<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิชญ์ธิดา พิบูลย์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author406/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author406/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 07:01:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Siem Reap : ดูความยิ่งใหญ่และทักษะการสร้างสถาปัตยกรรมของชาวเขมรโบราณ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-siem-reap/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-siem-reap/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิชญ์ธิดา พิบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Mar 2018 04:19:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[นครวัด]]></category>
		<category><![CDATA[เขมร]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาท]]></category>
		<category><![CDATA[เสียมเรียบ]]></category>
		<category><![CDATA[นครธม]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาทบาเค็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาทบายน]]></category>
		<category><![CDATA[ปราสาทบันทายสรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-siem-reap/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอันร้อนระอุ เดือนที่เป็นรอยต่อระหว่างฤดูฝนและฤดูหนาว แต่ถึงอย่างนั้นความชุ่มชื้นยังผลิดอกออกผลแทรกตัวขึ้นมาในหัวใจเราได้ท่ามกลางความร้อนระดับทะเลทรายที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพราะทุกครั้งที่เราเดินเข้าไปในปราสาทโบราณแต่ละแห่ง ก็ได้เห็นความอลังการงานสร้างของสถาปัตยกรรมเขมรยุคโบราณที่สร้างจากแรงคนในยุคที่แทบจะยังไม่รู้จักคำว่าเทคโนโลยี ไม่มีนวัตกรรมทุ่นแรงสมัยใหม่ คนนับร้อยนับพันคนหรือมากกว่านั้นทุ่มแรงทุ่มใจสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมล้ำค่าให้กับเขมรและให้อยู่คู่โลกอย่างน่ามหัศจรรย์ เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก เราเดินทางมาเมืองนี้เมืองเดียวก็สามารถบุกไปดูปราสาทเขมรโบราณได้หลายที่ ทริปนี้เราเลือกที่จะตะลุยกัน เริ่มต้นที่ ปราสาทบันทายศรี เป็นปราสาทหินที่สร้างจากหินทรายสีชมพู แม้ว่าปราสาทนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่บันทายศรีนับเป็นปราสาทที่เก่าแก่พันปีที่ยังเหลือความสมบูรณ์และร่องรอยความประณีตของงานช่างยุคนั้นได้อย่างดี มุ่งหน้าต่อไปยังปราสาทที่สองที่ไม่ไกลกันนัก ปราสาทตาพรหม ถือเป็นความโชคดีของเราว่าอากาศที่นี่ไม่ร้อนอย่างที่คิด ด้วยแนวคิดการอนุรักษ์ปราสาทของรัฐบาลเขมรที่จะเก็บรักษาต้นไม้ไว้ โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ให้ขึ้นอยู่ในปราสาทเหมือนในสมัยโบราณ ไม่เพียงแต่ความตื่นตาของต้นไม้ยักษ์ที่ใช้รากห้อมล้อมโอบอุ้มตัวปราสาทเอาไว้แล้ว ยังช่วยยึดพยุงโครงสร้างของปราสาทและให้ความร่มรื่นกับบริเวณรอบๆ ไกด์ชาวเขมรคุยให้เราฟังอีกว่า “ปราสาทตาพรหมนี่นะ ยูวรู้มั้ยว่าดังระดับโลก เพราะหนังหลายเรื่องก็มาใช้โลเคชั่นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นทูมไรเดอร์ หรือเจมส์บอนด์” โอววว้าววว (ว่าแล้วก็ทำตาเป็นประกายตามคำเล่าของไกด์เขมรที่พูดไทยชัดมากกก) ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เราขอใช้แรงฮึดหยดสุดท้ายเดินขึ้นเขาพนมบาเค็งที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 