<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฉัตรพร นิลธรรมชาติ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author95/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 18:36:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่ฉันไม่มีตัวตน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-41/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-41/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรพร นิลธรรมชาติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Oct 2016 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เมลเบิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[Work and Holiday]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-41/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันเป็นนักเขียน ฉันเคยเป็นนักออกแบบ ฉันสร้างบ้านดินของตัวเอง ฉันเคยลงนิตยสาร ฉันเคยออกทีวี ฉันเคยเป็นวิทยากร ฉันเป็นลูกคนโต ฉันมีครอบครัวและหมาแมวที่น่ารัก แล้ววันหนึ่งฉันก็ตัดสินใจมาอยู่ออสเตรเลีย 1 ปี ด้วยวีซ่า Work and Holiday ฉันเข้าใจว่าฉันพึ่งพาตัวเองได้ ฉันเชื่อเสมอว่าฉันแข็งแรงพอทั้งร่างกายและจิตใจที่จะผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ได้ ฉันพูดบอกคนอื่นและตัวเองเสมอว่าเราไม่ควรเสียเวลาทำในสิ่งที่เราไม่มีความสุข ‘ชีวิตมันสั้น ใช้มันให้มีความสุขสิ เงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต’ ฉันเชื่อแบบนั้น และชีวิตที่ออสเตรเลีย 1 ปี ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันรัก ฉันรักในการวาดรูป การบันทึก ฉันจะทำมัน ฉันจะมีความสุขในทุกวัน และต่อยอดสิ่งที่ทำไว้แล้วที่กรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นไปอีกในชีวิต 1 ปีที่นี่ หนึ่งเดือนแรก ฉันเป็นนักท่องเที่ยว เดือนที่สอง ฉันต้องเริ่มเป็นผู้อาศัย เงินที่เตรียมมาและใช้ไปในช่วงเดือนแรกเริ่มหมดไป เหลือน้อยลงทุกที การนั่งอยู่บ้านวาดรูปเริ่มไม่ใช่คำตอบของความสุข สิ่งที่ควรทำคือทำ Resume เพื่อไปยื่นสมัครงาน ทั้งที่ยังคิดภาพไม่ออกว่างานประเภทไหนที่เราอยากทำมันจริงๆ จูงหมาเดิน? วาดภาพประกอบนิตยสาร? ขายของที่ Art market? ทุกอย่างที่คิดได้กับความเป็นไปได้ยังไม่เชื่อมโยงกันเท่าไหร่ สิ่งที่พอจะเป็นไปได้ที่สุดแล้วก็คือ ’ทำงานในคาเฟ่’ ฉันยื่นใบสมัครไปทุกร้านเท่าที่จะทำได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-41/">วันที่ฉันไม่มีตัวตน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉันเป็นนักเขียน</p>
<p>ฉันเคยเป็นนักออกแบบ</p>
<p>ฉันสร้างบ้านดินของตัวเอง</p>
<p>ฉันเคยลงนิตยสาร</p>
<p>ฉันเคยออกทีวี</p>
<p>ฉันเคยเป็นวิทยากร</p>
<p>ฉันเป็นลูกคนโต</p>
