<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปัทมน ปัญจวีณิน, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author86/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author86/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 18:38:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Happy Hunter : เมื่อคนญี่ปุ่นจับชาอินเดียมาใส่ความครุคริ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-47/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-47/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปัทมน ปัญจวีณิน]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Aug 2016 05:24:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[Happy Hunter]]></category>
		<category><![CDATA[Zakka Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Hauz Khas Main Market]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิอิ ฮิโรโกะ]]></category>
		<category><![CDATA[นิวเดลี]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-47/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางแดดร้อนจัดและอุณภูมิกว่า 40 องศา ฉันก้าวเท้าหลบแดดเข้าสู่ร่มเงาของร้านชาจิ๋วที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มห้องแถวย่านเฮาส์คาส (Hauz Khas) ตอนใต้ของกรุงนิวเดลีเพื่อที่จะได้พบกับอาณาจักรเล็กๆ ที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันสดใสของกระปุกชาหลากชนิด นอกจากนี้ยังมีเครื่องไม้เครื่องมือในการชงและดื่มชา รวมทั้งงานประดิษฐ์ งานฝีมือชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามคอนเซ็ปต์ของ “Zakka” แบบญี่ปุ่นวางเรียงรายเต็มร้าน ที่นี่คือ Happy Hunter &#8211; Tea Boutique &#38; Tea Salon ร้านชาขนาดกระทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดเฮาส์คาส (Hauz Khas Main Market) ก่อตั้งและบริหารโดยคุณอิชิอิ ฮิโรโกะ สุภาพสตรีชาวญี่ปุ่น โดยก่อนที่จะทำร้านนี้ คุณฮิโรโกะและครอบครัวดำเนินธุรกิจนำเข้าใบชาจากอินเดียมานานถึง 15 ปี ปัจจุบันครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของบริษัท มาไคบารี่เจแปน จำกัด (Makaibari Japan Ltd.) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายชาจากไร่มาไคบารี่อย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น เจ้ามาไคบารี่ที่อ่านเผินๆ เหมือนจะเป็นภาษาญี่ปุ่นนี้ จริงๆ แล้วเป็นชื่อของไร่ชาออร์แกนิกชื่อดังตั้งอยู่บนเขาสูงในเมืองดาร์จีลิ่ง รัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย ทุกวันนี้ บริษัทมาไคบารี่เจแปนนำเข้าชาจากไร่นี้ปีละประมาณ 12 ตันโดยส่งให้ลูกค้าองค์กรต่างๆ รวมถึงโรงแรมแกรนด์ไฮแอทโตเกียว หลังจากล้มลุกคลุกคลานพบกับความผิดหวังมาพอสมควร ในที่สุดคุณฮิโรโกะก็ได้ก่อตั้ง Ishii Trading [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-47/">Happy Hunter : เมื่อคนญี่ปุ่นจับชาอินเดียมาใส่ความครุคริ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางแดดร้อนจัดและอุณภูมิกว่า 40 องศา ฉันก้าวเท้าหลบแดดเข้าสู่ร่มเงาของร้านชาจิ๋วที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มห้องแถวย่านเฮาส์คาส (Hauz Khas) ตอนใต้ของกรุงนิวเดลีเพื่อที่จะได้พบกับอาณาจักรเล็กๆ ที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันสดใสของกระปุกชาหลากชนิด นอกจากนี้ยังมีเครื่องไม้เครื่องมือในการชงและดื่มชา รวมทั้งงานประดิษฐ์ งานฝีมือชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามคอนเซ็ปต์ของ “Zakka” แบบญี่ปุ่นวางเรียงรายเต็มร้าน</p>
