGdeQXVyMTkxNjUyNQ@@._V1_-768x1138.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/MV5BZDgyZDNiZGEtYmQ4NC00NzU5LTllODQtNjIwMGY2NDYyNGQwXkEyXkFqcGdeQXVyMTkxNjUyNQ@@._V1_-600x889.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/MV5BZDgyZDNiZGEtYmQ4NC00NzU5LTllODQtNjIwMGY2NDYyNGQwXkEyXkFqcGdeQXVyMTkxNjUyNQ@@._V1_.jpg 1012w" sizes="(max-width: 518px) 100vw, 518px" /></figure></div>



<p>เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส เรามักนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข สมาชิกในครอบครัวที่ไปทำงานต่างบ้านต่างเมืองจะเดินทางกลับมาหากันเพื่อเลี้ยงฉลอง แลกของขวัญ และใช้เวลาอยู่ด้วยกันในช่วงวันก่อนสิ้นปี <a href="https://adaymagazine.com/category/creative/film/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หนัง</a>ฮอลลีวูดจำนวนมากนำเสนอช่วงเวลาดีๆ ในวันคริสต์มาส และ <em>Happiest Season </em>ก็เช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>แต่นอกจากภาพช่วงเวลาแห่งความสุขแล้ว หนังเรื่องนี้ยังพาเราไปสำรวจเรื่องราวในมุมมองที่ต่างออกไปจากหนังวันหยุดเรื่องอื่นๆ เพราะมันตั้งคำถามต่อเรื่องของความรักที่ถูกต้องตามบรรทัดฐานทางสังคม การยอมรับตัวตนของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ความสมบูรณ์แบบและความหมายของความเป็นครอบครัว</p>



<p>หนังเปิดเรื่องด้วยการนำเสนอซีนโรแมนติกประทับใจระหว่างฮาร์เปอร์ (Mackenzie Davis) และแอ็บบี้ (Kristen Stewart) หญิงสาวสองคนในคืนก่อนวันคริสต์มาส ก่อนที่ทั้งสองจะตกลงกันว่าคริสต์มาสนี้จะพากันไปหาครอบครัวของอีกฝ่ายเพื่อที่จะฉลองร่วมกัน แอ็บบี้นั้นมีความหลังฝังใจเพราะพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไปในคืนคริสต์มาส แต่ด้วยการโน้มน้าวของฮาเปอร์ เธอตัดสินใจตอบตกลง พร้อมกับวางแผนจะขอฮาร์เปอร์แต่งงานอย่างเป็นทางการ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-137109" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/noguiltlife_com.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>noguiltlife.com</figcaption></figure></div>



<p>ก่อนเข้าสู่ฉากของครอบครัวสุขสันต์ ตัวละครตั้งคำถามที่ชวนให้ผู้ชมฉุกคิด เมื่อจอห์น (Daniel Levy) เพื่อนของแอ็บบี้รับรู้ถึงแผนการขอแต่งงาน ระหว่างที่เดินออกมาจากร้านขายแหวน เขาถามแอ็บบี้ขึ้นมาว่า</p>



<p><em>“แอ็บบี้ เธอกับฮาร์เปอร์อยู่กันดีๆ ทำไมต้องทำลายมันด้วยการเข้าสู่สถาบันโคตรสมมติของมนุษยชาติ”</em></p>



<p>แอ็บบี้ตอบเพียงว่า <em>“ฉันอยากแต่งงานกับเธอ”</em> แต่จอห์นยังคงไม่หยุดตั้งคำถาม เขาพูดต่อไปว่า</p>



<p><em>“แต่คุณกำลังจะลวงเธอให้มาติดกับในกรงขังของเพศคู่ และเป็นเจ้าของเธอ”&nbsp;</em></p>



<p>แอ็บบี้ยืนกราน เธออยากให้ทุกคนรับรู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ชีวิตกัน และเมื่อแอ็บบี้บอกว่าจะขอพ่อของฮาร์เปอร์ให้ยกลูกสาวให้&nbsp;จอห์นได้แต่อุทานออกมาว่า</p>