<p>ฉันมีครอบครัวและหมาแมวที่น่ารัก</p>
<p>แล้ววันหนึ่งฉันก็ตัดสินใจมาอยู่ออสเตรเลีย<br />
1 ปี ด้วยวีซ่า Work and Holiday ฉันเข้าใจว่าฉันพึ่งพาตัวเองได้<br />
ฉันเชื่อเสมอว่าฉันแข็งแรงพอทั้งร่างกายและจิตใจที่จะผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ได้ ฉันพูดบอกคนอื่นและตัวเองเสมอว่าเราไม่ควรเสียเวลาทำในสิ่งที่เราไม่มีความสุข<br />
‘ชีวิตมันสั้น ใช้มันให้มีความสุขสิ<br />
เงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต’ ฉันเชื่อแบบนั้น<br />
และชีวิตที่ออสเตรเลีย 1 ปี ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันรัก<br />
ฉันรักในการวาดรูป การบันทึก ฉันจะทำมัน ฉันจะมีความสุขในทุกวัน<br />
และต่อยอดสิ่งที่ทำไว้แล้วที่กรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นไปอีกในชีวิต 1 ปีที่นี่</p>
<p>หนึ่งเดือนแรก ฉันเป็นนักท่องเที่ยว</p>
<p>เดือนที่สอง<br />
ฉันต้องเริ่มเป็นผู้อาศัย เงินที่เตรียมมาและใช้ไปในช่วงเดือนแรกเริ่มหมดไป เหลือน้อยลงทุกที<br />
การนั่งอยู่บ้านวาดรูปเริ่มไม่ใช่คำตอบของความสุข สิ่งที่ควรทำคือทำ Resume เพื่อไปยื่นสมัครงาน<br />
ทั้งที่ยังคิดภาพไม่ออกว่างานประเภทไหนที่เราอยากทำมันจริงๆ จูงหมาเดิน? วาดภาพประกอบนิตยสาร? ขายของที่ Art market? ทุกอย่างที่คิดได้กับความเป็นไปได้ยังไม่เชื่อมโยงกันเท่าไหร่<br />
สิ่งที่พอจะเป็นไปได้ที่สุดแล้วก็คือ ’ทำงานในคาเฟ่’</p>
<p>ฉันยื่นใบสมัครไปทุกร้านเท่าที่จะทำได้<br />
เป็นความรู้สึกที่ยื่นไปเพราะอยากได้งาน แต่ถ้าถามว่าเป็นงานที่อยากทำมั้ย ก็ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า<br />
’ไม่’ มีร้านหนึ่งเรียกไปลองงาน ฉันดีใจที่ได้รับโอกาสแรก<br />
คืนนั้นพยายามบิลด์ให้มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น น่าลองทำ และเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด<br />
นอนแต่หัวค่ำ เพื่อจะทำให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด ร้านนี้เป็นร้านกาแฟเล็กๆ ในเมือง<br />
เมื่อไปถึง มีพนักงานในร้านอีกสองคนที่เป็นคนญี่ปุ่น เราก็อุ่นใจตั้งแต่แรกเห็นเพราะเป็นคนเอเชียเหมือนกัน<br />
และคนญี่ปุ่นก็เป็นคนน่ารัก แต่สงสัยสองคนนี้จะดูละครไทยมากไปหน่อย<br />
พอเราทำอะไรผิดพลาด ก็มีกล้องสองหันไปหัวเราะคิกคักๆ แถมเจ้าของร้านก็ดูไม่เป็นมิตรด้วย</p>
<p>คำพูดดูถูกในความไม่รู้และไม่คล่องในชั่วโมงแรกของการทำงาน<br />
กับเพื่อนร่วมงานกล้องสอง มันเป็นประสบการณ์การทำงานครั้งแรกในเมลเบิร์นที่แย่มาก<br />
วันนั้นกลับบ้านมาด้วยคำถามที่ถามตัวเองซ้ำๆว่า ‘เรามาทำอะไรที่นี่? ชีวิตเราที่ไทยก็ดีอยู่แล้วนี่ บ้านเราไม่ได้จนขนาดนั้นนะ’ ทุกเหตุผลที่พอจะคิดเข้าข้างตัวเองได้มันออกมาทั้งหมด และไม่ได้ช่วยให้สภาพจิตใจตอนนั้นดีขึ้นเลย ในช่วงวันนั้น<br />