75 กิโลเมตร เพื่อไปแกะรอยสุริยะเทพ ณ ปราสาทพนมบาเค็ง ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาจึงเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้โดยรอบเมืองเสียมเรียบ แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างเราเท่าไรนัก เย็นวันนั้นนักท่องเที่ยวมีจำนวนมากเป็นพิเศษ ทุกคนรอต่อแถวขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกดินบนยอดปราสาท และด้วยการจำกัดจำนวนคนที่จะขึ้นไปบนนั้นเป็นรอบๆ ทำให้เราคลาดกับพระอาทิตย์ที่ชิงลาเราไปเสียก่อน แต่ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นอีกครั้งในวันใหม่ การท่องเที่ยวในเขมรของเราวันที่สองเริ่มด้วยปราสาทที่เฝ้าฝันว่าจะมาเจอ คือปราสาทนครวัด นครธม ขอเริ่มเล่าจากนครธม (Angkor Thom) ก่อนก็แล้วกัน แท้จริงแล้วไม่เหมือนกับปราสาทนครวัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-siem-reap/">Siem Reap : ดูความยิ่งใหญ่และทักษะการสร้างสถาปัตยกรรมของชาวเขมรโบราณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอันร้อนระอุ เดือนที่เป็นรอยต่อระหว่างฤดูฝนและฤดูหนาว แต่ถึงอย่างนั้นความชุ่มชื้นยังผลิดอกออกผลแทรกตัวขึ้นมาในหัวใจเราได้ท่ามกลางความร้อนระดับทะเลทรายที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพราะทุกครั้งที่เราเดินเข้าไปในปราสาทโบราณแต่ละแห่ง ก็ได้เห็นความอลังการงานสร้างของสถาปัตยกรรมเขมรยุคโบราณที่สร้างจากแรงคนในยุคที่แทบจะยังไม่รู้จักคำว่าเทคโนโลยี ไม่มีนวัตกรรมทุ่นแรงสมัยใหม่ คนนับร้อยนับพันคนหรือมากกว่านั้นทุ่มแรงทุ่มใจสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมล้ำค่าให้กับเขมรและให้อยู่คู่โลกอย่างน่ามหัศจรรย์</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sr5.jpg"></p>
<p>
	เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก เราเดินทางมาเมืองนี้เมืองเดียวก็สามารถบุกไปดูปราสาทเขมรโบราณได้หลายที่ ทริปนี้เราเลือกที่จะตะลุยกัน เริ่มต้นที่ ปราสาทบันทายศรี เป็นปราสาทหินที่สร้างจากหินทรายสีชมพู แม้ว่าปราสาทนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่บันทายศรีนับเป็นปราสาทที่เก่าแก่พันปีที่ยังเหลือความสมบูรณ์และร่องรอยความประณีตของงานช่างยุคนั้นได้อย่างดี</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banthaisri29.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banthaisri30.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banthaisri31.jpg"></p>
<p>
	มุ่งหน้าต่อไปยังปราสาทที่สองที่ไม่ไกลกันนัก ปราสาทตาพรหม ถือเป็นความโชคดีของเราว่าอากาศที่นี่ไม่ร้อนอย่างที่คิด ด้วยแนวคิดการอนุรักษ์ปราสาทของรัฐบาลเขมรที่จะเก็บรักษาต้นไม้ไว้ โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ให้ขึ้นอยู่ในปราสาทเหมือนในสมัยโบราณ ไม่เพียงแต่ความตื่นตาของต้นไม้ยักษ์ที่ใช้รากห้อมล้อมโอบอุ้มตัวปราสาทเอาไว้แล้ว ยังช่วยยึดพยุงโครงสร้างของปราสาทและให้ความร่มรื่นกับบริเวณรอบๆ ไกด์ชาวเขมรคุยให้เราฟังอีกว่า “ปราสาทตาพรหมนี่นะ ยูวรู้มั้ยว่าดังระดับโลก เพราะหนังหลายเรื่องก็มาใช้โลเคชั่นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นทูมไรเดอร์ หรือเจมส์บอนด์” โอววว้าววว (ว่าแล้วก็ทำตาเป็นประกายตามคำเล่าของไกด์เขมรที่พูดไทยชัดมากกก)</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taprom27.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taprom28.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taprom26.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taprom25.jpg"></p>
