<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เนแบร์ก, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author440/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author440/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:43:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่ฉันร่วมเดินขบวนต่อต้านนโยบายรัฐบาลท้องถิ่นของนอร์เวย์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-76/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-76/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เนแบร์ก]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Aug 2017 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตต่างแดน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ต่างแดน]]></category>
		<category><![CDATA[นอร์เวย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Kommune]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-76/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในหมู่บ้านเล็กๆ ทางภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่ฉันอาศัยอยู่ มีครอบครัวผู้ขอลี้ภัยถาวรชาวโซมาเลีย 3 ครอบครัว ครอบครัวที่หนึ่งมีลูก 8 คน ครอบครัวที่สองมีลูกเล็กๆ 4 คน ครอบครัวที่สามมีลูกเล็กๆ 2 คน พวกเขาอยู่ในหมู่บ้านมาสองปีแล้ว และเมื่อ 9 เดือนที่แล้ว หมู่บ้านตั้งศูนย์ดูแลเยาวชนผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานที่อายุไม่เกิน 18 ปี ดูแลเด็กวัยรุ่นกำพร้าชาวอัฟกานิสถาน 4 คน พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้อย่างมีความสุขๆ เด็กๆ ได้ไปโรงเรียน ร่วมชั้นเรียนหนังสือกับเด็กท้องถิ่น ได้พัฒนาแนวคิดและการใช้ชีวิตเหมือนคนนอร์เวย์ ผู้ใหญ่เองก็ได้เรียนภาษา ได้รู้หนังสือ ได้ไปฝึกงานตามสถานที่ต่างๆ กับบริษัทของคนนอร์เวย์ ผู้ลี้ภัยทั้งหมดเริ่มรู้สึกว่าที่แห่งนี้เป็นบ้านของตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน รู้สึกถึงความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตเป็นครั้งแรก หลังต้องเผชิญสงคราม เผชิญความทุกข์ทรมานจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ความสูญเสียและความยากลำบากในประเทศบ้านเกิดตัวเอง คนในหมู่บ้านต่างก็ยินดีต้อนรับและเห็นอกเห็นใจพวกเขาในความเป็นมนุษย์ ไม่มีใครแสดงท่าทีรังเกียจใคร เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนแห่งความแตกต่างได้อย่างลงตัวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่แล้ววันหนึ่ง หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นผู้กุมงบประมาณที่ใช้บริหารงานสาธารณะประจำเขต (ภาษานอร์ชเรียกว่า Kommune-คอมมูนเน่) ออกนโยบายว่าจะตัดงบประมาณอุดหนุนกลุ่มผู้ลี้ภัยในหมู่บ้านเรา โดยจะย้ายครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียและเยาวชนอัฟกานิสถานทั้งหมดไปอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งที่ใหญ๋กว่าแต่ว่าห่างออกไป 45 กิโลเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์การศึกษาผู้ใหญ่สำหรับผู้ลี้ภัยโดยเฉพาะ เหมาะสมกว่าการกระจายงบประมาณความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยไปหลายๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-76/">วันที่ฉันร่วมเดินขบวนต่อต้านนโยบายรัฐบาลท้องถิ่นของนอร์เวย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในหมู่บ้านเล็กๆ<br />
ทางภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่ฉันอาศัยอยู่<br />
มีครอบครัวผู้ขอลี้ภัยถาวรชาวโซมาเลีย 3<br />
ครอบครัว ครอบครัวที่หนึ่งมีลูก 8 คน<br />
ครอบครัวที่สองมีลูกเล็กๆ 4 คน ครอบครัวที่สามมีลูกเล็กๆ 2 คน  พวกเขาอยู่ในหมู่บ้านมาสองปีแล้ว และเมื่อ 9 เดือนที่แล้ว<br />
หมู่บ้านตั้งศูนย์ดูแลเยาวชนผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานที่อายุไม่เกิน 18 ปี ดูแลเด็กวัยรุ่นกำพร้าชาวอัฟกานิสถาน 4 คน</p>
<p>พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ<br />
แห่งนี้อย่างมีความสุขๆ เด็กๆ ได้ไปโรงเรียน ร่วมชั้นเรียนหนังสือกับเด็กท้องถิ่น<br />
ได้พัฒนาแนวคิดและการใช้ชีวิตเหมือนคนนอร์เวย์ ผู้ใหญ่เองก็ได้เรียนภาษา<br />
ได้รู้หนังสือ ได้ไปฝึกงานตามสถานที่ต่างๆ กับบริษัทของคนนอร์เวย์</p>
<p>ผู้ลี้ภัยทั้งหมดเริ่มรู้สึกว่าที่แห่งนี้เป็นบ้านของตัวเอง<br />
รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน<br />
รู้สึกถึงความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตเป็นครั้งแรก หลังต้องเผชิญสงคราม เผชิญความทุกข์ทรมานจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อการร้าย<br />
ความสูญเสียและความยากลำบากในประเทศบ้านเกิดตัวเอง<br />
คนในหมู่บ้านต่างก็ยินดีต้อนรับและเห็นอกเห็นใจพวกเขาในความเป็นมนุษย์ ไม่มีใครแสดงท่าทีรังเกียจใคร<br />
เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนแห่งความแตกต่างได้อย่างลงตัวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>แต่แล้ววันหนึ่ง<br />
หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นผู้กุมงบประมาณที่ใช้บริหารงานสาธารณะประจำเขต (ภาษานอร์ชเรียกว่า Kommune-คอมมูนเน่)<br />
ออกนโยบายว่าจะตัดงบประมาณอุดหนุนกลุ่มผู้ลี้ภัยในหมู่บ้านเรา<br />
โดยจะย้ายครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียและเยาวชนอัฟกานิสถานทั้งหมดไปอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งที่ใหญ๋กว่าแต่ว่าห่างออกไป 45 กิโลเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์การศึกษาผู้ใหญ่สำหรับผู้ลี้ภัยโดยเฉพาะ<br />
เหมาะสมกว่าการกระจายงบประมาณความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยไปหลายๆ หมู่บ้าน</p>
<p>พอชาวหมู่บ้านได้รับรู้การตัดสินใจของคอมมูเน่ก็รู้สึกไม่พอใจ ลงความเห็นกันว่าคอมมูเน่ทำเกินไป คิดแต่ตัดเรื่องงบประมาณ<br />
แต่ไม่คิดถึงเรื่องการบริหารจัดการให้เป็นระบบอย่างยั่งยืน<br />
ทั้งยังไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน<br />
ไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้ลี้ภัยที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนไปแล้ว<br />
โดยเฉพาะเด็กๆ</p>
<p>พวกเขาเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ<br />
พวกเขาอยากอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่อยากย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ ตามแต่ใจคอมมูเน่ และคอมมูเน่ไม่ควรจับเขาย้ายไปไหนก็ได้<br />
เพียงเพราะต้องการตัดงบประมาณ  </p>
<p>ในฐานะชาวบ้านผู้ทำงานเสียภาษีบำรุงคอมมูเน่<br />
ขอเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายย้ายผู้ลี้ภัยออกจากหมู่บ้านนี้<br />