<p>ที่นี่คือ <strong>Happy Hunter &#8211;<br />
Tea Boutique &amp; Tea Salon</strong> ร้านชาขนาดกระทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดเฮาส์คาส (Hauz Khas Main Market) ก่อตั้งและบริหารโดยคุณอิชิอิ ฮิโรโกะ สุภาพสตรีชาวญี่ปุ่น โดยก่อนที่จะทำร้านนี้ คุณฮิโรโกะและครอบครัวดำเนินธุรกิจนำเข้าใบชาจากอินเดียมานานถึง 15 ปี ปัจจุบันครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของบริษัท มาไคบารี่เจแปน จำกัด (Makaibari Japan Ltd.) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายชาจากไร่มาไคบารี่อย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น เจ้ามาไคบารี่ที่อ่านเผินๆ เหมือนจะเป็นภาษาญี่ปุ่นนี้ จริงๆ แล้วเป็นชื่อของไร่ชาออร์แกนิกชื่อดังตั้งอยู่บนเขาสูงในเมืองดาร์จีลิ่ง รัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย ทุกวันนี้ บริษัทมาไคบารี่เจแปนนำเข้าชาจากไร่นี้ปีละประมาณ 12 ตันโดยส่งให้ลูกค้าองค์กรต่างๆ รวมถึงโรงแรมแกรนด์ไฮแอทโตเกียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Happy_Hunter1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Happy_Hunter2.jpg"></p>
<p>หลังจากล้มลุกคลุกคลานพบกับความผิดหวังมาพอสมควร ในที่สุดคุณฮิโรโกะก็ได้ก่อตั้ง Ishii Trading Private Limited แบรนด์น้องของมาไคบารี่เจแปนและสามารถเปิดร้านชา Happy Hunter ที่กรุงนิวเดลีได้สำเร็จในปี ค.ศ. 2012 โดยมีคอนเซ็ปต์คือผู้ล่าที่มีความสุขตามล่าหาความสุข เพื่อส่งความสุขให้กับทุกคน ซึ่งคุณฮิโรโกะเปรียบตัวเองเป็นนักล่าใบชาที่ตามหาใบชาอินเดียออร์แกนิกคุณภาพดีบนพื้นฐานของการค้าที่เป็นธรรมมาเสิร์ฟให้กับคุณลูกค้า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Happy_Hunter3.jpg"></p>
<p>นอกจากคุณภาพชาแล้ว จุดเด่นของ Happy Hunter ก็คือบรรจุภัณฑ์ที่น่ารักสวยงามซึ่งคุณฮิโรโกะออกแบบเอง หาได้ที่นี่ที่เดียวในโลก ยังมีการบริการสุภาพเรียบร้อยสไตล์ญี่ปุ่นของพนักงานชาวอินเดียไม่ว่าจะเป็นการวางกาน้ำชาอย่างเบามือ การก้มตัวอย่างสุภาพเมื่ออธิบายขั้นตอนการดื่มชา การขออนุญาตเก็บจานที่ใช้แล้วอย่างนุ่มนวล หรือการที่พนักงานด้านหลังแคชเชียร์หันหลังให้เมื่อเรากดรหัสบัตรเครดิตและพับใบเสร็จเรียบร้อยก่อนใช้มือทั้งสองยื่นใบเสร็จและบัตรคืนให้เราอย่างสวยงามแบบที่ฉันเกือบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง</p>
<p>นอกจากขายชาให้กลับไปชงที่บ้านแล้ว Happy Hunter ยังใช้พื้นที่เล็กๆ ด้านหลังร้านเปิดเป็นห้องดื่มน้ำชา (Tea Salon) บริการชาร้อน/เย็นพร้อมขนมหวานและของกินเล่นที่ส่วนใหญ่คุณฮิโรโกะกำกับเอง ฉันลองสั่งชาดาร์จีลิ่งเย็นกับสตรอเบอร์รี่ชอร์ตคัพมาลองทานดู ชาดาร์จีลิ่ง DJ 1 ซึ่งเป็นชา first flush ที่เก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้อร่อยเบาๆ สดชื่นเหมาะกับหน้าร้อนมากขนมเค้กก็มีความหวานน้อยๆ สไตล์ญี่ปุ่นพอเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อาจจะอยากเปลี่ยนจากขนมหวานจัดแบบอินเดียได้บ้าง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Happy_Hunter4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Happy_Hunter5.jpg"></p>
