<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศกุนธฬา ด่านวัฒนาชัย (วัฒนาจารุงพงศ์), Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author470/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author470/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 16:32:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เด็กศาลเจ้าผู้ถูกเลือก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chinese-chosen-kid-shrine/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/chinese-chosen-kid-shrine/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศกุนธฬา ด่านวัฒนาชัย (วัฒนาจารุงพงศ์)]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Dec 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[เรียบร้อยโรงเรียนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะจีน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรมจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลเจ้า]]></category>
		<category><![CDATA[นครสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเพณีจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/chinese-chosen-kid-shrine/</guid>

					<description><![CDATA[<p>จริงๆ แล้วผมอาจจะไม่ถึงขั้นโตมาในศาลเจ้าขนาดนั้นนะครับ เรียกว่าโตมากับการเข้าศาลเจ้าและคุ้นเคยกับประเพณีแบบจีนน่าจะถูกต้องกว่า ครอบครัวฝั่งคุณแม่ผมเป็นชาวจีนไหหลำ คุณตาหรือก๋งของผมนั่งเรือสำเภาแบกเสือผืนหมอนใบตรงมาจากเกาะไหหลำ มาอยู่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และได้สร้างครอบครัวเล็กๆ อยู่ที่นี่ ผมเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 รับเชื้อสายไหหลำมาจากฝั่งของคุณแม่ เมื่อพูดถึงจังหวัดนครสวรรค์ หลายคนคงรู้จักกันดีในเรื่องประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพหรือตรุษจีนนครสวรรค์ ดังนั้นเด็กนครสวรรค์มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์จึงผูกพันกับการไหว้เจ้า ดูแห่มังกร และความเป็นจีนไม่น้อย จุดเริ่มต้นการเป็นเด็กศาลเจ้าของผม เริ่มต้นจากว่าทุกๆ ปี ทุกๆ เทศกาล ครอบครัวของเราจะหอบของไหว้ชุดใหญ่ไปไหว้เจ้ากัน ผมเติบโตมากับครอบครัวใหญ่ทั้งบ้านตัวเองและครอบครัวคุณป้าที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมผูกพันกับศาลเจ้าและประเพณีจีน เพราะคุณลุง (ผมเรียกท่านว่า ‘อาปา’ ที่แปลว่าพ่อ) ท่านเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่ค่อนข้างเป๊ะเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี และเป็นบุคคลสำคัญในสมาคมศาลเจ้าด้วย ท่านเป็นหนึ่งในผู้นำหลักที่บูรณะและก่อสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ เป็นคณะกรรมการจัดงานประจำปีของศาลเจ้าหรือที่เรียกกันว่า ‘เถ่านั้ง’ เป็นผู้บริจาคเงินและให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ในกิจกรรมของศาลเจ้า ผมคิดว่าผมซึมซับสิ่งเหล่านี้มาจากอาปาเยอะ เห็นท่านลงทั้งแรงทรัพย์และแรงกาย พาผมไปศาลเจ้าและสมาคมจีนบ่อยๆ และมักจะสอนผมเสมอว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้อะไรกับเราเยอะ ทั้งเรื่องที่เราขอและไม่ได้ขอ นอกจากเทศกาลต่างๆ ที่เรานำของมาไหว้ท่านแล้ว เราต้องหาโอกาสนอกเหนือจากเทศกาลมาหาท่านบ้าง” “อย่ามองว่าท่านเป็นเทพเจ้าเพียงอย่างเดียว ให้มองว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือด้วย เคารพท่านด้วยใจไม่ใช่หวังแต่ผลจากท่าน” “อย่านำแต่เรื่องทุกข์ร้อนใจมาเล่าให้ท่านฟัง เวลามีความสุขก็ให้นึกถึงท่านบ้าง ท่านฟังแต่เรื่องทุกข์ใจของพวกเรามาเยอะ ให้อะไรดีๆ กับท่านบ้าง” ประโยคเหล่านี้ทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปศาลเจ้าและเดินเข้าเดินออกได้เหมือนไปบ้านญาติผู้ใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chinese-chosen-kid-shrine/">เด็กศาลเจ้าผู้ถูกเลือก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	จริงๆ แล้วผมอาจจะไม่ถึงขั้นโตมาในศาลเจ้าขนาดนั้นนะครับ เรียกว่าโตมากับการเข้าศาลเจ้าและคุ้นเคยกับประเพณีแบบจีนน่าจะถูกต้องกว่า</p>
<p>
	ครอบครัวฝั่งคุณแม่ผมเป็นชาวจีนไหหลำ คุณตาหรือก๋งของผมนั่งเรือสำเภาแบกเสือผืนหมอนใบตรงมาจากเกาะไหหลำ มาอยู่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และได้สร้างครอบครัวเล็กๆ อยู่ที่นี่ ผมเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 รับเชื้อสายไหหลำมาจากฝั่งของคุณแม่</p>
<p>
	เมื่อพูดถึงจังหวัดนครสวรรค์ หลายคนคงรู้จักกันดีในเรื่องประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพหรือตรุษจีนนครสวรรค์ ดังนั้นเด็กนครสวรรค์มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์จึงผูกพันกับการไหว้เจ้า ดูแห่มังกร และความเป็นจีนไม่น้อย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/530367_289176137837041_1527601003_n.jpg"></p>
<p>
	จุดเริ่มต้นการเป็นเด็กศาลเจ้าของผม เริ่มต้นจากว่าทุกๆ ปี ทุกๆ เทศกาล ครอบครัวของเราจะหอบของไหว้ชุดใหญ่ไปไหว้เจ้ากัน ผมเติบโตมากับครอบครัวใหญ่ทั้งบ้านตัวเองและครอบครัวคุณป้าที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมผูกพันกับศาลเจ้าและประเพณีจีน เพราะคุณลุง (ผมเรียกท่านว่า ‘อาปา’ ที่แปลว่าพ่อ) ท่านเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่ค่อนข้างเป๊ะเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี และเป็นบุคคลสำคัญในสมาคมศาลเจ้าด้วย ท่านเป็นหนึ่งในผู้นำหลักที่บูรณะและก่อสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ เป็นคณะกรรมการจัดงานประจำปีของศาลเจ้าหรือที่เรียกกันว่า ‘เถ่านั้ง’ เป็นผู้บริจาคเงินและให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ในกิจกรรมของศาลเจ้า ผมคิดว่าผมซึมซับสิ่งเหล่านี้มาจากอาปาเยอะ เห็นท่านลงทั้งแรงทรัพย์และแรงกาย พาผมไปศาลเจ้าและสมาคมจีนบ่อยๆ และมักจะสอนผมเสมอว่า</p>
<blockquote>
<p>
	“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้อะไรกับเราเยอะ ทั้งเรื่องที่เราขอและไม่ได้ขอ นอกจากเทศกาลต่างๆ ที่เรานำของมาไหว้ท่านแล้ว เราต้องหาโอกาสนอกเหนือจากเทศกาลมาหาท่านบ้าง”</p>
<p>
	“อย่ามองว่าท่านเป็นเทพเจ้าเพียงอย่างเดียว ให้มองว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือด้วย เคารพท่านด้วยใจไม่ใช่หวังแต่ผลจากท่าน”</p>
<p>
