<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชยพล ทองสวัสดิ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author538/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author538/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 27 Nov 2025 11:09:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ตะลุย 5 ร้านสามย่าน รสชาติแห่งกาลเวลาที่อยู่คู่เด็กจุฬาทุกยุคสมัย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/samyan-top5-timeless-food/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยพล ทองสวัสดิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2025 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[#aday]]></category>
		<category><![CDATA[samyan]]></category>
		<category><![CDATA[PMCU]]></category>
		<category><![CDATA[banthatthong]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184273</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง ‘สามย่าน’ สิ่งแรกๆ ที่เรานึกถึง คือแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายผสมผสานระหว่างความเก่าและใหม่อย่างลงตัว ใกล้สถานศึกษาอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งนี้เราขอเน้นๆ แหล่งรวมของกินอันหลากหลายให้เลือกสรรตามใจชอบ แน่นอนว่าเมื่อใกล้แหล่งมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยนิสิตและพนักงานออฟฟิศ มากไปกว่ารสชาติ ราคาที่จับต้องได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงปลายปีที่อากาศกำลังดีนี้ เราจึงอยากชวนออกเดินสำรวจสามย่าน แวะเข้า 5 ร้านอาหารและร้านของหวานที่เราคัดมาแล้วว่าไม่ควรพลาด ตั้งแต่ร้านที่อยู่คู่สามย่านมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ไปจนถึงร้านของคนรุ่นใหม่ที่เป็นกระแสไวรัลและสร้างปรากฏการณ์ในหมู่คนกิน ทุกร้านล้วนโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง แม้แต่ไม่ใช่นิสิตจุฬาฯ ก็สามารถมาตามลายแทงนี้ได้ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันว่ามีร้านไหนบ้าง นายอู๋ ข้าวแกงสามย่าน ที่ฝากท้องของชาวสามย่านที่ส่งต่อความอร่อยหลากหลายกว่า 50 ปี จากรุ่นสู่รุ่น&#160; บริเวณอาคาร U Center 1 ซอยจุฬา 11 คือที่ตั้งของร้าน ‘นายอู๋ ข้าวแกงสามย่าน’ ร้านข้าวราดแกงขนาดย่อม 2 คูหา ที่ใครไปใครมาในย่านนี้ต้องรู้จักและเคยฝากท้อง ด้วยเมนูอาหารที่หลากหลายกว่า 70 อย่างต่อวัน และมีรสชาติถูกปาก ปัจจุบันข้าวแกงนายอู๋บริหารโดยรุ่นหลานอย่างคุณเว้ง &#8211; บุญช่วย เทอดทูลกิติกุล ซึ่งเขาเล่าว่าจุดเริ่มต้นของร้านต้องย้อนไปตั้งแต่รุ่นคุณปู่และคุณย่า ที่เคยทำร้านข้าวราดแกง ก่อนที่รุ่นคุณพ่อกับคุณแม่จะมาทำสืบต่อกลายเป็นร้านของตัวเองเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2518 โดยเริ่มต้นเป็นร้านเล็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/samyan-top5-timeless-food/">ตะลุย 5 ร้านสามย่าน รสชาติแห่งกาลเวลาที่อยู่คู่เด็กจุฬาทุกยุคสมัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อพูดถึง ‘สามย่าน’ สิ่งแรกๆ ที่เรานึกถึง คือแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายผสมผสานระหว่างความเก่าและใหม่อย่างลงตัว ใกล้สถานศึกษาอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งนี้เราขอเน้นๆ แหล่งรวมของกินอันหลากหลายให้เลือกสรรตามใจชอบ</p>



<p>แน่นอนว่าเมื่อใกล้แหล่งมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยนิสิตและพนักงานออฟฟิศ มากไปกว่ารสชาติ ราคาที่จับต้องได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงปลายปีที่อากาศกำลังดีนี้ เราจึงอยากชวนออกเดินสำรวจสามย่าน แวะเข้า 5 ร้านอาหารและร้านของหวานที่เราคัดมาแล้วว่าไม่ควรพลาด</p>



<p>ตั้งแต่ร้านที่อยู่คู่สามย่านมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ไปจนถึงร้านของคนรุ่นใหม่ที่เป็นกระแสไวรัลและสร้างปรากฏการณ์ในหมู่คนกิน ทุกร้านล้วนโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง</p>



<p>แม้แต่ไม่ใช่นิสิตจุฬาฯ ก็สามารถมาตามลายแทงนี้ได้ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันว่ามีร้านไหนบ้าง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>นายอู๋ ข้าวแกงสามย่าน</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ที่ฝากท้องของชาวสามย่านที่ส่งต่อความอร่อยหลากหลายกว่า 50 ปี จากรุ่นสู่รุ่น&nbsp;</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184312" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-11.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บริเวณอาคาร U Center 1 ซอยจุฬา 11 คือที่ตั้งของร้าน ‘นายอู๋ ข้าวแกงสามย่าน’ ร้านข้าวราดแกงขนาดย่อม 2 คูหา ที่ใครไปใครมาในย่านนี้ต้องรู้จักและเคยฝากท้อง ด้วยเมนูอาหารที่หลากหลายกว่า 70 อย่างต่อวัน และมีรสชาติถูกปาก</p>



<p>ปัจจุบันข้าวแกงนายอู๋บริหารโดยรุ่นหลานอย่างคุณเว้ง &#8211; บุญช่วย เทอดทูลกิติกุล ซึ่งเขาเล่าว่าจุดเริ่มต้นของร้านต้องย้อนไปตั้งแต่รุ่นคุณปู่และคุณย่า ที่เคยทำร้านข้าวราดแกง ก่อนที่รุ่นคุณพ่อกับคุณแม่จะมาทำสืบต่อกลายเป็นร้านของตัวเองเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2518 โดยเริ่มต้นเป็นร้านเล็กๆ อยู่ตลาดสามย่านเก่า</p>



<p>หลังจากทำมาประมาณเกือบ 30 ปี จึงมีการย้ายร้าน เพราะหมดสัญญากับที่ตลาดเก่า ตอนหลังก็ไปเซ้งตึกเก่าที่อยู่ใกล้ๆ กัน ย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน</p>



<p>ร้านนายอู๋เป็นร้านข้าวแกงอาหารไทยแบบดั้งเดิม แต่ละวันมีเมนูหมุนเวียนกว่า 70 อย่าง แต่ก็จะมีเมนูหลักๆ ยืนพื้นประมาณ 50 อย่าง เช่น แกงเขียวหวานเนื้อ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง หมูก้อนทอด หรือผัดเผ็ดปลาดุก ที่ลูกค้านิยมสั่ง ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท และบวกไปเรื่อยๆ แล้วแต่ว่าลูกค้าสั่งราดข้าวกี่อย่าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184313" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-11.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สำหรับสูตรอาหารที่ร้านจะมาจากฝั่งคุณแม่ ซึ่งเป็นแม่ครัวและคอยดูแลสูตรมาตั้งแต่เปิดร้าน โดยจะเลือกวัตถุดิบมีคุณภาพมาประกอบอาหารแบบรสชาติกลางๆ ไม่จัดเหมือนแกงใต้ เน้นทานง่ายและทานได้บ่อย ขณะที่คุณพ่อจะเป็นฝ่ายดูหน้าร้าน คอยคุมการบริการ</p>



<p>ปัจจุบันคุณแม่ยังเป็นแม่ครัวหลัก ขณะที่คุณเว้งซึ่งเป็นอดีตพนักงานออฟฟิศเริ่มเข้ามาช่วยงานที่ร้านเต็มตัวเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เนื่องจากคุณพ่อเริ่มอายุมาก โดยเข้ามาดูแลจัดการบริหารหน้าร้านต่อจากคุณพ่อ และทำการปรับเปลี่ยนระบบบริการบางอย่างให้มีความเป็นระเบียบมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184314" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“แต่ก่อนที่ร้านจะไม่มีระบบคิว ใครมาก่อนสั่งก่อน แต่ก็เกิดความวุ่นวาย พอเรามาช่วยที่ร้านเต็มตัว ก็จัดให้มีระบบคิวเกิดขึ้นเพื่อความเป็นระเบียบ เริ่มนำเอาแฟลตฟอร์มเดลิเวอรีเข้ามาเพื่อการสั่งอาหารออนไลน์ รวมถึงพยายามเสนอไอเดียใหม่ๆ ในการทำเมนูอาหารกับคุณแม่ เช่น หมูก้อน ที่เราได้ไอเดียจากตอนทำงานประจำ ซึ่งเพื่อนๆ ชอบกิน กลายเป็นว่าทุกวันนี้เป็นเมนูขายดี วันหนึ่งต้องทำทีละ 10 ถาด” คุณเว้งเล่า</p>



<p>ทุกวันนี้ร้านนายอู๋ ข้าวแกงสามย่านยังคงทำหน้าที่เป็นที่ฝากท้องสำหรับคนชอบกิน ด้วยความที่เป็นรสชาติทานง่ายและเมนูที่หลากหลายหมุนเวียนไปในแต่ละวัน</p>



<p>“สิ่งที่ทำให้ร้านอยู่มาได้นาน คืออาหารของคุณแม่ และการบริการหน้าร้านของคุณพ่อ เราซึ่งมาทำหน้าที่แทนคุณพ่อก็จะพยายามทำให้ได้อย่างที่ท่านทำ&#8221;&nbsp;</p>



