<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มัสณี บูรณะพงศ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author119/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author119/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Aug 2018 17:04:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วันที่ฉันลองโดดออกจากกรอบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-20/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-20/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[มัสณี บูรณะพงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 May 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[วันเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangemylife]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-20/</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันหนึ่งเมื่อ 12 ปีที่แล้วซึ่งเป็นช่วงใกล้จบ ม.6 เราทำการโดดเรียนเป็นครั้งแรกในชีวิต! ตลอดเวลาในรั้วโรงเรียนเราไม่เคยทำเรื่องแบบนี้เลยสักครั้ง ยกเว้นวันนั้น…เป๋า (แฟนคนปัจจุบัน) ชวนโดดเรียนออกไปหาอะไรกิน วันนั้นเป็นช่วงบ่ายคาบอิสระ แต่กฎของโรงเรียนคือต่อให้เป็นคาบอิสระ ถ้ายังไม่ถึงเวลากลับบ้าน มนุษย์นักเรียนจะต้องอยู่แต่ในโรงเรียนเท่านั้น ซึ่งเราเชื่อตามนั้นมาโดยตลอด เขาไม่ให้ออกก็ห้ามออก แต่วันนั้นยอมโดด! ไม่ใช่ด้วยเหตุผลขบถปัญญาชนต่อต้านระบบโรงเรียนหรืออะไร เหตุผลมีแค่ว่าอยากออกไปกับเป๋า การตกหลุมรักชนะทุกความดีที่เคยทำมา เราจำได้ว่ากลัวมาก กลัวโดนจับกลับโรงเรียน กลัวครูไปฟ้องพ่อ กลัวโดนเรียกผู้ปกครอง ยังจำภาพตอนเดินพ้นประตูโรงเรียนออกไปได้อยู่เลย วันนั้นใส่เสื้อพละสีเหลืองกับกระโปรงนักเรียน มีเป๋าเดินอยู่ข้างๆ เป๋าชิลล์มาก แต่เรากลัวมาก โคตรกลัวเลย! การโดดเรียนผ่านไปด้วยดี กลับมาโรงเรียนได้ปกติแบบไม่มีใครลากตัวกลับ ความรู้สึกหลังจากกลับมาถึงโรงเรียนคือ หนึ่ง โล่งอก สอง&#8230;เฮ้ย! มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่หว่า 12 ปีของการเป็นนักเรียนมัวทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่กล้าเดินออกจากรั้วโรงเรียนก่อนโรงเรียนเลิก แต่อย่าเข้าใจผิดนะ เราไม่ได้คิดว่าเราทำถูก เราไม่ได้ออกไปสร้างความดีงามอะไรให้กับสังคมแม้แต่น้อย เป็นการโดดเรียนของเด็กใจแตกคนนึง แต่การค้นพบวันนั้นมันสำคัญมาก จริงๆ นะ คนส่วนใหญ่เขาก็ค้นพบอะไรบางอย่างในชีวิตได้จากการทำพลาดไม่ใช่เหรอ ตั้งแต่วันนั้นโลกเราเปลี่ยนไปเลย ตระหนักได้ว่าชีวิตเป็นของเรา (คือก่อนหน้านี้ก็รู้แหละว่าชีวิตเป็นของเรา ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้น แต่ไม่เคยตระหนักไง) เรามีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องโดนจับตามองตลอดเวลา ถ้าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เราเต็มใจเดินเข้าไปได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-20/">วันที่ฉันลองโดดออกจากกรอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันหนึ่งเมื่อ<br />
12 ปีที่แล้วซึ่งเป็นช่วงใกล้จบ ม.6<br />
เราทำการโดดเรียนเป็นครั้งแรกในชีวิต!</p>
<p>ตลอดเวลาในรั้วโรงเรียนเราไม่เคยทำเรื่องแบบนี้เลยสักครั้ง<br />
ยกเว้นวันนั้น…เป๋า (แฟนคนปัจจุบัน)<br />
ชวนโดดเรียนออกไปหาอะไรกิน วันนั้นเป็นช่วงบ่ายคาบอิสระ<br />
แต่กฎของโรงเรียนคือต่อให้เป็นคาบอิสระ ถ้ายังไม่ถึงเวลากลับบ้าน<br />
มนุษย์นักเรียนจะต้องอยู่แต่ในโรงเรียนเท่านั้น ซึ่งเราเชื่อตามนั้นมาโดยตลอด เขาไม่ให้ออกก็ห้ามออก<br />
แต่วันนั้นยอมโดด! ไม่ใช่ด้วยเหตุผลขบถปัญญาชนต่อต้านระบบโรงเรียนหรืออะไร<br />
เหตุผลมีแค่ว่าอยากออกไปกับเป๋า การตกหลุมรักชนะทุกความดีที่เคยทำมา </p>
<p>เราจำได้ว่ากลัวมาก<br />
กลัวโดนจับกลับโรงเรียน กลัวครูไปฟ้องพ่อ กลัวโดนเรียกผู้ปกครอง<br />
ยังจำภาพตอนเดินพ้นประตูโรงเรียนออกไปได้อยู่เลย<br />
