<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พงษ์วนาถ ดวงปาน, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author40/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author40/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 16:57:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่ความคิดผมเปลี่ยนเป็นสีขาว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-5/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[พงษ์วนาถ ดวงปาน]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Mar 2016 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-5/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผมชีพจรลงเท้าจนได้เดินทางไปยังยะลาครั้งแรกในปี 2552 ความคิดวูบแรกของผมต่อเมืองนี้คงไม่พ้นเป็นไปตามกระแสข่าวสารที่ประกาศกันเอิกเกริกว่า ยะลาเป็นเขตพื้นที่สีแดงบ้าง เป็นดินแดนแห่งความตายบ้าง เป็นพื้นที่แห่งความไม่สงบบ้าง ทำให้จังหวัดนี้มีภาพลักษณ์ของโศกนาฏกรรมที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดเต็มไปทั่วทั้งเมือง ศพแล้วศพเล่าถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบของข่าวสารให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า ดินแดนเหล่านี้มีแต่ความหายนะ ผมก็เลยไม่เคยมีความคิดที่จะเดินทางมาดินแดนแห่งนี้ เนื่องจากความเชื่อที่ฝังหัวตามข่าวว่า ใครที่เดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ เราจะถูกฆ่าโดยไร้ซึ่งความปราณี แต่เนื่องด้วยมีภารกิจหน้าที่การงาน ผมจึงต้องเดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ด้วยความจำเป็น ตลอดระยะเวลา 15 ชั่วโมงก่อนถึงที่หมาย ผมหอบหิ้วความกลัวและความกังวลขึ้นรถทัวร์มาเต็มกระเป๋า ภาพของสงครามกลางเมืองที่มีผู้คนล้มตายจำนวนมากด้วยความเชื่อที่ต่างกัน ฉายลงมายังความรู้สึกนิดคิด ผมเหมือนกำลังถูกเชื้อเชิญให้เข้าสมรภูมินี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพแห่งความรุนแรงเหล่านี้ทำให้เวลากลางคืนของผมบนรถทัวร์ เป็นเวลาที่แสนอ้างว้าง หดหู่ สลดใจ เปลือกตาและความรู้สึกยังไม่ปิดลง ผมนอนลืมตาอยู่ในความมืดมิด เป็นค่ำคืนที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต ว่าครั้งหนึ่งความกลัวมีอิทธิพลต่อชีวิตเราในคืนที่ดวงจันทร์สวยงาม ผมมาถึงอำเภอเมืองของยะลาในเช้าวันใหม่ พร้อมสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียตลอดการเดินทาง 15 ชั่วโมง บรรยากาศแรกที่ได้สัมผัสคือ มีผู้ชายในชุดลายพรางสีเขียวที่มีปืนเป็นอาวุธประจำกาย พร้อมจะลั่นไกได้ตลอดเวลา มีบังเกอร์ป้องกันความรุนแรงประจำจุดต่างๆ ตามซอกซอย รถทหารคันใหญ่มหึมาวิ่งไปตามท้องถนน