<p>ส่วนหน้าร้านนั้นก็จำหน่ายของที่ระลึกที่มีกลิ่นอายภารตะที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นและอินเดีย ทุกชิ้นเป็นของแฮนด์เมดที่ผลิตโดยช่างฝีมือชาวอินเดีย เช่น ผ้าพันคอ เครื่องประดับ กระเป๋าใส่ดินสอ พวงกุญแจ แก้วกาแฟและจานรองแก้ว รวมไปถึงถุงช้อปปิ้งที่เรียกว่า Masala Bag ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน</p>
<p>สินค้าต่างๆ ที่วางขายที่ร้านราคาไม่แพงแต่ก็ไม่ถูก ถือว่าราคาเหมาะสมกับความเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับ แต่คงหาซื้อของแฮนด์เมดราคานี้ในประเทศอื่นได้ยากเพราะค่าแรงงานฝีมือในอินเดียต่ำมากจริงๆ และพวกของทำมือต่างๆ ที่ขายส่วนใหญ่ในประเทศก็หน้าตาเหมือนกันไม่น่าดึงดูดเท่าไหร่ ดีไซน์จึงเป็นปัจจัยสำคัญมากที่จะมาช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นเขาเก่งจริงๆ เรื่องความคิดสร้างสรรค์แบบนี้ ฉันจำได้ว่าที่ร้านขนม Parden<br />
แถวสุขุมวิทก็วางขายของทำมือที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์คนญี่ปุ่นบนแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทยและผลิตโดยชุมชนชาวบ้านที่เชียงใหม่เหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Happy_Hunter6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Happy_Hunter7.jpg"></p>
<p>คุณฮิโรโกะมีเป้าหมายว่าเธออยากให้ Happy Hunter เป็นตลาดให้กับช่างฝีมือชาวอินเดียในชนบทจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงตลาดผู้บริโภค ซึ่งฉันคิดว่าเธอประสบความสำเร็จอย่างดีทีเดียวโดยเห็นจากผลิตภัณฑ์ของที่นี่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของคนญี่ปุ่น ร้านคาเฟ่และร้านอาหารญี่ปุ่นในเดลี มีชื่ออยู่ในไกด์บุ๊คเที่ยวอินเดียของชาวญี่ปุ่นอีกต่างหาก แม้ Happy Hunter จะมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นและข้อมูลของร้านก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ผลิตภัณฑ์ก็ได้ไปปรากฎตามร้านของที่ระลึกฮิปๆ ในสนามบินและร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ของอินเดียให้ชาวอินเดียและนักท่องเที่ยวชาติอื่นได้ซื้อไปฝากคนที่รักทางบ้าน พร้อมกับได้สนับสนุนช่างฝีมือชาวอินเดียอย่างยุติธรรมเช่นกัน</p>
<h3>Happy Hunter</h3>
<p><strong>Address:</strong> E52 Hauz Khas, Block E, Hauz Khas, New Delhi, Delhi<br /><b style="background-color: initial">Hours:</b> เปิดทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น.<br /><b style="background-color: initial">Map</b></p>