วันนั้นใส่เสื้อพละสีเหลืองกับกระโปรงนักเรียน มีเป๋าเดินอยู่ข้างๆ เป๋าชิลล์มาก<br />
แต่เรากลัวมาก โคตรกลัวเลย!</p>
<p>การโดดเรียนผ่านไปด้วยดี<br />
กลับมาโรงเรียนได้ปกติแบบไม่มีใครลากตัวกลับ<br />
ความรู้สึกหลังจากกลับมาถึงโรงเรียนคือ หนึ่ง โล่งอก สอง&#8230;เฮ้ย!<br />
มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่หว่า 12 ปีของการเป็นนักเรียนมัวทำอะไรอยู่<br />
ทำไมถึงไม่กล้าเดินออกจากรั้วโรงเรียนก่อนโรงเรียนเลิก แต่อย่าเข้าใจผิดนะ<br />
เราไม่ได้คิดว่าเราทำถูก เราไม่ได้ออกไปสร้างความดีงามอะไรให้กับสังคมแม้แต่น้อย<br />
เป็นการโดดเรียนของเด็กใจแตกคนนึง แต่การค้นพบวันนั้นมันสำคัญมาก จริงๆ นะ<br />
คนส่วนใหญ่เขาก็ค้นพบอะไรบางอย่างในชีวิตได้จากการทำพลาดไม่ใช่เหรอ </p>
<p>ตั้งแต่วันนั้นโลกเราเปลี่ยนไปเลย<br />
ตระหนักได้ว่าชีวิตเป็นของเรา (คือก่อนหน้านี้ก็รู้แหละว่าชีวิตเป็นของเรา ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้น<br />
แต่ไม่เคยตระหนักไง) เรามีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องโดนจับตามองตลอดเวลา<br />
ถ้าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เราเต็มใจเดินเข้าไปได้<br />
มันก็ควรเป็นสถานที่ที่เราสบายใจที่จะเดินออกได้ ก่อนหน้านั้น เราเป็นคนไม่เคยฝืนกฎ<br />
อาจมีตงิดๆ สงสัยไม่เข้าใจบ้างว่าทำไมต้องทำ แต่ที่สุดแล้วก็เชื่อฟังทำตามอยู่ดี<br />
กฎประเภทนักเรียนหญิงต้องติดกิ๊บ รวบผม ห้ามซอยผม ห้ามติดตัวหนีบที่กระเป๋า<br />
ห้ามม้วนถุงเท้า ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เราทำตามหมด เราเป็นนักเรียนแบบที่กระโปรงแทบยาวถึงข้อเท้าเลยนะ<br />
เรียบร้อยขนาดนั้นเลยแหละ เมื่อก่อนเชื่อว่าถ้าคนส่วนใหญ่บอกว่าดีมันก็ต้องดี<br />
จะไปขัดขืนให้ชีวิตมีเรื่องยุ่งยากทำไม เราไม่ชอบให้มีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นกับชีวิต<br />
อยากให้มีแต่เรื่องราบรื่น ชีวิตที่ราบรื่นนั้นดี แต่นั่นมันใช่ชีวิตเหรอ?! มนุษย์เราไม่ได้ต้องการแค่ความสุขนะ<br />
คนเรามันต้องเจอความทุกข์ เราไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลอย่างเดียว<br />
มันต้องใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลบ้าง ประสบการณ์มันถึงจะเกิดได้ คุณเกิดมาคุณเคยทำ<br />
1 2 3 ซ้ำไปซ้ำมา คุณไม่อยากทำ 4 5 6 เหรอ? ไม่รู้หรอกว่ามันจะออกมาดีหรือเปล่า<br />
แต่คิดง่ายๆ (เคยได้ยินใครพูดก็ไม่รู้) ถ้าไม่ลอง โอกาสที่ชีวิตคุณจะเปลี่ยนมี 0% แต่ถ้าลอง โอกาส 50% มาเห็นๆ ดีหรือร้ายไม่รู้แหละ แต่มันเปลี่ยนแน่<br />
มันจะพาไปสู่อะไรสักอย่างแน่ๆ ได้เรียนรู้อะไรแน่ๆ!</p>
<p>ทุกวันนี้ เป๋ากับเราที่เคยเป็นเด็กซึ่งพยายามออกจากกรอบอย่างมาก<br />
ต่อต้านทุกอย่างที่ขวางหน้า<br />
เป็นขบถตัวน้อยที่นั่งก่นด่าสังคมแล้วก็เออออกันเองอยู่สองคนว่าสิ่งที่คิดเจ๋งมาก ต่างกระโดดกลับเข้ามาอยู่ในกรอบทั้งคู่<br />
(แต่ก็มีกระโดดออกไปบ้างตามสถานการณ์) เราเลิกบ่นและมองตัวเองในอดีตเป็นเด็กโง่คนนึง<br />
ซึ่งไม่ใช่ว่าบรรลุแล้วเข้าใจสรรพสิ่งหรอก เรายังเรียนรู้กันอยู่ พยายามอยู่ทั้งในและนอกกรอบ</p>
<p>&#8220;ถ้าไม่เคยอยู่ในกรอบ คุณเรียกตัวเองว่าเป็นคนนอกกรอบไม่ได้หรอก&#8221; อันนี้เป็นคำพูดที่จริงมาก คือโลกนี้มันมีกรอบเยอะมาก<br />
มีกรอบมาครอบกรอบและครอบกรอบอยู่อีกหลายชั้น นี่เผลอๆ ยังไม่เคยออกจากกรอบที่อยู่ถัดจากนอกกรอบนี่ด้วยซ้ำ</p>
<p>แต่เรารู้นะว่าออกได้<br />
เราจะออกจากกรอบนี้ได้อีก</p>
<p>ขอบคุณเป๋าที่พาเดินออกจากประตูโรงเรียนวันนั้น!!!</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/f2befd89a25181ba661be25f8bf9ca47.jpg" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-20/">วันที่ฉันลองโดดออกจากกรอบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-20/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