โดยนัดหมายกันแถลงจุดยืนของคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน และจะจุดไฟเดินขบวนเรียกร้องในช่วงเย็นวันหนึ่งกลางเดือนมีนาคม<br />
แกนนำชักชวนคนในหมู่บ้านให้ออกมาร่วมกันแสดงพลังเดินขบวนผ่านเฟซบุ๊ก</p>
<p>ตอนแรกที่ฉันเห็นแคมเปญในเฟซบุ๊กก็ยังงงๆ<br />
อยู่ เพราะอ่านภาษานอร์ชไม่เข้าใจทั้งหมด ผ่านไปหลายวัน<br />
เริ่มมีคนสนใจแคมเปญมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันเลยแปลข้อความอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วถามรายละเอียดจากสามี ฟังดูแล้วก็น่าสนใจนะ<br />
เพราะจากประสบการณ์ที่ได้ไปเรียนภาษากับกลุ่มผู้ลี้ภัยในหมู่บ้าน<br />
ค้นพบว่าหมู่บ้านล้มเหลวเรื่องการให้ความรู้ที่ดีกับผู้ใหญ่จริงๆ ฉันเรียนภาษาได้ 2 เดือนรู้สึกว่าไม่ได้ความรู้อะไรเลย<br />
จนต้องขอย้ายไปเรียนภาษาโรงเรียนอื่น</p>
<p>ฉันเห็นด้วยกับคอมมูเน่ว่าควรย้ายศูนย์เรียนภาษาและการศึกษาผู้ใหญ่ไปหมู่บ้านที่ใหญ่กว่า<br />
ให้พวกผู้ใหญ่ได้เรียนในสถานที่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า นั่งรถบัสไปเรียนก็ได้<br />
แต่ไม่จำเป็นต้องย้ายบ้านเขา การย้ายบ้านพวกเขาไปอยู่รวมกันในหมู่บ้านเดียว ฉันคิดว่าอาจจะเกิดปัญหามากกว่าด้วยซ้ำ<br />
เพราะยิ่งผู้ลี้ภัยจากประเทศเดียวกันไปอยู่รวมกันเยอะๆ เป็นร้อยคน<br />
เขาจะไม่อยากทำความรู้จัก ไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมคนนอร์เวย์ จะอยู่แต่กับคนภาษาเดียวกัน<br />
หรืออาจมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเอง ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ<br />
อาจรวมตัวกันก่อกลุ่มผู้มีอิทธิพล ทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ คนยิ่งเยอะคอมมูเน่ยิ่งควบคุมได้ยาก</p>
<p>หลังจากคิดทบทวนแล้ว<br />
ฉันจึงตัดสินใจไปร่วมเดินขบวนกับชาวนอร์เวย์ตามที่นัดหมายกัน<br />
โดยแบกกล้องกับขาตั้งกล้องไปด้วย หวังไปเก็บภาพบรรยากาศ สังเกตสถานการณ์ทางการเมืองท้องถิ่น</p>
<p>การได้เข้าไปร่วมเดินขบวนกับเขาในครั้งนี้เปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตในประเทศนอร์เวย์ของฉันในฐานะคนต่างชาติ<br />
เพราะเป็นครั้งแรกที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน<br />
เป็นคนของหมู่บ้าน มีสิทธิ์มีเสียงเรียกร้อง มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับคนในหมู่บ้าน<br />
มีใจอยากพัฒนา กล้าท้าทายกดดันให้คอมมูเน่พิจารณานโยบายใหม่ แม้จะไม่ใช่นโยบายที่มีผลกระทบโดยตรงต่อตัวฉันก็ตาม</p>
<p>ย้อนกลับมาคิดถึงตอนที่ฉันอาศัยอยู่ที่เมืองไทย<br />
ฉันไม่เคยไปร่วมเดินขบวนทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะเป็นคนเชื้อชาติไทย<br />
สัญชาติไทย ทำงานเสียภาษีให้รัฐบาลไทย ฝันอยากเห็นประเทศไทยพัฒนาก้าวไกล </p>
<p>เพราะวันๆ<br />
ฉันเอาแต่ทำงาน คิดแค่เรื่องปากท้องตัวเองให้รอดเดือนชนเดือน ทำงานประจำบวกงานพิเศษรวมหกวันครึ่ง<br />
หยุดพักแค่ครึ่งวันในหนึ่งสัปดาห์ ก็อยากจะอยู่คอนโดฯ สวยๆ<br />
ที่อุตส่าห์บากบั่นทำงานเก็บเงินผ่อนธนาคาร ไม่อยากรับรู้ข่าวสารการเมืองหรือหาเรื่องอะไรเครียดๆ<br />
ที่ห่างไกลตัวเราเหลือเกินมาใส่หัวอีกแล้ว</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-76/">วันที่ฉันร่วมเดินขบวนต่อต้านนโยบายรัฐบาลท้องถิ่นของนอร์เวย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-76/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
