<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สิโรรส เอ็มอธิ สุรฐาชัยวัฒน์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author447/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author447/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:45:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>MOTHER! : ดูแล้วต้องร้อง &#8220;โอ้&#8230;พระมารดา!&#8221;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/movie-review-mother/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/movie-review-mother/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[สิโรรส เอ็มอธิ สุรฐาชัยวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Sep 2017 04:34:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[Mother!]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว Mother!]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[เจนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[Darren Aronofsky]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/movie-review-mother/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Director: Darren AronofskyCast: Jennifer Lawrence, Javier Bardem, Ed Harris, Michelle PfeifferRegion: USAGenre: Drama / Horror / Mystery หากคุณกำลังเบื่อหน่ายหนังที่เล่าเรื่องราวในกระแสหลักอย่างฉาบฉวย ตรงไปตรงมา และกำลังมองหาหนังที่มีเนื้อหาอันชวนให้ขบคิดตีความ กระตุ้นเซลล์สมองให้ทำงานตลอดเวลากระทั่งหนังจบ ออกจากโรง และกลับถึงบ้าน หรืออาจจะตื่นขึ้นมาทบทวนถึงมันต่อในเช้าของอีกวัน &#8230; “Mother!” งานกำกับชิ้นใหม่ล่าสุดของผู้กำกับ ดาร์เรน อโรนอฟสกี้ (Requiem for a Dream, Black Swan) คือคำตอบข้อนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างที่ทราบกันจากสื่อโฆษณาและหนังตัวอย่างซึ่งจงใจให้ข้อมูลเพียงน้อยนิดว่า มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง (รับบทโดย ฮาเวียร์ บาร์เดม และ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ห่างไกลผู้คนอย่างสงบสุข ก่อนการมาของแขกไม่ได้รับเชิญทั้งหลาย (นำโดย เอ็ด แฮร์ริส และ มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์) ที่ก่อให้เกิดเรื่องราวระทึกขวัญสั่นประสาทตามมาอย่างคาดไม่ถึง ทว่านั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมาทั้งหมดเท่านั้น หนังเปิดเรื่องด้วยฉากเล็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-review-mother/">MOTHER! : ดูแล้วต้องร้อง &#8220;โอ้&#8230;พระมารดา!&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	<strong></strong><strong>Director</strong>: Darren Aronofsky<br /><strong style="background-color: initial">Cast</strong>: Jennifer Lawrence, Javier Bardem, Ed Harris, Michelle Pfeiffer<br /><strong style="background-color: initial">Region</strong>: USA<br /><strong style="background-color: initial">Genre</strong>: Drama / Horror / Mystery</p>
<p>
	หากคุณกำลังเบื่อหน่ายหนังที่เล่าเรื่องราวในกระแสหลักอย่างฉาบฉวย ตรงไปตรงมา และกำลังมองหาหนังที่มีเนื้อหาอันชวนให้ขบคิดตีความ กระตุ้นเซลล์สมองให้ทำงานตลอดเวลากระทั่งหนังจบ ออกจากโรง และกลับถึงบ้าน หรืออาจจะตื่นขึ้นมาทบทวนถึงมันต่อในเช้าของอีกวัน &#8230; <em>“Mother!”</em> งานกำกับชิ้นใหม่ล่าสุดของผู้กำกับ ดาร์เรน อโรนอฟสกี้ (<a href="http://www.imdb.com/title/tt0180093/" target="_blank"><em>Requiem for a Dream</em></a><em>, </em><a href="http://www.imdb.com/title/tt0947798/" target="_blank"><em>Black Swan</em></a>) คือคำตอบข้อนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src=""></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src=""></p>
<p>
	อย่างที่ทราบกันจากสื่อโฆษณาและหนังตัวอย่างซึ่งจงใจให้ข้อมูลเพียงน้อยนิดว่า มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง (รับบทโดย ฮาเวียร์ บาร์เดม และ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ห่างไกลผู้คนอย่างสงบสุข ก่อนการมาของแขกไม่ได้รับเชิญทั้งหลาย (นำโดย เอ็ด แฮร์ริส และ มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์) ที่ก่อให้เกิดเรื่องราวระทึกขวัญสั่นประสาทตามมาอย่างคาดไม่ถึง ทว่านั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมาทั้งหมดเท่านั้น</p>
<p>
	หนังเปิดเรื่องด้วยฉากเล็กๆ บางอย่างที่เหมือนไม่สลักสำคัญ ก่อนจะเริ่มเดินหน้าอย่างมั่นใจด้วยท่าทีเรียบนิ่ง เน้นการสร้างบรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจให้โอบล้อมตัวละครทีละน้อย แล้วค่อยๆใส่เหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลเข้ามาเป็นระยะ พร้อมกันนั้นยังแทรกด้วยภาพอันสื่อถึงนัยบางประการเพื่อให้คนดูนำไปปะติดปะต่อและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างเปี่ยมไปด้วยชั้นเชิง</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src=""></p>
<p>
