<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาภาสี นาคสุข, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/apasee/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/apasee/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Aug 2018 06:14:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วิ่งเพื่อยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-run-apasee-naksuk-cancer-fight/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/a-run-apasee-naksuk-cancer-fight/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อาภาสี นาคสุข]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Aug 2018 05:51:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[Human Run]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[a run that changed my life]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=38558</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเริ่มวิ่งเมื่อ 4 ปีก่อนค่ะ หลังจากตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง เมื่อปี 2557 เราตรวจพบเนื้องอก ขนาด 5&#215;5 เซนติเมตรที่ผนังอก และผ่าตัดออกแล้ว แต่หลังจากนั้น เราพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แม้เตรียมใจยอมรับผลมาแล้วก็ตาม วันนั้นกลับเหมือนโลกถล่มใส่ตัว หูอื้อ ตาลาย เราทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา นั่งทำเช็กลิสต์ว่าอะไรบ้างที่เราบกพร่อง มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราเจ็บป่วยในอายุ 30 นี้ สิ่งหนึ่งที่เราพบคือ เราไม่เคยออกกำลังกายเลยตั้งแต่เล็กจนโต ตอนเด็กๆ เราฝังใจอย่างยิ่งว่าเราไม่เก่งกีฬา เล่นกีฬาไม่ได้ เราเคยได้เกรด 1 วิชาพละ ถูกคนอื่นล้อเลียนเหมือนเป็นตัวตลกเพราะทำไม่ได้อย่างเพื่อนๆ รู้สึกแพ้มาตลอด เราเลยเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ จนโตมา เราพยายามเรียนให้ได้ดีเพื่อปิดปมด้อยเรื่องพละ และไม่เคยคิดอยากออกกำลังกาย ทุกครั้งที่ต้องทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย เรามักรู้สึกกดดันและหาทางเลี่ยงเสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การแข่งขันอะไรจริงจังก็ตาม เรากลับมานั่งคิดว่า เราไม่ได้อยากจะเป็นนักกีฬานี่ ไม่จำเป็นต้องเก่งก็ได้ ส่วนความคิดที่ว่าเราดูเป็นตัวตลกก็แค่ยอมรับมัน ตลกแล้วจะเป็นไร แล้วการออกกำลังกายยังมีประโยชน์อีกตั้งมากมาย ทำไมไม่ลองดูล่ะ เราคิดต่อว่า เราจะทำอะไรได้บ้างถ้าเราอยากออกกำลังกาย เราคิดได้ว่าเราเคยได้เกรด 3 วิชากรีฑานี่ เรามาลองวิ่งดูสักทีจะเป็นไร ไหนๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร เราจึงเลือกการวิ่งเป็นการออกกำลังกายหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-run-apasee-naksuk-cancer-fight/">วิ่งเพื่อยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราเริ่มวิ่งเมื่อ 4 ปีก่อนค่ะ หลังจากตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง</p>
<p>เมื่อปี 2557 เราตรวจพบเนื้องอก ขนาด 5&#215;5 เซนติเมตรที่ผนังอก และผ่าตัดออกแล้ว แต่หลังจากนั้น เราพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แม้เตรียมใจยอมรับผลมาแล้วก็ตาม วันนั้นกลับเหมือนโลกถล่มใส่ตัว หูอื้อ ตาลาย</p>
<p>เราทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา นั่งทำเช็กลิสต์ว่าอะไรบ้างที่เราบกพร่อง มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราเจ็บป่วยในอายุ 30 นี้ สิ่งหนึ่งที่เราพบคือ เราไม่เคยออกกำลังกายเลยตั้งแต่เล็กจนโต</p>
<p>ตอนเด็กๆ เราฝังใจอย่างยิ่งว่าเราไม่เก่งกีฬา เล่นกีฬาไม่ได้ เราเคยได้เกรด 1 วิชาพละ ถูกคนอื่นล้อเลียนเหมือนเป็นตัวตลกเพราะทำไม่ได้อย่างเพื่อนๆ รู้สึกแพ้มาตลอด เราเลยเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ จนโตมา เราพยายามเรียนให้ได้ดีเพื่อปิดปมด้อยเรื่องพละ และไม่เคยคิดอยากออกกำลังกาย ทุกครั้งที่ต้องทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย เรามักรู้สึกกดดันและหาทางเลี่ยงเสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การแข่งขันอะไรจริงจังก็ตาม</p>