มีจุดตรวจความปลอดภัยตามมุมต่างๆ ของเส้นทาง ช่างเป็นสัมผัสแรกที่เร้าให้รู้สึกหวาดกลัว เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ไร้ซึ่งความปลอดภัยใดๆ แต่เมื่อความหิวเริ่มแสดงฤทธิ์ ผมรีบหาโรงแรมที่พัก จากนั้นก็ตัดสินใจเดินออกมาจากโรงแรมทั้งที่ความกลัวยังปะทุอยู่ในความรู้สึก เราก็สั่งอาหารในโรงแรมกินได้นี่หว่า แต่เหตุอันใดเล่าจึงเดินออกมาอยู่ท่ามกลางความไม่สงบ อาจเป็นเพราะต่อมความอยากรู้ อยากเห็นวิถีชีวิตของผู้คนว่ามันเป็นไปตามข่าวสารหรือไม่ แล้วผู้คนที่อยู่ในพื้นที่สีแดงจะมีปฏิกิริยาต่อผู้มาเยือนอย่างผมเหมือนที่ผมฝังใจเชื่อว่าผู้คนในเขตพื้นที่นี้ว่าโหดร้ายหรือเปล่า เป็นความสงสัยที่มีความรู้สึกลึกๆ ด้วยว่าอยากฉีกข่าวสารที่สร้างภาพลักษณ์แย่ๆ ที่มีต่อจังหวัดนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-5/">วันที่ความคิดผมเปลี่ยนเป็นสีขาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผมชีพจรลงเท้าจนได้เดินทางไปยังยะลาครั้งแรกในปี 2552</p>
<p>ความคิดวูบแรกของผมต่อเมืองนี้คงไม่พ้นเป็นไปตามกระแสข่าวสารที่ประกาศกันเอิกเกริกว่า<br />
ยะลาเป็นเขตพื้นที่สีแดงบ้าง เป็นดินแดนแห่งความตายบ้าง เป็นพื้นที่แห่งความไม่สงบบ้าง<br />
ทำให้จังหวัดนี้มีภาพลักษณ์ของโศกนาฏกรรมที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดเต็มไปทั่วทั้งเมือง<br />
ศพแล้วศพเล่าถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบของข่าวสารให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า<br />
ดินแดนเหล่านี้มีแต่ความหายนะ</p>
<p>ผมก็เลยไม่เคยมีความคิดที่จะเดินทางมาดินแดนแห่งนี้<br />
เนื่องจากความเชื่อที่ฝังหัวตามข่าวว่า<br />
ใครที่เดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ เราจะถูกฆ่าโดยไร้ซึ่งความปราณี<br />
แต่เนื่องด้วยมีภารกิจหน้าที่การงาน<br />
ผมจึงต้องเดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ด้วยความจำเป็น </p>
<p>ตลอดระยะเวลา 15 ชั่วโมงก่อนถึงที่หมาย<br />
ผมหอบหิ้วความกลัวและความกังวลขึ้นรถทัวร์มาเต็มกระเป๋า<br />
ภาพของสงครามกลางเมืองที่มีผู้คนล้มตายจำนวนมากด้วยความเชื่อที่ต่างกัน<br />
ฉายลงมายังความรู้สึกนิดคิด<br />
ผมเหมือนกำลังถูกเชื้อเชิญให้เข้าสมรภูมินี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้<br />
ภาพแห่งความรุนแรงเหล่านี้ทำให้เวลากลางคืนของผมบนรถทัวร์ เป็นเวลาที่แสนอ้างว้าง<br />
หดหู่ สลดใจ เปลือกตาและความรู้สึกยังไม่ปิดลง ผมนอนลืมตาอยู่ในความมืดมิด </p>
<p>เป็นค่ำคืนที่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิต<br />
ว่าครั้งหนึ่งความกลัวมีอิทธิพลต่อชีวิตเราในคืนที่ดวงจันทร์สวยงาม</p>
