<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วริษฐา ดำแก้ว, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author271/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author271/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:21:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่ฉันปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างเต็มที่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-47/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-47/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วริษฐา ดำแก้ว]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Nov 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องไห้]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangemylife]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-47/</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ลูกแม่เก่งทุกคนแหละ ไม่เคยโยเยเวลาฉีดยา” แม่ก้มบอกฉันตอนที่พยาบาลกำลังเช็ดแอลกอฮอล์ เตรียมฉีดวัคซีน ฉันเงยหน้ามองสายตาอันอ่อนโยนของแม่และคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับเจ้าเข็มเล็กๆ นั่นได้ ฉัน 6 ขวบแล้วโตพอที่จะไม่ร้องไห้&#8230;ปลายแหลมๆ นั้นจิ้มลงไป มันเจ็บมาก ฉันได้แต่บอกตัวเองว่าเดี๋ยวเดียวก็หาย แม่มักจะบอกว่าลูกแม่ทุกคนพิเศษเสมอ เข้มแข็ง มีความคิดและพึ่งพาได้ โตกว่าเด็กคนอื่นๆ ฉันจึงเป็นที่พึ่งของเพื่อนๆ คอยปกป้องและจัดการสิ่งต่างๆ ให้เพื่อนตั้งแต่เด็กจนโต จนถึงวันที่แม่บอกว่าฉันต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ ฉันก็มั่นใจว่าจะไม่ร้องไห้กลับบ้าน “สัปดาห์แรกแม่ไม่ไปรับนะ น้องอยู่ได้แหละ ลูกแม่เก่ง พี่ตามก็อยู่ได้” แม่บอกฉันผ่านโทรศัพท์ที่โทรมาในสำนักงานหอพัก ฉันอายุ 11 ปี และจากบ้านมาแล้วเกือบ 3 สัปดาห์ แล้วเย็นวันศุกร์ก็มาถึง โรงเรียนเต็มไปด้วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ของเด็กหอพักที่มารอรับ มีขนมมาฝาก เด็กที่มาเรียนปีแรกส่วนใหญ่กลับบ้านกันหมดวันนี้ ฉันยืนชะเง้อมอง พลางคิดว่าแม่เป็นคนชอบทำเซอร์ไพรส์ แม่ต้องมา ฉันจึงไปหยอดเหรียญตู้โทรศัพท์ใต้ตึกเรียน กดรหัสพื้นที่ต่อเข้าที่ทำงานแม่ พบว่าแม่ยังอยู่ที่ทำงาน 300 กิโลเมตร ห่างจากที่ฉันกำลังยืน ฉันคุยกับแม่อีกเล็กน้อย เพียงเพื่อบอกแม่ว่าคิดถึง และตัดบทบอกแม่ว่าเหรียญหมดแล้ว ก่อนวิ่งไปแอบในห้องน้ำเพื่อซ่อนน้ำตา พยายามหยุดตัวเองไม่ให้ร้องไห้ หยุดให้รู้สึกว่าเสียใจ ผ่านไปไม่นาน ฉันกลับไปที่หอพัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-47/">วันที่ฉันปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างเต็มที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ลูกแม่เก่งทุกคนแหละ ไม่เคยโยเยเวลาฉีดยา”<br />
แม่ก้มบอกฉันตอนที่พยาบาลกำลังเช็ดแอลกอฮอล์ เตรียมฉีดวัคซีน<br />
ฉันเงยหน้ามองสายตาอันอ่อนโยนของแม่และคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับเจ้าเข็มเล็กๆ นั่นได้<br />
ฉัน 6 ขวบแล้วโตพอที่จะไม่ร้องไห้&#8230;ปลายแหลมๆ นั้นจิ้มลงไป<br />
มันเจ็บมาก ฉันได้แต่บอกตัวเองว่าเดี๋ยวเดียวก็หาย</p>
<p> แม่มักจะบอกว่าลูกแม่ทุกคนพิเศษเสมอ เข้มแข็ง<br />
มีความคิดและพึ่งพาได้ โตกว่าเด็กคนอื่นๆ ฉันจึงเป็นที่พึ่งของเพื่อนๆ<br />
คอยปกป้องและจัดการสิ่งต่างๆ ให้เพื่อนตั้งแต่เด็กจนโต</p>
<p>จนถึงวันที่แม่บอกว่าฉันต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ<br />
ฉันก็มั่นใจว่าจะไม่ร้องไห้กลับบ้าน</p>
<p> “สัปดาห์แรกแม่ไม่ไปรับนะ<br />
น้องอยู่ได้แหละ ลูกแม่เก่ง พี่ตามก็อยู่ได้” แม่บอกฉันผ่านโทรศัพท์ที่โทรมาในสำนักงานหอพัก ฉันอายุ 11 ปี และจากบ้านมาแล้วเกือบ 3 สัปดาห์</p>
<p>แล้วเย็นวันศุกร์ก็มาถึง<br />
โรงเรียนเต็มไปด้วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ของเด็กหอพักที่มารอรับ มีขนมมาฝาก<br />
