<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฑิมพิกา เหลืองเรืองโรจน์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author365/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author365/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:31:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่ฉันพยายามหัดพูดภาษาญี่ปุ่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-64/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-64/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฑิมพิกา เหลืองเรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Mar 2017 01:16:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchanedmylife]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-64/</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากที่เคยบ่นกับที่บ้านมาตลอดหลายปีว่าอยากไปญี่ปุ่น สุดท้ายที่บ้านก็จัดให้ ได้ไปญี่ปุ่นสมใจ แต่เป็นการไปแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะมีประสบการณ์แบบนี้กับคนอื่นเขาบ้าง ไปแบบไม่มีครอบครัวไปด้วยครั้งแรกในชีวิต พ่อส่งให้เราไปเรียนภาษาระยะสั้นหนึ่งเดือน กับเพื่อนร่วมทางอีก 7 คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังจากกลับมาแล้ว มันจะเปลี่ยนความคิดเราไปได้ขนาดนี้ ก่อนหน้าที่จะไป เราเป็นคนนึงที่เล่นโซเชียล ติดโทรศัพท์เหมือนคนอื่นๆ เวลาไปทานข้าวมักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตลอด มนุษยสัมพันธ์ค่อนข้างติดลบ และที่แย่ที่สุดคือเราไม่เคยจริงจังกับอะไรในชีวิตมาก่อน เมื่อไปถึงเราได้รับการจัดแบ่งห้องพัก ทุกคนได้อยู่ห้องพักเดี่ยวและสถานที่รวมตัวคือห้องนั่งเล่นรวม ส่วนชั้นเรียนทุกคนถูกแยกออกจากกันหมด มีเพียงเราและน้องอีกคนที่อยู่ห้องเดียวกัน ในห้องเรียนของเรามีนักเรียนแค่ 6 คน เพราะฉะนั้นเซนเซย์ทุกคนจะมีบทสนทนากับนักเรียนตัวต่อตัวอยู่บ่อยๆ วันแรกของการไปเรียนเรารู้สึกแย่มาก ทั้งๆ ที่เคยเรียนมาแล้ว แต่กลับใช้ไม่เป็น พูดตอบไปได้แค่ประโยคสั้นๆ เท่านั้น เราเป็นแบบนั้นอยู่เกือบหนึ่งอาทิตย์ จนขึ้นบทเรียนใหม่ คนอื่นนำเราไปไกลแล้ว ตอนแรกเราก็คิดว่า เออ กลับไปอ่านเองก็ได้ เดี๋ยวนานๆ ไปก็คงจำได้เองแหละมั้ง เราเป็นคนที่อยากทำได้ แต่เราไม่พยายาม ถ้าคิดว่าไม่ได้เราก็จะไม่ไปต่อ จนกระทั่งวันนั้น เราออกไปนั่งเล่นอินเทอร์เน็ตในห้องนั่งเล่นรวมตามปกติ นั่งไปได้สักพักก็เริ่มมีคนเข้ามานั่งด้วย เป็นสองสาวจากฝั่งยุโรปที่เราจำไม่ได้ว่าประเทศอะไร ต่อมาน้องคนนึงที่ไปกับเราก็มานั่งด้วยพร้อมกับมะม่วงสุกในมือ จนรู้ตัวอีกที บทสนทนาก็เกิดขึ้นกลางโต๊ะซะแล้ว และความซวยก็เกิดขึ้นเมื่อน้องที่ไปกับเราด้วยเริ่มบอกให้เราช่วยแปลให้หน่อย เราฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง พยายามนึกคำจนแทบอยากจะลุกหนีไปแต่ก็ทำไม่ได้ เราคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นเพราะเราก็ไม่ค่อยชำนาญภาษาอังกฤษเท่าไหร่นัก ในตอนแรกเราค่อยข้างกลัวเพราะเราพูดติดขัด เวลานึกอะไรไม่ออกก็จะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-64/">วันที่ฉันพยายามหัดพูดภาษาญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากที่เคยบ่นกับที่บ้านมาตลอดหลายปีว่าอยากไปญี่ปุ่น<br />
สุดท้ายที่บ้านก็จัดให้<br />
ได้ไปญี่ปุ่นสมใจ แต่เป็นการไปแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะมีประสบการณ์แบบนี้กับคนอื่นเขาบ้าง<br />
ไปแบบไม่มีครอบครัวไปด้วยครั้งแรกในชีวิต</p>
<p>พ่อส่งให้เราไปเรียนภาษาระยะสั้นหนึ่งเดือน<br />
