<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กุลชา ชยรพ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author116/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author116/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 17 Aug 2018 18:34:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Wakehurst Place : สวนพฤกษศาสตร์แสนสวยที่มีธนาคารเมล็ดพันธุ์ตั้งอยู่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-33/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-33/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลชา ชยรพ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Jul 2016 12:32:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[england]]></category>
		<category><![CDATA[Wakehurst Place]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ลอนดอน]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-33/</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาจเป็นโชคดีที่มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานประชุมวิชาการพรรณพฤกษชาติประเทศไทย (Flora of Thailand) ณ กรุงลอนดอน เมืองหลวงของประเทศอังกฤษ ฉันจึงไม่ลังเลที่จะสมัครเข้าร่วมเสนอผลงาน พร้อมกับลงชื่อเข้าร่วมการทัศนศึกษานอกสถานที่ (field trip) ในทันที ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ไป field trip ในต่างแดนเป็นครั้งแรกในชีวิต หนึ่งในสถานที่ที่ผู้จัดงานเลือกสรรมาให้ผู้ร่วมเดินทางได้ไปเปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนใหม่ๆ คือ Wakehurst Place สวนพฤกษศาสตร์ในความดูแลของ Royal Botanic Gardens, Kew ซึ่งอยู่ไกลออกมาทางทิศใต้นอกตัวเมืองลอนดอน ที่นี่เป็นที่ตั้งของธนาคารเมล็ดพันธุ์ (Millennium Seed Bank) ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ของพรรณไม้หลายหมื่นชนิดบนโลกใบนี้ ด้านหน้าของ Wakehurst Place มีประติมากรรมขนาดใหญ่ดูคล้ายจะเป็นเมล็ดพันธุ์ ตั้งอยู่ริมประตูทางเข้าคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือน เมื่อก้าวเท้าผ่านเข้ามาในบริเวณสวน สิ่งที่สะดุดตาสะดุดใจฉันเป็นอย่างแรกก็คือดอกไม้หน้าตาน่ารัก มองไกลๆ เหมือนพรมสีชมพูสลับขาวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ป้ายสื่อความรู้บอกว่านั่นคือ Cyclamen พืชที่พบได้ทั่วไปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่เพลิดเพลินกับการเดินเล่นในสวน อาจเพราะความผูกพันกับต้นไม้ ฉันจึงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเป็นพิเศษจากบรรดาไม้ยืนต้นที่มีอยู่มากมาย อย่างเช่น ต้นสนต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบ เรดวูดยักษ์สูงตระหง่าน แมกโนเลียที่เพิ่งติดผลสีแดงสด เมเปิลแสนสวยเจ้าของใบหลายเฉดสี ตามทางเดิน มีเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจตั้งอยู่เป็นระยะ คฤหาสน์สไตล์อังกฤษโบราณค่อยปรากฏสู่สายตาเมื่อเดินเข้ามาถึงใจกลางสวน ฉันก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-33/">Wakehurst Place : สวนพฤกษศาสตร์แสนสวยที่มีธนาคารเมล็ดพันธุ์ตั้งอยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อาจเป็นโชคดีที่มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานประชุมวิชาการพรรณพฤกษชาติประเทศไทย<br />
(Flora of Thailand) ณ กรุงลอนดอน เมืองหลวงของประเทศอังกฤษ ฉันจึงไม่ลังเลที่จะสมัครเข้าร่วมเสนอผลงาน พร้อมกับลงชื่อเข้าร่วมการทัศนศึกษานอกสถานที่<br />
(field trip) ในทันที ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ไป field<br />
trip ในต่างแดนเป็นครั้งแรกในชีวิต</p>
<p>หนึ่งในสถานที่ที่ผู้จัดงานเลือกสรรมาให้ผู้ร่วมเดินทางได้ไปเปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนใหม่ๆ<br />
คือ Wakehurst Place สวนพฤกษศาสตร์ในความดูแลของ Royal<br />
Botanic Gardens, Kew ซึ่งอยู่ไกลออกมาทางทิศใต้นอกตัวเมืองลอนดอน ที่นี่เป็นที่ตั้งของธนาคารเมล็ดพันธุ์<br />
