<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทิพย์สุดา สัตยารักษ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author339/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author339/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:28:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่ฉันตรากตรำทำธีสิสจนจบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-59/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-59/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทิพย์สุดา สัตยารักษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2017 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[thesis]]></category>
		<category><![CDATA[study]]></category>
		<category><![CDATA[ทีสิส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-59/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการประกาศกับเราว่า &#8220;ยินดีด้วย คุณผ่านแล้วนะ&#8221; ความรู้สึกแรกคือดีใจ แต่เป็นความดีใจแบบงงๆ ยังไม่ชินกับความยินดีปรีดาที่ควรจะเป็น เมื่อคณะกรรมการออกไปจากห้อง เหลือเพียงตัวเราและอาจารย์ที่ปรึกษาที่พบเจอกันไม่บ่อยนักแต่รู้สึกวางใจ แกก็ย้ำกับเราอีกครั้งด้วยรอยยิ้มว่า ‘ยินดีด้วยนะ’ เราก็ได้แต่ยิ้มรับและขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะตอบยังไง พอได้อยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ ความรู้สึกจริงๆ เริ่มปรากฏ ความรู้สึกทุกอย่างตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งก่อนตัดสินใจเรียน ระหว่างและหลังการเรียนที่นี่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน น้ำตาก็ไหลสิ มันดีใจและโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก จากเด็กเรียนกลางๆ ช่วงปริญญาตรีเรากลายเป็นเด็กเรียนเก่งมาก เพราะตั้งใจเรียนมาก มีนามสกุล ‘สี่จุด’ ต่อท้าย ความถือตน ทะนงตนก็ยิ่งเยอะเพราะเรามักจะได้ทุนไปนู่นนี่อยู่เสมอ รวมทั้งทุนเรียนปริญญาโท ด้วย สิ่งที่ต้องแลกก็คือ การทำเกรดให้เกิน 3.5 และการบังคับทำวิทยานิพนธ์ ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย หลุมพรางความสำเร็จเกิดขึ้นเพราะความประมาทนี่เอง เวลาว่างมีมากเพราะวิชาเรียนมีน้อย มันเป็นภาพลวงตา เราใช้เวลาส่วนใหญ่เที่ยวเล่นไปโดยเปล่าประโยชน์ พอเพื่อนๆ ใกล้เรียนจบเราก็รีบทำทีสิส แต่การทำอะไรรีบๆ ไม่ทำให้งานออกมาดีแน่ๆ การสอบป้องกันครั้งแรกแม้จะผ่านแต่ก็ต้องแก้เยอะมาก มากจนกระทั่งต้องเปลี่ยนหัวข้อทีสิส เปลี่ยนจุดประสงค์ ฯลฯ เหมือนต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ความผิดหวังเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าเราจบไม่ทันเพื่อนแน่ๆ ความถือดีที่มีกลับมาทำร้ายตัวเรา เสียใจมากเพราะไม่คิดว่าเด็กเรียนเก่งอย่างเราจะจบไม่ทันตามกำหนด ยิ่งคิดเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่นยิ่งเครียดและเสียใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-59/">วันที่ฉันตรากตรำทำธีสิสจนจบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาและคณะกรรมการประกาศกับเราว่า &#8220;ยินดีด้วย คุณผ่านแล้วนะ&#8221; ความรู้สึกแรกคือดีใจ แต่เป็นความดีใจแบบงงๆ<br />
ยังไม่ชินกับความยินดีปรีดาที่ควรจะเป็น เมื่อคณะกรรมการออกไปจากห้อง<br />
เหลือเพียงตัวเราและอาจารย์ที่ปรึกษาที่พบเจอกันไม่บ่อยนักแต่รู้สึกวางใจ<br />
แกก็ย้ำกับเราอีกครั้งด้วยรอยยิ้มว่า ‘ยินดีด้วยนะ’<br />
เราก็ได้แต่ยิ้มรับและขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง<br />
เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะตอบยังไง</p>
<p>พอได้อยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ ความรู้สึกจริงๆ<br />
เริ่มปรากฏ ความรู้สึกทุกอย่างตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งก่อนตัดสินใจเรียน<br />
ระหว่างและหลังการเรียนที่นี่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน น้ำตาก็ไหลสิ มันดีใจและโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก<br />
จากเด็กเรียนกลางๆ ช่วงปริญญาตรีเรากลายเป็นเด็กเรียนเก่งมาก เพราะตั้งใจเรียนมาก<br />
