<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ณัฐชนน บางแค, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author17/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author17/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 08:03:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ชาติ สุชาติ : ศิลปินหนุ่มเสียงนุ่ม เจ้าของเพลงฮิต &#8216;การเดินทาง&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dialogue-8/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dialogue-8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐชนน บางแค]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Mar 2016 20:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[What The Duck]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[แดนสนทนา]]></category>
		<category><![CDATA[adaymagazine.com]]></category>
		<category><![CDATA[สุชาติ แซ่เห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[The Voice Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dialogue-8/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก ชาติ-สุชาติ แซ่เห้ง เป็นครั้งแรกจากเวที The Voice Season 3 เพลง ตัดใจ ที่เขาร้องบนเวทีนั้นในรอบ Blind Audition น่าประทับใจทั้งเสียงร้อง และวิธีถ่ายทอดอารมณ์ที่คลอเคล้าไปกับเสียงกีตาร์โปร่ง ขณะที่ การเดินทาง และ แหงน สองเพลงที่เขาได้แต่งและร้องขณะเป็นศิลปินของค่าย What The Duck ทำให้เราได้เห็นความสามารถทางด้านดนตรีอีกด้านหนึ่งของเขา นั่นคือการแต่งเพลงที่ไพเราะ ฟังง่าย แต่มีความหมายบางอย่างให้เราได้คิด หากย้อนมองเบื้องหลัง เส้นทางดนตรีของชาติเริ่มต้นมานานแล้ว และเมื่อมองไปข้างหน้า เราคาดว่ามันคงทอดยาวไปอีกไกล ระหว่างการเดินทางนี้ เราเลยอยากชวนนักดนตรีคุณภาพอย่างเขาแวะพัก เพื่อนั่งพูดคุยถึงการเดินทางและการเรียนรู้บนเส้นทางดนตรีของเขา เล่นดนตรีไม่ใช่แค่เรื่องความเท่“ผมเริ่มเล่นดนตรีประมาณ ป.6 &#8211; ม.1 ตอนนั้นรู้สึกว่าการเล่นกีตาร์ให้เพื่อนหรือสาวๆ ดูมันเท่ดี ซึ่งถ้าวันนั้นเราเริ่มด้วยความเท่แล้วเลิก มันก็คือเลิก แต่ถ้าเราเล่นต่อ เริ่มอยากรู้ดีเทลของสิ่งที่เราทำ มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องความเท่แล้ว แต่เราอยากเล่นให้เพราะ อยากเล่นให้ดี แต่เป็นเรื่องการเล่นให้เพราะที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่รู้นะว่าตัวเองให้เวลากับดนตรีเยอะมั้ย แต่ผมเล่นตลอด เล่นไม่หยุด เล่นด้วยความสุขมาตลอดเลย นึกขึ้นได้ก็คือเปิดหนังสือเพลง” ร้องด้วยเสียงจริงของเราดีที่สุด“สมัยหัดเล่นดนตรี ผมรู้สึกว่าตัวเองก๊อปปี้เสียงร้องของคนอื่นได้เหมือนมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-8/">ชาติ สุชาติ : ศิลปินหนุ่มเสียงนุ่ม เจ้าของเพลงฮิต &#8216;การเดินทาง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก<br />
<strong>ชาติ-สุชาติ แซ่เห้ง</strong> เป็นครั้งแรกจากเวที <em>The Voice Season 3 </em>เพลง <em>ตัดใจ<br />
</em>ที่เขาร้องบนเวทีนั้นในรอบ Blind Audition น่าประทับใจทั้งเสียงร้อง<br />
และวิธีถ่ายทอดอารมณ์ที่คลอเคล้าไปกับเสียงกีตาร์โปร่ง ขณะที่ <em>การเดินทาง </em>และ<em><br />