<p><a href="http://happyhunter.in/">happyhunter.in<br /></a><strong style="background-color: initial">Facebook: </strong><a href="https://www.facebook.com/happyhunterindia/?fref=ts">Happy Hunter</a></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/happyhunterindia/?fref=ts"></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" alt="" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-47/">Happy Hunter : เมื่อคนญี่ปุ่นจับชาอินเดียมาใส่ความครุคริ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-47/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Rishikesh : สัมผัสแม่น้ำคงคาในมุมที่แตกต่าง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-19/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-19/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปัทมน ปัญจวีณิน]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 May 2016 06:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[Rishikesh]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำคงคา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-19/</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม่น้ำคงคา หรืออีกชื่อว่า The Ganges หรือ Ganga คือ แม่น้ำสายศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนนับล้านที่เดินทางมาจากทั้งที่ไกลและที่ใกล้ในแต่ละปี ชาวฮินดูและพุทธจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า สายน้ำจากแม่น้ำคงคาช่วยชำระบาปของมนุษย์ได้ จึงพากันมาอาบหรือดื่มน้ำจากพระแม่คงคา ขณะที่นักเดินทางและนักท่องเที่ยวก็ปรารถนาจะมาเห็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่กับสังคมอินเดียมานับพันปีและสัมผัสสายน้ำนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง พวกเราเองก็เช่นกัน แต่ครั้งนี้เราได้ปักหมุดไปยังเมืองเล็กๆ ในรัฐอุตตรขัณฑ์ ห่างไปทางตอนเหนือของกรุงนิวเดลีประมาณ 240 กิโลเมตร ที่ซึ่งแม่น้ำคงคาไหลผ่านมาจากเทือกเขาหิมาลัย เราเช่ารถโตโยต้า อินโนวา เดินทางจากนิวเดลี ผ่านทางเมืองฮาริดวา (Haridwar) เส้นทางนี้ปกติแล้วจะใช้เวลา 5 &#8211; 6 ชั่วโมง นานกว่าเดินทางไปเมืองชัยปุระเล็กน้อย เมืองริชิเกช เป็นชื่อที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย จนกระทั่งได้มาอยู่ที่อินเดีย ริชิเกชเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกในฐานะสถานที่ปฏิบัติสมาธิและฝึกโยคะ เป็นที่ตั้งของอาศรมจำนวนมาก และมีนักบวชและฤาษีทั้งจริงและปลอมอยู่ทั่วไป ริชิเกชก้าวสู่ระดับอินเตอร์ในปี 1960 หลังจากที่สี่หนุ่มวงเดอะบีเทิลส์มาบำเพ็ญเพียรที่อาศรมของ Maharishi Mahesh Yogi และตอนนี้ริชิเกชได้ก้าวไปไกลอีกขั้น โดยรัฐบาลอินเดียทำแคมเปญโปรโมตให้ริชิเกชเป็น Yoga Capital of the World ตามแนวนโยบายการทูตโยคะของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะมาริชิเกชเพื่อแสวงหาความสงบ ฝึกจิตใจและร่างกายผ่านการปฏิบัติโยคะตามอาศรมต่างๆ ส่วนชาวอินเดียนั้นมาเข้าร่วมพิธีบูชาไฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-19/">Rishikesh : สัมผัสแม่น้ำคงคาในมุมที่แตกต่าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม่น้ำคงคา<br />
หรืออีกชื่อว่า The<br />
Ganges หรือ Ganga คือ แม่น้ำสายศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนนับล้านที่เดินทางมาจากทั้งที่ไกลและที่ใกล้ในแต่ละปี<br />
ชาวฮินดูและพุทธจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า สายน้ำจากแม่น้ำคงคาช่วยชำระบาปของมนุษย์ได้<br />
จึงพากันมาอาบหรือดื่มน้ำจากพระแม่คงคา ขณะที่นักเดินทางและนักท่องเที่ยวก็ปรารถนาจะมาเห็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่กับสังคมอินเดียมานับพันปีและสัมผัสสายน้ำนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง<br />
พวกเราเองก็เช่นกัน แต่ครั้งนี้เราได้ปักหมุดไปยังเมืองเล็กๆ ในรัฐอุตตรขัณฑ์<br />
ห่างไปทางตอนเหนือของกรุงนิวเดลีประมาณ 240 กิโลเมตร<br />
ที่ซึ่งแม่น้ำคงคาไหลผ่านมาจากเทือกเขาหิมาลัย เราเช่ารถโตโยต้า อินโนวา<br />
เดินทางจากนิวเดลี ผ่านทางเมืองฮาริดวา (Haridwar) เส้นทางนี้ปกติแล้วจะใช้เวลา<br />
5 &#8211; 6 ชั่วโมง นานกว่าเดินทางไปเมืองชัยปุระเล็กน้อย</p>
<p>เมืองริชิเกช<br />
เป็นชื่อที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย จนกระทั่งได้มาอยู่ที่อินเดีย ริชิเกชเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกในฐานะสถานที่ปฏิบัติสมาธิและฝึกโยคะ<br />
เป็นที่ตั้งของอาศรมจำนวนมาก และมีนักบวชและฤาษีทั้งจริงและปลอมอยู่ทั่วไป<br />
ริชิเกชก้าวสู่ระดับอินเตอร์ในปี 1960 หลังจากที่สี่หนุ่มวงเดอะบีเทิลส์มาบำเพ็ญเพียรที่อาศรมของ<br />
Maharishi Mahesh Yogi และตอนนี้ริชิเกชได้ก้าวไปไกลอีกขั้น<br />
โดยรัฐบาลอินเดียทำแคมเปญโปรโมตให้ริชิเกชเป็น Yoga Capital of the World ตามแนวนโยบายการทูตโยคะของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย<br />
ชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะมาริชิเกชเพื่อแสวงหาความสงบ ฝึกจิตใจและร่างกายผ่านการปฏิบัติโยคะตามอาศรมต่างๆ ส่วนชาวอินเดียนั้นมาเข้าร่วมพิธีบูชาไฟ หรือ อารตี (Aarti) ที่จัดขึ้นยามเย็นทุกวันตามวัดริมฝั่งแม่น้ำคงคา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0214.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/037.jpg"></p>
<p>ส่วนพวกเราเลือกมาริชิเกชเพราะอยากเห็นกับตาสักครั้งว่า แม่น้ำคงคาที่เป็นสายน้ำแห่งชีวิตที่คนมาอาบ มาดื่ม<br />
มาปลดทุกข์ มาเผาศพ มาลอยเถ้ากระดูก จะใสสะอาดได้เพียงไหน และก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ<br />
เพราะภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ แม่น้ำสีฟ้าเขียวท่ามกลางหุบเขากว้าง<br />
มีส่วนที่เชี่ยวกรากเป็นละอองสีขาว มีส่วนที่นิ่งสงบเหมือนกระจก<br />
และเมื่อสัมผัสก็ชื่นใจด้วยความเย็นเจี๊ยบเหมือนกับน้ำใส่น้ำแข็ง<br />
ด้วยต้นกำเนิดของแม่น้ำสายนี้คือธารน้ำแข็งคังโคตรี (Gangotri) บนเทือกเขาหิมาลัย </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0411.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/059.jpg"></p>
<p>การนั่งเล่นริมฝั่งแม่น้ำคงคายามเย็น<br />
นั่งมองสายน้ำไหลในจังหวะที่ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง มีสายลมเอื่อยๆ<br />
ริมแม่น้ำนี่มันช่างเย็นสบาย แถมถูกขับกล่อมด้วยเสียงสวดมนต์จากสองฝั่งแม่น้ำ<br />
เข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้คนถึงมาแสวงหาจิตวิญญาณที่นี่ ฉันเองยังรู้สึกสุขอยู่ในใจ<br />