<p>&#8220;การทำร้านอาหาร ต้องคุณภาพอาหารครึ่งหนึ่ง บริการครึ่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีร้านใหม่ๆ เกิดขึ้น เราก็ยังคงรักษาสองสิ่งนี้ไว้ แต่ก็ต้องปรับตัวตามกลุ่มลูกค้าที่มากิน พร้อมกับขายทางออนไลน์ อนาคตเรายังตอบไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบร้านหรืออาหารก็ยังอยากคงความออริจินัลไว้ โดยที่ต้องเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเหมือนกัน”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>พี่นา เอแคลร์</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ร้านเบเกอรีโบราณแห่งสามย่าน ที่ส่งต่อรสชาติดั้งเดิมให้ลูกค้า</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184315" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สามย่านมีร้านของหวานและร้านเบเกอรีให้เลือกมากมาย แต่หนึ่งในร้านที่โดดเด่นและเรียกได้ว่าเป็นตำนานแห่งสามย่าน คือ ‘พี่นาเอแคลร์’ ร้านเบเกอรี โบราณแห่งซอยจุฬา 50 ที่มีเมนูยอดนิยมอย่างเอแคลร์และโรลเค้ก ที่คงรสชาติดั้งเดิมมาเกือบ 30 ปี</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นของรุ่นคุณแม่ที่ทำขนมเอแคลร์ที่บ้านและส่งขายตามหมู่บ้าน จนเป็นที่ร่ำลือถึงรสชาติและราคา กลายเป็นกระแสปากต่อปาก และเมื่อฐานลูกค้าเริ่มขยาย จึงขยับมาเปิดหน้าร้านบริเวณสามย่านเมื่อ 28 ปีที่แล้ว กระทั่งปัจจุบัน คุณพลอย &#8211; สิรินทร์ จิระโพธิรัตน์ ผู้เป็นลูกสาว และเป็นเจ้าของร้าน PrumPlum Umeshu Bar (พรัมพลัม อุเมะชู บาร์) เข้ามารับช่วงต่อเมื่อราว 6 ปีที่แล้ว</p>



<p>“แรกเริ่มที่เปิดร้าน เราเข้าใจว่าไม่ได้มีคอนเซปต์อะไรมาก เป็นร้านเอแคลร์ที่มีเค้กโรล คือเน้นขายสองเมนู แล้วปรากฏว่าลูกค้าติด จึงขายมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วก็เพิ่มคุกกี้ จนกลายเป็นสามเมนูหลักที่ทำมาแต่แรก ไม่ได้เป็นร้านเบเกอรีที่มีเมนูหลากหลาย”</p>



<p>“รสชาติเอแคลร์จะไม่ได้หวานหรือวานิลลามาก มันบาลานซ์ค่อนข้างลงตัว มันจะนุ่ม หอม ไม่หวานเกินไป แล้วก็จะไม่ได้ออกรสนมจ๋า ลูกเล็ก ไส้แน่น ถ้าเป็นตัวช็อกโกแลต จะฟีลแบบเรากินช็อกโกแลตนูเทลล่า เข้มข้น ส่วนรสกาแฟ ลูกค้าก็ชอบ เข้าใจว่ามันคือรสกาแฟโบราณ คนไทยก็เลยติดกัน”</p>



<p>“ตอนช่วงโควิด ทุกคนมีปัญหา เราก็เข้ามาช่วยดูว่าทำอะไรช่วยร้านได้บ้าง พอดีกับที่คุณแม่อยากวางมือ เราเลยรับช่วงต่อกันตอนนั้น คุณแม่ส่งต่อเรื่องสูตรทั้งหมด เทคนิคต่างๆ วัตถุดิบหาจากไหน พนักงาน ลูกค้าเป็นใคร คาแรกเตอร์แบบไหน ความต้องการเป็นแบบไหน ดูแลจัดการอย่างไร คือเราเข้ามาดูภาพรวมของร้านทุกอย่างตั้งแต่สูตรยันการบริหาร”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184316" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>คุณพลอยมองว่าความต่างของการเปิดบาร์กับร้านเค้ก คือเรื่องของสเกล หากเป็นร้านอาหารที่มีวัตถุดิบ จะมีซัปพลายเออร์ที่หลากหลาย แถมต้องดีลกับลูกค้าในเรื่องของการบริการ ขณะที่ร้านเค้ก สิ่งสำคัญ คือการควบคุมคุณภาพของขนมให้ได้ตามสูตร ซึ่งสำหรับร้านพี่นา เอแคลร์ สูตรขนมที่ได้จากคุณแม่ จึงเป็นเหมือนตัวชูโรงของร้านที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่เปิดร้าน ขณะที่ทุกวันนี้คุณแม่ก็ยังอบขนมจากที่บ้านมาส่งขายที่ร้าน</p>



<p>“เวลาคนนึกถึงร้าน ก็จะนึกถึงขนมสามตัว คือ เอแคลร์ แยมโรล และคุกกี้ แต่ก็พยายามปรับตามเทรนด์บ้าง ไม่ได้ยึดสามตัวหลักอย่างเดียว เพื่อเหตุผลทางธุรกิจ ที่เวลาคนมาซื้อขนมสามตัวนั้น ก็จะอาจจะพ่วงซื้ออย่างอื่นติดไปด้วย แต่ไม่ได้ทำเป็นเมนูประจำ อาจจะนานๆ ที หรือตามฤดูกาล ตามสถานการณ์ เช่น ขนมปังกระเทียม ขนมปังเนยกรอบ ทาร์ตผลไม้ บราวนี เค้กมะตูม เค้กแครอท เค้กกล้วยหอม ส่วนเอแคลร์จะมีทำรสพิเศษ คือรสชาไทย”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184317" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แต่ก่อนขนมที่ร้านจะขายกล่องละ 50 บาท แต่ปัจจุบันราคาขึ้นมาเป็น 60 บาท ตามเงินเฟ้อกับค่าวัตถุดิบ อย่างไรก็ดีคุณพลอยมองว่าไม่ได้แพงมากสำหรับพื้นที่สามย่าน เทียบกับปริมาณและคุณภาพ</p>



<p>“แรงบันดาลใจที่ได้จากคุณแม่คือเรื่องการโฟกัส ถ้าเราเชื่อว่าสิ่งนี้มันดีและลงมือทำด้วยการโฟกัสตลอดไม่เปลี่ยน สุดท้ายมันก็จะอยู่ได้และงอกเงยต่อไปได้&#8221;</p>



<p>“เราชอบความเป็นออริจินัลของร้านและขนมที่ร้าน อนาคตก็คิดว่าอยากเก็บความโบราณนี้ไว้ เหมือนที่ร้านให้นิยาม คือรสชาติที่รุ่นแรกกินยังไง ทุกวันนี้ก็ยังขายได้ แต่ด้วยอนาคตที่ไม่แน่นอน เราก็คงต้องปรับตัวไปเรื่อยๆ”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จอนนี่ (Johnny)</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตามสั่งขวัญใจเด็กจุฬาที่เน้นความไวและราคาเป็นมิตร</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184318" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/07-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ถ้าพูดถึงอาหารตามสั่ง เราอาจนึกถึงเมนูปกติทั่วไปที่นิยมกินกัน แต่ที่ ‘ร้านจอนนี่’ ใจกลางสามย่าน บริเวณซอยจุฬา 11 อาหารตามสั่งของร้านถูกพลิกแพลงให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น จนกลายเป็นขวัญใจของเด็กจุฬาฯ ที่แวะเวียนมากินไม่ขาดสาย</p>



<p>คุณจอนนี่ &#8211; เฉลิมชัย เลิศดิษจรัสกิจ เล่าจุดเริ่มต้นของร้านว่าแรกเริ่มรุ่นอาเจ็กต้องการเปิดร้านอาหารตามสั่งและมีคาราโอเกะ จึงชักชวนคุณพ่อของคุณจอนนี่มาช่วยลงทุน แต่เมื่อเปิดไปสักพัก อาเจ็กผันตัวไปทำอย่างอื่น คุณจอนนี่จึงเข้ามาดูแลแทน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นร้านจอนนี่ เมื่อราว 25 ปีที่แล้ว</p>



<p>“ที่บ้านเราเปิดร้านหมูสะเต๊ะนายซ้ง อยู่ตรงบรรทัดทอง เราเลยมีประสบการณ์การทำร้านอาหารมาบ้าง ซึ่งเราชอบงานด้านบริการอยู่แล้ว พอมาเปิดร้านจอนนี่ก็ปรับนิดหน่อย และคอยอยู่หน้าร้านคอยบริการ เอนเตอร์เทนลูกค้า และควบคุมคุณภาพอาหาร”&nbsp;</p>



<p>“ตอนแรกเราเปิดที่ตลาดสามย่านประมาณ 8 ปี แต่มีการขยับย้ายมาตรงนี้ประมาณ 17 ปีที่แล้ว”</p>