แหงน </em>สองเพลงที่เขาได้แต่งและร้องขณะเป็นศิลปินของค่าย What The Duck ทำให้เราได้เห็นความสามารถทางด้านดนตรีอีกด้านหนึ่งของเขา<br />
นั่นคือการแต่งเพลงที่ไพเราะ ฟังง่าย แต่มีความหมายบางอย่างให้เราได้คิด </p>
<p>หากย้อนมองเบื้องหลัง<br />
เส้นทางดนตรีของชาติเริ่มต้นมานานแล้ว และเมื่อมองไปข้างหน้า เราคาดว่ามันคงทอดยาวไปอีกไกล<br />
ระหว่างการเดินทางนี้ เราเลยอยากชวนนักดนตรีคุณภาพอย่างเขาแวะพัก เพื่อนั่งพูดคุยถึงการเดินทางและการเรียนรู้บนเส้นทางดนตรีของเขา </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-8-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-8-2.jpg"></p>
<p><strong>เล่นดนตรีไม่ใช่แค่เรื่องความเท่<br /></strong>“ผมเริ่มเล่นดนตรีประมาณ ป.6 &#8211; ม.1 ตอนนั้นรู้สึกว่าการเล่นกีตาร์ให้เพื่อนหรือสาวๆ<br />
ดูมันเท่ดี  ซึ่งถ้าวันนั้นเราเริ่มด้วยความเท่แล้วเลิก<br />
มันก็คือเลิก แต่ถ้าเราเล่นต่อ เริ่มอยากรู้ดีเทลของสิ่งที่เราทำ มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องความเท่แล้ว<br />
แต่เราอยากเล่นให้เพราะ อยากเล่นให้ดี แต่เป็นเรื่องการเล่นให้เพราะที่สุดเท่าที่จะทำได้<br />
ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่รู้นะว่าตัวเองให้เวลากับดนตรีเยอะมั้ย<br />
แต่ผมเล่นตลอด เล่นไม่หยุด เล่นด้วยความสุขมาตลอดเลย นึกขึ้นได้ก็คือเปิดหนังสือเพลง”</p>
<p><strong>ร้องด้วยเสียงจริงของเราดีที่สุด<br /></strong><strong>“</strong>สมัยหัดเล่นดนตรี<br />
ผมรู้สึกว่าตัวเองก๊อปปี้เสียงร้องของคนอื่นได้เหมือนมาก นั่นคือสิ่งที่เรามองว่าสุดยอดแล้ว<br />
ซึ่งมันก็อาจจะดี เพียงแต่ตอนนั้นเรามองเห็นข้อดีของการก๊อปปี้ผิดไป เรามองว่าการก๊อปปี้เหมือนคือเก่ง<br />
แต่ที่จริงการก๊อปปี้ดีต่อระยะยาวต่างหาก เพราะในวันที่เราเข้าใจแล้วว่าควรเป็นอะไร<br />
พอมองย้อนกลับไปจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้คืออาจารย์หมดเลย</p>
<p>“ตอนนั้นผมฟังเพลงของ เจมส์ เรืองศักดิ์, ดัง<br />
พันกร แนวป๊อปฟังง่ายหมดเลย หลังจากนั้นก็เริ่มมาฟังเบเกอรี่ เริ่มได้เห็นมุมการเขียน<br />
เห็นมุมการทำดนตรีที่ไม่เคยเห็นจากศิลปินคนอื่นในยุคนั้น ผมได้ยินอาร์แอนด์บีครั้งแรก<br />
ผมได้ยินพี่ เบน ชลาทิศ, พี่นภ พรชำนิ, พี่น้อย วงพรู, พี่คิว วงฟลัว ซึ่งข้ามไปอีกชั้นเลย ซึ่งตอนนั้นเราก็อยู่ในกระบวนการก๊อปปี้แต่เป็นขั้นที่สูงกว่าเดิม<br />
เพราะพอโตขึ้นปุ๊บเราไม่ได้ต้องการให้เสียงเหมือนแล้ว เราต้องการก๊อปปี้ลึกซึ้งไปถึงการหายใจ<br />
ว่าเขาร้องยังไง เก็บเสียงยังไง ตอนนั้นเราต้องการวิธีการ ซึ่งสุดท้ายผมก็พบว่าการร้องด้วยเสียงที่แท้จริงของเราดีที่สุด”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-8-3.jpg"></p>
<p><strong>ความกลัวเป็นเรื่องธรรมดา<br />
</strong><strong>สุดท้ายแล้วมันต้องผ่านไป<br /></strong>“ตอนขึ้นเวทีครั้งแรกผมรู้สึกเกร็งมาก<br />
กลัว แต่พอเริ่มประกวดเยอะขึ้นก็เริ่มทะนงหน่อย ประมาณว่า กูมาหลายปีแล้ว<br />
กูเริ่มไม่อายแล้ว ต่อมาพอมีโอกาสไปเล่นดนตรีในผับ เข้าผับครั้งแรกก็กลัวอีกเพราะในผับคือคนฟังอีกกลุ่ม<br />
ตอนนั้นผมก็เล่นไปจนเริ่มมั่นใจ จนมาเปิดร้านของตัวเอง เล่นที่ร้านตัวเอง นั่นคือจุดที่ไม่กลัวเวทีแล้ว พอหลังจากประกวด<br />