อาจเพราะจิตวิญญาณได้รับการเติมเต็มด้วยพลังงานของธรรมชาติและพลังงานของพลังศรัทธาที่บรรจบและไหลเวียนอยู่ที่นี่มานานนับพันปี</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/069.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/078.jpg"></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น<br />
ริชิเกชยังเปิดให้เราได้สัมผัสแม่น้ำคงคามุมใหม่นอกเหนือจากเรื่องของจิตวิญญาณ<br />
แม่น้ำคงคายังไปเกี่ยวพันกับกิจกรรมผาดโผน เช่น ล่องแก่ง<br />
ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนหนุ่มสาวชาวอินเดียที่มาแคมปิ้งที่นี่  ล่องแก่งที่นี่เป็นแพยาง นั่งได้ตั้งแต่ 6<br />
คนขึ้นไป มีอุปกรณ์ไม้พาย หมวก เสื้อชูชีพ ครบ<br />
และมีไกด์ชาวท้องถิ่นทำหน้าที่หัวหน้าทีม<br />
คอยบอกลูกทีมว่ากำลังจะเจอกับน้ำเชี่ยวระดับไหน ยิ่งเลขมากยิ่งเชี่ยวกราก<br />
ยิ่งต้องระวัง และเมื่อเจอน้ำนิ่ง เบื่อๆ ก็กระโดดลงไปดำผุดดำว่ายอยู่กลางแม่น้ำเขียวใสได้<br />
คิดว่าน่าจะสะอาดมากพอ เพราะสำลักเข้าไปสองสามอึกก็ยังแข็งแรงดี</p>
<p>มาลองสัมผัสแม่น้ำคงคาในมุมที่แตกต่างที่ริชิเกชดู<br />
มาปล่อยร่างกายไปกับสายน้ำเย็นสดชื่น และปล่อยสายตาไปตามแนวแมกไม้เขียว<br />
เพิ่มพลังใจ ก่อนกลับไปยืดอกบอกทุกคนเลยว่า ฉันกินดื่มแม่น้ำคงคามาแล้วจ้ะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/087.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/094.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/108.jpg"></p>
<h2>Rishikesh</h2>
<p><strong>Address:</strong><br />
Rishikesh River Rafting Rishikesh, Uttarakhand, India<br /><strong>Hours: </strong>ช่วงเดือนกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน<br /><strong>How<br />
to get there:</strong> จากสนามบิน Dehradun หรือสถานีรถไฟ Haridwar เดินทางด้วยรถยนต์เช่าถึงเมืองริชิเกช ติดต่อบริษัททัวร์ในริชิเกช<br />
เพื่อซื้อแพ็กเกจล่องแพยาง นัดแนะจุดนัดพบ<br />
โดยบริษัทจะมีรถมาพร้อมแพยางรับคณะไปที่จุดปล่อยตัวริมแม่น้ำ</p>
<p><a href="http://www.riverraftinginrishikesh.com/">www.riverraftinginrishikesh.com</a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-19/">Rishikesh : สัมผัสแม่น้ำคงคาในมุมที่แตกต่าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-19/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tso Kar : ทะเลสาบในฝันของนักเดินทาง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-14/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-14/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปัทมน ปัญจวีณิน]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Apr 2016 05:38:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[Tso Kar]]></category>
		<category><![CDATA[เลห์]]></category>