(Millennium Seed Bank) ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ของพรรณไม้หลายหมื่นชนิดบนโลกใบนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Aster.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Cyclamen.jpg"></p>
<p>ด้านหน้าของ Wakehurst Place มีประติมากรรมขนาดใหญ่ดูคล้ายจะเป็นเมล็ดพันธุ์<br />
ตั้งอยู่ริมประตูทางเข้าคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือน เมื่อก้าวเท้าผ่านเข้ามาในบริเวณสวน<br />
สิ่งที่สะดุดตาสะดุดใจฉันเป็นอย่างแรกก็คือดอกไม้หน้าตาน่ารัก มองไกลๆ<br />
เหมือนพรมสีชมพูสลับขาวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ป้ายสื่อความรู้บอกว่านั่นคือ Cyclamen<br />
พืชที่พบได้ทั่วไปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน </p>
<p>ขณะที่เพลิดเพลินกับการเดินเล่นในสวน<br />
อาจเพราะความผูกพันกับต้นไม้ ฉันจึงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเป็นพิเศษจากบรรดาไม้ยืนต้นที่มีอยู่มากมาย<br />
อย่างเช่น ต้นสนต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบ เรดวูดยักษ์สูงตระหง่าน แมกโนเลียที่เพิ่งติดผลสีแดงสด<br />
เมเปิลแสนสวยเจ้าของใบหลายเฉดสี ตามทางเดิน มีเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจตั้งอยู่เป็นระยะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/English-garden.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/garden-01.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/garden-02.jpg"></p>
<p>คฤหาสน์สไตล์อังกฤษโบราณค่อยปรากฏสู่สายตาเมื่อเดินเข้ามาถึงใจกลางสวน<br />
ฉันก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า เพราะไม่เคยนึกเลยว่าอิฐสีทึมๆ ของคฤหาสน์หลังใหญ่กับสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าจะเข้ากันได้ดีขนาดนี้<br />
แอบนึกเสียดายที่วันนั้นฟ้ามืดครึ้มไปหน่อย บริเวณโดยรอบมีบรรดาไม้ดอกประดับต่างแข่งขันกันอวดความงามและสีสันสดใส<br />
ส่วนภายในชั้นล่างของอาคารที่เปิดให้เข้าไปสำรวจ นอกจากเฟอร์นิเจอร์และเตาผิงโบราณแล้ว<br />
ก็มีแกลเลอรี่ภาพวาดทางพฤกษศาสตร์ให้ชมกันเพลินๆ ด้วยล่ะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Maple.jpg"></p>
<p>เมื่อเพลิดเพลินกับสวนจนฉ่ำใจแล้ว<br />
ก็ได้เวลาของธนาคารเมล็ดพันธุ์ ซึ่งป้ายนิทรรศการบอกฉันว่ามีเมล็ดพืชน้อยใหญ่ราวสองพันล้านเมล็ดกำลังนอนหลับใหลอยู่ในห้องใต้พื้นดิน<br />
เจ้าเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ รวบรวมมาจากพืชกว่า 34,000 ชนิด<br />
จากถิ่นอาศัยใน 80 ประเทศทั่วโลก เป้าหมายของการรวบรวมนั้น<br />
เป็นไปเพื่อการอนุรักษ์พรรณไม้พื้นถิ่นที่อาจสูญหายไปจากธรรมชาติในวันใดวันหนึ่ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Seed-bank-01.jpg"></p>
<p>แม้ว่าจะไม่อาจลงไปเยี่ยมเยียนเหล่าเมล็ดพันธุ์ได้ถึงห้องนอน<br />
แต่ภายในโถงนิทรรศการก็ยังมีเมล็ดพันธุ์บางชนิดที่ถูกนำมาเปิดเผยสู่สายตาทุกคนผ่านตู้กระจกใส<br />
เช่น เมล็ดรูปร่างประหลาดของต้น Devil’s claw ที่มีจงอยโค้งงอสมชื่อกรงเล็บปีศาจ เมล็ดละหุ่งกับลวดลายที่คุ้นเคย เมล็ดกลมแบนขนาดใหญ่ของถั่ว<br />
Sea bean และเมล็ดฝ้ายกับเส้นใยสีขาวฟูฟ่อง ส่วนเมล็ดชนิดใดที่ขนาดเล็กมากๆ จะเป็นหน้าที่ของภาพถ่ายจากกล้องกำลังขยายสูงสีแสบสัน นับเป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติแต่ผสานกับการถ่ายทอดด้วยฝีมือมนุษย์อย่างลงตัว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Seed-bank-02.jpg"></p>
<p>จากป้ายสื่อการเรียนรู้อันสุดแสนจะเป็นมิตรกับผู้อ่าน<br />
ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเดินทางของเมล็ดพันธุ์ จากป่าสู่ห้องปฏิบัติการ ที่ซึ่งเมล็ดพันธุ์จะได้ผ่านการอบและทำความสะอาด<br />
ก่อนจะถูกเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำกว่า -20°C ถึงตรงนี้ เหล่าเมล็ดพันธุ์จะหลับใหล ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาใดๆ<br />