ไม่ใช่สิ อาทิตย์นั้น แค่การดูรูปหมาแมวที่คนที่บ้านส่งมาให้ผ่าน line หรือรูปเพื่อนในเฟซบุ๊กที่เลิกงานแล้วไปกินข้าวด้วยกัน รูปธรรมดาๆ เหล่านี้ก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด<br />
คำถามต่อมาที่เกิดขึ้น ‘กลับบ้านเราดีมั้ย<br />
ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเราหรอก’ เมื่อปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในอารมณ์นั้นสักพัก<br />
มันเหมือนได้เห็นตัวเองว่าจริงๆ แล้วเราอ่อนแอกว่าที่เราคิดเยอะ </p>
<p>ระหว่างนั้น<br />
ฉันก็ไปลองงานร้านเค้กอีกร้านหนึ่ง ร้านนี้โชคดีหน่อยคือฉันเข้าไปแทนเพื่อนที่กำลังจะกลับไทยพอดี<br />
ทำให้ได้ไปเสียบแทนโดยที่ลุงเจ้าของร้านไม่ได้ขอดูแม้แต่ resume เราด้วยซ้ำ<br />
ป้าเจ้าของร้านถามแค่ว่าเราชื่ออะไร เราตอบไปว่าชื่อแพร เขาบอกว่าชื่อเรียกยากจัง<br />
ขอเรียกว่าแพมได้มั้ย? </p>
<p>คำถามสั้นๆ นี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไร<br />
แต่มันกลับดึงให้ฉันคิดทบทวน</p>
<p>ฉันกลับมามองตัวเองว่า<br />
ที่ผ่านมาที่เราทุกข์ จิตใจไม่เป็นสุข เป็นเพราะตัวเรามีอัตตามากไปไหม ตัวตนที่ถือไว้แบกไว้หนักไปไหม<br />
มันหนักจนเรามีข้ออ้างในทุกอย่างที่เกิดขึ้น ลองวางมันลงสิ เราก็เป็นแค่คนธรรมดา<br />
ที่ไม่ได้ทำงานคล่องไม่ได้ว่องไว เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ชงกาแฟเก่งอะไร<br />
เรามาลองวางตัวตน แล้วตั้งใจทำสิ่งตรงหน้าให้ดีขึ้นมั้ย ลองอยู่กับปัจจุบันดู<br />
ประวัติเรา เขายังไม่อยากรู้เลย ถ้าเรียกชื่อเราไม่เข้าปาก เขายังขอเปลี่ยนเลย<br />
แล้วจะไปติดอะไรกับสิ่งที่เราเคยเป็น เคยมี ทำงานที่นี่ไม่ว่าเราจะเป็นใครมาจากไหน<br />
ขอแค่มาทำงานตรงเวลา ชงกาแฟได้ เสิร์ฟเค้กให้ถูกต้อง เท่านั้นพอ</p>
<p>หลังจากวันนั้น<br />
ตอนนี้ฉันยังคงอยู่ที่เมลเบิร์นโดยที่ชีวิตไม่ได้ทำงานที่รัก<br />
ไม่ได้ต่อยอดอะไรให้กับหน้าที่การงานในอนาคตได้เลย เป็นงานที่ทำเพื่อเงินเท่านั้น ฉันแค่ตื่นเช้ามาทำงาน<br />
เลิกงานตอนเย็นกลับบ้านไปทำอาหาร หาเมนูใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ หาร้านอาหารใหม่ๆ ไปลองอาทิตย์ละครั้ง<br />
หาเวิร์กช็อปสนุกๆ ไปลงเรียน ใช้ชีวิตเป็นคนหาเช้ากินค่ำธรรมดา แต่&#8230;กลับมีความสุขดี รู้สึกมีอิสระ อยากกินอะไรก็ได้กิน นอนหลับสบายทุกคืน<br />
นี่สินะความเบาสบายของการเป็นคนไม่มีตัวตน การอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้น<br />
วางตัวตนที่เคยถือ เคยแบกลงบ้าง ชีวิตก็เบาดีนะ</p>
<p>ชีวิตมันสั้น<br />
