Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
Algospeak เมื่อคนสรรหาคำใหม่มาใช้หลบเลี่ยงการสอดส่องควบคุมของอัลกอริทึม

Algospeak เมื่อคนสรรหาคำใหม่มาใช้หลบเลี่ยงการสอดส่องควบคุมของอัลกอริทึม

14/08/2022
In Other Words
AUTHOR: Sy Chonato
SHARE:

 ทุกวันมีคำศัพท์ใหม่โผล่มาเรื่อยๆ นอกจากคำสแลงของวัยรุ่นเพื่อให้พวกเขาคุยเข้าใจกันได้ไม่ให้คนแก่ตามทันแล้ว บนโลกอินเทอร์เน็ตยังมีปรากฏการณ์ที่ผู้คนคิดคำขึ้นใหม่เพื่อคอยหลีกเลี่ยงการสอดส่องโดยระบบอัลกอริทึมในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วยเหตุผลต่างๆ กัน

 วันนี้เราอยากชวนมาสำรวจคำใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ‘Algospeak’ ภาษาพูดที่ถูกสร้างมาพลิกแพลงเพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมของระบบอัลกอริทึมบนอินเทอร์เน็ต

ฆ่าตัวตาย ก่อการร้าย ซื้อขายอาวุธ หรือเรื่องวาบหวิว: เมื่ออยากจะพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด คนในเน็ตจึงคิดโค้ดลับขึ้นมาเพื่อให้พูดคุยได้

 ผู้ใช้คนหนึ่งตั้งกระทู้ถามบน Reddit (เว็บไซต์สำหรับโพสต์แลกเปลี่ยนออนไลน์) ว่า ทำไมคนใน TikTok ถึงใช้คำว่า ‘unalive’ แทนคำว่า ‘ฆ่า’ หรือ ‘ตาย’ ผู้คนจึงเข้ามาตอบว่า เพราะว่าแพลตฟอร์มสมัยนี้มีนโยบายป้องกันความรุนแรง คนคงกลัวว่าจะโดนแบนหรือถูกระงับการใช้งานหากใช้คำที่เกี่ยวกับความรุนแรง เช่น ความตาย การฆ่าตัวตาย หรือ ฆาตกรรม จึงหาคำนี้มาแทนคำว่า ‘kill’ หรือ ‘suicide’ และบางคนก็เชื่อว่าหากวิดีโอมีคำพูดที่เป็นลบแล้วอาจจะทำให้จำนวนยอดการเข้าถึงผู้ใช้งานลดลง หรือโดนจำกัดในระบบให้คนเห็นน้อย เพราะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยุคปัจจุบันมีนโยบายคัดกรองให้คะแนนข้อความที่ดูเป็นด้านบวกให้เข้าถึงผู้คนมากกว่า

 บทความของ Wired ได้เขียนถึงปรากฏการณ์ที่ผู้คนในแอปพลิเคชั่น TikTok เลือกใช้คำว่า ‘unalive’ เมื่อพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย เพื่อป้องกันการโดนลบจากแพลตฟอร์ม โดยยกตัวอย่างแอ็กเคานต์หนึ่งที่มีผู้ติดตามกว่า 80,000 คน โดยเนื้อหาของช่องของเธอนั้นเกี่ยวข้องกับแนวคิดที่อยากจะปลิดชีพตนเอง บอกเล่าประสบการณ์การเป็นคนไข้จิตเวช ที่น่าสังเกตคือแอ็กเคานต์นี้ไม่เคยใช้คำว่า ‘suicide’ เพียงสักครั้งเดียวเพราะกลัวว่า TikTok จะลบคลิปของเธอ

 นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Algospeak’ โดย Algospeak ผสมมาจากคำว่า ‘Algorithm’ อัลกอริทึมหรือระบบชุดคำสั่งที่สร้างไว้ตามขั้นตอน  + ‘Speak’ การพูด การสื่อสาร 

 เมื่อถูกจับตาและเซ็นเซอร์โดยระบบอัตโนมัติ คนจึงคิดค้นคำใหม่เพื่อหลบเลี่ยงระบบคัดกรองอัตโนมัติบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้พูดเรื่องที่ตัวเองพูดได้โดยไม่โดนแบน ถูกลบ หรือถูกระบบกดคะแนนการเข้าถึงลงเพราะเนื้อหาอาจสุ่มเสี่ยง