<p>คอนเซปต์ของร้านจอนนี่ คืออาหารตามสั่งที่ทำได้เร็ว ทานได้ทุกวัย โดยคุณจอนนี่ได้พลิกแพลงการทำอาหารตามสั่งให้มีความพิเศษมากขึ้น ด้วยการนำวัตถุดิบต่างๆ มาปรับเปลี่ยน ผสมผสานให้เป็นอาหารที่เด็กและผู้ใหญ่ทานได้ เช่น เมนูเส้นใหญ่คั่วไก่ ก็เปลี่ยนไปใช้เป็นเส้นสปาเก็ตตี กลายเป็นสปาเก็ตตีคั่วไก่ หรือเป็นมักกะโรนีคั่วไก่ หรือบางเมนูอย่างออส่วนที่ปกติหากเป็นร้านอื่นต้องสั่งเป็นกับข้าวแยก แต่ที่ร้านพลิกแพลงทำเป็นออส่วนราดข้าวไปเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184319" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/08-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“เราพยายามทำสิ่งที่ร้านอื่นไม่ค่อยมี หรือไม่ได้ทำ เอามาปรับให้ลูกค้าจับต้องได้ง่าย กินได้ง่าย โดยการทำเป็นอาหารจานเดียวได้เลย ไม่ใช่แค่ความแปลกใหม่ แต่คุณภาพและรสชาติก็อร่อย กินได้ทุกเพศทุกวัย ในราคาจับต้องได้”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อสามย่านบูมขึ้นและผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ร้านจอนนี่ก็ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดไม่ต่างกับร้านอื่นๆ เช่น หากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ทำเดลิเวอรี หรือการตลาดออนไลน์</p>



<p>“เราจะไม่คิดว่าร้านแถวนี้เป็นคู่แข่ง แต่จะเรียกว่าผู้ร่วมการค้า เพราะแต่ละร้านก็จะมีอาหารแต่ละสไตล์ สำหรับลูกค้า บางวันเขาอยากกินแบบไหน เขาก็เลือกกินได้ เราอาศัยว่าทำของเราให้ดีที่สุด ถ้าวันไหนลูกค้าอยากกินของเรา เขาก็จะมากิน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184320" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/09-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“การที่เราสามารถอยู่มาได้ 25 ปี เพราะเรามีอาหารหลากหลาย ราคาย่อมเยา บรรยากาศเป็นกันเอง เวลามากินลูกค้าก็จะนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ บางคนกินตั้งแต่ยังเรียนอยู่ พอจบไปกลับมากินอีกทีรสชาติก็ยังไม่เปลี่ยน&#8221;</p>



<p>“อย่างที่บอกว่าเราชอบการบริการ เวลาได้คุยกับลูกค้าก็มีความสุขทุกครั้งในการทำงาน อาหารถูกใจไม่ถูกใจ เราต้อนรับดีไว้ก่อน ทำให้เขาประทับใจ (หัวเราะ)</p>



<p>“ถึงแม้จะเปิดมา 25 ปีแล้ว แต่เราไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็นร้านตำนาน เรียกว่าเป็นร้านที่อยู่คู่กับสามย่านก็แล้วกัน เราอยากเติบโตไปทีละสเต็ป ไม่อยากแข่งขันกับใคร”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ต้นกก</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ร้านเค้กหน้านิ่มคุณภาพพรีเมียมราคาถูกคู่สามย่าน</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184321" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/10-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>อีกหนึ่งร้านของหวานที่อยู่คู่สามย่านมายาวนาน คือ ‘ร้านต้นกก’ ร้านที่คนจดจำจากเค้กหน้านิ่ม ราคาถูก รสชาติอร่อย ที่เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 โดยคุณกก &#8211; จุมพล เลาหเวชวานิช อดีตศิษย์เก่าแห่งจุฬาลงกรณ์ ที่เคยทำขนมส่งขายตามออฟฟิศ ก่อนขยับขยายมาเปิดหน้าร้านในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ</p>



<p>“สมัยก่อนเราเรียนย่านนี้ กินอยู่แถวนี้ เห็นบรรยากาศมาตลอด รู้ว่าคนแถวนี้กินอะไร ชอบอะไร พอเรียนจบก็ไปอยู่ออสเตรเลียหนึ่งปี กลับมาก็ทำงานในย่านนี้ประมาณ 4 ปี ก็มาเปิดร้าน ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ เดินกินข้าวอยู่สามย่าน เขาบอกมีห้องว่างพอดีก็เลยเอาเลย (หัวเราะ)”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184322" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/11-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>คุณจุมพลเล่าให้ฟังว่าร้านต้นกกไม่ได้มีคอนเซปต์ เพียงแค่อยากขายเค้กหน้านิ่มในราคาย่อมเยาเท่านั้น โดยสูตรได้มาจากสถาบันที่เคยเรียน และเคยมีคนสอน ก่อนจะนำมาดัดแปลงสูตรเป็นของตนเอง จนได้เป็นเมนูอย่างเค้กหน้านิ่มอย่างเค้กส้ม เค้กช็อกโกแลต เค้กกาแฟ เค้กชาเขียว ซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตของร้านที่คนจดจำ</p>



<p>“เราขายดีตั้งแต่วันแรกเลยนะ เพราะตอนนั้นร้านค้าไม่ค่อยเยอะ มีไม่กี่เจ้า และเราใช้วัตถุดิบดี”</p>



<p>“ต้นกกเป็นร้านเล็กๆ ในห้องแถวห้องเดียว แต่ก่อนขายอาหารด้วย แต่ปัจจุบันไม่ได้ขายแล้ว ขายแต่ขนมเค้ก ใช้วัตถุดิบเกรดดี ไม่ใส่สารกันบูด กินง่าย เก็บในตู้เย็นได้หลายวัน ราคาเริ่มต้น 35 บาท”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184324" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/15-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“ทุกวันนี้เราไม่ได้อบเค้กเองแล้ว มีพนักงานทำ แต่เรายังต้องคอยดูตลอด มาตรฐานเค้กต้องคงเดิม เพราะเค้กมันเหมือนวิทยาศาสตร์ ต้องทำตามสูตร ถ้าผิดเพี้ยนไปนิดหนึ่งมันจะแสดงมาให้เห็นเลย เช่น ไม่ขึ้นฟู ไม่อร่อย”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184325" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/12-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แม้จะเป็นร้านเล็กๆ บริหารเอง และอยู่กันแบบครอบครัว แต่ด้วยความใส่ใจในคุณภาพ ร้านต้นกกจึงผ่านกาลเวลามาได้กว่า 25 ปี จากที่มีลูกจ้าง 2 คน ปัจจุบันมีนับสิบคน และมีการเปิดสาขาเพิ่มที่พุทธมณฑล สาย 4&nbsp;</p>



<p>“บางคนอยากขยายสาขาเยอะๆ แต่เราอยากทำง่ายๆ คนเดียว แต่ยังเน้นความคงเดิมและควบคุมคุณภาพได้ การบริหารเองไม่ปวดหัว ต้องทำทุกอย่าง แต่ก็แลกกับความสบายใจ ตอนนี้มีหลานมาช่วย ถ้าวันหนึ่งต้องส่งต่อร้านให้ก็อยากให้เขาคงรสชาติเดิมของขนมและความสะอาดไว้”</p>



<p>“แต่ถ้าเขาอยากขยับขยายเพิ่มเติมหรืออยากปรับสูตรก็ได้ เราไม่ได้ซีเรียส”</p>



<p>ขณะที่ยังคงความเป็นออริจินัล ร้านต้นกกเองก็ต้องปรับตัวตามยุคสมัยที่ใครๆ ก็ทำขนมขายได้ ซึ่งคุณกกบอกว่าต้องทำขายออนไลน์มากขึ้น และขยายตลาดออกไปรอบๆ กรุงเทพฯ และมีเค้กสูตรใหม่ๆ ออกมา</p>



<p>“ตอนนี้ก็เริ่มมีเมนูใหม่ๆ มาแล้ว เช่น เค้กมะพร้าว ชีสเค้กหน้าไหม้ คุกกี้หน้านิ่ม แต่ก็ยังเน้นเค้กเหมือนเดิม เพราะเดี๋ยวนี้คนชอบขนมหน้าตาสวย เราเองไม่ค่อยรู้เรื่อง สงสัยต้องรุ่นหลานมาทำ (หัวเราะ)”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ครัวจุฬา 50</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตามสั่งขายดีสามย่าน เมนูภัตตาคารในราคาเอื้อมถึง</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184326" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/13-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ไม่น่าแปลกใจที่ร้าน ‘ครัวจุฬา 50’ จะมีลูกค้าแวะเวียนมาชิมจนเต็มร้านขนาดสองห้องแถวทุกวัน ไม่ว่าจะลูกค้าเก่าหรือหน้าใหม่ คนไทยหรือต่างชาติ เพราะเมื่อลองเปิดดูรูปอาหารที่มีคนรีวิวในโซเชียลแล้วก็คิดได้แค่ว่ายังไงต้องได้มากิน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/14-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184327" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/14-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/14-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/14-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/14-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/14-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/14-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ปูผัดผงกะหรี่ราดข้าวที่มีเนื้อปูล้นๆ ข้าวผัดปู ต้มยำกุ้งน้ำข้น กระเพาะปลาน้ำแดง หมูกรอบผัดพริกเกลือ กั้งผัดพริกเกลือ ไปจนถึงเผือกทอด หรือพุทราจีน เมนูที่ดูแล้วน่าจะอยู่บนภัตตาคาร กลับสั่งกินได้ที่ครัวจุฬา 50 ในราคาที่เอื้อมถึงได้</p>



<p>ครัวจุฬา 50 เริ่มเปิดตอนปี พ.ศ.2564 ในช่วงสถานการณ์โควิด ช่วงนั้นร้านอาหารย่านสามย่านปิดหลายร้านจากเหตุการณ์ล็อกดาวน์ ทำให้มีห้องเช่าใจกลางเมืองเหลือให้เช่าจำนวนมาก ทั้งที่ปกติจะหาทำเลเปิดยาก อีกทั้งช่วงนั้นราคาเช่ายังไม่แพง คุณพงศธร ภูพงศ์สิริพันธ์ ผู้เป็นเจ้าของร้านจึงเห็นโอกาสของการเปิดธุรกิจในเมือง</p>