ใช้มันให้มีความสุขสิ แต่ความทุกข์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการได้รู้จักตัวเองเหมือนกันนะ : )</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-41/">วันที่ฉันไม่มีตัวตน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-41/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาลี : แมวน้อยที่ทำให้ทาสหมากลายมาเป็นทาสแมวจนได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cat-7/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cat-7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรพร นิลธรรมชาติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 May 2016 03:06:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[คนอวดแมว]]></category>
		<category><![CDATA[cat]]></category>
		<category><![CDATA[Bengal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cat-7/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เห็นช่วงหลังคนเขาฮิตเลี้ยงแมวกันจัง มีทั้งคาเฟ่แมว แมวเซเลบ เกิดขึ้นเยอะแยะ แต่เราเองเป็นคนนึงที่เป็นคนสายหมา แล้วเข้าใจว่าแมวเป็นสัตว์ที่เดาอารมณ์ไม่ถูก ถ้าเป็นหมา เรียกชื่อก็รีบวิ่งมาหา ดีใจก็กระดิกหาง หงอยก็หางตก สงสัยก็หูตั้ง คือเป็นสัตว์มีอารมณ์ที่คนอย่างเราเข้าใจได้ และเหมือนจะคุยกันรู้เรื่อง แต่กับแมว เราเคยมีประสบการณ์ไปลูบหัวแมว แล้วมันก็ทำหน้าเคลิ้มนะ เคลิ้มอยู่ดีๆ ก็เอามือตบเลย…คืออะไรรร หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้แมวเท่าไหร่ เพราะไม่รู้ในใจมันคิดอะไรอยู่ จนวันนึงเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว น้องสาวได้แมวมาเลี้ยง ต้องเท้าความว่าน้องสาวเปิดร้านกาแฟอยู่ค่อนข้างไกลบ้าน ก็เลยกลับบ้านบ้าง นอนที่ร้านบ้าง ทำให้เราซึ่งเป็นผู้อยู่บ้านตลอดเวลาเป็นผู้ปกครองเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ‘มาลี’ แมวลูกครึ่งเบงกอล-โคราชที่ได้มาจากพี่ที่รู้จัก เป็นตัวที่ซนที่สุดในคอก แม้จะเป็นผู้หญิงแต่เธอห้าวมาก ภารกิจแรกที่เราต้องผ่านไปให้ได้เพื่อตัวเองจะได้เหนื่อยน้อยลงคือ ต้องทำให้มาลีเข้ากับชาลีให้ได้ ‘ชาลี’ คือสุนัขพันธุ์มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ สีขาว ซึ่งเป็นเหมือนลูกชายสุดที่รักของเรา มันจะเดินตามเราไปทุกที่ จะนอน จะกิน หรือแม้แต่เข้าห้องน้ำ ชาลีเป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ทำให้ไม่ค่อยได้วิ่งขยับตัวสักเท่าไหร่ ที่บ้านเลยสร้างความตื่นเต้นโดยการให้มันวิ่งไปเห่าแมว ที่มักจะมาเดินอ่อยหมาบนกำแพงบ้าน คือถ้าพูดว่า &#8220;ชาลี แมว แมว” พร้อมชี้มือไปที่หน้าต่าง ไม่ว่าชาลีจะทำอะไรอยู่ก็จะวิ่งไปเกาะหน้าต่างแล้วเห่าแมวอย่างจริงจัง ก็แน่นอนล่ะ หมาย่อมไม่ถูกกับแมวแน่ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cat-7/">มาลี : แมวน้อยที่ทำให้ทาสหมากลายมาเป็นทาสแมวจนได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นช่วงหลังคนเขาฮิตเลี้ยงแมวกันจัง<br />