เด็กที่มาเรียนปีแรกส่วนใหญ่กลับบ้านกันหมดวันนี้ ฉันยืนชะเง้อมอง พลางคิดว่าแม่เป็นคนชอบทำเซอร์ไพรส์ แม่ต้องมา ฉันจึงไปหยอดเหรียญตู้โทรศัพท์ใต้ตึกเรียน<br />
กดรหัสพื้นที่ต่อเข้าที่ทำงานแม่ พบว่าแม่ยังอยู่ที่ทำงาน 300 กิโลเมตร<br />
ห่างจากที่ฉันกำลังยืน</p>
<p>ฉันคุยกับแม่อีกเล็กน้อย<br />
เพียงเพื่อบอกแม่ว่าคิดถึง และตัดบทบอกแม่ว่าเหรียญหมดแล้ว<br />
ก่อนวิ่งไปแอบในห้องน้ำเพื่อซ่อนน้ำตา พยายามหยุดตัวเองไม่ให้ร้องไห้<br />
หยุดให้รู้สึกว่าเสียใจ ผ่านไปไม่นาน ฉันกลับไปที่หอพัก<br />
มีเพื่อนๆ อีกสองสามคนและรุ่นพี่อีกจำนวนหนึ่งที่ไม่กลับบ้าน ฉันบอกตัวเองว่าไหว<br />
ฉันเข้มแข็งพอ เดี๋ยวก็จะได้กลับบ้าน ฉันก็ไม่มั่นใจนักว่าจะอยู่ไหวต้องทำยังไง </p>
<p>กาลเวลาผ่านไป ฉันอยู่ไกลบ้าน ไกลครอบครัว<br />
จนเริ่มชิน ฉันร้องไห้บ้างบางเวลากับปัญหาต่างๆ ตามวัย แต่ฉันมักคิดว่า<br />
การร้องไห้คือความอ่อนแอ และพยายามหยุดความรู้สึกนั้นไว้ ปิดกั้นอารมณ์แล้วขุดตัวเองขึ้นมาจัดการปัญหา ฉันทึกทักว่าสิ่งนั้นเป็นความเข้มแข็ง</p>
<p>วันหนึ่ง ฉันตัดสินใจก้าวออกไปตะลุยโลก<br />
ด้วยการเข้าโครงการไปทำงานเลี้ยงเด็กและเรียนภาษาที่อเมริกาเป็นเวลา 1 ปี<br />
ฉันมั่นใจมากว่าเกิดอะไรขึ้นฉันจะอยู่ไหว ผ่านไป 5 เดือน ฉันอยู่มาแล้วสองบ้าน<br />
บ้านที่สองกำลังจะออกจากโครงการเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าโครงการและเงินเดือนฉันแล้ว<br />
และนี่เป็นครั้งที่สองที่เกิดกับฉันภายใน 5 เดือน<br />
หลังจากครอบครัวแรกหัวหน้าครอบครัวเปลี่ยนงานและจะย้ายบ้าน  ในเวลาปกติฉันคงรู้สึกแค่ อุ๊ย!!&#8230;ซวยจัง<br />
แล้วก็โทรไปโวยวายกับเพื่อนสนิท พี่ชาย และแม่</p>
<p>วันที่โฮสต์บอกว่าเขาตกงานแล้วนะ<br />
ฉันต้องย้ายบ้าน ต้องทำเรื่องหาบ้านใหม่ภายใน 2 สัปดาห์<br />
เขาส่งฉันที่วิทยาลัยที่ฉันต้องเข้าไปทดสอบภาษาวันแรก ฉันกำลังจะได้เริ่มเรียนจริงจัง<br />
แต่ฉันต้องเตรียมย้ายบ้านภายใน 2 อาทิตย์ ฉันยืนอยู่มากกว่า 10,000<br />
กิโลเมตรห่างจากบ้าน เพื่อนสนิทที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างกว่า 1,000 กิโลเมตร<br />
เวลาของฉันตามหลังประเทศไทยอยู่ 15 ชั่วโมง<br />
เพื่อนและครอบครัวทุกคนที่ไทยคงกำลังหลับ&#8230; มันเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเทียบกับเพื่อนๆ<br />
ที่มาโครงการเดียวกัน ที่เจอเรื่องหนักๆ กว่าฉันมากนัก ฉันหยุดนั่งบนม้านั่ง<br />
มองท้องฟ้าสีฟ้าสดของแปซิฟิกเวสต์โคสต์ ไม่มีใครให้โวยวายด้วย อยู่ๆ<br />
น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างพรั่งพรู ฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้<br />
ฉันปล่อยให้ตัวเองรู้สึกผิดหวัง ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกเหงาและเศร้า<br />
ถึงฉันจะนั่งร้องไห้เป็นบ้าอยู่ราวชั่วโมง หลังจากฉันหยุดร้องเองได้<br />
ฉันรู้สึกดีขึ้นมากที่ได้สำรวจความรู้สึกตัวเอง ปล่อยตัวเองให้รู้สึกโกรธ เหงา<br />
เศร้า เสียใจ และร้องไห้ มันไม่ได้แย่ ไม่ได้อ่อนแอ เสมอไป<br />
เราทุกคนมีความรู้สึกและควรจะรู้สึกมัน ส่วนที่ต่อจากนั้น<br />
เราต้องรู้ว่าควรทำอะไรและแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป</p>
<p>หลังจากวันนั้น<br />
ฉันได้เรียนรู้ว่าความเข้มแข็งไม่ใช่แค่การไม่ร้องไห้ แต่เป็นการรับมือกับปัญหา<br />
คนเราควรต้องรู้สึกถึงอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช่กลัวความผิดหวัง กลัวความเศร้า<br />
แล้วปิดความรู้สึกนั้นด้วยการกระทำอื่น<br />
ฉันจะย้ายมาอยู่อีกบ้านในนิวยอร์กที่มีปัญหากันวันเว้นวัน แต่พอเราจบปีโครงการ<br />
เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันทั้งครอบครัว </p>
<p>ฉันว่าฉันเพิ่งเป็นเด็กที่เก่งของแม่<br />
เมื่อปีก่อนนี้เอง</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-47/">วันที่ฉันปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างเต็มที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-47/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