จนกว่านักวิทยาศาสตร์จะนำออกมาปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยง จากห้องทดลองสู่แปลงปลูก<br />
และจากแปลงปลูกกลับสู่ภูมิลำเนาเดิมอีกครั้ง เพื่อเติบโตและสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป<br />
ส่วนห้องปฏิบัติการที่ใช้สำหรับการทดลองจริง ก็มองเห็นได้ผ่านกระจกใสทั้งสองข้างของโถงนิทรรศการ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Seed-bank-03.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Seed-bank-04.jpg"></p>
<p>แต่น่าเสียดายที่เวลามีจำกัด<br />
ฉันจึงเยี่ยมชม Wakehurst Place<br />
ได้เพียงเท่านี้ ไม่ได้ไปสำรวจพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์<br />
ที่จะมีทั้ง ทุ่งหญ้า พื้นที่ชุ่มน้ำ ทะเลสาบ และป่าใหญ่ ที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด<br />
รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอย่างตัวแบดเจอร์ (Badger) ซึ่งถ้าหากใครสนใจชีวิตในป่าใหญ่ของเจ้าสัตว์ตัวน้อยขนสีดำสลับขาวนี้ ก็จะมีกิจกรรมตอนกลางคืนให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ได้ตลอดทั้งปี</p>
<p>จากสถานที่ไม่คุ้นชื่อซึ่งตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร<br />
แต่หลังจากได้มาสัมผัสความตั้งใจจริงและเรียนรู้เรื่องราวของการอนุรักษ์พันธุ์พืช ฉันกลับออกมาด้วยความประทับใจ<br />
และคิดในใจว่าหากมีโอกาสก็อยากมาเที่ยวที่นี่อีกสักครั้ง </p>
<h3><strong>Wakehurst Place</strong></h3>
<p><strong>Address:</strong> Ardingly, West Sussex, RH17 6TN<br /><strong style="background-color: initial">Hours:</strong> เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10:00 น.<br />
ส่วนเวลาปิดแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ช่วงเดือน มี.ค.-ต.ค. ปิดเวลา<br />
18:00 น. ช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. ปิดเวลา 16:30<br />
น.<br /><strong style="background-color: initial">How to get<br />
there:</strong> จากตัวเมืองลอนดอน นั่งรถไฟ<br />
Southernrail หรือ Thameslink ลงสถานี Three Bridges หรือ Haywards Heath ก็ได้ แล้วต่อรถบัสสาย 272 ไปยัง Wakehurst<br />
Place</p>
<p><strong style="background-color: initial">Map</strong></p>
<p><a href="https://goo.gl/maps/kYS9HUZ2V5v"></a></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-33/">Wakehurst Place : สวนพฤกษศาสตร์แสนสวยที่มีธนาคารเมล็ดพันธุ์ตั้งอยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-33/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Kunsthaus Graz : ชมงานศิลปะร่วมสมัยในตึกเอเลี่ยน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-21/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-21/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลชา ชยรพ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 May 2016 02:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[Kunsthaus Graz]]></category>
		<category><![CDATA[Graz Art Museum]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรีย]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-21/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงสัปดาห์แรกที่มาถึงเมืองกราซแห่งประเทศออสเตรียเป็นปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ มีฝนตกโปรยปราย และท้องฟ้ามืดครึ้มแทบทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้นฉันยังคงออกไปเดินสำรวจบริเวณตัวเมืองทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่าง นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันพบตึกรูปร่างหน้าตาประหลาด ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนทรงยุโรปแบบดั้งเดิม เชื่อว่าคงไม่มีใครที่จะมองข้ามอาคารสีน้ำเงินผิวเรียบลื่นเงาวับที่มีปล่องมากมายอยู่ด้านบนแห่งนี้ไปได้เป็นแน่ ‘Friendly Alien’ คือชื่อเล่นของ Kunsthaus Graz หรือ Graz Art Museum ตั้งอยู่เชิงสะพาน Erzherzog-Johann สร้างขึ้นในโอกาสที่เมืองกราซได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน European Capital of Culture ปี ค.