มีทั้งคาเฟ่แมว แมวเซเลบ เกิดขึ้นเยอะแยะ แต่เราเองเป็นคนนึงที่เป็นคนสายหมา แล้วเข้าใจว่าแมวเป็นสัตว์ที่เดาอารมณ์ไม่ถูก<br />
ถ้าเป็นหมา เรียกชื่อก็รีบวิ่งมาหา ดีใจก็กระดิกหาง หงอยก็หางตก สงสัยก็หูตั้ง คือเป็นสัตว์มีอารมณ์ที่คนอย่างเราเข้าใจได้<br />
และเหมือนจะคุยกันรู้เรื่อง แต่กับแมว เราเคยมีประสบการณ์ไปลูบหัวแมว<br />
แล้วมันก็ทำหน้าเคลิ้มนะ เคลิ้มอยู่ดีๆ ก็เอามือตบเลย…คืออะไรรร หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้แมวเท่าไหร่<br />
เพราะไม่รู้ในใจมันคิดอะไรอยู่</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-cat-7-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-cat-7-2.jpg"></p>
<p>จนวันนึงเมื่อ<br />
5 เดือนที่แล้ว น้องสาวได้แมวมาเลี้ยง ต้องเท้าความว่าน้องสาวเปิดร้านกาแฟอยู่ค่อนข้างไกลบ้าน ก็เลยกลับบ้านบ้าง นอนที่ร้านบ้าง ทำให้เราซึ่งเป็นผู้อยู่บ้านตลอดเวลาเป็นผู้ปกครองเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ</p>
<p>‘มาลี’ แมวลูกครึ่งเบงกอล-โคราชที่ได้มาจากพี่ที่รู้จัก<br />
เป็นตัวที่ซนที่สุดในคอก แม้จะเป็นผู้หญิงแต่เธอห้าวมาก<br />
ภารกิจแรกที่เราต้องผ่านไปให้ได้เพื่อตัวเองจะได้เหนื่อยน้อยลงคือ<br />
ต้องทำให้มาลีเข้ากับชาลีให้ได้ ‘ชาลี’ คือสุนัขพันธุ์มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ สีขาว ซึ่งเป็นเหมือนลูกชายสุดที่รักของเรา<br />
มันจะเดินตามเราไปทุกที่ จะนอน จะกิน หรือแม้แต่เข้าห้องน้ำ<br />
ชาลีเป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ทำให้ไม่ค่อยได้วิ่งขยับตัวสักเท่าไหร่<br />
ที่บ้านเลยสร้างความตื่นเต้นโดยการให้มันวิ่งไปเห่าแมว<br />
ที่มักจะมาเดินอ่อยหมาบนกำแพงบ้าน คือถ้าพูดว่า &#8220;ชาลี แมว แมว”<br />
พร้อมชี้มือไปที่หน้าต่าง ไม่ว่าชาลีจะทำอะไรอยู่ก็จะวิ่งไปเกาะหน้าต่างแล้วเห่าแมวอย่างจริงจัง<br />
ก็แน่นอนล่ะ หมาย่อมไม่ถูกกับแมวแน่ๆ แต่แล้ววันนี้สิ่งที่เราบิลด์ชาลีเอาไว้กลับกลายเป็นสิ่งที่มาทำให้เราผ่านภารกิจแรกได้ยากขึ้นไปอีก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-cat-7-3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-cat-7-51.jpg"></p>
<p>เราเริ่มจากการหาใน Google ว่า แมวกับหมามันจะเข้ากันได้อย่างไร ข้อมูลเพิ่มเติมจากร้านสัตวแพทย์ใกล้บ้านคือ<br />
สาเหตุที่แมวตายในอันดับต้นๆ คือ โดนหมากัดกะโหลกแตก! โอ๊ย<br />
โหดแท้ คืนแรกที่มาลีกลับบ้าน เราเอามันไว้ที่ห้องน้อง และให้ชาลีอยู่ในห้องเรา<br />
ซึ่งมีประตูทะลุถึงกันได้ ชาลีเฝ้าที่ประตูนั้นทั้งคืน<br />
วันต่อมาเราเริ่มอุ้มแมวให้ได้เจอกัน เริ่มดมๆ กัน<br />