 Algospeak เกิดขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่คนในเน็ตปรับตัว และหาคำใหม่มาเพื่อทดแทนการถูกจับตาควบคุมโดยระบบอัลกอริทึมที่คอยสอดส่องควบคุมเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม มักลบข้อความอันที่ไม่ผ่านนโยบายความปลอดภัยอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ รวมถึงลบบัญชีผู้ใช้ที่ละเมิดนโยบายด้วย 

 Algospeak เป็นอีกปัจจัยที่เกิดขึ้นจนทำให้เกิดคำใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว และทำให้ภาษาเปลี่ยนแปลงอย่างไวอย่างที่เราคุ้นเคยว่า หากเราไม่เล่นเน็ตสัก 1 ปีก็อาจจะตามไม่ทันแล้วว่าวัยรุ่น คนใน Twitter หรือ TikTok พูดหมายถึงเรื่องอะไรกัน เพราะใช้โค้ดลับที่กันคนนอกและระบบตรวจสอบได้โดยง่ายนั่นเอง

 จุดเริ่มต้นของคำว่า unalive อันหมายความตรงกันข้ามกับ alive (มีชีวิต) ไม่ได้เกิดขึ้นบน TikTok เป็นที่แรกเสียทีเดียว แต่โผล่ขึ้นมาครั้งแรกในปี 2013 โดยมีตัวละครหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง Deadpool ซึ่งเป็นหนังแอ็กชั่นฮีโร่แนวเกรียนตลก ตัวละครได้ใช้คำว่า ‘unalive’ ในความหมายว่าเขาจะกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก คำนี้อยู่มาเรื่อยๆ แต่ก็เพิ่งถูกค้นหาเพิ่มสูงในปี 2022 นี้เอง บน TikTok มีแฮชแท็ก #unalivemeplease มากถึง 9.2 ล้านครั้ง และไม่มีแฮชแท็ก #suicide ปรากฏในแพลตฟอร์มแต่อย่างใด อาจเพราะระบบได้จำกัดไม่ให้คนค้นหาพบเนื่องจากเสี่ยงมีเนื้อหาและภาพที่รุนแรง

 unalive เป็นเพียงคำหนึ่งที่ถูกใช้ยกตัวอย่างบ่อยและถูกพูดถึงแพร่หลาย แต่นอกจากคำนี้ยังมีคำอื่นๆ มาทดแทนความหมายที่แท้จริง อีกมากมายที่ทำให้คนนอกอาจจะงง เช่น

  • Nip Nops หมายถึง หัวนม (Nipples)
  • Spicy Eggplant (มะเขือรสเผ็ด) หมายถึง ไวเบรเตอร์ หรือ เซ็กซ์ทอยประเภทเครื่องสั่น
  • SA หมายถึง Sexual Assaults หรือการล่วงละเมิดทางเพศ
  • Le dollar bean หมายถึง เลสเบี้ยน
  • Accountants (นักบัญชี) แปลว่า พนักงานบริการทางเพศ (Sex Workers)
  • อีโมจิรูปข้าวโพด 🌽 (corn) แทนการพูดถึงหนังโป๊ (Porn)

 อีกตัวอย่างของคำประเภท Algospeak ที่เกิดขึ้นจากโควิด–19 เมื่อแพลตฟอร์มให้คะแนนคำคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับ Pandemic หรือโรคระบาดน้อย เพื่อป้องกันการส่งข่าวปลอมเกี่ยวกับโรคระบาด ผู้คนเลยคิดชื่อเล่นให้กับคำนี้ใหม่ เช่น Panini หรือ Panda Express หรือกระทั่ง ทัวร์รียูเนียนของ Backstreet Boys วงบอยแบนด์ชื่อดังในยุค 2000s

 เมื่อ Facebook ประกาศที่จะแบนกลุ่มบนแพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลผิดไปในเชิงต่อต้านการฉีดวัคซีนโควิด–19 กลุ่มที่มีเนื้อหาเรื่องนี้ก็เปลี่ยนคำเพื่อหนีการโดนแบนเป็น ‘dance party’ หรือ ‘dinner party’ และเรียกคนที่ฉีดวัคซีนแล้วว่าเป็นพวกว่ายน้ำ หรือ ‘swimmers’

 ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า มนุษย์นั้นมีวิธีที่สร้างสรรค์และหาทางหลบเลี่ยงการตรวจจับจากผู้มีอำนาจหรือผู้ตรวจสอบได้เสมอไม่ว่าจะเป็น Moderator ในยุคเว็บบอร์ด ก้าวผ่านมาจนการใช้ชีวิตอยู่ร่วมการตรวจจับโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ในยุคโซเชียลมีเดีย แม้กระทั่งนักการเมือง/ปัญญาชนชาวอินเดีย Shashi Tharoor ก็ได้ทวีตถึงคำนี้ว่าเป็น Word of the Day ที่น่าจับตาในยุคปัจจุบัน

 #WordOfTheDay:
*algospeak* [noun]:
word used on social media posts to avoid using another that algorithms may identify as unsuitable or inappropriate, in order to bypass downranking by content moderation filters on social media platforms. Eg. using “unalive” rather than “dead.”

— Shashi Tharoor (@ShashiTharoor) July 20, 2022

ภาษาโค้ดลับเพื่อเลี่ยงการตรวจจับและควบคุมไม่ใช่เรื่องใหม่

 พฤติกรรมการใช้โค้ดลับในการสื่อสารเพื่อเลี่ยงการตรวจจับโดยผู้มีอำนาจนั้นมีมานานและเกิดขึ้นในทุกสังคม เว็บไซต์ Know Your Meme ได้เปรียบเทียบเรียก Algospeak ว่าคือ Voldermorting แปลเป็นคำง่ายๆ คือ ‘กระทำการโวลเดอร์มอร์ต’ เสมือนสภาวะโลกเวทมนตร์ในนิยาย แฮรี่ พอตเตอร์ ที่เราคุ้นเคย ตัวละครต่างเลี่ยงการพูดถึงลอร์ดโวลเดอร์มอร์ตโดยจากเรียกชื่อตรงๆ เปลี่ยนไปเรียกเป็นคำว่า ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร‘ หรือ ‘ผู้ที่ไม่ควรเอ่ยนาม‘ หากสังคมปัจจุบันในโลกความจริงเราต้องกระทำการโวลเดอร์มอร์ตเพื่อเซ็นเซอร์ตัวเองด้วยความกลัวไปล่วงหน้า ก็ไม่แน่ใจว่านี่สังคมอินเทอร์เน็ตหรือโลกที่น่าอยู่หรือไม่

 ปรากฏการณ์ Algospeak กลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่แค่ในภาษาอังกฤษเท่านั้น และพฤติกรรมที่คนในสังคมเกิดหัวใสคิดบิดเบือนคำ สร้างโค้ดลับเฉพาะ เพื่อจะพูดในเรื่องที่พูดได้ยากก็เกิดขึ้นแพร่หลายในภาษาไทยและแท้จริงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดบนโลก เพียงแค่ปัจจุบันมีระบบอัลกอริทึมที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดกรองเนื้อหาบนแพลตฟอร์มที่มีมากมายและหลั่งไหลอย่างรวดเร็วเกินจะใช้การตรวจจับคัดกรองโดยมนุษย์ได้หมด และผู้ให้บริการก็หวังว่าระบบเหล่านี้จะตรวจจับได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และไม่มีอคติยิ่งกว่ามนุษย์ และเป็นการแข่งขันกันระหว่างระบบที่ฉลาดขึ้นกับความมีไหวพริบของมนุษย์ที่พยายามจะหลีกหนีการตรวจจับและการถูกกำกับในการสื่อสาร

 อย่างไรก็ดีก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า ระบบที่ตรวจจับคำสุ่มเสี่ยงนั้นสามารถคัดกรองและเข้าใจบริบทการใช้งานคำต้องห้ามคำหนึ่งมากแค่ไหน เช่น การพูดถึงเรื่องฆ่าตัวตายนั้น ก็สามารถมองว่าเป็นเรื่องที่ควรถกเถียงและคุยกันได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและ Awareness ในสังคม หรือกระทั่งใช้เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตัวตาย หากระบบอัลกอริทึมไม่สามารถอ่าน ‘ความจงใจ’ ของผู้สื่อสาร ก็อาจจะเลือกแบนคำนี้ไปเลย แม้จะป้องกันคนเจอภาพที่เนื้อหาสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรง เมื่อระบบที่ไม่แม่นยำมากพอ เลือกกรองหยาบๆ ก็อาจจะเป็นการคัดกรองเนื้อหาและความรู้เกี่ยวกับประเด็นนั้นๆ ให้โดนลดคะแนนหรือถูกลบหายไปจนค้นหาไม่พบไปด้วยซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย

 พฤติกรรมการใช้โค้ดลับเพื่อสื่อสารเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์ มีอีกชื่อเรียกคือ ภาษาแบบอีสป หรือ Aesopian Language คือการใช้คำที่ดูเป็นคำทั่วไปแต่แท้จริงมีความหมายเป็นโค้ดลับเพื่อสื่อสารบางเรื่องและกันคนนอกไม่ให้ฟังแล้วเข้าใจได้ทันที แต่คนในรู้กันว่าพูดถึงเรื่องอะไร ยิ่งถ้าคำต้องห้ามถูกทดแทนด้วยคำธรรมดาทั่วไปมากแค่ไหน ก็ยิ่งยากกับระบบที่จะคัดกรองออกได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ตัดเอาเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปด้วย การเปรียบเทียบกับนิทานอีสปเพราะนิทานอีสปคือเรื่องเล่าที่ดูไร้พิษภัย แพร่หลายทั่วไป คนจำนวนมากรู้จักและเคยได้ยิน โดย Aesopian นั้นมีต้นตอมาจากภาษารัสเซียคำว่า ezopovski ซึ่งคือคำเดียวกันในภาษารัสเซีย

 แม้ Algospeak ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีปัจจัยเพิ่มเติมคือระบบอัลกอริทึมที่พยายามพัฒนาตัวเองให้ทันไหวพริบของมนุษย์  ปรากฏการณ์นี้ทำให้เราทุกคนได้ร่วมเป็นพยานที่เห็นภาษาบนโลกเปลี่ยนแปลงไว หรือดิ้นได้ในความเร็วที่ไวกว่าเดิม แม้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องสุ่มเสี่ยง แต่ก็อาจเป็นปกติของมนุษย์ที่อยากรู้อยากเห็น ทำให้เราได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ และด้านมืดของมนุษย์ที่ปรับตัวหนีการสอดส่องได้เสมอ Algospeak จึงกลายเป็นเกมหนูไล่จับแมวระหว่างระบบควบคุมกับผู้คนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 ดังนั้น อินเทอร์เน็ตที่ใสสะอาดปลอดภัย 100% คงไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายได้เร็วๆ นี้ และที่สำคัญ ทำให้เห็นว่า นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่าเราต้องการโลกอินเทอร์เน็ตที่คอยคัดกรองเรื่องลบ เรื่องร้าย ให้หายไปจากโลก หรือตัดสินใจแทนเราในทุกสิ่งว่าสิ่งใดควรไม่ควร โดยไม่เชื่อใจให้เราใช้วิจารณญาณของเราในการรับรู้ แสดงออก และสื่อสาร จริงๆ หรือ

 อ้างอิง

  • unalive Meaning & Origin | Slang by Dictionary.com
  • Algospeak: a new language to circumvent AI-powered content moderation | MultiLingual
  • ‘Algospeak’ is changing our language in real time – The Washington Post

 Are TikTok Algorithms Changing How People Talk About Suicide? | WIRED

  • Aesopian Definition & Meaning – Merriam-Webster
Tags:in other words
Share :
Author
Sy Chonato
Photographer
-
Digital Amnesia:  เมื่อเราจดจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเชื่อใจให้โทรศัพท์จดจำแทนเราไปทั้งหมด
In Other WordsDigital Amnesia: เมื่อเราจดจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเชื่อใจให้โทรศัพท์จดจำแทนเราไปทั้งหมดนักเขียน : Sy Chonato
Permacrisis คำศัพท์แห่งปี 2022 สะท้อนโลกที่วุ่นวายมีวิกฤตต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้น
In Other WordsPermacrisis คำศัพท์แห่งปี 2022 สะท้อนโลกที่วุ่นวายมีวิกฤตต่อเนื่องไม่จบไม่สิ้นนักเขียน : Sy Chonato
Umwelt เมื่อคนและสัตว์ต่างรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสที่แตกต่างกัน
In Other WordsUmwelt เมื่อคนและสัตว์ต่างรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสที่แตกต่างกันนักเขียน : Sy Chonato