<em>The Voice</em> ผมก็เริ่มกลับมากลัวอีก บางครั้งก่อนขึ้นเวทีผมจะอ้วกเลยนะ เครียด เพราะเราให้ความสำคัญกับแรงคาดหวังเยอะเกินไป<br />
พอเราคือคนที่ทำเพลง <em>การเดินทาง</em> ขึ้นมา มีคนฟัง มีคนซื้อบัตรไปดูมันจะเกิดแรงคาดหวัง<br />
ผมจะทำยังไงให้เขามีความประทับใจกลับบ้านไปได้มากที่สุด</p>
<p>“เวลาที่ผมต้องรับมือกับความกลัว บางครั้งก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ<br />
ก็กลัวอยู่อย่างนั้น ถึงแม้เราจะมีวิธีการคิดไม่ให้กลัว แต่บางทีก่อนขึ้นเวทีก็ทำไม่ได้<br />
พอเราขึ้นเวทีไปเล่นสักเพลงสองเพลงแล้ว ได้ไปเหยียบเวทีจริงๆ<br />
ได้เห็นแววตาคนดูจริงๆ ก็จะรู้สึกดีขึ้น เราถึงจะเริ่มมั่นใจขึ้น ผมว่าความกลัวเป็นเรื่องธรรมดานะ เป็นเรื่องของการเสียความมั่นใจในช่วงนั้นไป<br />
คือต้องมีก่อน แต่สุดท้ายแล้วมันต้องผ่านไปอยู่ดี”</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>บางเรื่องไม่ใช่เรื่อง<br />
แต่ก็ต้องทำ<br /></strong><strong>“</strong>เมื่อก่อนผมไม่ชอบเล่นในผับ เพราะไม่ชอบที่ต้องมีลิสต์เพลง<br />
ห้ามมีเดดแอร์<strong></strong>ผมชอบเล่นดนตรีในร้านชิลๆ มากกว่า ชอบที่คนฟังไม่ต้องคอยสนใจเราตลอดเวลา<br />
ถ้ารู้สึกว่าเพลงไหนเพราะค่อยหันมาสนใจแต่งานทุกวันนี้ต้องเล่นในผับเยอะ ผมไม่เคยเขียนลิสต์เพลงมาก่อนในชีวิต<br />
แต่ตอนนี้ต้องมานั่งเขียนลิสต์ ทำการบ้านเรื่องโชว์<br />
เราจะเดินเพลงแรกไปถึงเพลงสุดท้ายยังไง โห เรื่องยากมาก บางเรื่องไม่ใช่เรื่อง<br />
แต่ก็ต้องทำ เพราะพอมันเป็นโชว์ที่มีคนจ้าง มีคนซื้อบัตรมาดู ความรู้สึกมันต่าง<br />
เป็นอะไรที่ทำเล่นๆ ไม่ได้แล้ว จะมาถามกันบนเวทีไม่ได้แล้วว่าเล่นเพลงอะไรดี<br />
ถ้าต้องการฟีลดิบๆ มองว่าเป็นตัวเองก็ใช่ แต่ผมรู้สึกว่ามันเห็นแก่ตัวเกินไป</p>
<p>“ผมเคยอยู่ในจุดที่มองศิลปินคนอื่นแล้วสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ<br />
เขาต้องทำเพลงให้ง่ายขึ้น ทำไมดูแล้วไม่ธรรมชาติวะ ทำไมเสียงเขาตอนไปอัดรายการแย่กว่าในเทปวะ<br />
แต่พอเรามาอยู่จุดนี้ ทุกอย่างเป็นไปได้หมดเลย รู้เลยว่ามันไม่ง่ายนะ บางทีก็คิดว่ากูไปด่าเขาได้ไงวะ ที่ผ่านมาที่เราเคยไปดูคอนเสิร์ตคนอื่นแล้วไม่ชอบ<br />
ที่จริงเขาเก่งนะ ต่อเพลงเก่ง เชื่อมแต่ละช่วงเก่ง ทำให้เห็นว่า เออ เราต่างหากที่ไม่มีประสบการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน”</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ทำงานกับค่ายคือการทดลอง<br /></strong><strong>“</strong>ก่อนผมตัดสินใจเซ็นสัญญากับค่ายWhat the Duck ก็คิดนะว่าจะกลับไปอยู่บ้านทำเพลงเอง<br />
ปล่อยเองดีไหม แต่สุดท้ายก็เลือกทำงานกับค่ายเพราะคิดว่ามันคือการทดลอง ถ้าผมไม่ชอบจริงๆ<br />
มันก็แค่ 3 ปี ถึงตอนนั้นค่อยทำเองก็ได้ ซึ่งจริงๆ ถ้าวันนั้นไม่ได้เจอ พี่บอล-ต่อพงศ์<br />
จันทบุบผา และพี่ฟั่น-โกมล บุญเพียรผล ผมก็คงไม่ได้เซ็นกับใครนะ เพราะสิ่งที่ผมอยากได้ที่สุดจากค่ายเพลงคือผมต้องการเขียนเพลงเอง<br />
มีแค่เงื่อนไขเดียว แล้วพี่ๆ เขาก็ให้ความสำคัญกับการทำเพลงเอง เราเลยชอบ</p>
<p>“การได้ทำงานในห้องอัดแบบจริงจัง ได้เจอโปรดิวเซอร์ที่เก่งๆ<br />
ได้เห็นว่า โห ห้องอัดจริงๆ เขาเป็นอย่างนี้ ขั้นตอนในการอัดโคตรลำบากขนาดนี้ การร้องเพี้ยนที่เราเคยมองว่าไม่เห็นเป็นอะไร<br />