และปล่อยให้เจอกันโดยล่ามโซ่ชาลี ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี<br />
ไม่นานสองพี่น้องต่างสายพันธุ์ก็สนิทสนมกันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าพูดคีย์เวิร์ดว่า &#8220;ชาลี แมว แมว” ชาลีก็ยังคงรีบวิ่งไปเกาะที่หน้าต่าง<br />
ทำท่าจะกัดแมวตัวนั้นให้ตายถ้ามันลงมา ทั้งที่มาลีก็นอนอยู่ข้างๆ<br />
สรุปคือชาลีรู้ว่าตัวที่เดินอยู่บนกำแพงคือแมว แต่ที่นอนอยู่ข้างๆ คือน้องสาว (ทำไมหมาชั้นฉลาดแบบนี้นะ)</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-cat-7-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-cat-7-8.jpg"></p>
<p>ด้วยความที่เราไม่เคยมีความรู้เรื่องเลี้ยงแมวมาก่อน<br />
และเมื่อวันไหนที่มาลีนอนกลางวันเยอะ ตอนกลางคืนมันจะร่าเริงกระโดดไปนู่นกัดนี่<br />
กัดทุกอย่างโดยเฉพาะเท้าเราที่อยู่ในผ้าห่ม ทำให้เกิดภารกิจที่สองขึ้น ‘กลางวันต้องทำให้มันเหนื่อย’<br />
จากที่น้องสาวชอบซื้อของเล่นมาให้ กลับมาบ้านทีไรจะต้องมีชิ้นสองชิ้น<br />
และทุกชิ้นจะแอดวานซ์ขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากของเล่นที่เป็นแท่งไม้แล้วมีเชือกที่ปลาย<br />
ไปจนถึงแมลงสาบใส่ถ่าน ไฟเลเซอร์ ผีเสื้อใส่ถ่าน ล้ำๆ ทั้งนั้น ซึ่งมาลีตะปบอยู่สองสามทีก็เบื่อแล้ว แต่สิ่งที่มาลีชอบเอามากๆ คือ…การจับแมลงวัน ของเล่นจะล้ำอย่างไร แพงแค่ไหน<br />
แมวบ้านก็ชอบของเล่นพื้นบ้านนี่แหละ แล้วหน้าที่ของเราในภารกิจที่สองนี้ มารู้อีกทีก็พบตัวเองเดินอุ้มแมว<br />
ช่วยหาแมลงวันในบ้านให้มันไล่ตะปบซะแล้ว เมื่อเจอแมลงวันก็จะคอยนั่งเชียร์<br />
และชี้เบาะแส (มาลีกระโดดตีลังกาตะปบแมลงวันท่าสุดยอดมาก…ไม่ได้โม้) แต่ก็ต้องคอยเข้าไปห้ามถ้ามันจับได้<br />
เพื่อไม่ให้มันกินเข้าไป</p>
<p> ชีวิตเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่เดินหาแมลงวันให้แมวจับ<br />
และคอยห้ามถ้ามันจับได้…</p>
<p>นี่แหละมั้งที่ทำให้คนสายหมาแบบเรากลายมาเป็นทาสแมว…โดยไม่รู้ตัว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-cat-7-9.jpg"></p>
<p><strong>Owner’s name:</strong> ฉัตรพร นิลธรรมชาติ<strong><br />Occupation:</strong> ฟรีแลนซ์<strong><br />Cat&#8217;s name: </strong>มาลี<br /><strong>Breed:</strong>เบงกอล-โคราช<br /><strong>More cat&#8217;s<br />
info:</strong> IG: <a href="http://www.instagram.com/malee.nahimcat">malee.nahimcat</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากอวดแมวในเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cat-7/">มาลี : แมวน้อยที่ทำให้ทาสหมากลายมาเป็นทาสแมวจนได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cat-7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