<p>
	ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เราขอใช้แรงฮึดหยดสุดท้ายเดินขึ้นเขาพนมบาเค็งที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 75 กิโลเมตร เพื่อไปแกะรอยสุริยะเทพ ณ ปราสาทพนมบาเค็ง ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาจึงเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้โดยรอบเมืองเสียมเรียบ แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้างเราเท่าไรนัก เย็นวันนั้นนักท่องเที่ยวมีจำนวนมากเป็นพิเศษ ทุกคนรอต่อแถวขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกดินบนยอดปราสาท และด้วยการจำกัดจำนวนคนที่จะขึ้นไปบนนั้นเป็นรอบๆ ทำให้เราคลาดกับพระอาทิตย์ที่ชิงลาเราไปเสียก่อน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bakeng20.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bakeng21.jpg"></p>
<p>
	แต่ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นอีกครั้งในวันใหม่ การท่องเที่ยวในเขมรของเราวันที่สองเริ่มด้วยปราสาทที่เฝ้าฝันว่าจะมาเจอ คือปราสาทนครวัด นครธม</p>
<p>
	ขอเริ่มเล่าจากนครธม (Angkor Thom) ก่อนก็แล้วกัน แท้จริงแล้วไม่เหมือนกับปราสาทนครวัด แต่นครธมเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรเขมร คำว่า ‘ธม’ แปลว่าใหญ่ ดังนั้นในสมัยก่อนนั้น นครธมจัดได้ว่าเป็นเมืองพระนครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาณาจักรขอม ปราสาทของเมืองนครธมมีชื่อเรียกว่า ปราสาทบายน สร้างจากก้อนหินศิลาแลงที่แกะสลักเป็นรูปใบหน้าคนทั้งสี่ด้านของยอดปราสาท ทำให้ดูน่าเกรงขาม รอบๆ กำแพงยังมีคูน้ำล้อมรอบตามหลักการสร้างเมืองในยุคโบราณ น้ำยังสะท้อนองค์ปราสาทให้ยิ่งดูงดงามยิ่งขึ้นไปอีก</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_thom18.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_thom12.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_thom14.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_thom16.jpg"></p>
<p>
	แน่นอนว่าไคลแม็กซ์ย่อมเก็บไว้เพื่อปิดทริปให้จบสวยงามอย่างที่หวัง นครวัด(Angkor Wat) ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสุดยอดงานสถาปัตยกรรมในยุคสมัยเขมรรุ่งเรือง นครวัดสำคัญต่อเขมรแค่ไหนนั้น ดูได้จากการปรากฎตัวอยู่บนผืนธงชาติของประเทศกัมพูชาในปัจจุบันก็พอจะทำให้ทราบได้ว่านครวัดไม่เพียงแต่จะเป็นสัญลักษณ์ แต่ยังสำคัญกับจิตใจและเศรษฐกิจของเมืองเสียมเรียบ ตลอดจนประเทศกัมพูชาเองด้วย เพราะในแต่ละปีนครวัดรวมถึงปราสาทอื่นๆ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเพื่อมาหลงมนต์เสน่ห์ของปราสาทเขมรได้จำนวนมาก</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_wat6.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_wat3.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_wat7.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_wat4.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_wat8.jpg"></p>
<p>