		<category><![CDATA[ลาดักห์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลสาบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-14/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้ามีคนมาถามว่า ชอบที่ไหนที่สุดในอินเดีย ตอบได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า ชอบ ‘ลาดักห์’ ที่สุดของที่สุด ชื่อที่พานพาให้คิดถึงเป็ดน้อยนี้ในภาษาอังกฤษเขียนว่า Ladakh เป็นแคว้นหนึ่งในรัฐชัมมูและแคชเมียร์ ที่อยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย การเดินทางไปลาดักห์ครั้งที่ 2 ของฉันเกิดขึ้น เพราะต้องการทำให้แก๊งเพื่อนคุณหนูที่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเยี่ยมประทับใจ และเห็นแบบที่ฉันเห็นว่า ‘อินเดีย’ น่ะสวยตรึงใจขนาดไหน เริ่มแรกฉันวางแผนว่าจะมัดใจทุกคนด้วยวิวที่หยุดทุกลมหายใจของทะเลสาบปังกง (Pangong Tso &#8211; คำว่า Tso ในภาษาถิ่น แปลว่าทะเลสาบ) ซึ่งเป็นทะเลสาบบนที่สูงและเป็นสีฟ้าสวยทอดขนานไปกับภูเขาสีน้ำตาลและเมฆขาว แต่ทว่า ฝนตกหนักในคืนก่อนวันเดินทาง จนทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจปิดเส้นทางสู่ทะเลสาบปังกงเพื่อความปลอดภัย น้ำตาจะไหลอดไปปังกง โชคดีแท้ที่คุณสแตนซิน คนขับรถผู้เคร่งขรึมแต่ใจดี บอกว่าอย่าเสียใจไป จะพาไปทะเลสาบเบอร์สามของแคว้นแทน ตลอดเวลา 4 ชั่วโมงที่เดินทางไปหาจุดหมายใหม่นั้น รู้สึกเหมือนกับหลุดไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง โลกที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใด นอกจากพวกเรา โลกที่ไม่มีสรรพเสียงอื่นใด นอกจากเสียงล้อรถยนต์เคลื่อนบนกรวดหิน มองซ้ายก็ภูเขา มองขวาก็หน้าผา มีท้องฟ้าสีฟ้าสดตัดกับเมฆขาวเป็นฉากหลัง เรียกได้ว่า ‘สวยสงัดเงียบ’ อย่างไม่ทันรู้ตัว รถของเราก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตที่ราบ มีแนวเขาสูงตระหง่านอยู่ลิบๆ ถึงแล้ว&#8230;ทะเลสาบคาร์ (Tso Kar) ทะเลสาบสีขาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-14/">Tso Kar : ทะเลสาบในฝันของนักเดินทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ถ้ามีคนมาถามว่า<br />
ชอบที่ไหนที่สุดในอินเดีย ตอบได้แบบไม่ต้องคิดเลยว่า ชอบ ‘ลาดักห์’<br />
ที่สุดของที่สุด ชื่อที่พานพาให้คิดถึงเป็ดน้อยนี้ในภาษาอังกฤษเขียนว่า<br />
Ladakh เป็นแคว้นหนึ่งในรัฐชัมมูและแคชเมียร์ ที่อยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย<br />
การเดินทางไปลาดักห์ครั้งที่ 2 ของฉันเกิดขึ้น เพราะต้องการทำให้แก๊งเพื่อนคุณหนูที่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเยี่ยมประทับใจ<br />
และเห็นแบบที่ฉันเห็นว่า ‘อินเดีย’ น่ะสวยตรึงใจขนาดไหน</p>
<p>
	เริ่มแรกฉันวางแผนว่าจะมัดใจทุกคนด้วยวิวที่หยุดทุกลมหายใจของทะเลสาบปังกง (Pangong Tso &#8211; คำว่า Tso ในภาษาถิ่น แปลว่าทะเลสาบ) ซึ่งเป็นทะเลสาบบนที่สูงและเป็นสีฟ้าสวยทอดขนานไปกับภูเขาสีน้ำตาลและเมฆขาว<br />
แต่ทว่า ฝนตกหนักในคืนก่อนวันเดินทาง จนทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจปิดเส้นทางสู่ทะเลสาบปังกงเพื่อความปลอดภัย<br />
น้ำตาจะไหลอดไปปังกง โชคดีแท้ที่คุณสแตนซิน คนขับรถผู้เคร่งขรึมแต่ใจดี บอกว่าอย่าเสียใจไป<br />
จะพาไปทะเลสาบเบอร์สามของแคว้นแทน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/029.jpg"></p>
<p>
	ตลอดเวลา 4 ชั่วโมงที่เดินทางไปหาจุดหมายใหม่นั้น รู้สึกเหมือนกับหลุดไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง<br />
โลกที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใด นอกจากพวกเรา โลกที่ไม่มีสรรพเสียงอื่นใด นอกจากเสียงล้อรถยนต์เคลื่อนบนกรวดหิน<br />