พอไปอยู่ในห้องอัด โห นิดเดียวไม่ได้นะ อันนั้นคือสิ่งที่ดีครับ ส่วนข้อเสียพอเข้ามาอยู่จริงๆ<br />
ก็ไม่มีเลย ไม่มีการบีบให้เราต้องเป็นแบบไหนเลย”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-8-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-8-5.jpg"></p>
<p><strong>ผมจะสนุกเวลาได้เล่าเรื่องที่อยากเล่า<br /></strong><strong>“</strong>เพลงที่ผมแต่งมักได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวที่เจอ ซึ่งไม่ต้องเจอกับตัวเองก็ได้<br />
เรื่องที่เราฟังมา หนังที่เราดูแล้วอิน ไปคุยกับใครคนนึงมาแล้วเราได้ยินวรรคนึงที่แม่งโคตรดีก็จะ<br />
เออ กูลืมได้ยังไงว่าชีวิตมีเรื่องนี้ด้วย ผมก็เอาวรรคนั้นมาขยายให้เป็นเพลงหนึ่งเพลง<br />
ถ้าเขียนเป็นเพลงขึ้นมาแล้วเราร้องมันบ่อยๆ จะได้เตือนตัวเองอยู่ตลอด<br />
เราจะไม่ลืมมัน</p>
<p>“ตอนเด็กเวลาแต่งเพลงผมจะคิดว่า<br />
เขียนยังไงก็ได้ให้สวย ให้เท่ การใช้คำหรือพล็อตเรื่องต้องแตกต่างจากคนอื่น<br />
แต่ตอนนี้ผมมองว่าเพลงที่ดีคือเพลงที่บอกเล่าเรื่องที่มีประโยชน์ด้วย<br />
หรือบางทีเราอาจเล่าเรื่องที่ไม่ได้มีประโยชน์มาก เป็นเรื่องความรักธรรมดาทั่วๆ ไป<br />
แต่มีวิธีการเขียน วิธีการเล่าเรื่องที่สวย นั่นก็คือเพลงที่ดีเหมือนกัน ช่วงนี้ผมอยากเล่าเรื่องโลก<br />
เรื่องสังคม ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราอาจมองสังคมในแง่ลบ<br />
เราก็จะได้เพลงที่เป็นแนวเสียดสีสังคมเยอะ แต่ตอนนี้พอเราเริ่มมองเป็นเรื่องธรรมดา<br />
เลยไม่มีการเสียดสี แต่อาจมีอารมณ์ที่ให้คนฟังได้คิดเอง ในเรื่องที่ลึกจริงๆ<br />
ไม่ได้ไปด่าสิ่งที่มันอยู่ตื้นๆ ผมอยากเขียนเพลงอย่างนั้นมากกว่า </p>
<p style="text-align: center">
<p><strong></strong></p>
<p>“จากตอนแรกที่ผมเริ่มเล่นดนตรีเพราะความเท่<br />
ตอนนี้ความสุขของผมมาจากความไพเราะที่เราซึมซับมัน ผมจะสนุกเวลาได้เล่าเรื่องที่อยากเล่า<br />
แล้วจะยิ่งสนุกมากขึ้นถ้าคนฟังเข้าใจด้วย เวลาที่เขาฟังสดๆ จากเราแล้วเข้าใจว่าสิ่งที่เราเล่าให้เขาฟังมันเป็นยังไง<br />
นี่คือความสุขอย่างหนึ่ง”<strong></strong></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p><em><br /></em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p style="text-align: center">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-8/">ชาติ สุชาติ : ศิลปินหนุ่มเสียงนุ่ม เจ้าของเพลงฮิต &#8216;การเดินทาง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dialogue-8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องสนุกเบื้องหลังของแถม 6 ชิ้นที่เชื่อมโยงกับเมนคอร์ส a day</title>
		<link>https://adaymagazine.com/remember-3/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/remember-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐชนน บางแค]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Mar 2016 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[a day 187]]></category>
		<category><![CDATA[ของแถม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/remember-3/</guid>