	เพียงก้าวแรกที่เดินเข้ามา เราก็สัมผัสได้ว่านครวัดไม่ทำให้เราผิดหวังแน่ๆ ปราสาทนครวัดยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือ ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นว่านครวัดครอบคลุมพื้นที่มหาศาล มีการวางผังอย่างเป็นระบบและถือเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดของการออกแบบวางผังปราสาท เมื่อมองเข้าไปจะเห็นปราสาทหลัก 4 หลังวางโอบล้อมปราสาทประธานที่ใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลางบนฐานสูงตามคติความเชื่อเรื่องศูนย์กลางจักรวาล ก้อนหินทรายที่สูงเท่าตัวคนแต่ละก้อนมีน้ำหนักไม่รู้กี่ตัน ถูกวางซ้อนกันให้สูงขึ้นไป ทุกอณูบนก้อนหินทรายขนาดยักษ์ผ่านฝีมือช่างเขมรสมัยนั้นบรรจงแกะสลักอย่างวิจิตรสวยงาม ตัวปราสาทประธานเองมีความสูงถึงประมาณ 60 เมตร มีบันไดขึ้นที่ค่อนข้างชันให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวข้างบน วิวที่มองเห็นจากจุดนี้ทำให้เราเข้าใจถึงความคุ้มค่าของการเดินทางมาให้เห็นกับตา</p>
<p>
	ตอนนั้นเรื่องเหนื่อยเรื่องร้อนก็เหมือนจะถูกลืมไปชั่วขณะเลย</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_thom17.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nakhon_wat11.jpg"></p>
<h3>Siem Reap</h3>
<p><strong>how to get there:</strong> การเดินทางมีรถตู้จากหมอชิตไปลงอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วข้ามด่านปอยเปต &#8211; ต่อรถบัสหรือแท็กซี่ไปเสียมเรียบ ใช้เวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมง</p>
<p>
	<a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องสถานที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-siem-reap/">Siem Reap : ดูความยิ่งใหญ่และทักษะการสร้างสถาปัตยกรรมของชาวเขมรโบราณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-siem-reap/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PRAHA : สัมผัสมนตร์เสน่ห์ที่เก่าและใหม่ของกรุงปรากผ่านสายตาสถาปนิก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-132/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-132/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิชญ์ธิดา พิบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Aug 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[Praha]]></category>
		<category><![CDATA[Prague]]></category>
		<category><![CDATA[ปราก]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงปราก]]></category>
		<category><![CDATA[The Dancing House]]></category>
		<category><![CDATA[Charles Bridge]]></category>
		<category><![CDATA[Czech Republic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-132/</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงปรากแห่งสาธารณรัฐเช็ก แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องคุ้นหู คุ้นชื่อ หรือแม้กระทั่งคุ้นตาของใครหลายคน ปรากเป็นเมืองโรแมนติกอันดับต้นๆ ของยุโรป ในปีปีหนึ่ง เมืองนี้และประชาชนชาวปรากมีโอกาสต้อนรับแขกจากทั่วทุกมุมโลกเป็นแสนเป็นล้านหรืออาจจะหลายล้านคน ที่ผ่านมาร่วมสร้างความทรงจำให้กับเมืองปราก บรรยากาศของปรากเลยแทบจะไม่เคยเงียบเหงาเลยสักครั้ง ปรากมีทั้งความเก่า ความใหม่ ความเชื่องช้าและความรวดเร็วผสานอยู่ในตัว เมืองนี้มีทั้งตึกรามบ้านช่อง แม่น้ำ ปราสาท โบสถ์ ธรรมชาติและวัฒนธรรมสอดผสานสร้างองค์ประกอบความเป็นเมืองมรดกโลกให้ชวนหลงใหล ช่วงสายๆ ของวันที่แดดออกดูจะเป็นช่วงเวลาที่เมืองครึกครื้นเป็นพิเศษ รถรางเคลื่อนตัวผ่านไปได้ทั่วทุกจุดของเมือง ร้านอาหาร ร้านขนมแฝงตัวอยู่ในทุกตรอกซอกซอย สามารถใช้เวลาเดินเล่น เดินกินของอร่อยได้ไม่มีเบื่อ ผู้คนที่นี่ค่อนข้างอัธยาศัยดี เป็นมิตร อาจจะเพราะคุ้นชินกับการเจอนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน ในมนตร์เสน่ห์ความเก่าของกรุงปรากนั้น ยังมี The Dancing House ตึกที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของโลกอย่าง Frank Gehry และ Vlado Milunić สองสถาปนิกผู้ตั้งใจออกแบบให้ตึกนี้เป็นไปตามคอนเซปต์สอดประสาน ทั้งการหยุดนิ่งและการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านระบบคอมมิวนิสต์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยของสาธารณรัฐเช็ก ไม่เพียงเท่านั้น The Dancing House ยังแอบแย่งซีนความโดดเด่นจากย่านตึกเก่าหน้าตาธรรมดาและทำให้เมืองนี้มีสีสันสะกดใจผู้คนมากขึ้นไปอีก มากรุงปรากทั้งที ถ้าไปไม่ถึง Charles Bridge ก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึงปราก สะพานชาร์ลสทอดตัวข้ามแม่น้ำสายสำคัญของปรากคือแม่น้ำ Vltava จากทางเดินเลียบแม่น้ำมองเห็นสะพานที่ทอดตัวยาวเชื่อมเมืองใหม่ไปยังเมืองเก่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-132/">PRAHA : สัมผัสมนตร์เสน่ห์ที่เก่าและใหม่ของกรุงปรากผ่านสายตาสถาปนิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรุงปรากแห่งสาธารณรัฐเช็ก  แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องคุ้นหู คุ้นชื่อ<br />
หรือแม้กระทั่งคุ้นตาของใครหลายคน ปรากเป็นเมืองโรแมนติกอันดับต้นๆ ของยุโรป ในปีปีหนึ่ง เมืองนี้และประชาชนชาวปรากมีโอกาสต้อนรับแขกจากทั่วทุกมุมโลกเป็นแสนเป็นล้านหรืออาจจะหลายล้านคน ที่ผ่านมาร่วมสร้างความทรงจำให้กับเมืองปราก<br />
บรรยากาศของปรากเลยแทบจะไม่เคยเงียบเหงาเลยสักครั้ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-12.jpg"></p>
<p>
	  ปรากมีทั้งความเก่า<br />
ความใหม่ ความเชื่องช้าและความรวดเร็วผสานอยู่ในตัว เมืองนี้มีทั้งตึกรามบ้านช่อง<br />
แม่น้ำ ปราสาท โบสถ์ ธรรมชาติและวัฒนธรรมสอดผสานสร้างองค์ประกอบความเป็นเมืองมรดกโลกให้ชวนหลงใหล<br />
ช่วงสายๆ ของวันที่แดดออกดูจะเป็นช่วงเวลาที่เมืองครึกครื้นเป็นพิเศษ<br />
รถรางเคลื่อนตัวผ่านไปได้ทั่วทุกจุดของเมือง ร้านอาหาร<br />
ร้านขนมแฝงตัวอยู่ในทุกตรอกซอกซอย สามารถใช้เวลาเดินเล่น เดินกินของอร่อยได้ไม่มีเบื่อ<br />
ผู้คนที่นี่ค่อนข้างอัธยาศัยดี เป็นมิตร<br />
อาจจะเพราะคุ้นชินกับการเจอนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน</p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/photo.jpg"></p>
<p>
	  ในมนตร์เสน่ห์ความเก่าของกรุงปรากนั้น ยังมี The Dancing House ตึกที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของโลกอย่าง Frank Gehry และ Vlado Milunić สองสถาปนิกผู้ตั้งใจออกแบบให้ตึกนี้เป็นไปตามคอนเซปต์สอดประสาน<br />
ทั้งการหยุดนิ่งและการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านระบบคอมมิวนิสต์ไปสู่ระบอบประชาธิปไตยของสาธารณรัฐเช็ก<br />
ไม่เพียงเท่านั้น The Dancing House ยังแอบแย่งซีนความโดดเด่นจากย่านตึกเก่าหน้าตาธรรมดาและทำให้เมืองนี้มีสีสันสะกดใจผู้คนมากขึ้นไปอีก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-61.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>