<p>คุณพงศธร เล่าว่าครัวจุฬา 50 เป็นร้านอาหารตามสั่งที่ขายดีในสามย่าน เพราะมีเมนูที่แตกต่างจากร้านอื่นทั่วไป โดยมีคอนเซปต์ในนำเมนูระดับภัตตาคาร มาทำราคาให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184328" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/16-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“ช่วงแรกคิดว่าถ้าขายแพงๆ คงขายยาก จึงคิดคอนเซปต์ว่าจะทำอาหารที่ทุกคนสามารถกินได้ทุกวัน ราคาต้องไม่แพง เมนูต้องไม่เหมือนร้านอาหารตามสั่งทั่วไป เพราะเรามีเมนูปูเป็นจุดเด่น เราเคยทำงานเป็นซัปพลายเออร์อาหารทะเลมาก่อน จึงสามารถหาวัตถุดิบสดใหม่จากทะเลไทยในราคาไม่แพงได้”</p>



<p>สิ่งที่คุณพงศธรคิดไม่ผิด เพราะตั้งแต่เปิดร้านครัวจุฬา 50 ก็กลายเป็นไวรัลจากเมนูปูผัดผงกะหรี่ จนทำให้เกิดกระแสผู้คนหลั่งไหลมากินเมนูนี้ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ</p>



<p>“เมนูปูผัดผงกะหรี่ขายราคาแค่ 120 บาท แล้วรสชาติร้านเราเป็นที่ชื่นชอบของต่างชาติ เพราะรสไม่จัด ผงกะหรี่ไม่แรง คนต่างชาติชอบปูผัดผงกะหรี่อยู่แล้ว เขาเลยถูกจริตกับร้านเรา ที่สำคัญคือราคานี้คงไม่มีใครทำได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184329" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/17-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ด้วยความที่อยู่ในย่านทำเลดีของสามย่าน ใจกลางเมือง ใกล้มหาวิทยาลัย ใกล้สำนักงานและออฟฟิศ จึงยิ่งทำให้ปรากฏการณ์ครัวจุฬา 50 ไปไกลกว่าที่คิด อย่างไรก็ตาม คุณพงศธรเล่าว่าการทำร้านอาหารมีการแข่งขันสูง และเป็นเทรนด์ที่เปลี่ยนง่าย เมื่อหมดกระแสทุกอย่างก็สามารถเปลี่ยนไปรวดเร็ว</p>



<p>“กระแสมันเปลี่ยนเร็ว เดี๋ยวก็มีร้านใหม่เกิดขึ้นให้คนตามไปกิน เราคิดว่าตอนนี้ครัวจุฬา 50 น่าจะเลยจุดพีกมาแล้ว ยากที่จะทำให้มันบูมอีกครั้ง แต่ต้องประคองให้อยู่นานที่สุด”</p>



<p>“ตอนนี้เราพยายามไม่ให้คนลืม มีการกระตุ้นและโปรโมตตลอด หรือเมนูอาหาร ถ้าคนเบื่อเมนูจำเจ เราก็ออกเมนูประจำเดือนใหม่ๆ ให้ไม่น่าเบื่อ”</p>



<p>“หลักสำคัญคือเรื่องความคุ้มค่า เราอยากให้คนมากินแล้วรู้สึกอร่อย สะอาด คุ้มค่า คุ้มราคา”</p>



<p>ทุกร้านเรียกได้ว่ามีเส้นทางและเรื่องราวเป็นของตัวเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184330" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/18-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แต่จุดที่มีร่วมกันคือหัวใจของการทำร้านที่อยากส่งต่อความอร่อยคุ้มค่าให้กับผู้มาเยือน ทั้งหมดนี้ต่างรวมเป็นสีสันที่ทำให้สามย่านมีจังหวะที่น่าค้นหา เป็นความกลมกลืนระหว่างความเก่าและใหม่ที่ลงตัว</p>



<p>ที่สำคัญคือสามย่านยังคงเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของอาหารการกินที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ทำให้คนอยากมาเยือนเสมอ</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/samyan-top5-timeless-food/">ตะลุย 5 ร้านสามย่าน รสชาติแห่งกาลเวลาที่อยู่คู่เด็กจุฬาทุกยุคสมัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก ‘Let Them Theory’ ทฤษฎีมาแรง เมื่อการปล่อยจอยจากการพยายามควบคุมคนอื่น คือหนทางค้นพบหนทางที่ ‘ใช่’ ของจิตใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/let-them-theory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยพล ทองสวัสดิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 May 2025 03:07:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[Let Them Theory]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อย]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=180165</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ทำไมถึงไม่เป็นแบบนี้’ &#160;ไม่มากก็น้อย เราทุกคนต่างมีความต้องการที่จะ ‘ควบคุม’ สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ต่างๆ ของตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด&#160; แต่บางครั้งเรากลับใช้สัญชาตญาณนั้นมากเกินไป จนกลายเป็นความพยายามควบคุมผู้อื่น พาลทำให้ต้องหงุดหงิดทุกครั้งเมื่อคนเหล่านั้นไม่ได้เป็น หรือปฏิบัติอย่างที่เราต้องการ หากใครได้ติดตามช่องทางโซเชียลในช่วงนี้ โดยเฉพาะ TikTok อาจเคยผ่านหูกับทฤษฎี ‘Let Them’ กันมาบ้าง ทฤษฎีที่ว่านี้ เป็นแนวคิดจาก เมล รอบบินส์ (Mel Robbins) นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ นักเขียนชื่อดัง และอดีตทนายความ ที่เน้นการยอมรับ และปล่อยให้ผู้อื่นทำในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่พยายามควบคุม หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพวกเขา ทฤษฎีที่ว่านี้ มีรากฐานมาจากหนังสือของเมลที่ตีพิมพ์ในปี 2024 ชื่อ ‘The Let Them Theory: A Life-Changing Tool That Millions of People Can&#8217;t Stop Talking About’ ซึ่งมีคำอธิบายไว้ว่าเป็น ‘คู่มือเกี่ยวกับวิธีหยุดปล่อยให้ความคิดเห็น ดราม่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/let-them-theory/">รู้จัก ‘Let Them Theory’ ทฤษฎีมาแรง เมื่อการปล่อยจอยจากการพยายามควบคุมคนอื่น คือหนทางค้นพบหนทางที่ ‘ใช่’ ของจิตใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ทำไมถึงไม่เป็นแบบนี้’</p>



<p>&nbsp;ไม่มากก็น้อย เราทุกคนต่างมีความต้องการที่จะ ‘ควบคุม’ สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ต่างๆ ของตนเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด&nbsp;</p>



<p>แต่บางครั้งเรากลับใช้สัญชาตญาณนั้นมากเกินไป จนกลายเป็นความพยายามควบคุมผู้อื่น พาลทำให้ต้องหงุดหงิดทุกครั้งเมื่อคนเหล่านั้นไม่ได้เป็น หรือปฏิบัติอย่างที่เราต้องการ</p>



<p>หากใครได้ติดตามช่องทางโซเชียลในช่วงนี้ โดยเฉพาะ TikTok อาจเคยผ่านหูกับทฤษฎี ‘Let Them’ กันมาบ้าง ทฤษฎีที่ว่านี้ เป็นแนวคิดจาก <strong>เมล รอบบินส์ (Mel Robbins)</strong> นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ นักเขียนชื่อดัง และอดีตทนายความ ที่เน้นการยอมรับ และปล่อยให้ผู้อื่นทำในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่พยายามควบคุม หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพวกเขา</p>



<p>ทฤษฎีที่ว่านี้ มีรากฐานมาจากหนังสือของเมลที่ตีพิมพ์ในปี 2024 ชื่อ <em>‘The Let Them Theory: A Life-Changing Tool That Millions of People Can&#8217;t Stop Talking About’</em> ซึ่งมีคำอธิบายไว้ว่าเป็น ‘คู่มือเกี่ยวกับวิธีหยุดปล่อยให้ความคิดเห็น ดราม่า และการตัดสินของคนอื่นส่งผลต่อชีวิตของคุณ’ โดยในหนังสือ เมล ระบุว่าทฤษฎีนี้ ‘จะทำให้เป็นอิสระจากวัฏจักรที่เหนื่อยล้าในการพยายามจัดการทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนรอบตัว’</p>



<p>แนวคิดนี้เรียบง่าย เมลเขียนในหนังสือว่า เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีนี้เป็นครั้งแรกจากลูกสาว และเธอชอบมันทันที เธอยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า</p>



<p><em>ถ้าเพื่อนของคุณไม่เชิญคุณไปทานบรันช์ในสุดสัปดาห์นี้ ก็ปล่อยให้พวกเขาทำ</em></p>



<p><em>ถ้าคนที่คุณชอบ เขาไม่สนใจที่จะผูกมัด ก็ปล่อยให้พวกเขาทำ</em></p>



<p><em>ถ้าลูกๆ ของคุณไม่อยากไปทำกิจกรรมบางอย่างกับคุณในสัปดาห์นี้ ก็ปล่อยให้พวกเขาทำ</em></p>