<p><em>“ปิตาธิปไตยจงเจริญ”</em></p>



<p>ฉากสั้นๆ นี้อาจดูตลกขบขันสำหรับใครหลายคน แต่การตั้งคำถามของจอห์นนั้นเผยให้เห็นชุดความเชื่อสองแบบ แบบแรกคือการต่อต้านสถาบันการแต่งงาน จอห์นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแอ็บบี้ที่มักจะให้คำปรึกษากับเธอเสมอ มองว่าสถาบันการแต่งงานนั้นเป็นสิ่งสมมติ เป็นพันธนาการและส่งเสริมการทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งของที่สามารถครอบครองได้ ส่วนประเพณีการขอลูกสาวจากพ่อนั้นก็เป็นวิธีคิดแบบ ‘ปิตาธิปไตย’ หรือ ‘ชายเป็นใหญ่’ ซึ่งหมายถึงระบบหรือแนวคิดที่ให้อำนาจกับพ่อ ผู้ชาย ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในขณะที่แอ็บบี้กลับมองอีกแบบว่า การแต่งงานคือการให้เกียรติคนที่เธอใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน คือการยอมรับถึงความสัมพันธ์ในรูปแบบที่ต่างออกไป แต่แค่สวมใส่โครงสร้างแบบรักต่างเพศเข้าไปด้วยการแต่งงาน&nbsp;</p>



<p>คำถามก็คือ ทำไมการแต่งงานจึงกลายเป็นบรรทัดฐานของการมีความรักความสัมพันธ์?</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-1024x683.jpg" alt="Happiest Season" class="wp-image-137106" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/filmaffinity_com.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>filmaffinity.com</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อความรักกลายเป็นความลับ</strong></h2>



<p>ตามสูตรของหนังทั่วไป แน่นอนว่าทุกอย่างไม่ได้ราบรื่นง่ายๆ ในตอนแรก เมื่อแอ็บบี้รู้ความจริงจากฮาร์เปอร์ว่าเธอไม่เคยบอกที่บ้านว่ากำลังคบกัน ฮาร์เปอร์ขอร้องให้แอ็บบี้เก็บความลับนี้เอาไว้จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงเทศกาลไปก่อนเพราะพ่อของเธอกำลังหาเสียงเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกเทศมนตรี แอ็บบี้จึงให้สัญญาอย่างเสียไม่ได้</p>



<p>เมื่อทั้งสองเดินทางไปถึงบ้านของฮาร์เปอร์ ผู้ชมก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าครอบครัวนี้มีบางสิ่งที่ล้นๆ เกินๆ เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่คอยจัดแจงทุกอย่างในบ้าน น้องสาวคนกลางที่พูดพร่ำแต่เรื่องที่เธอเข้าใจอยู่คนเดียวตลอดเวลา คุณพ่อที่วางตัวเป็นผู้นำครอบครัวอยู่เสมอ ครอบครัวของพี่สาวคนโตที่ดูสมบูรณ์แบบ มีสามีที่หน้าที่การงานมั่นคง ลูกฝาแฝดชายหญิงที่ปฏิบัติตามคำสั่งทุกอย่าง แอ็บบี้รู้ทันทีว่าเธอต้องเก็บงำความลับเอาไว้ให้ดีที่สุด ส่วนฮาเปอร์นั้นเมื่อกลับมาอยู่ที่บ้านก็กลายเป็นลูกสาวที่พ่อแม่ภาคภูมิใจเพราะความสำเร็จในหน้าที่การงานของเธอ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแอ็บบี้นั้นถูกทำให้อยู่ในสถานะของความเป็นเพื่อนสาวทั่วๆ ไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>What are you doing in the closet?</strong></h2>



<p>เพราะถูกแนะนำกับครอบครัวในฐานะเพื่อน ฮาเปอร์จึงถูกจับแยกห้องนอน แอ็บบี้ต้องระเห็จไปนอนในห้องรับแขกใต้ดิน คืนหนึ่งหลังจากทนคิดถึงกันไม่ไหว แอ็บบี้แอบย่องขึ้นไปหาฮาร์เปอร์ และเกือบถูกแม่ของฮาร์เปอร์จับได้ตอนที่เธอเข้าไปซ่อนตัวในห้องเก็บของ&nbsp;</p>