	  มากรุงปรากทั้งที ถ้าไปไม่ถึง Charles Bridge ก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึงปราก สะพานชาร์ลสทอดตัวข้ามแม่น้ำสายสำคัญของปรากคือแม่น้ำ Vltava จากทางเดินเลียบแม่น้ำมองเห็นสะพานที่ทอดตัวยาวเชื่อมเมืองใหม่ไปยังเมืองเก่า<br />
มีอาคารบ้านเรือน ปราสาทหลังคาสีส้มอ่อน สีส้มเข้ม มองผ่านความระยิบระยับของประกายแดดที่สะท้อนจากพื้นผิวแม่น้ำ<br />
ทำให้ภาพของเมือง ณ มุมนี้คล้ายกับจินตนาการในเทพนิยายของฝรั่ง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมบนสะพานจึงเต็มไปด้วยผู้คน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-31.jpg"></p>
<p>
	อ้อ&#8230;สำหรับตากล้องที่อยากถ่ายรูปสะพาน ถ่ายรูปเมืองเก่าแบบเน้นๆ<br />
มีคนน้อยๆ แนะนำให้มาช่วงเช้ามากๆ หรือดึกมากๆ เท่านั้น</p>
<p>
	  บนสะพานมีเรื่องราวที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตของผู้คนมากหน้าหลายตา<br />
หลายสัญชาติ หรือแม้กระทั่งหลายกิจกรรมที่เกิดขึ้น คนท้องถิ่นนำของที่ระลึกมาขาย<br />
นักดนตรีมาเล่นดนตรีเปิดหมวก ยิ่งสร้างบรรยากาศและมนตร์เสน่ห์ให้กรุงปรากเข้าไปอีก<br />
มาที่นี่ไม่ได้แค่เพียงรับอรรถรสทางสายตาเท่านั้น<br />
เสียงดนตรีคลาสสิกก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ปรากมอบให้และฝากไว้ในความทรงจำ</p>
<p>
	<img fetchpriority="high" decoding="async" src="/TEMP/msohtmlclip1/01/clip_image002.jpg" width="317" height="178"><img decoding="async" src="/TEMP/msohtmlclip1/01/clip_image004.jpg" width="317" height="178"><img decoding="async" src="/TEMP/msohtmlclip1/01/clip_image006.jpg" width="316" height="179"><img loading="lazy" decoding="async" src="/TEMP/msohtmlclip1/01/clip_image008.jpg" width="316" height="178"><img loading="lazy" decoding="async" src="/TEMP/msohtmlclip1/01/clip_image010.jpg" width="316" height="178"><img loading="lazy" decoding="async" src="/TEMP/msohtmlclip1/01/clip_image012.jpg" width="317" height="178">ส่วนใครที่หลงมนตร์เสน่ห์เมืองปราก เดินข้ามสะพานชาร์ลส แล้วอย่าลืมเอามือลูบแผ่นทองแดงตรงฐานรูปปั้นของ John Nepomuk เพราะว่ากันว่าถ้าลูบแล้วจะได้กลับมาที่นี่อีกล่ะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/praha-72.jpg"></p>
<hr>
<p>
	<a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-132/">PRAHA : สัมผัสมนตร์เสน่ห์ที่เก่าและใหม่ของกรุงปรากผ่านสายตาสถาปนิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-132/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Oslo Opera House : สถาปัตยกรรมกลางเมืองออสโลที่มอบพื้นที่ให้คนและดนตรีมีชีวิต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-120/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-120/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิชญ์ธิดา พิบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 May 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[ออสโล]]></category>
		<category><![CDATA[นอร์เวย์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Oslo]]></category>