<p>แน่นอนว่า เราอาจปล่อยให้ผู้อื่นทำสิ่งนั้นอยู่แล้ว แต่เราอาจมีส่วนร่วมกับการเลือกของพวกเขามากเกินไป และพยายามควบคุมการกระทำของพวกเขา จึงทำให้ต้องรู้สึกทุกข์เมื่ออีกฝ่ายไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ ทฤษฎี Let Them จึงแนะนำว่าให้ปล่อยผู้อื่นทำในสิ่งที่ต้องการ และเราจะรู้สึกได้ปลดปล่อยจากการควบคุม ในทางกลับกันจะช่วยให้เรารู้สึกสงบ ผ่อนคลายมากขึ้น และได้ค้นพบหนทางแห่งหัวใจที่แท้จริง</p>



<p>หลักการของทฤษฎี ‘Let Them’ คืออะไร?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปล่อยให้เขาเป็น (Let Them) </strong></h2>



<p>เรามักเสียพลังไปกับการพยายามควบคุมสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การคาดหวังให้คนอื่นปฏิบัติต่อเราแบบที่เราต้องการ เมื่อพวกเขาไม่ทำเช่นนั้น เราจะรู้สึกเจ็บปวด โกรธ หรือผิดหวัง ดังนั้นเมื่อต้องรู้สึกหงุดหงิด หรือไม่พอใจกับการกระทำของผู้อื่น ให้บอกตัวเองว่า ‘ปล่อยให้เขาเป็น’ โดยไม่พยายามบังคับ ควบคุม หรือรู้สึกว่าเราต้องเข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขา เพื่อยอมรับว่าเราไม่สามารถควบคุมความคิด หรือการกระทำของผู้อื่นได้&nbsp;</p>



<p>ตัวอย่างการลองปรับใช้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>หากเพื่อนไม่ชวนไปปาร์ตี้ (ปล่อยให้เขาเป็น ถ้าเขาอยากไปโดยไม่มีเรา นั่นคือสิ่งที่เขาเลือก)</li>



<li>แฟนไม่สนใจ (แทนที่จะนั่งดราม่า บอกตัวเองว่าปล่อยให้เขาเป็น แล้วเราจะได้เห็นเองว่าเขาให้คุณค่าเรามากแค่ไหน)</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180166" style="width:800px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/1-7.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>โฟกัสที่ตัวเอง (Let Me)&nbsp;</strong></h2>



<p>หลังจากปล่อยให้ผู้อื่นเป็นในแบบของเขาแล้ว ให้หันมาโฟกัสที่ตัวเอง แทนที่จะมัวหมกมุ่นกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำ เพราะเมื่อปล่อยพลังงานลบจากคนอื่นออกไป เราจะมีพื้นที่ว่างในใจให้ดูแลตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เราสามารถควบคุมได้จริง เช่น เลือกที่จะไม่ใส่ใจ และเอาเวลาไปทำสิ่งที่เติมเต็มจิตใจอย่างการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือใช้เวลาในการทำสิ่งที่อยากทำเพื่อรักษาความสงบทางอารมณ์ และพลังงานของตัวเอง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180167" style="width:800px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/2-7.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แล้วประโยชน์ของทฤษฎีนี้คืออะไร?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง</strong></h2>



<p>ปล่อยให้คนอื่นทำในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่พยายามบังคับ ควบคุม หรือรู้สึกว่าเราต้องเข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขา การยอมรับว่าเราไม่สามารถควบคุมผู้อื่นได้ หรือไม่ได้พยายามจะเปลี่ยนแปลงใคร จะทำให้ไม่ต้องรู้สึกผิดหวัง หรือเครียดเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นอย่างที่หวัง เหมือนเป็นการเปลี่ยนการคิดวนไปมาว่า ‘ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น’ แต่เป็นการเลือก ‘ปล่อยให้เขาเป็น’ แล้วกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180168" style="width:800px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/3-6.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>เป็นตัวของตัวเอง</strong></h2>



<p>การปล่อยให้ผู้อื่นเป็นในแบบของตัวเอง จะช่วยให้ความสัมพันธ์มีความเข้าใจ และยอมรับซึ่งกันและกันมากขึ้น เพราะการยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น จะช่วยให้ความสัมพันธ์เติบโตบนพื้นฐานของความเข้าใจ ไม่ใช่การควบคุม เช่น เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายชอบ และอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อเรา ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ นั่นหมายถึงเราจะได้เรียนรู้กันและกันจากสิ่งที่เป็นจริงๆ มากกว่าการพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายชอบ ซึ่งเมื่อถึงวันหนึ่ง เราจะไม่สามารถหลีกหนีจากตัวตนได้อยู่ดี และเมื่อวันนั้นมาถึง อาจสายเกินไปที่จะปรับความเข้าใจกันก็ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180169" style="width:800px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/4-5.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>สงบสยบเคลื่อนไหว</strong></h2>



<p>การโฟกัสที่ตัวเอง และการตอบสนองของตัวเอง หรือเมื่อไม่ยึดติดกับการที่คนอื่นต้องทำอะไรตามใจเรา ความรู้สึกก็จะสงบขึ้น เพราะเราไม่ปล่อยให้พฤติกรรมของคนอื่นมากำหนดอารมณ์ของเรา เช่น อาจมีใครคอยวิจารณ์เรา แต่เราเลือกจะไม่ตอบโต้ได้ เพราะรู้ว่า ‘ความสงบในชีวิตของเรามีค่ากว่า’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180170" style="width:800px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/5-4.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แน่นอนว่า หลายคนอาจมีมุมมองว่าทฤษฎี Let Them อาจจะเหมาะกับบางคน บางบริบท และบางเงื่อนไข แต่สิ่งที่ทฤษฎีนี้พยายามบอกคือ เราต่างใช้พลังงานไปกับการคิดมากในเรื่องต่างๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ แทนที่จะทำเช่นนั้น การมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สามารถควบคุมได้น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า และการ ‘Let Them’ นั่นแหละ จะเปิดเผยให้เห็นว่าผู้อื่นเป็นใคร เป็นอย่างไร จากนั้นเราจะสามารถตัดสินใจได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะที่สุดสำหรับเรา</p>



<p>หากลองเปรียบดูกับเรื่องความสัมพันธ์ ทฤษฎีนี้อาจกำลังบอกว่า เราไม่จำเป็นต้องบังคับ หรือคาดหวังให้ใครคิด หรือปฏิบัติเช่นเดียวกับเราในความสัมพันธ์ เพราะมีแต่จะทำให้เหนื่อยกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ หากใครที่อยากอยู่ในชีวิตเรา เขาจะไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ หรือจุดสุ่มเสี่ยงที่จะเสียเราไป แต่หากเขาเลือกที่จะทำบางอย่าง นั่นก็เป็นการเปิดเผยตัวตนของเขา ซึ่งเรามีสิทธิ์เลือก หรือตัดสินใจว่าจะเดินต่อไปกับเขาหรือไม่</p>



<p>เราไม่จำเป็นต้องเสียพลังงานชีวิตไปกับคนที่ปฏิบัติไม่ดีกับเรา และเราเลือกที่จะให้เกียรติ และเห็นคุณค่าในตัวเองได้</p>



<p>เมื่อ ‘Let Them’ เราจะรู้สึกถึงการควบคุมได้มากขึ้น มีความสงบทางอารมณ์มากขึ้น และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับผู้คนในชีวิต</p>



<p>ในแง่นี้ ทฤษฎี ‘Let Them’ อาจช่วยปลดปล่อยเราจากความเหนื่อยล้าของการพยายามจัดการทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนรอบตัวเราได้</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/let-them-theory/">รู้จัก ‘Let Them Theory’ ทฤษฎีมาแรง เมื่อการปล่อยจอยจากการพยายามควบคุมคนอื่น คือหนทางค้นพบหนทางที่ ‘ใช่’ ของจิตใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยิ่งน่ากลัวยิ่งรัก ยิ่งสยองยิ่งโรแมนติก เมื่อการดูหนังผีอาจช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้เหนียวแน่นหนึบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/watch-horror-movie/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยพล ทองสวัสดิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Oct 2024 03:59:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหนังผี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=177380</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปี เรื่อง ‘ผี’ ยังคงอยู่ในชีวิตของพวกเราเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ใช่แค่ไม่เคยตายจากไป แต่เรื่องเล่า ‘ผีๆ’ ยังคงหาที่ทางร่วมสมัยได้เสมอ ในวัยเด็ก เรากลัวผีอย่างตรงไปตรงมา มันทำงานผ่านจินตนาการที่โลดแล่นไม่หยุดพัก บวกกับเรื่องเล่า เรื่องหลอก ของผู้หลักผู้ใหญ่ ยิ่งทำให้ความสั่นกลัวที่มีต่อเรื่องลี้ลับนั้นชวนขนหัวลุกและคุกคามไปกันใหญ่ แต่เมื่อเติบโตขึ้นเช้าสู่ช่วงวัยรุ่นวัยหนุ่มสาว ประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกเราว่า ผีเป็นเพียงภาพซ้อนทับของจินตนาการและความไม่รู้ เมื่อสบายใจขึ้นดังนั้น สำหรับบางคน ผีอาจกลายเป็นเพียงความงมงาย หรือสิ่งที่มีไว้ซึ่งความบันเทิงในชีวิตเท่านั้น และในวัยหนุ่มสาวนี่เอง ‘ความบันเทิงแบบหลอนๆ’ คือหนึ่งในเครื่องมือกระชับสัมพันธ์ระหว่างคู่รักเป็นอย่างดี เคยมีผลสำรวจที่บอกว่า คนโสดกว่า 63% มองว่าการดูหนังผีหรือหนังสยองขวัญ เป็นกิจกรรมการออกเดตที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ 49% ยังเห็นพ้องกันว่า การแชร์ประสบการณ์ร่วมที่มีต่อภาพยนตร์แนวนี้ ทำให้เกิดความเข้ากันที่ลึกซึ้งขึ้นระหว่างทั้งคู่ เชื่อว่าไม่น้อยเลย ที่เคยชวนคนรักไปดูหนังผีด้วยกันในโรง หรือชวนกันคลุมโปงดูหนังผีกันในห้อง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาเบื้องหลังของความเกี่ยวข้องระหว่างความสยองขวัญและความโรแมนติก เพราะเมื่อความกลัวที่เกิดขึ้นผ่านการดูหนังนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราจริงๆ แต่เป็นความบันเทิงผ่านจอที่ไม่มีทางคุกคามเราได้ ในแง่หนึ่ง เราจึงมั่นใจได้ว่า ความกลัวจะเป็นเพียงประสบการณ์ความเพลิดเพลิน ความน่าตื่นเต้น และความแปลกใหม่ที่เข้มข้นเท่านั้น ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้ในตัวมนุษย์ เราจึงยิ่งอยากแสวงหามัน นั่นเป็นเหตุผลเดียวกับที่ว่า ทำไมบางคนถึงชอบเสพหนังผีนัก แน่นอนว่า เมื่อประสบการณ์นี้ถูกแชร์ร่วมกับใครบางคนที่นั่งห่มผ้าอยู่ข้างๆ มันจึงกลายเป็นความโรแมนติกจากความรู้สึกไม่ปลอดภัย(แบบหลอกๆจากในหนัง) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/watch-horror-movie/">ยิ่งน่ากลัวยิ่งรัก ยิ่งสยองยิ่งโรแมนติก เมื่อการดูหนังผีอาจช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้เหนียวแน่นหนึบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปี เรื่อง ‘ผี’ ยังคงอยู่ในชีวิตของพวกเราเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ใช่แค่ไม่เคยตายจากไป แต่เรื่องเล่า ‘ผีๆ’ ยังคงหาที่ทางร่วมสมัยได้เสมอ</p>