<p>ประโยคหนึ่งที่น่าสนใจในซีนนี้คือแม่ของฮาร์เปอร์ถามแอ็บบี้ว่า <em>“What are you doing in the closet” </em>ซึ่งในแง่หนึ่งก็อาจไม่ได้มีนัยถึงการเข้าไปทำอะไรอยู่ในห้องเก็บของเท่านั้น แต่อาจหมายถึงการปกปิดตัวตนทางเพศ ซึ่งในรูปประโยคภาษาอังกฤษเรามักจะได้ยินสำนวนที่ว่า ‘come out of the closet’ อันหมายถึงการเปิดเผยตัวตนทางเพศให้สังคมและครอบครัวรับรู้ว่าเรามีวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศอย่างไร จุดนี้เองสื่อว่าการ come out of the closet เป็นเส้นเรื่องหลักของตัวละคร</p>



<p>แอ็บบี้และฮาร์เปอร์ come out กับเพื่อนสนิทได้ แต่สำหรับครอบครัวแล้ว พวกเธอจำเป็นจะต้อง ‘ซ่อนตัว’ อยู่ในตู้ การตั้งคำถามว่า “เธอเข้าไปทำอะไรในตู้” จึงอาจเป็นคำถามที่ LGBTIQ+ หลายคนกลัวที่จะต้องตอบกับครอบครัวมากที่สุด และไม่ใช่แค่ในระดับครอบครัว แต่รวมไปถึงสังคมรอบตัวฮาร์เปอร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ชุมชนที่อาศัยอยู่ ผู้สนับสนุนการเลือกตั้งของพ่อฮาร์เปอร์ หรือกระทั่งการตอบคำถามกับตัวเองว่าเมื่อไหร่กันที่เราจะเดินออกจากตู้ได้เสียที ในที่นี้ closet จึงสัมพันธ์กับการรักษา secret และอาจกล่าวได้ว่า ตู้ที่เราซ่อนตัวอยู่นั้นมีไว้เพื่อที่จะซ่อนความลับให้มิดชิดจากการถูกปฏิเสธทางสังคมนั่นเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="640" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com.jpg" alt="Happiest Season" class="wp-image-137102" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/bellamediachannel_com-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /><figcaption>bellamediachannel.com</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โลกที่โอบรับเฉพาะความสัมพันธ์แบบรักต่างเพศ</strong></h2>



<p>ในทุกฉากทุกตอน ผู้ชมจะได้เห็นความอึดอัดคับข้องใจของตัวละครทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นแอ็บบี้ที่ถูกตั้งคำถามจากแม่ของฮาร์เปอร์ว่ามีแฟน (ผู้ชาย) หรือยัง และฮาร์เปอร์ที่ถูกเซอร์ไพรส์จากครอบครัวด้วยการแอบชวนแฟนเก่า (ผู้ชาย) ของเธอมาทานมื้อค่ำด้วยเพราะอยากให้พวกเขากลับไปคบกันอีกครั้ง และการพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ใกล้ชิดในวัยเด็กระหว่างฮาร์เปอร์กับแฟนเก่า(ผู้ชาย)บนโต๊ะอาหารก็ดูจะเป็นเรื่องปกติ รวมไปถึงการซุบซิบนินทาของครอบครัวฮาร์เปอร์ที่มีต่อครอบครัวของไรลีย์ แฟนเก่า(ผู้หญิง)ของฮาร์เปอร์ ว่าพวกเขาโชคดีแค่ไหนที่ไรลีย์เลิกพฤติกรรมน่าอับอายและมีหน้าที่การงานที่เป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัว ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่ว่างสำหรับความสัมพันธ์แบบอื่นๆ ปรากฏขึ้นในการรับรู้และยอมรับของครอบครัวฮาร์เปอร์เลย</p>