ศ. 2003 เป็นผลงานร่วมกันออกแบบของ Peter Cook และ Colin Fournier สถาปนิกชื่อดังชาวอังกฤษ จากโถงทางเข้า หลังจากติดต่อเข้าชม และเก็บข้าวของในล็อกเกอร์เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่แนะนำเราให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นถัดไป ห้องนิทรรศการแรกที่เจอนั้นจัดแสดงภาพวาด ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวเป็นหลัก ฉันพบว่าที่นี่ไม่มีนิทรรศการถาวร แต่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนให้ศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกได้ผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงผลงาน สำหรับผู้ที่ชมศิลปะยุโรปแบบคลาสสิกมาอย่างโชกโชนแล้ว ศิลปะร่วมสมัยที่นี่ดูห่างไกลจากคำว่าคุ้นเคยอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สนุกสนานกับไอเดียแปลกๆ เจ๋งๆ ของศิลปินได้ไม่ยากเย็นนัก ชั้นถัดไปซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตัวอาคาร เป็นห้องขนาดใหญ่ เน้นจัดแสดงงานประติมากรรมร่วมสมัย ด้วยลักษณะที่เป็นห้องโถงกว้างเพดานสูง จึงรองรับงานประติมากรรมชิ้นใหญ่ยักษ์อันเป็นไฮไลต์ของการเข้าชมได้แบบสบายๆ ภายในห้องนั้น ฉันลองแหงนมองขึ้นไปบนเพดานตามแสงที่ส่องลงมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-21/">Kunsthaus Graz : ชมงานศิลปะร่วมสมัยในตึกเอเลี่ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงสัปดาห์แรกที่มาถึงเมืองกราซแห่งประเทศออสเตรียเป็นปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ<br />
มีฝนตกโปรยปราย และท้องฟ้ามืดครึ้มแทบทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้นฉันยังคงออกไปเดินสำรวจบริเวณตัวเมืองทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่าง<br />
นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันพบตึกรูปร่างหน้าตาประหลาด ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนทรงยุโรปแบบดั้งเดิม<br />
เชื่อว่าคงไม่มีใครที่จะมองข้ามอาคารสีน้ำเงินผิวเรียบลื่นเงาวับที่มีปล่องมากมายอยู่ด้านบนแห่งนี้ไปได้เป็นแน่</p>
<p>‘Friendly Alien’ คือชื่อเล่นของ Kunsthaus Graz หรือ Graz Art Museum ตั้งอยู่เชิงสะพาน<br />
Erzherzog-Johann สร้างขึ้นในโอกาสที่เมืองกราซได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน<br />
European Capital of Culture ปี ค.ศ. 2003 เป็นผลงานร่วมกันออกแบบของ Peter Cook และ Colin<br />
Fournier สถาปนิกชื่อดังชาวอังกฤษ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-iwasthere-21-1.jpg"></p>
<p>จากโถงทางเข้า หลังจากติดต่อเข้าชม<br />
และเก็บข้าวของในล็อกเกอร์เรียบร้อยแล้ว<br />
เจ้าหน้าที่แนะนำเราให้ขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้นถัดไป ห้องนิทรรศการแรกที่เจอนั้นจัดแสดงภาพวาด<br />
ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวเป็นหลัก ฉันพบว่าที่นี่ไม่มีนิทรรศการถาวร แต่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนให้ศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกได้ผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงผลงาน<br />
สำหรับผู้ที่ชมศิลปะยุโรปแบบคลาสสิกมาอย่างโชกโชนแล้ว ศิลปะร่วมสมัยที่นี่ดูห่างไกลจากคำว่าคุ้นเคยอย่างมาก<br />
แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สนุกสนานกับไอเดียแปลกๆ เจ๋งๆ ของศิลปินได้ไม่ยากเย็นนัก</p>
<p>ชั้นถัดไปซึ่งเป็นชั้นบนสุดของตัวอาคาร<br />
เป็นห้องขนาดใหญ่ เน้นจัดแสดงงานประติมากรรมร่วมสมัย ด้วยลักษณะที่เป็นห้องโถงกว้างเพดานสูง<br />