					<description><![CDATA[<p>นอกจากพยายามจะทำเมนคอร์สให้คนอ่านเพลิดเพลินแล้ว a day บางฉบับยังทำของแถมสนุกๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอลัมน์เมนคอร์สมาแจกผู้อ่านด้วย ไม่รู้ว่ายังจำกันได้ไหม (ถ้าทันก็บอกอายุนิดหน่อยนะ 555) มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละชิ้นมีที่มาที่ไปยังไง 1. ถุงยางอนามัยa day 37 ฉบับหนังสือโป๊ ของแถมติดเรตชิ้นนี้เริ่มจาก โจ้-วชิรา วธิรกนก (บรรณาธิการคนที่ 2 ของ a day) มีไอเดียอยากปรับโฉม a day ให้มีเนื้อหาที่ลึกขึ้นเพื่อต้อนรับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของนิตยสาร เขานึกถึงคำว่า more deep จึงอยากหาทางสื่อสารคำว่า more deep แบบมีอารมณ์ขัน ก็เลยนึกถึงถุงยางอนามัยที่สกรีนคำว่า more deep ไว้บนถุง เพื่อให้ของแถมชิ้นนี้ไม่แปลกจนเกินไป a day ก็เลยทำฉบับหนังสือโป๊ เมื่อ a day ฉบับหนังสือโป๊ถูกส่งถึงมือผู้อ่านแบบไม่จำกัดอายุและเพศแล้ว ก็มีเรื่องเล่าสนุกๆ จากผู้อ่านส่งเข้ามามากมาย เช่น เรื่องของน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในซองคือถุงยางจึงแกะออกมาดู แล้ววางทิ้งไว้บนโต๊ะ แม่กลับมาเห็นเลยเกิดเรื่องเข้าใจผิดกันยกใหญ่ เพราะแม่ไม่เชื่อว่านิตยสารที่ไหนจะกล้าแถมถุงยาง และที่หนักกว่านั้นก็คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/remember-3/">เรื่องสนุกเบื้องหลังของแถม 6 ชิ้นที่เชื่อมโยงกับเมนคอร์ส a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นอกจากพยายามจะทำเมนคอร์สให้คนอ่านเพลิดเพลินแล้ว<br />
a day บางฉบับยังทำของแถมสนุกๆ<br />
ที่เกี่ยวข้องกับคอลัมน์เมนคอร์สมาแจกผู้อ่านด้วย ไม่รู้ว่ายังจำกันได้ไหม<br />
(ถ้าทันก็บอกอายุนิดหน่อยนะ 555) มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละชิ้นมีที่มาที่ไปยังไง</p>
<p><strong>1. ถุงยางอนามัย<br /></strong><strong>a day </strong><strong>37 </strong><strong>ฉบับหนังสือโป๊</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/free6.jpg"></p>
<p>ของแถมติดเรตชิ้นนี้เริ่มจาก<br />
โจ้-วชิรา วธิรกนก (บรรณาธิการคนที่ 2 ของ a day) มีไอเดียอยากปรับโฉม a day ให้มีเนื้อหาที่ลึกขึ้นเพื่อต้อนรับการก้าวเข้าสู่ปีที่<br />
4 ของนิตยสาร เขานึกถึงคำว่า more deep จึงอยากหาทางสื่อสารคำว่า<br />
more deep แบบมีอารมณ์ขัน<br />
ก็เลยนึกถึงถุงยางอนามัยที่สกรีนคำว่า more deep ไว้บนถุง เพื่อให้ของแถมชิ้นนี้ไม่แปลกจนเกินไป<br />
a day ก็เลยทำฉบับหนังสือโป๊ เมื่อ a day ฉบับหนังสือโป๊ถูกส่งถึงมือผู้อ่านแบบไม่จำกัดอายุและเพศแล้ว ก็มีเรื่องเล่าสนุกๆ<br />
จากผู้อ่านส่งเข้ามามากมาย เช่น เรื่องของน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในซองคือถุงยางจึงแกะออกมาดู<br />
แล้ววางทิ้งไว้บนโต๊ะ แม่กลับมาเห็นเลยเกิดเรื่องเข้าใจผิดกันยกใหญ่<br />
เพราะแม่ไม่เชื่อว่านิตยสารที่ไหนจะกล้าแถมถุงยาง และที่หนักกว่านั้นก็คือ<br />
วันดีคืนดีมีเจ้าหน้าที่จาก อ.ย. มาที่ออฟฟิศ เพราะมีคนเข้าใจผิดว่าเราทำถุงยางเองและไม่ได้มาตรฐาน<br />
แต่งานนี้เราใช้ถุงยางแบรนด์ดัง เพียงแค่หุ้มพลาสติกติดตรา a day เข้าไปอีกชั้นเท่านั้นเอง</p>
<p><strong>2.ที่รองแก้วดราก้อนบอล<br /></strong><strong>a day </strong><strong>53 </strong><strong>ฉบับดราก้อนบอล</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/free3.jpg"></p>
<p>ใครที่ซื้อ<br />
a day ฉบับนี้ นอกจากจะได้อ่านเรื่องราวของดราก้อนบอลแล้ว ยังได้ลองสวมบทบาทเป็นตัวเอกเพื่อออกตามหาลูกแก้วทั้งเจ็ด<br />
เพราะเราแถมที่รองแก้วสีส้มขนาดขนาดเท่าลูกบอลไปกับหนังสือ มี 7 แบบตั้งแต่ 1 ดาวถึง 7 ดาวให้คนอ่านร่วมตามหา<br />
หากใครรวบรวมที่รองแก้วลูกบอลครบชุดทั้ง 7 แบบ ก็จะได้ขอพรจากเทพเจ้ามังกร<br />
แต่จะให้มังกรโผล่มาจากหนังสือคงยาก a day เลยเลือกพรให้เสร็จสรรพ<br />
ด้วยการมอบบัตรกำนัลให้ไปอิ่มอร่อยที่ภัตตาคารมังกรหลวง งานนี้มีคนสะสมครบ 7<br />
ลูกหลายคนทีเดียว โดยคนที่ได้รางวัลไป สะสมครบตั้งแต่หนังสือวางแผงแค่ 3<br />
วันเท่านั้น</p>
<p><strong>3.สมุดเลกเชอร์<br /></strong><strong>a day </strong><strong>57 ฉบับมหาวิทยาลัย</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/free4.jpg"></p>
<p>ยุคก่อน ทุกช่วงเปิดเทอม<br />
a day มีธรรมเนียมแจกสมุดเลกเชอร์ให้ผู้อ่านเป็นประจำ ฉบับนี้เราทำเมนคอร์สเรื่องของมหาวิทยาลัย<br />
ก็เลยออกแบบปกให้เหมือนสมุดข้อสอบ สมุดที่นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยใช้เขียนตอบตอนทำข้อสอบ<br />
เพื่อช่วยเพิ่มความอินในการอ่านเมนคอร์สเรื่องมหาวิทยาลัย<br />
(แต่ใช้แล้วจะนึกถึงช่วงสอบอันแสนทรมานไหม อันนี้เราไม่เกี่ยว ;P)</p>
<p><strong>4.เมล็ดพันธุ์ดอกไม้<br /></strong><strong>a day </strong><strong>90 ฉบับต้นไม้</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/free2.jpg"></p>
<p>a day ฉบับนี้คลอดออกมาช่วงที่ปัญหาโลกร้อนกำลังได้รับความสนใจ<br />
เราจึงอยากสื่อสารให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญและอยากปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์<br />
ตั้งใจว่าอ่านจบปุ๊บออกไปปลูกต้นไม้ปั๊บ เราก็เลยแถมเมล็ดพันธุ์ให้ผู้อ่านซะเลย<br />
โดยเลือกดอกไม้มาให้ 8 ชนิด ใครอยากรู้ว่าได้ต้นอะไร ก็ต้องลงมือปลูกดู เราแอบเป็นห่วงเล็กๆ<br />
ว่าถ้าผู้ชายได้ไปอาจไม่อยากปลูก ก็เลยสกรีนข้อความบนซองว่า ‘Love at First<br />
Seed &#8211; มีดอกไม้มาให้แต่ยังไม่ได้ปลูก’ เพราะถ้าไม่อยากปลูกเองก็เอาไปมอบให้หญิงสาวที่หมายปอง<br />
คนอื่นๆ เอาให้ดอกไม้กัน แต่เราพิเศษกว่าตรงที่ให้เมล็ดเลย<br />
หลังจากที่หนังสือวางแผงไป มีคู่บ่าวสาวหลายคู่มากติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อและสั่งทำของแถมชิ้นนี้เอาไปใช้เป็นของชำร่วยวันแต่งงาน </p>
<p><strong>5.สติกเกอร์<br />
</strong><strong>Line<br /></strong><strong>a day </strong><strong>165 ฉบับแอพพลิเคชัน </strong><strong>Line</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/free1.jpg"></p>
<p>ทำ a day<br />
ฉบับ Line ทั้งทีก็ต้องแถมสติกเกอร์ Line แต่สติกเกอร์ของเราไม่ได้อยู่ในโทรศัพท์ หากเป็นสติกเกอร์จริงๆ แบบแกะไปแปะที่ไหนก็ได้<br />
โดยเราเว้นที่ว่างบนปก a day ไว้ เพื่อให้ผู้อ่านได้แกะสติกเกอร์ออกแบบปกเล่ม<br />
Line ในแบบฉบับของตัวเอง แต่ถ้าใครไม่อยากใช้แปะปกจะเอาไปแปะที่อื่นหรือสะสมไว้ก็ได้เหมือนกัน<br />
การเอาสติกเกอร์ Line มาพิมพ์แจกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเรื่องลิขสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง<br />
แต่หลังจากที่เราขออนุญาตและโน้มน้าว Line อยู่นาน ก็ได้รับอนุญาตในที่สุด</p>