มองซ้ายก็ภูเขา มองขวาก็หน้าผา มีท้องฟ้าสีฟ้าสดตัดกับเมฆขาวเป็นฉากหลัง เรียกได้ว่า<br />
‘สวยสงัดเงียบ’ อย่างไม่ทันรู้ตัว รถของเราก็ค่อยๆ<br />
เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตที่ราบ มีแนวเขาสูงตระหง่านอยู่ลิบๆ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/033.jpg"></p>
<p>
	ถึงแล้ว&#8230;ทะเลสาบคาร์ (Tso Kar) ทะเลสาบสีขาว<br />
แต่ฉันยกให้เป็นทะเลสาบสีหวาน เพราะวันนั้นภาพที่อยู่เบื้องหน้าเป็นท้องฟ้าสีฟ้า ตัดกับพื้นน้ำสีชมพูพาสเทลและสีเหลืองทองเลื่อมๆ<br />
ดูสวยหวานมาก ทะเลสาบคาร์นั้นเขาว่าเป็นทะเลสาบที่เล็กที่สุดในจำนวนทะเลสาบดังๆ ของลาดักห์<br />
ตั้งอยู่บนที่ราบสูง Changtang สูงกว่าระดับน้ำทะเล 14,700<br />
ฟุต ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบ 40 องศา น้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งแบบคาราวานม้าเคลื่อนผ่านได้<br />
ส่วนฤดูร้อนเราก็ได้เห็นการจับตัวของน้ำเป็นผลึกเกลือแข็งสีขาวตามขอบทะเลสาบ ในอดีตพวกคนเร่ร่อนเขามาเอาเกลือจากทะเลสาบแห่งนี้ไปขายทิเบตกัน<br />
การเดินเข้าไปถึงทะเลสาบยากหน่อย เพราะเป็นพื้นโคลน ทำให้บริเวณนี้ปราศจากการรุกรานของมนุษย์โดยแท้<br />
ขนาดแก๊งคุณหนูที่เสียงดังตลอดเวลาอย่างพวกเรายังต้องทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวให้กับความเวิ้งว้าง<br />
สงัดเงียบ ของภูเขาตระการตา ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกว่า มนุษย์เรานี่ก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ<br />
บนโลกใบนี้เท่านั้น</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/046.jpg"></p>
<p>
	แผนเปลี่ยน กลายเป็นโอกาส เพราะทำให้เราได้เห็นสัตว์ป่าหิมาลัยหายาก<br />
(Himalayan Wild) ถึง 2 ชนิด คือ เจ้านกกระเรียนคอดำ (<br />
	<em>Black-Necked Crane</em>) และลาป่าสีน้ำตาลสลับขาวรูปร่างสันทัด (Wild Donkeys) ที่สแตนซินบอกว่า<br />
นักดูนกทั่วโลกเขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลตั้งใจมา Tso Kar เพื่อมาดูเจ้านกนี่เท่านั้นเลยนะ<br />
ต้องขอบคุณกล้องส่องทางไกลราคา 60 บาทจากไดโสะของเพื่อนรักที่ช่วยให้เราเห็นภาพนกกระเรียนคอดำอย่างชัดเจน<br />
ใครจะไปเดินป่า อย่าลืมพกกล้องส่องทางไกลไปด้วยนะ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/055.jpg"></p>
<p>
	สุดท้ายนี้ ขอให้ลองดูภาพประกอบอีกครั้ง พื้นสีขาวที่เหยียบอยู่นั่นไม่ใช่เมฆปุกปุย<br />
แต่เป็นผลึกเกลือจากทะเลสาบที่ฉันชิมแล้วว่า ‘เค็ม’<br />
จริง ๆ</p>
<h2>Tso Khar<strong></strong></h2>
<p>
	<strong>Address: </strong>Leh, Manali Road, Ladakh, India<br />
	<strong style="background-color: initial">Hours: </strong>ทั้งวัน<br />
	<strong style="background-color: initial">How to get there: </strong>เดินทางประมาณ 4<br />
ชั่วโมงจากสนามบินเมืองเลห์ (Leh) แคว้นลาดักห์<br />
ด้วยรถยนต์เช่าท้องถิ่น</p>
<p>
	<strong>Map</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-14/">Tso Kar : ทะเลสาบในฝันของนักเดินทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-14/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