<p>
ผมมาถึงอำเภอเมืองของยะลาในเช้าวันใหม่ พร้อมสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียตลอดการเดินทาง<br />
15 ชั่วโมง บรรยากาศแรกที่ได้สัมผัสคือ มีผู้ชายในชุดลายพรางสีเขียวที่มีปืนเป็นอาวุธประจำกาย<br />
พร้อมจะลั่นไกได้ตลอดเวลา มีบังเกอร์ป้องกันความรุนแรงประจำจุดต่างๆ ตามซอกซอย<br />
รถทหารคันใหญ่มหึมาวิ่งไปตามท้องถนน มีจุดตรวจความปลอดภัยตามมุมต่างๆ ของเส้นทาง<br />
ช่างเป็นสัมผัสแรกที่เร้าให้รู้สึกหวาดกลัว เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ไร้ซึ่งความปลอดภัยใดๆ</p>
<p>แต่เมื่อความหิวเริ่มแสดงฤทธิ์ ผมรีบหาโรงแรมที่พัก<br />
จากนั้นก็ตัดสินใจเดินออกมาจากโรงแรมทั้งที่ความกลัวยังปะทุอยู่ในความรู้สึก เราก็สั่งอาหารในโรงแรมกินได้นี่หว่า<br />
แต่เหตุอันใดเล่าจึงเดินออกมาอยู่ท่ามกลางความไม่สงบ อาจเป็นเพราะต่อมความอยากรู้ อยากเห็นวิถีชีวิตของผู้คนว่ามันเป็นไปตามข่าวสารหรือไม่<br />
แล้วผู้คนที่อยู่ในพื้นที่สีแดงจะมีปฏิกิริยาต่อผู้มาเยือนอย่างผมเหมือนที่ผมฝังใจเชื่อว่าผู้คนในเขตพื้นที่นี้ว่าโหดร้ายหรือเปล่า<br />
เป็นความสงสัยที่มีความรู้สึกลึกๆ ด้วยว่าอยากฉีกข่าวสารที่สร้างภาพลักษณ์แย่ๆ ที่มีต่อจังหวัดนี้<br />
ฉีกความเชื่อเดิมๆ แย่ๆ ของตัวเองที่มีต่อคนในพื้นที่ตรงนี้ทิ้งให้หมด</p>
<p>
ผมมุ่งตรงมายังร้านอาหารตามสั่งโดยที่ยังรู้สึกหวาดกลัว เลือกไม่สั่งอาหารกินที่ร้านแต่สั่งแบบบรรจุใส่กล่องพร้อมจะกลับไปกินที่โรงแรม<br />
ในขณะที่นั่งรออาหาร ผมความหากระเป๋าสตางค์เพื่อจะจ่ายค่าอาหาร </p>
<p>ผมหากระเป๋าใบนั้นไม่เจอ</p>
<p>ความวิตกกังวลเกิดขึ้นทันที ผมพูดอยู่ในใจว่า<br />
เอาแล้วไงกู จะทำอย่างไงเนี่ย ซวยชิบหาย จะเอาเงินที่ไหนจ่ายเขาวะ เป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายในชีวิตของผม<br />
ความรู้สึกตะโกนบอกผมว่า ผมไม่น่ามาที่นี่เลย ผมเกลียดที่นี่ ผมเกลียดที่นี่<br />
ผมเกลียดที่นี่ มันเป็นอารมณ์ที่ออกแนวคนพาลสักหน่อย แต่ในช่วงเวลานั้น ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ<br />
ผมนั่งนิ่งๆ ความรู้สึกมีความหวาดกลัวปนอยู่<br />
รอเวลาที่จะบอกความจริงกับร้านอาหารว่า ผมทำกระเป๋าตังค์หาย<br />
ขอโทษด้วยครับที่ทำให้เสียเวลา </p>
<p>แต่ยังไม่ทันได้พูด ก็มีหญิงสาวที่แต่งกายตามแบบศาสนาอิสลามเดินตรงมาหาผม</p>
<p>หญิงสาว: นี่กระเป๋าของคุณหรือเปล่า  </p>
<p>ผม: ใช่ครับ </p>
<p>หญิงสาว: พอดีฉันเห็นกระเป๋าของคุณตก แต่เรียกไม่ทัน<br />
คุณเดินเร็วมาก ก็เลยเดินตามเอากระเป๋าตังค์มาคืน แล้วคุณมาซื้อข้าวมีเงินจ่ายเหรอ</p>
<p>ผม:<br />
ยังไม่ได้จ่ายครับ เพราะเขายังทำไม่เสร็จ โชคดีมากเลยครับที่คุณเจอและเก็บกระเป๋าให้ผม<br />