<p>ในวัยเด็ก เรากลัวผีอย่างตรงไปตรงมา มันทำงานผ่านจินตนาการที่โลดแล่นไม่หยุดพัก บวกกับเรื่องเล่า เรื่องหลอก ของผู้หลักผู้ใหญ่ ยิ่งทำให้ความสั่นกลัวที่มีต่อเรื่องลี้ลับนั้นชวนขนหัวลุกและคุกคามไปกันใหญ่</p>



<p>แต่เมื่อเติบโตขึ้นเช้าสู่ช่วงวัยรุ่นวัยหนุ่มสาว ประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกเราว่า ผีเป็นเพียงภาพซ้อนทับของจินตนาการและความไม่รู้ เมื่อสบายใจขึ้นดังนั้น สำหรับบางคน ผีอาจกลายเป็นเพียงความงมงาย หรือสิ่งที่มีไว้ซึ่งความบันเทิงในชีวิตเท่านั้น</p>



<p>และในวัยหนุ่มสาวนี่เอง ‘ความบันเทิงแบบหลอนๆ’ คือหนึ่งในเครื่องมือกระชับสัมพันธ์ระหว่างคู่รักเป็นอย่างดี เคยมีผลสำรวจที่บอกว่า คนโสดกว่า 63% มองว่าการดูหนังผีหรือหนังสยองขวัญ เป็นกิจกรรมการออกเดตที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ 49% ยังเห็นพ้องกันว่า การแชร์ประสบการณ์ร่วมที่มีต่อภาพยนตร์แนวนี้ ทำให้เกิดความเข้ากันที่ลึกซึ้งขึ้นระหว่างทั้งคู่</p>



<p>เชื่อว่าไม่น้อยเลย ที่เคยชวนคนรักไปดูหนังผีด้วยกันในโรง หรือชวนกันคลุมโปงดูหนังผีกันในห้อง</p>



<p>เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาเบื้องหลังของความเกี่ยวข้องระหว่างความสยองขวัญและความโรแมนติก เพราะเมื่อความกลัวที่เกิดขึ้นผ่านการดูหนังนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราจริงๆ แต่เป็นความบันเทิงผ่านจอที่ไม่มีทางคุกคามเราได้ ในแง่หนึ่ง เราจึงมั่นใจได้ว่า ความกลัวจะเป็นเพียงประสบการณ์ความเพลิดเพลิน ความน่าตื่นเต้น และความแปลกใหม่ที่เข้มข้นเท่านั้น ด้วยสัญชาตญาณความอยากรู้ในตัวมนุษย์ เราจึงยิ่งอยากแสวงหามัน นั่นเป็นเหตุผลเดียวกับที่ว่า ทำไมบางคนถึงชอบเสพหนังผีนัก</p>



<p>แน่นอนว่า เมื่อประสบการณ์นี้ถูกแชร์ร่วมกับใครบางคนที่นั่งห่มผ้าอยู่ข้างๆ มันจึงกลายเป็นความโรแมนติกจากความรู้สึกไม่ปลอดภัย(แบบหลอกๆจากในหนัง) ที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากปกป้อง อยากใกล้ชิด มากขึ้น จนกลายเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไปโดยปริยาย</p>



<p>ถ้ายังไม่เชื่อ ลองดูเหตุผลเหล่านี้ แล้วคุณผู้อ่านอาจจะอยากลองหาหนังผีสักเรื่องมานั่งดูกับคนรักก็ได้นะ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การดูหนังผี: มีแนวโน้มทำให้เกิดการ ‘กอด’ กันมากขึ้น</strong></h2>



<p>นึกง่ายๆ เมื่อเรากลัว แนวโน้มที่เราจะอยากแนบชิดกับคนข้างๆ ก็มีมากขึ้น การดูหนังผีจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทลาย ‘กำแพง’ ทางกายภาพนั้น การกอดและหนังผี แทบจะเกิดมาเป็นของคู่กัน ถึงแม้ว่าเราอาจไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่การดูหนังผีก็สามารถเป็นตัวจุดประกายความต้องการใกล้ชิดได้มากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การดูหนังผี: ลดความเครียดจากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นของสมอง</strong></h2>



<p>เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่กำลังเข้มข้นทางความรู้สึกยามดูหนังผี มันสามารถลดระดับความเครียดของเราได้ ที่สำคัญ สมองของเราจะตอบสนองต่อความน่ากลัวในหนังผีทำให้ร่างกายปล่อยวางและผ่อนคลาย จนแสดงออกมาผ่านปฏิกิริยาของร่างกายในรูปแบบที่น่าสนใจได้ และสิ่งเหล่านี้เอง จะช่วยทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับคนข้างๆ มากขึ้น คิดตามง่ายๆ บางทีคนข้างๆ คุณอาจจะแสดงปฏิกิริยาแปลกๆ บางอย่างในช่วงที่ผีโผล่ ตุ้งแช่! ออกมา แต่มันกลับน่ารักสำหรับคุณก็ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การดูหนังผี: ทำให้สมองหลั่งสารแห่งความสุข</strong></h2>



<p>ข้อนี้ฟังดูวิทย์จ๋าขึ้นมาหน่อย แต่เมื่อเราดูหนังผี สมองของเราจะหลั่งสารโดปามีน ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกพึงพอใจ เมื่อได้รับสิ่งที่ต้องการหรือมีประสบการณ์ที่ถูกใจ เราจึงรู้สึกมีความสุข เมื่อเกิดสุข ความอยากใกล้ชิดกับคนข้างๆ จึงตามมานั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การดูหนังผี: ช่วยขยายพื้นที่ในการเรียนรู้ระหว่างกัน</strong></h2>



<p>ความจริงก็คล้ายกับการดูหนังประเภทอื่น แต่หนังผีก็เป็นประเภทหนึ่งที่ทำให้เราได้วิพากษ์สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังได้ ทั้งบท การแสดง และรายละเอียดต่างๆ ในหนัง ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เราได้พูดคุยกัน นอกจากนี้ การดูหนังผียังทำให้เราได้รู้ว่าคนข้างๆ มีปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ที่น่ากลัวอย่างไร ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งในการเรียนรู้และเข้าใจภาพรวมระหว่างกันมากขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การดูหนังผี: ช่วยดึงด้านเปราะบางของกันและกัน</strong></h2>



<p>บางครั้ง ความกลัวในการดูหนังผีก็สามารถช่วยดึงเอาด้านที่เปราะบางออกมาได้ไม่มากก็น้อย และแน่นอนว่าอีกฝ่ายก็เช่นกัน เมื่อความเปราะบางทั้งสองด้านถูกตีแผ่ออกมาให้กันและกันเห็น มันก็สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในความสัมพันธ์ได้</p>