<p>เรากลับมานั่งคิดว่า เราไม่ได้อยากจะเป็นนักกีฬานี่ ไม่จำเป็นต้องเก่งก็ได้ ส่วนความคิดที่ว่าเราดูเป็นตัวตลกก็แค่ยอมรับมัน ตลกแล้วจะเป็นไร แล้วการออกกำลังกายยังมีประโยชน์อีกตั้งมากมาย ทำไมไม่ลองดูล่ะ เราคิดต่อว่า เราจะทำอะไรได้บ้างถ้าเราอยากออกกำลังกาย เราคิดได้ว่าเราเคยได้เกรด 3 วิชากรีฑานี่ เรามาลองวิ่งดูสักทีจะเป็นไร ไหนๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร เราจึงเลือกการวิ่งเป็นการออกกำลังกายหลัก<img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38566" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image3-1.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image3-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image3-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image3-1-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>เริ่มจากเดินไปเดินมา วิ่งช้าๆ ทีละนิดในสวนที่บ้าน ช่วงนั้นเริ่มรักษาตัวพอดี คุณหมอให้ยาเคมีบำบัด ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียมาก อาเจียนเยอะมาก พอเริ่มตั้งตัวได้ เราจะมาวิ่งเหยาะๆ ให้เหงื่อซึมๆ เราเริ่มรู้สึกดีเมื่อเหงื่อออก เคยอ่านเจอว่าการออกกำลังกายทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ความสุขที่เหงื่อออกคงเป็นอย่างนี้ล่ะมั้ง อย่างน้อยก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราทำเพื่อร่างกายของตนเอง</p>
<p>พอเว้นจากการทำคีโม เราค่อยเริ่มไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้านเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน จะได้พร้อมต่อสู้กับการให้คีโมครั้งถัดไป เราเริ่มรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ก้าววิ่ง ถึงแม้ว่าตอนนั้นแทบจะไม่มีผมแล้วก็ตาม เราใส่หมวกบ้าง ใส่วิกบ้าง ออกไปวิ่งแทบทุกวัน รู้สึกว่าการวิ่งกับเราเป็นเพื่อนกัน เราเริ่มสนุกกับการมีเหงื่ออก สนุกกับกับการวิ่งมากขึ้น เห็นผู้คนที่ออกมาวิ่งก็รู้สึกมีเพื่อนวิ่ง เห็นคนที่อายุ 50-60 ปียังออกมาวิ่งเหยาะๆ หรือเดินเร็ว เรารู้สึกว่าทุกคนต่างกำลังทำเพื่อสุขภาพตนเองอยู่ เพราะไม่มีใครออกกำลังกายแทนเราได้ เราต้องทำเอง และไม่เห็นมีใครสนใจเลยว่าเราเก่งพอมั้ย หรือเมื่อก่อนเราเคยได้เกรดอะไรมา ไม่เหมือนที่เราคิดสมัยก่อนเลย ว่าเราต้องเก่งเท่านั้นถึงจะเล่นกีฬาได้<img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38565" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image2-2.jpg" alt="" width="506" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image2-2.jpg 506w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image2-2-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image2-2-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 506px) 100vw, 506px" /></p>
<p>เราเห็นทั้งคนวิ่งช้าและเร็ว แต่ไม่ว่าวิ่งช้าหรือวิ่งเร็วก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน ทุกคนชนะเหมือนกัน คือชนะใจตัวเองที่แต่ละวันออกมาวิ่ง มาทำประโยชน์ให้สุขภาพตนเอง วิธีคิดเราเปลี่ยนไป ทัศนคติการมองโลกเปลี่ยนไป เราเลิกดูถูกตัวเอง เลิกจมปลักกับความรู้สึกว่าเราไม่เก่งกีฬาแล้วออกกำลังกายไม่ได้ เราวิ่งแทบทุกวัน จนเรารักษามะเร็งครบคอร์ส อาการดีขึ้นตามลำดับ</p>
<p>4 ปีผ่านมา เรายังคงวิ่งอยู่ จาก 500 เมตร เป็น 1 กิโลเมตร 2, 3, 4, จน 10 กิโลเมตร วันนี้เป้าหมายเราคือฮาล์ฟมาราธอน ทุกวันนี้การวิ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา เหมือนเช่นการมีมะเร็งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มะเร็งเปลี่ยนชีวิตเราให้เป็นคนใหม่ คนที่ปล่อยวางชีวิตได้ คนที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และการวิ่งก็เปลี่ยนชีวิตเรา ให้ก้าวผ่านความอับอายและความกลัวว่าจะเป็นตัวตลก กล้ายอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของตนเอง และกลายเป็นคนกล้าทำสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้</p>
<p>ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้หรอก อยู่ที่เราคิดว่าจะทำมันหรือเปล่า ถ้าทำไม่ได้ก็แค่ฝึก ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็ดีขึ้น<img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38564" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image1-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image1-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image1-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-run-apasee-naksuk-cancer-fight/">วิ่งเพื่อยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/a-run-apasee-naksuk-cancer-fight/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