จึงรองรับงานประติมากรรมชิ้นใหญ่ยักษ์อันเป็นไฮไลต์ของการเข้าชมได้แบบสบายๆ ภายในห้องนั้น<br />
ฉันลองแหงนมองขึ้นไปบนเพดานตามแสงที่ส่องลงมา เห็นช่องหน้าต่างกลมๆ หลายช่อง ก็เลยรู้ว่าเจ้าปล่องมากมายที่เห็นยื่นออกไปด้านบนนั้นที่แท้ก็คือหน้าต่างนี่เอง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-iwasthere-21-3.jpg"></p>
<p>นอกจากจัดแสดงงานศิลปะแล้ว ที่นี่ยังมีพื้นที่สำหรับการจัดงานพบปะศิลปิน<br />
บรรยาย ประชุม เวิร์กช็อป รวมถึงอีเวนต์ต่างๆ เกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยให้แก่ผู้สนใจ<br />
ที่น่ารักคือมีการจัดเวิร์กช็อปสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพื่อเสริมสร้างจินตนาการด้านศิลปะ<br />
 แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการมากมาย เช่น การให้บริการรถเข็นสำหรับผู้มีปัญหาในการเดิน โมเดลจำลองตัวตึกพร้อมอักษรเบรลล์ให้ผู้พิการทางสายตาได้สัมผัส และยังอนุญาตให้สุนัขนำทางเข้าได้ด้วย สมชื่อ Friendly<br />
Alien จริงๆ</p>
<p>หากใครเดินชมงานศิลป์จนเมื่อยขาและท้องหิวก็ลงมาแวะพักผ่อนหย่อนใจที่คาเฟ่ในบริเวณตัวตึกได้<br />
ใกล้กันนั้นมีร้านขายของที่ระลึกเก๋ๆ และมีหนังสือเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยมากมายให้เลือกสรร<br />
แต่หากเมื่อยลูกกะตาก็พักสายตาด้วยการขึ้นไปชมวิวในส่วนที่เรียกว่า Needle<br />
มองจากภายนอกจะเห็นเป็นแท่งยาววางพาดบนตัวตึกในแนวขนานกับพื้น และมีผนังเป็นกระจกใส<br />
ทิวทัศน์ของเมืองกราซจากจุดนี้สวยงามไม่แพ้จุดอื่นเลยล่ะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-iwasthere-21-4.jpg"></p>
<p>ในช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 5 โมงเป็นต้นไป ผนังด้านนอกของเจ้าตึกเอเลี่ยนเปล่งแสงวิบวับและเปลี่ยนสีไปมาได้<br />
นั่นคือการแสดงแสงสีและสื่อผสมในโปรเจกต์ BIX media ผลงานการติดตั้งของ realities: united อาร์ตสตูดิโอชื่อดังจากเบอร์ลิน<br />
ที่ใช้แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนส์รูปวงแหวน 1 อัน แทน 1<br />
pixel เมื่อมารวมกันหลายๆ อัน จึงสร้างเป็นสัญลักษณ์ รูปภาพ และภาพเคลื่อนไหวได้<br />
โดยจะมีการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงทุกเดือน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-iwasthere-21-6.jpg"></p>
<p>หากใครหลงใหลศิลปะร่วมสมัย<br />
ทั้งด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบ สื่อผสม ภาพยนตร์ และภาพถ่าย ก็คงจะเพลิดเพลินกับการเดินเล่นชมนิทรรศการที่นี่<br />
แต่หากใครยังไม่คุ้นชินกับศิลปะแนวนี้ แนะนำให้มาลองเปิดใจชม อาจเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจ<br />
และความคิดสร้างสรรค์ได้มากมาย </p>
<p>ข่าวดีก็คือ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี<br />
จะมีการจัดงาน Gallery Days ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 &#8211; 8<br />
พฤษภาคม ทุกคนเข้าชมแกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยกว่า 30 แห่งในเมืองกราซได้ฟรี<br />
รวมถึง Kunsthaus ด้วย ผู้ที่มีใจรักงานศิลปะจึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-iwasthere-21-2.jpg"></p>
<h2>Kunsthaus<br />
Graz</h2>
<p><strong>Address:</strong><br />
Lendkai 1, 8020 Graz, Austria<br /><strong>Hours:</strong> วันอังคาร &#8211; อาทิตย์ เวลา 10:00 &#8211; 17:00 น.<br /><strong style="background-color: initial">How to get there:</strong><br />
รถรางสาย 1, 3, 6, 7 ลงสถานี Sudtiroler<br />
Platz/Kunsthaus หรือถ้าเดินจากย่าน old town มาข้ามสะพาน<br />
Erzherzog-Johann (สะพานที่มีแม่กุญแจคู่รักคล้องอยู่เยอะๆ) ก็จะเจอ<br />
Kunsthaus พอดี</p>
<p><strong>Map</strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-21/">Kunsthaus Graz : ชมงานศิลปะร่วมสมัยในตึกเอเลี่ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-21/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