<p>เมื่อโลกไม่มีที่ว่างให้กับความสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกัน เพราะความสัมพันธ์แบบรักต่างเพศนั้นคือบรรทัดฐาน การไม่สามารถแสดงออกในการเป็นตัวเองและไม่สามารถแสดงความรักต่อกันได้ในที่สาธารณะ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฮาร์เปอร์กับแอ็บบี้ดูจะเหินห่างระหองระแหงมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ความเข้าใจว่าความรักชนะทุกสิ่งอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นจริงเสมอไป เมื่อแฟนเก่าของฮาร์เปอร์เริ่มรุกหนัก ฮาร์เปอร์เองเริ่มรู้สึกอึดอัดจากการถูกตั้งคำถามจากแอ็บบี้จนกลายเป็นความรู้สึกถูกจับผิด ส่วนแอ็บบี้ก็เริ่มรู้สึกถึงการถูกทอดทิ้ง ความโดดเดี่ยวของการที่บอกใครไม่ได้เรื่องความสัมพันธ์ทำให้เธอกับไรลีย์สนิทกันมากขึ้นจนนำมาซึ่งความเข้าใจผิดระหว่างฮาร์เปอร์กับแอ็บบี้ กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นและใกล้แตกสลาย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/taipeipost_org-1024x576.jpg" alt="Happiest Season" class="wp-image-137110" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/taipeipost_org-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/taipeipost_org-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/taipeipost_org-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/taipeipost_org-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/taipeipost_org.jpg 1509w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>bostonherald.com</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ภาพมายาของคำว่าสมบูรณ์แบบ</strong></h2>



<p>เมื่อเรื่องเดินทางมาสู่จุดแตกหัก ความลับของครอบครัวฮาร์เปอร์ไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแอ็บบี้อีกต่อไป แต่เธอได้พบว่าสโลน (รับบทโดย Alison Brie) พี่สาวคนโตซึ่งไม่ลงรอยกันเพราะชอบแข่งขันกับเธอในทุกๆ ด้านมาตั้งแต่เด็ก กลับมีปัญหากับสามีจนถึงขั้นเตรียมหย่ากัน และสามีที่อบอุ่นก็ไม่ได้ซื่อสัตย์และรักครอบครัวอย่างที่ใครคิด ชีวิตคู่ของลูกสาวคนโตที่พ่อแม่ภาคภูมิใจและมักจะอวดใครๆ อยู่เสมอก็ได้พังทลายลงในคืนนั้นเอง</p>



<p>เมื่อทุกคนได้รู้ความจริงว่าลูกสาวคนเล็กที่เพียบพร้อมอย่างฮาร์เปอร์มีความสัมพันธ์แบบคนรักเพศเดียวกัน พร้อมๆ กับลูกสาวคนโตผู้สมบูรณ์แบบนั้นไม่ได้เพอร์เฟกต์อีกต่อไป ด้านลูกสาวคนกลางที่ไม่เคยมีใครสนใจก็ได้เผยความในใจให้ทุกคนรับรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับการไม่ถูกมองเห็น ไม่ได้รับความสำคัญ ครอบครัวของฮาร์เปอร์เหมือนถูกพายุหิมะซัดถล่มและพังครืนภายในคืนเดียว วันคริสต์มาสที่ทุกคนควรจะมีความสุขกับงานรื่นเริงและเฉลิมฉลองด้วยกันกลับกลายเป็นคืนแห่งการสารภาพความในใจ คืนแห่งการเปิดเผยความลับ และเป็นคืนที่ตั้งคำถามกับทุกคนว่า ความสมบูรณ์แบบของครอบครัวคืออะไร? ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบต้องแต่งงานมีครอบครัวหรือไม่? พ่อแม่จะยอมรับได้ไหมหากลูกสาวที่เราภาคภูมิใจไม่ได้เป็นผู้หญิงในแบบที่เราต้องการ?</p>



<p>หลังผ่านพ้นคืนอันแสนวุ่นวายที่ไม่มีใครคาดคิด เรื่องก็เดินตามสูตรของหนังคริสต์มาสแบบไม่ผิดจากที่คาดไว้ เพราะเมื่อถึงวันรุ่งขึ้น เมื่อทุกคนกลับไปใคร่ครวญจนตกผลึกได้ว่าความรักนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ครอบครัวที่อบอุ่นไม่ได้มีแค่คำว่าพ่อแม่ลูก ลูกสาวที่ดีก็ไม่ได้ผูกอยู่กับการมีสามีที่ดี ตัวละครทั้งหมดตระหนักได้ว่าความรักนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรมีเงื่อนไข&nbsp;</p>