	“อย่านำแต่เรื่องทุกข์ร้อนใจมาเล่าให้ท่านฟัง เวลามีความสุขก็ให้นึกถึงท่านบ้าง ท่านฟังแต่เรื่องทุกข์ใจของพวกเรามาเยอะ ให้อะไรดีๆ กับท่านบ้าง”</p>
</blockquote>
<p>
	ประโยคเหล่านี้ทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปศาลเจ้าและเดินเข้าเดินออกได้เหมือนไปบ้านญาติผู้ใหญ่ ผมเห็นพวกผู้ใหญ่เคารพและบูชาเทพเจ้าด้วยความรักและช่วยเหลือศาลเจ้าด้วยความศรัทธา ผมจึงมุ่งมั่นว่าหากมีโอกาส ผมจะต้องทำในสิ่งที่อาปาสอนผมให้ได้ แม้ว่าท่านจะจากผมไปตั้งแต่ผมอยู่ ป.4 แต่ผมก็สานต่อในสิ่งที่ท่านได้สอนผม และทำให้ผู้ใหญ่หลายท่านเอ่ยปากชมว่า “สมกับที่เกิดเป็นหลานของอาปา”</p>
<p>
	ย้อนไปตั้งแต่สมัยเด็ก ผมเป็นคนชอบเก็บรายละเอียด ถ้าหลงใหลหรือคลั่งไคล้อะไรมากๆ จะนั่งดูรายละเอียดของสิ่งนั้นทุกจุด ผมชอบเดินดูสถาปัตยกรรมจีน เสามังกร ภาพจิตรกรรม หลังคามังกรคู่ ตามวัดจีน ศาลเจ้า หรือพิพิธภัณฑ์ ชอบดูขบวนแห่เจ้า แห่มังกร ชอบวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่ละเอียดอ่อน ลึกซึ้งและมีความหมายแบบจีน</p>
<p>
	สมัยนั้นผมยังไม่รู้จักการสเกตช์ภาพ ยังไม่มีกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเอง สิ่งที่ทำได้ก็คือบันทึกทุกอย่างลงหัวสมอง จำให้ได้มากที่สุด แล้วกลับมาวาดลงสมุดวาดรูปที่บ้าน วาดเหมือนเท่าที่จำมาได้บ้าง ใส่อินเนอร์ส่วนตัวลงไปบ้างปนๆ กันไป ที่น่าประทับใจอย่างหนึ่งก็คือถ้าใครได้ไปนครสวรรค์ ลองไปถามบ้านไหนดูก็ได้ว่า “มีอัลบั้มรูปถ่ายงานงิ้วไหม?” ผมมั่นใจว่า 90 เปอร์เซ็นต์ทุกบ้านต้องมี เวลาผมไปบ้านเพื่อน หรือไปบ้านผู้ใหญ่ที่สนิท มุมโปรดของผมก็จะเป็นมุมที่เขาเก็บรูปนี่แหละ นั่งดูแต่รูปงานแห่เจ้า สิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆ ประกอบกันเป็นตัวผม</p>
<p>
	ผมเริ่มมีบทบาทในเส้นทางนี้จริงจังตอนเรียนปี 1 ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองพร้อมที่จะเข้าไปช่วยงานสังคมส่วนรวม ประสบการณ์ต่างๆ ที่เก็บเล็กผสมน้อยมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มอยากปลดปล่อยออกมาให้ทั้งตัวเองและคนอื่นๆ ได้เห็นแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/578478_288700917884563_1351306286_n.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/150191_288704004550921_1132183378_n.jpg"></p>
<p>
	ผลงานชิ้นแรกของผมเริ่มต้นจากการเป็นคนสังเกตนั่นแหละครับ ผมเห็นว่าเกี้ยวที่ประทับของเทพเจ้าเริ่มเก่า การเก็บรักษาก็ไม่ดี งานศิลป์ที่ประดับตกแต่งก็ดูไม่อ่อนช้อย ผมวางแผนอยู่หลายเดือน เก็บเงินส่วนตัวอยู่ประมาณ 4 &#8211; 5 พันบาท เพื่อจะมาบูรณะเกี้ยวแห่เจ้า 2 หลัง ด้วยความคิดเด็กๆ ที่คิดแค่ว่าใช้ของง่ายๆ หาซื้อได้ตามร้านขายศาลเจ้า สีที่ใช้ทาเป็นสีอะไรก็ได้ แค่นั้นก็พอ ผมปรึกษาคุณแม่ และให้คุณแม่ลองประสานงานกับผู้ใหญ่ดู จนในที่สุดเรื่องของผมก็ถูกเสนอเข้าที่ประชุม ผมเตรียมแผนการนำเสนอ พรินต์รูปติดบอร์ดอย่างดีแล้วพูดนำเสนออย่างมั่นใจ โชคดีมากๆ ที่ในปีนั้นผู้ใหญ่หลายท่านเป็นผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกับครอบครัวผมและเห็นความตั้งใจในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ จึงอนุญาตให้ผมทำได้โดยงบประมาณทั้งหมดคณะกรรมการจะเป็นผู้สนับสนุนให้</p>