<p><strong>6. สติกเกอร์ตราสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด<br /></strong><strong>a day </strong><strong>187 ฉบับบุรีรัมย์<br />
ยูไนเต็ด</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/free5.jpg"></p>
<p>เขียนเรื่องของแถมในอดีตไปแล้ว<br />
ขอแถมเรื่องของแถมในอนาคตบ้าง a day ฉบับมีนาคม เราทำฉบับทีมบุรีรัมย์<br />
ยูไนเต็ด ก็เลยทำของแถมชิ้นพิเศษสำหรับแฟนบอลทีมปราสาทสายฟ้า นั่นก็คือสติกเกอร์ตราสโมสร<br />
แฟนๆ บุรีรัมย์ไม่ควรพลาด!</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/remember-3/">เรื่องสนุกเบื้องหลังของแถม 6 ชิ้นที่เชื่อมโยงกับเมนคอร์ส a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/remember-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Café Now : คาเฟ่สวยเก๋ที่ยึดคอนเซปต์ความเป็นปัจจุบัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/caf-now-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/caf-now-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐชนน บางแค]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Mar 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Café Now]]></category>
		<category><![CDATA[Propaganda]]></category>
		<category><![CDATA[ธนบัตร กายเออร์]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/caf-now-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80/</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่กรุงเทพฯ มีร้านกาแฟแข่งกันเปิดมากมายอย่างทุกวันนี้ การสร้างจุดร่วมของคาเฟ่แต่ละสาขาให้เป็นที่จดจำของลูกค้าคือสิ่งที่หลายร้านหันมาให้ความสำคัญ แต่ Café Now คาเฟ่เท่ๆ ที่มี สาธิต กาลวันตวานิช ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Propaganda เป็นหนึ่งในผู้บริหาร มีแนวคิดต่างออกไป ทอมมี่-ธนบัตร กายเออร์ บาริสต้าหนุ่มแห่ง Café Now เล่าให้ฟังว่า การออกแบบร้านของ Café Now ในแต่ละสาขาจะแตกต่างกันไป เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ของร้านคือคำว่า Now ที่ต้องการสื่อสารถึงความเป็นปัจจุบัน เพราะสำหรับคำว่า Now แล้ว ไม่ว่าจะพูดที่ไหน เวลาไหน ก็ยังคงเป็น Now เช่นเดียวกับสไตล์การตกแต่งร้านที่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ยังคงเป็นปัจจุบันเสมอ Café Now สาขาทาวน์อินทาวน์ซึ่งตอนนี้เป็นสาขาแรกสาขาเดียวของร้าน ได้รับการออกแบบให้เป็นคาเฟ่สไตล์ Loft หรือ Industrial ที่มีกลิ่นอายย้อนยุค มีบันไดเหล็ก ปูนเปลือย และเพดานยกสูง เป็นจุดเด่น ผนังของร้านส่วนใหญ่เป็นกระจกจึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด ด้านบนของคาเฟ่คือออฟฟิศของ Propaganda ภายในร้านค่อนข้างกว้าง ที่นั่งถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน มีทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์บาร์ (ทอมมี่บอกว่าเขามีส่วนออกแบบภายในบาร์ด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/caf-now-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80/">Café Now : คาเฟ่สวยเก๋ที่ยึดคอนเซปต์ความเป็นปัจจุบัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่กรุงเทพฯ มีร้านกาแฟแข่งกันเปิดมากมายอย่างทุกวันนี้ การสร้างจุดร่วมของคาเฟ่แต่ละสาขาให้เป็นที่จดจำของลูกค้าคือสิ่งที่หลายร้านหันมาให้ความสำคัญ แต่ Café Now คาเฟ่เท่ๆ ที่มี สาธิต กาลวันตวานิช ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Propaganda เป็นหนึ่งในผู้บริหาร มีแนวคิดต่างออกไป</p>
