<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรันธร เปานิล, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author170/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author170/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:08:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่เราต้องขอบคุณความผิดหวัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-30/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-30/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรันธร เปานิล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Jul 2016 01:16:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[อิ้งค์ วรันธร]]></category>
		<category><![CDATA[คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[วรันธร เปานิล]]></category>
		<category><![CDATA[Snap]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตมัธยม]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchanedmylife]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-30/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กนักเรียนมัธยมต้นเมื่อถึงเวลาจบม.3 ก็ต้องเลือกวิชาเอกเพื่อศึกษาในชั้นมัธยมปลายทุกคน ตอนที่เราอยู่ม.3 เราก็ถามตัวเองอยู่หลายครั้ง ว่าอยากจะเรียนอะไร อยากจะทำอะไร ยังตอบตัวเองไม่ชัดขนาดนั้นว่าอยากจะเป็นอะไรกันแน่ในอนาคต ตอนนั้นรู้แค่ว่าเราชอบร้องเพลง เราร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กและเป็นสิ่งที่ทำได้ดีและมีความสุข แต่การร้องเพลงมันจะไปเป็นอาชีพหลักได้ยังไง ตอนนั้นก็ตอบตัวเองไม่ได้เลย จึงเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษเป็นอันดับ 1 ไปก่อน คิดซะว่าเอาเซฟๆ อย่างน้อยก็เรียนภาคภาษาอังกฤษต่อในมหาวิทยาลัยได้และภาษาอังกฤษก็ยังเป็นวิชาที่เราก็ชอบและรู้สึกว่าจำเป็นในอนาคตด้วย แต่ด้วยความที่ตอนมัธยมต้น เราไม่ตั้งใจเรียนเลย เราเป็นคนชอบทำกิจกรรม คือเรียนๆ เล่นๆ ไปอย่างงั้น แล้วผลของการไม่ตั้งใจเรียนก็ทำให้เรายื่นคะแนนเข้าเอกภาษาอังกฤษเลยทันทีไม่ได้เพราะเกรดไม่ถึง และถ้าอยากจะเข้าจริงๆ ต้องสอบเข้า แต่พอสอบเข้าเราก็ไม่ติดอยู่ดี เนื่องจากเอกนี้รับเพิ่มแค่ 10 คน แล้วคะแนนของเราก็ดันอยู่ที่ลำดับที่ 11 คือเป็นตัวสำรองอันดับ 1 และโชคร้ายมากตรงที่ไม่มีใครสละสิทธิ์สักคน วันนั้นเราจำได้ว่าทุกคนรอบตัวเรากระโดดดีใจที่สอบเข้าแผนการเรียนที่ตัวเองอยากเรียนได้ ทุกคนมีความสุขมาก แต่เราเศร้ามาก จำได้ว่ากลับมาร้องไห้ที่บ้าน เป็นความรู้สึกเสียใจแบบบอกไม่ถูก ถามตัวเองว่าทำไมไม่ตั้งใจเรียนกว่านี้ ทำไมทำไม่ได้อย่างคนอื่นเขานะ และที่เสียใจกว่านั้นคือเรารู้สึกว่าไม่มีใครเสียใจกับเราจริงๆ เลยสักคน นอกจากพ่อกับแม่ วันนั้นเราตั้งเป้าหมายในชีวิตใหม่หมดเลย เราเปลี่ยนไปเลือกเรียนเอกดนตรี เราคิดว่าทำได้แล้วเราจะทำให้ได้ดีมาก เราตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่ยังทำกิจกรรมเยอะเหมือนเดิมนะ เราเริ่มศึกษาหาข้อมูลการเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่ม.4 เทอม 2 และตั้งเป้าไว้เลยว่าเราจะสอบเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ให้ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-30/">วันที่เราต้องขอบคุณความผิดหวัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กนักเรียนมัธยมต้นเมื่อถึงเวลาจบม.3 ก็ต้องเลือกวิชาเอกเพื่อศึกษาในชั้นมัธยมปลายทุกคน ตอนที่เราอยู่ม.3<br />
เราก็ถามตัวเองอยู่หลายครั้ง ว่าอยากจะเรียนอะไร อยากจะทำอะไร ยังตอบตัวเองไม่ชัดขนาดนั้นว่าอยากจะเป็นอะไรกันแน่ในอนาคต</p>