<p>ในวัยเด็ก ผ้าห่มที่เคยเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องเราจากภัยคุกคามของผีและทำให้รู้สึกอุ่นใจยามนอนหลับ อาจกลายเป็นเครื่องมีกระชับสัมพันธ์ได้ในวัยหนุ่มสาวยามดูหนังผีด้วยกันก็ได้นะ</p>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/watch-horror-movie/">ยิ่งน่ากลัวยิ่งรัก ยิ่งสยองยิ่งโรแมนติก เมื่อการดูหนังผีอาจช่วยกระชับสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้เหนียวแน่นหนึบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DYE DEE : กางเกงเดนิมย้อมสีธรรมชาติที่ผสานองค์ความรู้จากด้ายดิบจนกลายเป็นด้ายดี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-dyedee/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-dyedee/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชยพล ทองสวัสดิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Jun 2018 02:51:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงยีนส์]]></category>
		<category><![CDATA[jeans]]></category>
		<category><![CDATA[ยีนส์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[DYE DEE]]></category>
		<category><![CDATA[ด้ายดี]]></category>
		<category><![CDATA[งานฝีมือไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงเดนิม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-dyedee/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเชื่อว่ากางเกงยีนส์แทบจะเป็นเครื่องแต่งกายติดตู้เสื้อผ้าของทุกคนไม่ว่าจะสนใจแฟชั่นระดับไหน ด้วยความคลาสสิกอยู่มาทุกยุคทุกสมัย คุณสมบัติที่ทนทาน สวยงาม สามารถปรับใส่ได้ทุกบริบท ทำให้กางเกงยีนส์ครองใจใครหลายคนมาโดยตลอด จากความสนใจสีธรรมชาติ ผ่านกระบวนการคิด ปรับเปลี่ยน และผสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างการทอผ้า ต่อยอดเป็นไอเดียของ มิ้น-นัฐพงษ์ ม่วงแนม และ จ๊อบ-อัจชนะพงษ์ อัจชนะวราทา สองเพื่อนซี้ที่ย้ายมาปักหลักอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมความรู้ในงานดีไซน์ และความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีธรรมชาติที่แตกต่างด้วยกรรมวิธีและเรื่องราว จนกลายมาเป็นกางเกงยีนส์เดนิม DYE DEE (ด้ายดี) แบรนด์ผ้าย้อมสัญชาติไทยที่น่าประทับใจและกำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ แรงบันดาลใจจากสีธรรมชาติ มิ้น : เราเจอกันตอนยังเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลังเรียนจบก็แยกย้ายกัน ผมกลับไปทำสวนทุเรียนที่ชุมพร ส่วนจ๊อบย้ายมาทำงานออกแบบที่เชียงใหม่ แต่เรายังติดต่อกันตลอด แล้วช่วงนั้นมีจังหวะที่จ๊อบเริ่มสนใจเรื่องสีธรรมชาติพอดี จ๊อบ : ผมเริ่มสนใจเรื่องสีธรรมชาติ คิดว่าสีอะไรที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติแล้วยังได้เฉดสีต่างๆ มิ้น : หลังจากนั้นก็ชวนกันย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ค่อยๆ ศึกษาด้วยกัน เราเริ่มจากการทำผ้ามัดย้อม สเวตเตอร์มัดย้อมไปขายตามตลาดนัดในช่วงที่ฮิตๆ แต่สักพักเราเริ่มเห็นว่าผ้ามัดย้อมมันเป็นลายสีเยอะมาก เหมือนเรกเก้ ซึ่งเราไม่ค่อยชอบสีพวกนั้น เลยพยายามคุมโทน เริ่มหาผ้ามัดย้อมที่ใช้สีสีเดียว เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบที่คนไม่ใช้ ปกติใช้คราม แต่เราเปลี่ยนมาใช้มะเกลือ จนเริ่มรู้มากขึ้นไปด้วยว่าสีนั้นสีนี้มันมีอะไรบ้าง จ๊อบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-dyedee/">DYE DEE : กางเกงเดนิมย้อมสีธรรมชาติที่ผสานองค์ความรู้จากด้ายดิบจนกลายเป็นด้ายดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราเชื่อว่ากางเกงยีนส์แทบจะเป็นเครื่องแต่งกายติดตู้เสื้อผ้าของทุกคนไม่ว่าจะสนใจแฟชั่นระดับไหน ด้วยความคลาสสิกอยู่มาทุกยุคทุกสมัย คุณสมบัติที่ทนทาน สวยงาม สามารถปรับใส่ได้ทุกบริบท ทำให้กางเกงยีนส์ครองใจใครหลายคนมาโดยตลอด</p>
<p>จากความสนใจสีธรรมชาติ ผ่านกระบวนการคิด ปรับเปลี่ยน และผสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างการทอผ้า ต่อยอดเป็นไอเดียของ <strong>มิ้น-นัฐพงษ์ ม่วงแนม</strong> และ <strong>จ๊อบ-อัจชนะพงษ์ อัจชนะวราทา</strong> สองเพื่อนซี้ที่ย้ายมาปักหลักอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมความรู้ในงานดีไซน์ และความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีธรรมชาติที่แตกต่างด้วยกรรมวิธีและเรื่องราว จนกลายมาเป็นกางเกงยีนส์เดนิม <strong>DYE DEE (ด้ายดี)</strong> แบรนด์ผ้าย้อมสัญชาติไทยที่น่าประทับใจและกำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_55511.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/untitled-13-of-3.jpg" /></p>
<h3><strong>แรงบันดาลใจจากสีธรรมชาติ</strong></h3>
<p><strong><br />
มิ้น :</strong> เราเจอกันตอนยังเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หลังเรียนจบก็แยกย้ายกัน ผมกลับไปทำสวนทุเรียนที่ชุมพร ส่วนจ๊อบย้ายมาทำงานออกแบบที่เชียงใหม่ แต่เรายังติดต่อกันตลอด แล้วช่วงนั้นมีจังหวะที่จ๊อบเริ่มสนใจเรื่องสีธรรมชาติพอดี</p>
<p><strong><br />
จ๊อบ :</strong> ผมเริ่มสนใจเรื่องสีธรรมชาติ คิดว่าสีอะไรที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติแล้วยังได้เฉดสีต่างๆ</p>
<p><strong><br />
มิ้น :</strong> หลังจากนั้นก็ชวนกันย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ค่อยๆ ศึกษาด้วยกัน เราเริ่มจากการทำผ้ามัดย้อม สเวตเตอร์มัดย้อมไปขายตามตลาดนัดในช่วงที่ฮิตๆ แต่สักพักเราเริ่มเห็นว่าผ้ามัดย้อมมันเป็นลายสีเยอะมาก เหมือนเรกเก้ ซึ่งเราไม่ค่อยชอบสีพวกนั้น เลยพยายามคุมโทน เริ่มหาผ้ามัดย้อมที่ใช้สีสีเดียว เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบที่คนไม่ใช้ ปกติใช้คราม แต่เราเปลี่ยนมาใช้มะเกลือ จนเริ่มรู้มากขึ้นไปด้วยว่าสีนั้นสีนี้มันมีอะไรบ้าง</p>
<p><strong><br />
จ๊อบ :</strong> พอเราลองทำแบบเรียบๆ เช่น ดำ ขาว ชมพู เหลือง ไปสักพักก็รู้สึกว่ามันยังไม่แตกต่างพอ</p>
<p><strong><br />
มิ้น :</strong> อีกอย่างคือพอทำขายแล้วไม่ตอบโจทย์เรื่องรายได้ อาจจะไม่ค่อยถูกใจคนด้วย เลยลองมาหาว่ามีอะไรเป็นไปได้อีกไหม แล้วการที่จะใช้วิธีย้อมธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีเลย มันจะมีทางอื่นอีกไหม สุดท้ายก็มาเล็งเห็นถึงเดนิมกับการทอ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Untitled-3-031.jpg" /></p>
<h3><strong>แรงบันดาลใจจากผ้ามัดย้อมสู่กางเกงยีนส์ทอมือ</strong></h3>
<p><strong><br />
จ๊อบ :</strong> เรามองเห็นเดนิมเพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนใส่อยู่แล้ว ทุกคนเปิดตู้ไปต้องมีกัน 3-4 ตัว แต่ว่าอะไรคือความใหม่ของกางเกงยีนส์ที่เราจะเสนอให้กับตลาด เราก็นึกถึงโครงสร้างผ้าใหม่ เรื่องราว กระบวนการ วิธีแบบไทย เรามองว่าสิ่งนี้น่าจะต่อยอดและไปแทรกอยู่ในตลาดได้ พอจะทำเราก็มาคิดว่ากางเกงยีนส์เดนิมสีอะไร สีคราม แล้วครามที่เขาย้อมเดนิมมันย้อมธรรมชาติเหรอ ก็ไปหาข้อมูลจนเจอว่าจริงๆ มันไม่ได้ย้อมธรรมชาติ แล้วเราก็ตั้งคำถามว่าเราจะทำได้ไหม ถ้าเดนิมจะย้อมด้วยสีครามธรรมชาติ</p>
<p><strong><br />