		<category><![CDATA[Oslo Opera House]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-120/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Oslo Opera House เป็น Art Complex ที่เอาไว้จัดแสดงคอนเสิร์ตโอเปร่าและการแสดงบัลเลต์ มากกว่านั้นยังถือว่าเป็นโรงละครแห่งชาติของนอร์เวย์ ตั้งอยู่ในแถบใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ หากเดินจากสถานีรถไฟ Oslo Central Station จะใช้เวลาประมาณ 10 &#8211; 15 นาที ซึ่งในวันที่อากาศเป็นใจ ระยะเวลาเท่านี้ก็ถือว่าเดินได้สบายมาก เมื่อพูดถึงความน่าสนใจของสถาปัตยกรรมและการออกแบบของอาคารหลังนี้ ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญด้านศิลปะของชาวนอร์เวย์เท่านั้น ตัวอาคารยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดล้อมโดยรอบของพื้นที่ที่โดดเด่น คือก้อนน้ำแข็งในทะเลสาบที่อยู่ด้านหน้า Oslo Opera House ซึ่งในช่วงฤดูหนาว ทะเลสาบข้างหน้านี้จะแข็งตัวจนกลายเป็นผืนเดียวต่อเนื่องกับสเปซของตึกซึ่งทำให้ Oslo Opera House ได้รับรางวัลทางสถาปัตยกรรมถึง 2 รางวัลด้วยกันทั้ง World Architecture Festival Cultural Awards 2008 และ Mies Van Der Rohe Award 2009 ถ้าวันไหนที่มีการแสดงละครเวทีหรือการแสดงบัลเลต์ จะเห็นพ่อแม่ชาวออสโลเดินจูงมือเด็กๆ ที่สวมใส่ชุดเพื่อมาทำการแสดงกันอย่างคึกคัก ภาพเหล่านี้ยิ่งทำให้ผู้มาเยือนอย่างเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจตามไปด้วย ความประทับใจยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเข้าไปในตัวอาคารยังต้องตะลึงกับการตกแต่งภายในด้วยไม้และกระจกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการออกแบบสไตล์นอร์ดิก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสเปซ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-120/">Oslo Opera House : สถาปัตยกรรมกลางเมืองออสโลที่มอบพื้นที่ให้คนและดนตรีมีชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	Oslo Opera House เป็น Art Complex ที่เอาไว้จัดแสดงคอนเสิร์ตโอเปร่าและการแสดงบัลเลต์<br />
มากกว่านั้นยังถือว่าเป็นโรงละครแห่งชาติของนอร์เวย์<br />
ตั้งอยู่ในแถบใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ หากเดินจากสถานีรถไฟ Oslo Central<br />
Station จะใช้เวลาประมาณ 10 &#8211; 15 นาที ซึ่งในวันที่อากาศเป็นใจ ระยะเวลาเท่านี้ก็ถือว่าเดินได้สบายมาก</p>
<p>
	เมื่อพูดถึงความน่าสนใจของสถาปัตยกรรมและการออกแบบของอาคารหลังนี้ ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญด้านศิลปะของชาวนอร์เวย์เท่านั้น ตัวอาคารยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดล้อมโดยรอบของพื้นที่ที่โดดเด่น คือก้อนน้ำแข็งในทะเลสาบที่อยู่ด้านหน้า Oslo<br />
Opera House ซึ่งในช่วงฤดูหนาว ทะเลสาบข้างหน้านี้จะแข็งตัวจนกลายเป็นผืนเดียวต่อเนื่องกับสเปซของตึกซึ่งทำให้ Oslo<br />
Opera House ได้รับรางวัลทางสถาปัตยกรรมถึง 2 รางวัลด้วยกันทั้ง World Architecture Festival Cultural<br />
Awards 2008 และ Mies Van Der Rohe Award 2009</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/269.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/345.jpg"></p>
<p>
	ถ้าวันไหนที่มีการแสดงละครเวทีหรือการแสดงบัลเลต์ จะเห็นพ่อแม่ชาวออสโลเดินจูงมือเด็กๆ<br />
ที่สวมใส่ชุดเพื่อมาทำการแสดงกันอย่างคึกคัก<br />