<p>ตอนนั้นรู้แค่ว่าเราชอบร้องเพลง<br />
เราร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กและเป็นสิ่งที่ทำได้ดีและมีความสุข แต่การร้องเพลงมันจะไปเป็นอาชีพหลักได้ยังไง<br />
ตอนนั้นก็ตอบตัวเองไม่ได้เลย จึงเลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษเป็นอันดับ 1 ไปก่อน<br />
คิดซะว่าเอาเซฟๆ อย่างน้อยก็เรียนภาคภาษาอังกฤษต่อในมหาวิทยาลัยได้และภาษาอังกฤษก็ยังเป็นวิชาที่เราก็ชอบและรู้สึกว่าจำเป็นในอนาคตด้วย</p>
<p>แต่ด้วยความที่ตอนมัธยมต้น<br />
เราไม่ตั้งใจเรียนเลย เราเป็นคนชอบทำกิจกรรม คือเรียนๆ เล่นๆ ไปอย่างงั้น แล้วผลของการไม่ตั้งใจเรียนก็ทำให้เรายื่นคะแนนเข้าเอกภาษาอังกฤษเลยทันทีไม่ได้เพราะเกรดไม่ถึง<br />
และถ้าอยากจะเข้าจริงๆ ต้องสอบเข้า แต่พอสอบเข้าเราก็ไม่ติดอยู่ดี เนื่องจากเอกนี้รับเพิ่มแค่ 10 คน<br />
แล้วคะแนนของเราก็ดันอยู่ที่ลำดับที่ 11 คือเป็นตัวสำรองอันดับ 1<br />
และโชคร้ายมากตรงที่ไม่มีใครสละสิทธิ์สักคน</p>
<p>วันนั้นเราจำได้ว่าทุกคนรอบตัวเรากระโดดดีใจที่สอบเข้าแผนการเรียนที่ตัวเองอยากเรียนได้ ทุกคนมีความสุขมาก<br />
แต่เราเศร้ามาก จำได้ว่ากลับมาร้องไห้ที่บ้าน เป็นความรู้สึกเสียใจแบบบอกไม่ถูก<br />
ถามตัวเองว่าทำไมไม่ตั้งใจเรียนกว่านี้ ทำไมทำไม่ได้อย่างคนอื่นเขานะ และที่เสียใจกว่านั้นคือเรารู้สึกว่าไม่มีใครเสียใจกับเราจริงๆ<br />
เลยสักคน นอกจากพ่อกับแม่</p>
<p>วันนั้นเราตั้งเป้าหมายในชีวิตใหม่หมดเลย<br />
เราเปลี่ยนไปเลือกเรียนเอกดนตรี เราคิดว่าทำได้แล้วเราจะทำให้ได้ดีมาก เราตั้งใจเรียนมากขึ้น<br />
แต่ยังทำกิจกรรมเยอะเหมือนเดิมนะ เราเริ่มศึกษาหาข้อมูลการเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่ม.4<br />
เทอม 2 และตั้งเป้าไว้เลยว่าเราจะสอบเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ<br />
ให้ได้ ตอนนั้นเราคิดไว้เลยว่าจะทำให้พ่อแม่และตัวเราเองผิดหวังไม่ได้อีก เราจะไม่ใช่คนที่สอบไม่ติดแล้วยืนร้องไห้แน่ๆ<br />
และพอประกาศผลการสอบตรง เราก็สอบติดอย่างที่คิดไว้จริงๆ ซึ่งวันนั้นพ่อแม่เราดีใจมาก<br />
เราก็ดีใจมากเหมือนกัน</p>
<p>สาขาที่เราเลือกเรียนคือ ดุริยางคศิลป์ตะวันตก<br />
เราเลือกเรียนเอก Voice<br />
เป็นการร้องเพลงแบบคลาสสิก เราเรียนคณะนี้อย่างสนุกมาก เราทำกิจกรรมทุกอย่างที่มีให้ทำและเราก็ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ<br />
และก็ยังได้เกียรตินิยมอันดับสองด้วย</p>
<p>นอกจากเรื่องเรียน<br />
เรายังได้มีโอกาสทำงานในสายอาชีพที่เราชอบและถนัด การทำงานในทุกวันก็มีความสุขมากเพราะเราได้อยู่กับสิ่งที่ชอบจริงๆ<br />
ทำให้รู้สึกว่า เราควรจะขอบคุณวันนั้นที่ไม่ติดเอกภาษาอังกฤษ เพราะเราก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเราเรียนเอกอังกฤษตอนนั้น<br />
เราจะยังได้ทำในสิ่งที่ชอบมากมายขนาดนี้รึเปล่า เราจะได้พบคนมากมายที่ดีและมีความสุขอย่างทุกวันนี้อยู่มั้ย</p>
<p>มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า<br />
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เราทำไม่ได้หรอก และการค้นพบสิ่งที่เราชอบจริงๆ และได้ทำอะไรสักอย่างอย่างเต็มที่จริงๆ<br />
ผลตอบแทนมันดีเสมอแหละ อย่าไปเสียใจในความผิดหวังหรือความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเลย<br />
บางทีความผิดหวังครั้งนั้นก็มีข้อดีของมัน เพียงแต่เราต้องจัดการกับมันให้เป็น และบางทีเราอาจจะอยากขอบคุณความผิดหวังก็ได้นะ</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-30/">วันที่เราต้องขอบคุณความผิดหวัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-30/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