<p>ภาพครอบครัวสุขสันต์ถูกบันทึกใหม่ และแอ็บบี้ที่เคยอยู่นอกเฟรมของภาพถ่ายครอบครัวถูกเรียกเข้าไปร่วมเฟรมด้วยเป็นครั้งแรก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-137104" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/entertainmain_weekly.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Entertainmain Weekly</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">โอบกอด<strong>ตัวตนของ LGBT+ </strong>ด้วยความเข้าใจ</h2>



<p>สำหรับเรา ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือฉากท้ายๆ ที่เมื่อพ่อของฮาร์เปอร์รับรู้ความจริงว่าลูกสาวชอบพอกับผู้หญิง เขาเลยต่อว่าลูกสาวที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาหม่นหมอง ซีนนี้สะท้อนโลกของความจริงในหลายๆ ประเทศที่เกียรติยศของครอบครัวนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ ผู้ชายที่เป็นผู้นำครอบครัวอาจยอมแลกกับการติดคุกหรือรับโทษประหารเพื่อฆ่าลูกสาวที่เป็นหญิงรักหญิงทิ้ง เพื่อกอบกู้เกียรติยศชื่อเสียงของตนและครอบครัว ในขณะที่ครอบครัวที่มีความเข้าใจความหลากหลายทางเพศดีพอ ลูกที่เป็นหญิงรักหญิงอาจไม่โชคร้ายแบบนั้น และนี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม ‘ครอบครัว’ จึงสำคัญมากต่อการเปิดเผยตัวตนของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เพราะครอบครัวจะเป็นหน่วยแรกๆ ที่สามารถสนับสนุนและโอบอุ้ม ทำให้คนที่ยังอยู่ใน closet สามารถก้าวออกมาได้ เพราะมั่นใจว่ามีคนที่ยอมรับและตระหนักในตัวตนของพวกเขา</p>



<p>แม้ว่า <em>Happiest Season</em> จะเป็นหนังสูตรสำเร็จเหมือนหนังหลายเรื่อง แต่หากมองลึกลงไป นี่คือหนังที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัวและการสนับสนุนให้เกิดการยอมรับวิถีทางเพศของคนในครอบครัวอย่างแท้จริง หนังทำให้เราตระหนักว่าเรื่องของความหลากหลายทางเพศไม่ใช่เรื่องของอำนาจในการใช้ชีวิตในระดับส่วนบุคคลเท่านั้น แต่มันหมายรวมถึงปัจจัยทางสังคมที่มีส่วนต่อการใช้ชีวิตของคนที่มีความหลากหลายทางเพศด้วยเช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>สำหรับคนที่มีความหลากหลายทางเพศแล้ว หากครอบครัวหรือชุมชนรายรอบตัวไม่อาจยอมรับในตัวตนที่พวกเขาเป็น การใช้ชีวิตในโลกที่ปฏิเสธตัวตนของพวกเขาก็ย่อมเป็นไปด้วยความยากลำบาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/netflix_com-1024x576.jpg" alt="Happiest Season" class="wp-image-137108" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/netflix_com-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/netflix_com-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/netflix_com-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/netflix_com-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/netflix_com.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Netflix</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การต่อสู้ผ่านภาพแทนในสื่อบันเทิง</strong></h2>