ภาพเหล่านี้ยิ่งทำให้ผู้มาเยือนอย่างเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจตามไปด้วย ความประทับใจยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเข้าไปในตัวอาคารยังต้องตะลึงกับการตกแต่งภายในด้วยไม้และกระจกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการออกแบบสไตล์นอร์ดิก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสเปซ เท็กซ์เจอร์ และสีสัน ล้วนทำให้เมื่อเข้ามาข้างในจะรู้สึกถึงความทันสมัยที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/4oslo.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/5oslo.jpg"></p>
<p>
	เดินวนภายในตัวอาคารอยู่นาน ก็ถึงเวลาออกมาสัมผัสกับอากาศดีๆ ข้างนอกด้วยการเดินขึ้นไปตามทางลาดที่นำทางขึ้นไปจนกลายเป็นหลังคาของอาคารไปในตัว จะเห็นได้ว่าหลังคาของ Oslo Opera<br />
House ถูกตั้งใจออกแบบมาให้เป็นพลาซ่าขนาดใหญ่ เป็นระนาบที่เชื่อมต่อทางสายตาระหว่างอาคารกับทะเลสาบเบื้องหน้า และจุดสูงสุดของระนาบขนาดใหญ่นี้ยังให้ความรู้สึกเหมือนว่าอีกเอื้อมมือเดียวเราก็จะได้สัมผัสก้อนเมฆบนท้องฟ้าเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/6oslo.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/7.buildings-barcode_.jpg"></p>
<p>
	ที่นี่ยังถือเป็นจุดชมวิวของเมือง ข้างหนึ่งของพื้นที่บนพลาซ่าสามารถมองเห็นกลุ่มอาคารที่โดดเด่นของเมืองออสโลที่มีชื่อว่า Oslo-The Barcode Buildings อย่างที่ได้เห็นในรูป กลุ่มอาคารนี้มีเปลือกอาคารที่ออกแบบมาให้เป็นกราฟิกดูทันสมัยและแปลกตา อาคารนี้จะไม่มีชีวิตชีวาเลยหากไม่มีชาวเมืองมาใช้งานในพื้นที่<br />
คนออสโลใช้ทางลาดหลังคานี้เป็นที่นั่งปิกนิก<br />
และมีผู้คนรักสุขภาพจำนวนหนึ่งมาใช้พื้นที่ตรงนี้สำหรับออกกำลังกาย วิ่งจ็อกกิ้ง เด็กๆ วิ่งขึ้นวิ่งลงกันอย่างสนุกสนาน<br />
และนี่คือสถานที่หนึ่งที่เราจะได้เห็นภาพชีวิตของเมืองออสโล</p>
<p>
	เดินๆ นั่งๆ อยู่ที่นี่จนเวลาล่วงเลยมาใกล้ๆ จะห้าทุ่มครึ่ง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าท้องฟ้าจะมืดสนิทสักที ความหวังที่จะรอดูไลต์ติ้งดีไซน์ของอาคารหลังนี้ว่าจะสวยงามตรึงตาแค่ไหนยามที่ท้องฟ้ามืดมิดเป็นฉากหลังก็ดูจะมืดมนลงเช่นกัน เมื่อเราลืมไปว่าประเทศนี้ได้รับการขนานนามว่า  &#8216;นอร์เวย์ ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน&#8217;</p>
<p>
	อืม&#8230; สงสัยจะจริง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/835.jpg"></p>
<h3>Oslo Opera House</h3>
<p><strong>address: </strong>Kirsten Flagstads Plass 1, 0150 Oslo, Norway<br /><strong style="background-color: initial">hour: </strong>จันทร์-ศุกร์ 10.00 &#8211; 19.00 น., เสาร์ 11.00 &#8211; 18.00 น., อาทิตย์ 12.00 &#8211; 18.00 น.<br /><strong style="background-color: initial">how to get there: </strong><strong style="background-color: initial"></strong><span style="background-color: initial">เดินจากสถานีรถไฟ Oslo Central Station ประมาณ 7 &#8211; 10 นาที หรือนั่งรถเมล์สาย 70, 80E, 81A, 81B, 82E จาก Tollboden ที่อยู่หน้าสถานีรถไฟไปลงที่ Bjørvika</span></p>
<p><strong>maps</strong></p>
<p>
	<a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1"><strong>ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</strong></a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-120/">Oslo Opera House : สถาปัตยกรรมกลางเมืองออสโลที่มอบพื้นที่ให้คนและดนตรีมีชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-120/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