มีนามสกุล ‘สี่จุด’ ต่อท้าย<br />
ความถือตน ทะนงตนก็ยิ่งเยอะเพราะเรามักจะได้ทุนไปนู่นนี่อยู่เสมอ<br />
รวมทั้งทุนเรียนปริญญาโท ด้วย<br />
สิ่งที่ต้องแลกก็คือ การทำเกรดให้เกิน 3.5<br />
และการบังคับทำวิทยานิพนธ์ ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย </p>
<p>หลุมพรางความสำเร็จเกิดขึ้นเพราะความประมาทนี่เอง<br />
เวลาว่างมีมากเพราะวิชาเรียนมีน้อย มันเป็นภาพลวงตา<br />
เราใช้เวลาส่วนใหญ่เที่ยวเล่นไปโดยเปล่าประโยชน์ พอเพื่อนๆ ใกล้เรียนจบเราก็รีบทำทีสิส<br />
แต่การทำอะไรรีบๆ<br />
ไม่ทำให้งานออกมาดีแน่ๆ การสอบป้องกันครั้งแรกแม้จะผ่านแต่ก็ต้องแก้เยอะมาก<br />
มากจนกระทั่งต้องเปลี่ยนหัวข้อทีสิส เปลี่ยนจุดประสงค์ ฯลฯ เหมือนต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่</p>
<p>ความผิดหวังเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าเราจบไม่ทันเพื่อนแน่ๆ<br />
ความถือดีที่มีกลับมาทำร้ายตัวเรา เสียใจมากเพราะไม่คิดว่าเด็กเรียนเก่งอย่างเราจะจบไม่ทันตามกำหนด<br />
ยิ่งคิดเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่นยิ่งเครียดและเสียใจ &#8216;ทำไมไม่&#8230;&#8217; &#8216;รู้อย่างนี้น่าจะ&#8230;&#8217; มีคำถามกับตัวเองมากมาย หันไปดูทีสิสก็มีแต่ปัญหา เหตุเพราะเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ตรงตามหัวข้อที่ทำ<br />
แกบอกให้เปลี่ยนแล้วแต่เราก็ดึงดัน คิดว่าคงไม่ได้ซีเรียสอะไร<br />
อยากเลือกอาจารย์ที่ใจดี สุดท้ายต้องปรึกษาอาจารย์ท่านอื่นมากมายไปหมด รู้สึกแย่อีกเมื่อคณะกรรมการไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงพากันลาออกทั้งหมด<br />
ซ้ำเติมอีกทีเมื่อโดนแกตำหนิว่าเป็นงานขยะ ฟังแล้วโคตรเจ็บเลย</p>
<p>ช่วงเวลา 3<br />
ปี ในการทำทีสิส (ไม่รวมการเรียนรายวิชา) ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน เคยเป็นโรคเครียดและโรคซึมเศร้าระยะฟักตัว<br />
ไม่อยากเจอใคร เก็บตัว ไม่อยากให้ใครถามถึงทีสิส กลัวว่าคนอื่นมองไม่ดี<br />
กดดันตัวเอง หรือบางทีก็บ้าๆ บอๆ แบกเป้เที่ยวคนเดียว จริงๆ เหมือนกำลังหนีปัญหา<br />
ขอแวบไปหาความสุขชั่วคราวก่อนกลับมาจมความเศร้าต่อ มันเครียดเพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ<br />
บางครั้งทุ่มเททำไปแล้วสุดท้ายก็เอามาใช้ไม่ได้<br />
ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดแต่ต้องขึ้นมากรุงเทพฯ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ถึง 3<br />
ครั้ง เดินดุ่มๆ เข้าออกร้านพิซซ่าคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ที่ต้องเก็บข้อมูลมากเพราะมีปัญหาเรื่องการขออนุญาตวิจัย<br />
เดือดร้อนเจ้าหน้าที่และอาจารย์ที่ปรึกษาในการประสานงานจนผ่านมาได้แบบฉิวเฉียด เหลือแค่ไม่กี่เดือนก็ครบกำหนดหลักสูตรแล้ว<br />
ควรจะกดดันอีกเพราะถ้าไม่จบตามกำหนด 5 ปี ถือว่าผิดสัญญาของทุนการศึกษา<br />
ต้องชดใช้ทุนเป็นแสนๆ</p>
<p>ช่วงโค้งสุดท้ายเหมือนเราเริ่มคิดได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด<br />
ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น พอแล้วกับความเครียดและกังวล เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ พอแล้วกับความหยิ่งทะนงตนว่าตัวเองเก่ง พอแล้วกับความกดดันจากการไปเปรียบเทียบกับคนอื่น คนเราเจออะไรต่างกัน<br />
พื้นฐานต่างกัน ดังนั้นจะเปรียบเทียบกันมันเป็นสิ่งที่ไม่ควร<br />
และพอแล้วกับความน้อยใจในโชคชะตา ตัวเราเองที่เป็นคนกำหนดโชคชะตา ตั้งใจสิ ตั้งใจทำเต็มที่เหมือนอย่างที่เคยทำ<br />
แล้วผลลัพธ์ที่หวังไว้จะตามมาเอง</p>
<p>แล้วฝันก็เป็นจริง </p>
<p>นอกจากจะได้ปลดแอกจากการเป็นทาสทีสิส<br />
รู้สึกโล่งเหมือนคนปกติ ได้บทเรียนสอนตัวเองแล้ว ก็ยังได้ความรู้เรื่องพิซซ่าด้วยนะ<br />
นั่นคือพิซซ่าอิตาเลียนที่แท้จริงจากต้นกำเนิดนั้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ<br />
เข้าทางเลย </p>
<p>ว่าแล้วก็ไปกินพิซซ่าดีกว่า</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-59/">วันที่ฉันตรากตรำทำธีสิสจนจบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-59/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