มิ้น : </strong>กระบวนการทอเดนิมเนี่ย ถ้าเราจะไปสั่งโรงงานทอ จะต้องสั่งอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าพันเมตร ซึ่งคนเพิ่งเริ่มต้นตัวเล็กๆ อย่างเราไม่มีเงินไปสั่งของขนาดนั้น เราก็เลยมามองบริบทรอบๆ ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะสามารถทอเป็นเดนิมได้ คนทอกี่ก็มี การทอแบบต่างๆ ก็มี การย้อมก็มี จ๊อบเลยเริ่มรีเสิร์ชข้อมูลจากต่างประเทศว่ากี่แต่ละแบบทอยังไง ต้องใช้กี่ประเภทไหนถึงจะทอตามคอนเซปต์ของเดนิมที่ว่าแคนวาสจะต้องทอมาแล้วหน้าหลังไม่เหมือนกัน มันคือเรื่องของการซ่อนเส้นพุ่ง เส้นตั้ง ให้ไม่เหมือนกัน ก็เริ่มทดลองแล้วก็ทำมา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/S__15433799.jpg" /></p>
<p>มันเกิดจากความเชื่อว่าเป็นไปได้ เราเชื่อว่าบ้านเราเก่งเรื่องการทอมาก ก็ใช้การรีเสิร์ช ทั้งโทร ทั้งเดินทางไปคุย ก็จะมีคนที่ตอบว่า ได้ มาลองสิ กับอีกกลุ่มที่บอกว่าเป็นไปได้ยาก หรือไม่อยากเปลี่ยนกระบวนการทำ เพราะที่ทำอยู่ก็ดีอยู่แล้ว สุดท้ายก็ได้กลุ่มโอทอปในเชียงใหม่นี่แหละ เรารู้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้ชาวบ้านทำอะไรแบบนี้ เราก็ให้ค่าจ้างตามสมควรที่เขาจะได้ แต่ขอคุณภาพแบบที่เราต้องการ เราอาจจะจู้จี้ (หัวเราะ) ถ้าไม่ได้คือไม่ได้ เราก็พยายามจะยกระดับฝีมือชาวบ้านและช่วยเขาสร้างมูลค่าให้กับสิ่งที่เขาทำด้วย</p>
<p><strong><br />
จ๊อบ :</strong> ไลน์การผลิตผ้าอยู่ที่เชียงใหม่หมดเลย แต่เฉพาะการตัดจะทำที่กรุงเทพฯ เราใช้ช่างทอเชียงใหม่ที่มีองค์ความรู้ในการทำผ้าอยู่แล้ว ส่วนเราทั้งคู่ก็นำเรื่องงานดีไซน์ แพตเทิร์น หลักทางวิทยาศาสตร์ไปเสริม และคอยควบคุมการผลิตอีกที</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5494.jpg" /></p>
<h3><strong>ไม่ใช่แค่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ต้องขายได้</strong></h3>
<p><strong><br />
มิ้น :</strong> ถ้าเราดู เช่นที่สมุทรปราการ สมุทรสงคราม ตรงนั้นเป็นจุดที่น้ำทะเลแย่ที่สุดในประเทศ เพราะว่าเป็นแหล่งโรงงานฟอกยีนส์ที่เขาปล่อยน้ำเสียอยู่แล้ว แต่ของเราทั้งกระบวนการไม่มีสิ่งที่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมเลย แล้วก็ยังส่งเสริมให้คนกลับมาปลูกคราม จากหมู่บ้านที่เขาไม่ปลูกกันแล้ว หรือตามหมู่บ้านที่เขามีกี่ทอผ้าเก่าๆ เก็บทิ้งไว้ ให้เขารื้อมาใหม่ เอามาทำใหม่ได้นะ เพราะเราคิดว่าสักวันหนึ่งถ้าออเดอร์หรือการเติบโตมีมากขึ้น การที่เราจะจ้างพวกเขาก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เหมือนเป็นการอนุรักษ์ไปในตัว</p>
<p><strong><br />
จ๊อบ :</strong> ถ้าพูดถึงเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติหรือไม่มันก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เราก็ต้องทำในสิ่งที่เราบอกว่าอนุรักษ์ธรรมชาติให้สวยด้วย เพื่อที่จะดึงคนให้มาชอบของเรา คือเขาต้องชอบจากความสวยหรือสุนทรียภาพบางอย่าง ส่วนจะได้เรื่องที่ว่าอนุรักษ์หรือเปล่า นั่นเป็นสิ่งที่เราพยายามจะใส่มันเข้าไป</p>
<p><strong><br />
มิ้น :</strong> คือต่อให้ผ้านี้อนุรักษ์ธรรมชาติมากหรือไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ถ้ามันไม่สวย คนก็ไม่ซื้อใส่หรอก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5526.jpg" /></p>
<h3><strong>ต่อยอดมูลค่าจากความเป็นไทย</strong></h3>
<p><strong><br />
มิ้น :</strong> ส่วนตัวผมมองว่าในความเป็นไทย เรามองเห็นอะไรบ้าง มันไม่ได้มีแค่มุมมองเดียว มันยังมีแง่มุมอื่น กระบวนการหรือองค์ความรู้ของบ้านเรามีอีกเยอะเลย แต่เราต้องหาวิธีเอามาเล่า เอามาต่อยอด แล้วมันจะเกิดความเป็นไทยรูปแบบใหม่ขึ้นมา พอเราศึกษาก็ยิ่งรู้ว่ายังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_5474.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="background-color: initial; text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_54512.jpg" /></p>
<p><strong><br />
จ๊อบ :</strong> ผมมองเรื่องงานคราฟต์ที่จะตอบโจทย์อนาคต เราคิดว่าจริงๆ แล้วเราสามารถถนอมโลกได้ด้วยการไม่ต้องใช้เคมีนี่นา ทำไมเราไม่เกิดคำถามว่า ‘ทำไมเราไม่ใช้ผ้าทอ?’ วัยรุ่นก็บอกว่า ‘ใช้ผ้าทอมันเชย มันใส่ยาก ใส่ได้ไง’ ถ้าวัยรุ่นคิดแบบนั้น แล้วทำไมเราไม่ทอผ้าแบบใหม่ ทำไมไม่ทำผ้าลายใหม่ให้เข้าถึงได้ง่ายๆ ที่เราใส่แล้วไม่เคอะเขิน ก็เลยตอบโจทย์ว่าทำไมเราผลิตสิ่งนี้ขึ้นมา เราใส่เองได้ แล้วเราก็ไม่ได้ทำร้ายธรรมชาติ ไม่ได้ทำร้ายใคร แล้วเราก็ไม่พยายามทำร้ายใคร ผมว่าแบบนั้นมันรู้สึกดี แล้วมันสนุกที่เราจะได้แก้ปัญหาหรือโจทย์ที่ว่าทำยังไงเราถึงจะทำร้ายธรรมชาติน้อยที่สุด แล้วก็ยังยั่งยืนในแง่ของสิ่งแวดล้อม ในแง่ของวัฒนธรรม</p>
<h3><strong>DYE DEE COLLECTION</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="background-color: initial; text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_55121.jpg" /></p>
<h4><strong>DARK MATTER</strong></h4>
<p>“รุ่นนี้เป็นรุ่นออริจินอล มีการผสมระหว่างมะเกลือกับคราม ปกติเวลาย้อมเส้นด้ายเขาจะย้อมครามก่อน แต่เราลองเอามะเกลือมาย้อมก่อนแล้วค่อยย้อมทับด้วยคราม ก็จะเกิดเทกซ์เจอร์ผ้าที่เริ่มแปลกขึ้น ยังคงคอนเซปต์ของยีนส์ที่ยังพับขาได้ โชว์ริมผ้าได้</p>
<p>“ส่วนเรื่องการตัดเย็บเป็นแบบปกติทั่วไป ซึ่งก็จะมีส่วนบกพร่องอยู่ แต่หลังจากนั้นเราเริ่มเห็นข้อดีข้อเสียของผ้ามากขึ้น ก็เลยพัฒนาเรื่องคัตติ้งจนกลายมาเป็นรุ่นที่ 2 ที่ยังใช้ชื่อ DARK MATTER เหมือนเดิมและยังเป็นโครงสร้างเดิมอยู่”</p>
<h4><strong>DARK MATTER MISTNIGHT</strong></h4>
<h4 style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_54871.jpg" /></h4>
<p>“รุ่นล่าสุดได้แรงบันดาลใจจากสายหมอกในยามค่ำคืนเดือนดับบนทิวเขาสูงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ความประทับใจในสีสันและความรู้สึกต่างๆ ถูกถ่ายทอดออกมาสู่ผ้าเดนิมทอมือรุ่นนี้ ด้วยความภาคภูมิใจเต็มเปี่ยม</p>
<p>“รุ่นนี้เราจะพัฒนาให้ผ้ามีความแน่น นุ่ม ระบายอากาศได้ดี พอทอรุ่นนี้ได้ เราก็มีการต่อยอด ใช้สีอื่นเข้ามา เช่น ด้านหลังผ้าเราจะใช้การผสมสีระหว่างครั่งกับคราม เจอกันจะกลายเป็นสีเขียว ทำให้ผ้าเวลาพับจะมีสีอื่นเข้ามา เราพยายามหาวิธีพัฒนาให้ผ้ามีความแปลกและน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ เช่น การแช่น้ำแร่จากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เป็นเทคนิคเฉพาะของกระบวนการทำให้ผ้าอยู่ตัว มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผ้าและริมไหมทองแตกต่างไปจากผ้าเดนิมทอมือรุ่นแรก เพื่อสร้างเอกลักษณ์และสอดคล้องกับแนวความคิดสำหรับผ้ารุ่นนี้โดยเฉพาะ”</p>
<hr id="horizontalrule" />
<h3><strong>DYE DEE</strong></h3>
<p><strong><br />
ประเภทธุรกิจ:</strong> แบรนด์สินค้ามัดย้อมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี สัญชาติไทย<br />
<strong style="background-color: initial;">คอนเซปต์:</strong> ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าย้อมด้วยสีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและแตกต่างด้วยความเป็นไทย<br />
<strong style="background-color: initial;">Facebook |</strong> <a href="https://www.facebook.com/dyedeestudio" target="_blank" rel="noopener">DYE DEE</a> (ติดตามข้อมูลและสั่งสินค้าได้เฉพาะในรูปแบบพรีออเดอร์ผ่านเพจเท่านั้น)</p>
<p><em><strong><br />
ภาพ</strong> พีรวิชญ์ ฐาปนสุนทร</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-dyedee/">DYE DEE : กางเกงเดนิมย้อมสีธรรมชาติที่ผสานองค์ความรู้จากด้ายดิบจนกลายเป็นด้ายดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-dyedee/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