ขอบคุณมากครับ</p>
<p>หญิงสาว: ไม่เป็นไรค่ะ ระวังหน่อยนะคะ </p>
<p>และคำพูดสุดท้ายที่เธอกล่าวกับผมคือ<br />
ขอให้อัลเลาะห์คุ้มครอง เดินทางปลอดภัย</p>
<p> พอเธอพูดจบ<br />
ก็มีเสียงหัวใจผมเต้นรัวแบบจับจังหวะไม่ได้ เป็นเสียงที่เกิดจากใจสู่ใจ ส่งถึงกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่พอจะมอบให้กัน<br />
ความเชื่อที่ต่างกันไม่ใช่สิ่งที่จะห้ามไม่ให้พวกเราสื่อสารด้วยภาษาแห่งมิตรภาพ<br />
ความเชื่อที่ต่างกันก็สื่อสารภาษาเดียวกันได้</p>
<p>
ความเชื่อแย่ๆ ต่อคนในจังหวัดนี้อำลาจากชีวิตผมไป<br />
ผมฉีกข่าวสารและความเชื่อเดิมๆ ที่ฝังหัวมายาวนานทิ้งทั้งหมด<br />
มันคือจุดเปลี่ยนทางความคิด จากที่มีสีดำมาตลอดช่วงหนึ่งของชีวิต กลายมาเป็นสีขาวด้วยการระบายแต่งแต้มของหญิงสาวที่เก็บกระเป๋าสตางค์ให้<br />
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานในยะลา ผมมีแต่รอยยิ้มผลิบานในหัวใจ<br />
ถึงแม้สภาพแวดล้อมจะเต็มไปด้วยอาวุธของทหาร ปกคลุมด้วยบังเกอร์ของทหาร แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างความกังวลให้ผมอีกต่อไป<br />
หญิงสาวคนนี้ทำให้ภาพลักษณ์อันเลวร้ายของผมที่มีต่อจังหวัดนี้หายไป เธอทำให้คำว่า<br />
มิตรภาพ ไม่ใช่เรื่องความเชื่อ แต่เป็นเรื่องของหัวใจที่มีความรู้สึกดีมอบให้กัน<br />
และทำให้ความแตกต่างระหว่างกันไม่ใช่เรื่องความแตกแยกอีกต่อไป</p>
<p>ภารกิจหน้าที่การงานของผมที่มีต่อจังหวัดนี้จบลง ภาพลักษณ์ที่ผมมองเมืองยะลาในขณะนี้ไม่มีเสียงระเบิด<br />
ไม่มีกลิ่นของความตาย ไม่มีความอาฆาต ไม่มีความบาดหมาง เมืองยะลากับความจริงที่เป็นอยู่<br />
ไม่ใช่ความโหดร้าย ไม่ใช่ความหายนะ ไม่ใช่โศกนาฏกรรมอันป่าเถื่อน เรื่องราวและเหตุการณ์ในจังหวัดยะลาทำให้ระบบความคิดเห็นของผมต่างไปจากก่อนหน้านั้นจริงๆ</p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องเดินทางกลับบ้าน  ตลอดระยะเวลา 15 ชั่วโมงบนรถทัวร์<br />
ความกลัว ความอ้างว้าง ความสลดใจ มลายหายไป<br />
ผมหอบหิ้วความสุขและความคิดที่เปลี่ยนไปเต็มกระเป๋ากลับมาบ้าน<br />
ผมบอกกับตัวเองว่าเมื่อใดที่มีโอกาสมาจังหวัดนี้อีก ไม่ว่าด้วยภารกิจใด<br />
ผมจะเดินทางมา</p>
<p>เพราะผมรู้ว่าที่นี่ ที่จังหวัดยะลา คือแผ่นดินของมิตรภาพสำหรับผู้มาเยือน</p>
<p><strong><em>ภาพ </em></strong><em><a href="https://unsplash.com/">unsplash.com</a></em></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt="" style="background-color: initial"> </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-5/">วันที่ความคิดผมเปลี่ยนเป็นสีขาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