<p>
	อุปกรณ์คู่ใจของผมในช่วงนั้นเลยมีตั้งแต่สมุดสเกตช์ ดินสอ ตลับเมตร ไม้บรรทัด สีสำหรับงานสเกตช์ นึกอะไรได้ก็จดลงสมุด อยากเห็นภาพว่าขนาดจะเป็นยังไงก็ดึงตลับเมตรออกมา บางครั้งก็ทำในคลาสเรียนเลย (เพราะกลัวไม่ทัน) อาจารย์ก็ออกจะงงๆ ว่าเรียนวิชาสังคมเอาตลับเมตรออกมาทำไม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/544834_288705287884126_509325902_n.jpg"></p>
<p>
	หลังจากนั้นผมจึงนั่งวางแผนการทำงานใหม่ ในเมื่อมีงบสนับสนุน สิ่งของทุกอย่างที่จะนำมาทำต้องดีขึ้น ทนทานและสวยงามขึ้น เริ่มตั้งแต่หาซัพพลายเออร์แกะสลักไม้เพื่อนำมาตกแต่งเกี้ยว หาซัพพลายเออร์ที่รับวาดภาพฝาผนังศาลเจ้าและอื่นๆ อีกมากมาย จากเงินเก็บก้อนเล็กๆ แค่ 4 &#8211; 5 พันบาทกับความคิดง่ายๆ ว่าเอาอะไรมาทำก็ได้ กลายเป็นของตกแต่งไม้สักทองแกะสลักและปิดทองคำแท้อย่างดี ทาด้วยสีที่ผลิตเพื่องานศาลเจ้าโดยเฉพาะส่งตรงจากประเทศจีน ส่วนผลงานประติมากรรมก็เกิดจากฝีมือช่างศิลป์ที่ละเอียดอ่อน สรุปค่าใช้จ่ายบูรณะเกี้ยว 2 หลังครั้งนั้นอยู่ที่ประมาณหนึ่งแสนกว่าบาท เป็นผลงานที่ผมภูมิใจมากๆ เมื่อมองย้อนกลับไปก็ไม่คิดว่าเด็กผู้ชายปี 1 คนนั้นจะมีพลังเหลือเฟือในการทำอะไรที่ใหญ่โตได้ขนาดนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/529180_289175207837134_1750907756_n.jpg"></p>
<p>
	ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ได้รับโอกาสดีๆ ในการทำงานให้ศาลเจ้าตามมาอีกมากมาย ผมเป็นผู้ริเริ่มประเพณีการเปลี่ยนเครื่องทรงเทพเจ้า ซึ่งไอเดียนี้เกิดจากการที่ผมไปไหว้เจ้าตามศาลเจ้าต่างๆ แล้วเห็นว่าเทพเจ้ามีเครื่องทรง น่าจะนำมาทำกับเทพเจ้าที่อำเภอเราบ้าง ผมหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจนรู้ว่าชื่อทางการของชุดนี้เรียกว่า ‘ชุดกิมซิ้น’ ประกอบด้วยชุดคลุมและหมวก เจอร้านที่นำเข้าชุดจากไต้หวัน เป็นงานเกรด AA แรกๆก็ซื้อชุดสำเร็จรูปมาใช้ จนปีหลังๆ ผมก็ตกแต่งเพิ่มไปจนถึงตัดเย็บเอง กลายเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา</p>
<p>
	หลายคนถามว่า สิ่งที่ทำมาทั้งหมด&#8230;ผมได้อะไร ผมรวยขึ้นมั้ย หน้าที่การงานดีขึ้นหรือเปล่า ชีวิตโดยรวมผมเป็นอย่างไร</p>
<p>
	ชีวิตโดยรวมของผมก็ยังสุขบ้างทุกข์บ้างสลับกันไปเป็นเรื่องปกติ ผมเชื่อว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเอง</p>
<p>
	แล้วถ้าผมไม่ได้หวังให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมเข้ามาทำตรงนี้ทำไม</p>
<p>
	ผมก็ไม่รู้ ตอนทำผมไม่รู้เลยว่าจะขอพรอะไร ผมรู้แต่เพียงว่าสิ่งที่ผมทำทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดีต่อส่วนรวม เป็นสิ่งที่ดีต่อองค์กร เป็นสิ่งที่ดีครอบครัวและเป็นสิ่งที่ดีต่อจิตใจของผม</p>
<p>
	ผมเชื่อเสมอว่า “เพราะเราคือคนที่ถูกเลือกไว้แล้ว”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/578953_289178897836765_472778524_n.jpg"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chinese-chosen-kid-shrine/">เด็กศาลเจ้าผู้ถูกเลือก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/chinese-chosen-kid-shrine/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