<p><strong>ทอมมี่-ธนบัตร กายเออร์</strong> บาริสต้าหนุ่มแห่ง Café Now เล่าให้ฟังว่า การออกแบบร้านของ Café Now ในแต่ละสาขาจะแตกต่างกันไป เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ของร้านคือคำว่า Now ที่ต้องการสื่อสารถึงความเป็นปัจจุบัน เพราะสำหรับคำว่า Now แล้ว ไม่ว่าจะพูดที่ไหน เวลาไหน ก็ยังคงเป็น Now เช่นเดียวกับสไตล์การตกแต่งร้านที่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ยังคงเป็นปัจจุบันเสมอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src=""></p>
<p>Café Now สาขาทาวน์อินทาวน์ซึ่งตอนนี้เป็นสาขาแรกสาขาเดียวของร้าน ได้รับการออกแบบให้เป็นคาเฟ่สไตล์ Loft หรือ Industrial ที่มีกลิ่นอายย้อนยุค มีบันไดเหล็ก ปูนเปลือย และเพดานยกสูง เป็นจุดเด่น ผนังของร้านส่วนใหญ่เป็นกระจกจึงให้ความรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด ด้านบนของคาเฟ่คือออฟฟิศของ Propaganda ภายในร้านค่อนข้างกว้าง ที่นั่งถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน มีทั้งโต๊ะ เคาน์เตอร์บาร์ (ทอมมี่บอกว่าเขามีส่วนออกแบบภายในบาร์ด้วย เช่น กำหนดความสูงที่เหมาะสม เพราะตัวเองค่อนข้างสูง) รวมถึงบริเวณนอกร้านก็มีที่นั่งไว้รองรับลูกค้าเช่นกัน ส่วนเรื่องการตกแต่ง เราเชื่อว่าคาเฟ่แห่งนี้น่าจะถูกใจคนรักการถ่ายภาพได้ไม่ยาก เพราะนอกจากของแต่งบ้านสวยๆ แล้ว ยังมีของสะสมวินเทจจำนวนมากที่ถูกนำมาจัดแสดงตกแต่งภายในร้าน เช่น ลูกโลก กรอบรูปเก่า หีบใส่ของ หรือแม้แต่สัตว์สตัฟฟ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้าวของของสาธิตเองล้วนๆ  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src=""></p>
<p>ไม่ใช่แค่ร้านสวย ในคาเฟ่สุดเก๋แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยของน่ากิน เมนูของ Café Now มีทั้งกาแฟสไตล์อิตาเลียนพื้นฐาน กาแฟดริป รวมถึงกาแฟสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเองอย่าง Ginger Latte หรือกาแฟนมผสมไซรัปขิงสด โดยทั้งกาแฟและอาหารของร้านนี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของลูกค้าเป็นหลัก ผักและเมล็ดกาแฟที่ใช้จึงเป็นออร์แกนิกทั้งหมด ถึงแม้สไตล์การตกแต่งร้านของแต่ละสาขาจะไม่เหมือนกัน แต่คุณภาพและความใส่ใจที่ใช้ปรุงทุกเมนูไม่ต่างกัน </p>
<p>วันไหนที่มีเวลา การมานั่งจิบกาแฟที่ Café Now สักแก้วอาจทำให้พบว่าความสุขในปัจจุบันหาได้ไม่ยากเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src=""></p>
<p><strong>Facebook :</strong> <a href="https://www.facebook.com/Cafe-Now-by-Propaganda-851452364910340/">Cafe Now by Propaganda</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/caf-now-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80/">Café Now : คาเฟ่สวยเก๋ที่ยึดคอนเซปต์ความเป็นปัจจุบัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/caf-now-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8b%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