กับเพื่อนร่วมทางอีก 7 คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย  แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังจากกลับมาแล้ว<br />
มันจะเปลี่ยนความคิดเราไปได้ขนาดนี้</p>
<p>ก่อนหน้าที่จะไป เราเป็นคนนึงที่เล่นโซเชียล<br />
ติดโทรศัพท์เหมือนคนอื่นๆ เวลาไปทานข้าวมักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตลอด มนุษยสัมพันธ์ค่อนข้างติดลบ<br />
และที่แย่ที่สุดคือเราไม่เคยจริงจังกับอะไรในชีวิตมาก่อน</p>
<p>เมื่อไปถึงเราได้รับการจัดแบ่งห้องพัก<br />
ทุกคนได้อยู่ห้องพักเดี่ยวและสถานที่รวมตัวคือห้องนั่งเล่นรวม ส่วนชั้นเรียนทุกคนถูกแยกออกจากกันหมด<br />
มีเพียงเราและน้องอีกคนที่อยู่ห้องเดียวกัน ในห้องเรียนของเรามีนักเรียนแค่ 6 คน เพราะฉะนั้นเซนเซย์ทุกคนจะมีบทสนทนากับนักเรียนตัวต่อตัวอยู่บ่อยๆ</p>
<p>วันแรกของการไปเรียนเรารู้สึกแย่มาก ทั้งๆ<br />
ที่เคยเรียนมาแล้ว แต่กลับใช้ไม่เป็น พูดตอบไปได้แค่ประโยคสั้นๆ เท่านั้น เราเป็นแบบนั้นอยู่เกือบหนึ่งอาทิตย์  จนขึ้นบทเรียนใหม่<br />
คนอื่นนำเราไปไกลแล้ว ตอนแรกเราก็คิดว่า เออ กลับไปอ่านเองก็ได้ เดี๋ยวนานๆ ไปก็คงจำได้เองแหละมั้ง<br />
เราเป็นคนที่อยากทำได้ แต่เราไม่พยายาม ถ้าคิดว่าไม่ได้เราก็จะไม่ไปต่อ</p>
<p>จนกระทั่งวันนั้น เราออกไปนั่งเล่นอินเทอร์เน็ตในห้องนั่งเล่นรวมตามปกติ นั่งไปได้สักพักก็เริ่มมีคนเข้ามานั่งด้วย<br />
เป็นสองสาวจากฝั่งยุโรปที่เราจำไม่ได้ว่าประเทศอะไร ต่อมาน้องคนนึงที่ไปกับเราก็มานั่งด้วยพร้อมกับมะม่วงสุกในมือ<br />
จนรู้ตัวอีกที บทสนทนาก็เกิดขึ้นกลางโต๊ะซะแล้ว และความซวยก็เกิดขึ้นเมื่อน้องที่ไปกับเราด้วยเริ่มบอกให้เราช่วยแปลให้หน่อย<br />
เราฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง พยายามนึกคำจนแทบอยากจะลุกหนีไปแต่ก็ทำไม่ได้ เราคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นเพราะเราก็ไม่ค่อยชำนาญภาษาอังกฤษเท่าไหร่นัก</p>
<p>ในตอนแรกเราค่อยข้างกลัวเพราะเราพูดติดขัด<br />
เวลานึกอะไรไม่ออกก็จะ &#8216;เอ่อ&#8230;&#8217; บ่อยครั้ง จนเขาเลิกถามไปเอง เราเป็นคนที่ต่อบทสนทนาได้แย่เอามากๆ เพราะเรามักจะจบด้วยคำว่า<br />
‘อ้อค่ะ’ หรือ ‘นั่นสินะคะ’  แต่เหมือนสถานการณ์จะบังคับ ทำให้เราต้องพยายามพูดต่อไปเรื่อยๆ<br />
ไม่อย่างนั้นคงจะเป็นการเสียมารยาท</p>
<p>จนบทสนทนาเริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ แต่ละคนเริ่มถามชื่อกัน<br />
และหลังจากวันนั้นทุกคนกลายเป็นเพื่อนกัน เราสนุกกับการมาห้องนั่งเล่นมากขึ้น เราแทบจะไม่จับโทรศัพท์เลย  ตอนนั้นเราชอบภาษาญี่ปุ่นเอามากๆ<br />
มันทำให้เราได้เพื่อนเพิ่ม คุยกันรู้เรื่อง เวลาไปซื้อของหรือสั่งข้าวก็ไม่ต้องใช้ภาษาใบ้อีกแล้ว</p>
<p>จากวันนั้นเราพยายามเรียนในชั้นเรียนมากขึ้น<br />
ตั้งใจมากขึ้นเพราะเราอยากคุยกับคนอื่นรู้เรื่อง เราอยากสนทนากับเขาได้ อยากอ่านป้ายตามสถานีให้ออก<br />
อยากไปซื้อตั๋วรถทัวร์ด้วยตัวเองได้</p>
<p>หลังจากกลับมา ความคิดเราเปลี่ยนไปเลย<br />
เราได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ รู้จักที่จะพยายามและหาวิธีที่จะทำให้มันสำเร็จ เรามีเป้าหมายและมันทำให้เราตั้งใจมากขึ้น<br />
จนตอนนี้เราเริ่มที่จะจริงจังกับชีวิต เราไม่อยากมานั่งเสียใจทีหลังแล้วว่าทำไมตอนนั้น<br />
ถึงไม่พยายามให้มากกว่านี้</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-64/">วันที่ฉันพยายามหัดพูดภาษาญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-64/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