<p>แม้ว่า <em>Happiest Season</em> จะไม่ได้มีฉากที่ตั้งคำถามกับสังคมอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ถือว่าเป็นหนังที่พูดถึงความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิงที่ตัวละครหลักมีจุดจบที่แฮปปี้เอนดิ้ง ต่างไปจากหนังหลายๆ เรื่องที่นำเสนอความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิงที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมหรือความทุกข์ระทม อย่างหนังเรื่อง <em>Ride or Die</em> (2021) หนังญี่ปุ่นเรื่องล่าสุดที่นำเสนอภาพความทุกข์ระทมของหญิงรักหญิง หรือ <em>Fire</em> (1996) หนังอินเดียอันลือเลื่องที่ว่าด้วยความรักของหญิงรักหญิงที่มีสามีแล้ว ซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงในสังคมอินเดียอย่างรุนแรง รวมไปถึงหนังแอฟริกาใต้เรื่อง <em>Rafiki</em> (2018) ที่นำเสนอชีวิตของหญิงรักหญิงในสังคมชายเป็นใหญ่ที่การรักเพศเดียวกันมีโทษถึงตาย&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมาหนังหญิงรักหญิงส่วนใหญ่มักจบลงแบบไม่สมหวัง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงหลายปีมานี้ มีหนังที่พูดเรื่องการสนับสนุนให้ครอบครัวยอมรับความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิงก็มีจำนวนมากขึ้นด้วย เช่น หนังอินเดียเรื่อง Ek Ladki Ko Dekha Toh Aisa Laga (2019) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำให้ครอบครัวที่อนุรักษนิยมและเป็นสังคมแบบรักต่างเพศขั้นสูงสุด หันมายอมรับความสัมพันธ์ของคนรักเพศเดียวกันได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของการต่อสู้ทางการเมืองและการเติบโตของอุตสาหกรรมหนังในประเทศซีกโลกตะวันตกหรือฝั่งคนขาว ก็เข้าใจได้ว่าภาพของการยอมรับความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงกับครอบครัวนั้นย่อมนำเสนอได้ง่ายกว่าหนังในประเทศซีกโลกใต้ที่ครอบครัวมักเป็นด่านแรกๆ ในการทำลายหรือกีดกันความสัมพันธ์ของหญิงรักหญิง อันเนื่องมาจากการครอบงำของสังคมแบบชายเป็นใหญ่ที่เข้มข้น ผ่านจารีตทางศาสนาและประเพณีต่างๆ ที่ยังคงอยู่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wallpapercrave_com-828x1024.jpg" alt="Happiest Season" class="wp-image-137112" width="621" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wallpapercrave_com-828x1024.jpg 828w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wallpapercrave_com-243x300.jpg 243w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wallpapercrave_com-768x950.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wallpapercrave_com-1242x1536.jpg 1242w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wallpapercrave_com-600x742.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wallpapercrave_com.jpg 1656w" sizes="(max-width: 621px) 100vw, 621px" /><figcaption>wallpapercrave.com</figcaption></figure></div>



<p>ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนคิดว่า <em>Happiest Season</em> เป็นหนังฟีลกู้ดที่ย่อยง่าย เหมาะสำหรับวันคริสต์มาส หรือวันหยุดเทศกาลอื่นๆ ที่สมาชิกในบ้านอาจจะลองแกล้งๆ เปิดให้ครอบครัวดูด้วยกันได้ เผื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปิดใจกับครอบครัวถึงวิถีทางเพศของเราที่ไม่มีใครเคยได้รับรู้มาก่อน แต่ก็อาจจะต้องเผื่อใจไว้หน่อยว่าหนังคงไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะทำให้เราก้าวออกจาก closet หรือทำให้ครอบครัวยอมรับได้ทันที&nbsp;</p>



<p>การต่อสู้เรื่องการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมแบบชายเป็นใหญ่ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปในทุกมิติ และการนำเสนอผ่านโลกของภาพยนตร์ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยเปิดใจให้กับความสัมพันธ์อันหลากหลายนี้ด้วยเช่นกัน</p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>สามารถชม<em> Happiest Season</em> ได้ทาง <a href="https://www.netflix.com/th/title/80204393" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Netflix</a></p>



<p><em>Ride or Die Ek Ladki Ko Dekha Toh Aisa Laga&nbsp;</em>ทาง Netflix</p>



<p><em>Rafiki </em>ทาง Amazon Prime</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/happiest-season/">Happiest Season หนังที่ชวนโอบกอดความหลากหลายและไม่สมบูรณ์แบบของคนในครอบครัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