	หนังยังเลือกเล่าผ่านมุมมองของตัวละคร มาเธอร์! (ลอว์เรนซ์) ตลอดทั้งเรื่อง ด้วยเทคนิคการถ่ายภาพในมุมมองแทนสายตาตัวละคร, ภาพระยะประชิด และภาพข้ามไหล่ เพื่อรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นรายรอบ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกราวกับเรากำลังอยู่ข้างตัวละคร และ/หรือ เป็นหนึ่งเดียวกับตัวละครนี้ไปโดยปริยาย นับเป็นความจงใจชี้นำและดึงดูดให้คนดูกลายเป็นผู้สังเกตการณ์และร่วมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่ถาโถมเข้าใส่ตัวละครดังกล่าวอย่างไม่บันยะบันยัง กระทั่งอดที่จะเห็นใจและเอาใจช่วยเธอไม่ได้ เรียกได้ว่านี่เป็นการตัดสินใจอันชาญฉลาดของ แมทธิว ลิบาทีค ผู้กำกับภาพซึ่งเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จาก <em>Black Swan</em> (2010) ในการเลือกใช้มุมกล้องเหล่านี้เพื่อกดดันทั้งตัวละครและคนดูอย่างหนักหน่วงรุนแรง</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src=""></p>
<p>
	อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยก็คือการผูกโยงเรื่องราวเข้ากับประเด็นในคริสตศาสนา ซึ่งกระจายตัวอยู่อย่างเข้มข้นในแทบทุกอณูของหนัง จนอาจพูดได้ว่านี่คือหนังที่นำเสนอวิถีชีวิตของชาวคริสต์ในบริบทร่วมสมัย ผนวกเข้ากับตำนาน ความเชื่อ และคำสอนในพระคัมภีร์ไบเบิลได้อย่างแนบเนียน</p>
<p>
	น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือหนังเรื่องนี้ไม่มีดนตรีประกอบโดยสิ้นเชิง แรกทีเดียวผู้กำกับ อโรนอฟสกี้ ตัดสินใจเลือก โจฮานน์ โจฮานส์สัน <em>(Arrival, Sicario, The Theory of Everything)</em> มาเป็นผู้แต่งดนตรีประกอบให้ แต่เมื่อทั้งคู่ได้เห็นผลลัพธ์ที่ออกมาในห้องตัดต่อ ต่างก็เห็นตรงกันว่าการเลือกที่จะไม่ใส่ดนตรีประกอบเข้ามาน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งก็เป็นจริงดังว่าและน่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการไร้เสียงดนตรีเข้ามาชี้นำอารมณ์และเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละช่วง กลับช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูลึกลับ น่าค้นหา และเปิดโอกาสในการตีความสารที่หนังกำลังสื่ออยู่ตรงหน้าได้กว้างขวางมากขึ้น</p>
<p>
	นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าตลอดเวลา 2 ชั่วโมงเต็มของหนัง ล้วนเกิดขึ้นและดำเนินไปในบ้านทรงแปดเหลี่ยม (ที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาใหม่โดย ฟิลิป เมสซินา ผู้ออกแบบงานสร้าง เพื่อถ่ายทำหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ) ทั้งสิ้น จนนับได้ว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญของเรื่อง และเลข 8 ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับไคลแมกซ์ในตอนท้ายได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src=""></p>
<p>
	อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในหน้าที่พื้นฐานของความเป็นภาพยนตร์ซึ่งมักถูกมองเป็นสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งด้วยแล้ว นับว่าผู้กำกับ ดาร์เรน อโรนอฟสกี้ ยังคงตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดีไม่แพ้กัน เขาไม่เพียงเป็นผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์แปลกใหม่และน่าสนใจในการเลือกนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง คมคาย ทว่ายังสามารถบอกเล่ามันออกมาได้อย่างน่าติดตาม บีบคั้นความรู้สึก และกระตุกอารมณ์คนดูเป็นระยะด้วยจังหวะที่แม่นยำชัดเจน ก่อนจะนำไปสู่จุดคลี่คลายที่สรุปปิดท้ายได้อย่างสมบูรณ์ หนำซ้ำยังดึงเอาความสามารถเฉพาะตัวของนักแสดงออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย</p>
<p>
	ในกรณีของ เอ็ด แฮร์ริส อาจทำหน้าที่ได้ดีตามมาตรฐานเท่าที่บทจะเอื้ออำนวย ขณะที่ มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์ นั้น เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาที่สมศักดิ์ศรี แม้ระยะเวลาในการปรากฏตัวบนจอจะไม่มากนัก แต่เธอก็สามารถตรึงความสนใจจากคนดูให้ไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ทุกครั้ง ทางด้าน ฮาเวียร์ บาร์เดม ก็สามารถสร้างสรรค์ตัวละครของเขาให้ออกมาดูน่าเกรงขามและยากจะลืมเลือน อย่างไรก็ตาม คนที่ได้รับโอกาสในการแสดงฝีไม้ลายมือมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เธอสามารถแบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ผ่านการแสดงที่เก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ทั้งจากสีหน้าแววตา ซึ่งถูกจับจ้องผ่านกล้องที่คอยตามประกบเธออยู่แทบตลอดเวลา (ว่ากันว่า ในความยาวทั้งหมด 121 นาทีของหนัง มีช็อตที่เป็นภาพโคลสอัพตัวเธอ ตั้งแต่ระยะครึ่งตัวไปจนถึงระยะโคลสอัพใบหน้า นานถึง 66 นาทีด้วยกัน!) นี่จึงนับเป็นบทบาทใหม่ของ ลอว์เรนซ์ ที่แตกต่างไปจากที่คุณเคยเห็นมาก่อนทั้งหมดโดยสิ้นเชิง</p>
<p><strong>Trailer:</strong></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/movie-review-mother/">MOTHER! : ดูแล้วต้องร้อง &#8220;โอ้&#8230;พระมารดา!&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/movie-review-mother/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
