‘SEPARATED’ AFTER SEX CONVERSATION ของฉัตรรวี เสนธนิสศักดิ์

‘SEPARATED’ AFTER SEX CONVERSATION ของฉัตรรวี เสนธนิสศักดิ์

ในบรรดานักเขียนวรรณกรรมรุ่นใหม่ของไทย ฉัตรรวี เสนธนิสศักดิ์ คือหนึ่งในชื่อที่เหล่าคนในแวดวงนักเขียนและนักอ่านยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยๆ

อาจเพราะความสำเร็จของ Lunar Lunatic คุณคือดวงจันทร์ ฉันสิคนบ้า หนังสือรวมเรื่องสั้นที่ไม่ว่าจะพิมพ์ออกมากี่ครั้งก็ขายหมดเกลี้ยง แถมยังมีคนถ่ายภาพโควตเด็ดในเล่มลงโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัลอยู่หลายครั้ง ไหนจะงานเขียนที่ผ่านมาอย่างหนังสือ 50 เรื่องทดลองเล่าขนาดสั้น LOST IN CONVERSATION, รวมเรื่องสั้น THE MONSTER PIECE ไม่มีใครครบ, บันทึกการเดินทางไปปารีส PARIS IS ALWAYS A GOOD IDEA รวมทั้งโปรเจกต์รวมเรื่องสั้นที่เธอมีส่วนร่วม ทำลาย, เธอกล่าว และ PAPER CUT รักกลายเป็นกระดาษ 

ด้วยความที่ปัจจุบันฉัตรรวีเป็นนักเขียน บรรณาธิการอิสระ และกองบรรณาธิการใน Rocket Media Lab เธอจึงไม่ค่อยมีเวลาขีดเขียนนัก แต่ถึงกระนั้น ฉัตรรวีก็ตกปากรับคำเมื่อเราชวนมาร่วมโปรเจกต์ AFTER SEX CONVERSATION ของ a day ใครที่คิดถึงฝีไม้ลายมือของนักเขียนคนนี้ เราแอบสปอยล์ความรู้สึกว่า ‘SEPARATED’ นั้นมอบความสดใหม่แตกต่างจากผลงานก่อนๆ ของเธอ และถึงจะไม่มีบทบรรยายซึ่งเป็นจุดเด่นในงานเขียนของฉัตรรวี แต่ก็ได้อรรถรสไม่แพ้กัน

‘SEPARATED’ คือบทสนทนาของคู่รักชาย-หญิงคู่หนึ่งที่มีชีวิตเซ็กซ์ไม่ลงตัว เมื่ออีกฝั่งมองว่าเซ็กซ์กับความรักหลอมรวมกันอย่างแยกไม่ออก แต่อีกฝั่งเห็นต่างโดยมองว่าทั้งสองสิ่งนี้แยกจากกันได้ และเพราะความไม่เข้าใจกันนี้อาจนำมาสู่ทางแยกของความสัมพันธ์ ซึ่งมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่สามารถกำหนดทิศทาง

ในสภาพสังคมปัจจุบันที่เริ่มยอมรับความสัมพันธ์แบบเปิด แนวคิดที่มองว่าเซ็กซ์ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพราะความรักกลายเป็นสิ่งที่หลายคนเชื่อมั่น ฉัตรรวีพาเราไปสำรวจถึงมุมนี้ผ่านการพูดคุยกันของคู่รักคู่หนึ่งซึ่งอาจจะเหมือนกับหลายคู่ในสังคมปัจจุบัน แค่อาจเป็นในบริบทที่ต่างออกไป

ส่วนเธอมองเรื่องนี้ยังไง ย่อหน้าต่อจากนี้บันทึกความคิดนั้นไว้แล้ว

คำแนะนำในการอ่าน

  1. ถ้าอ่านผ่านโทรศัพท์มือถือ แนะนำให้อ่านในแอพพลิเคชั่น readAwrite
  2. เนื้อหาเหมาะสำหรับผู้มีอายุมากกว่า 18 ปี
  3. อ่านเรื่องสั้นก่อนอ่านบทสัมภาษณ์ จะได้อรรถรสมากขึ้นนะ

คุณเคยเขียนนิยายแชตมาก่อนไหม

ไม่เคย ทำให้บาลานซ์น้ำเสียงได้ยากมาก เราอยากให้มันยังมีฟีลแบบที่เราชอบและแชตก็สมจริงไปในเวลาเดียวกัน ความท้าทายคือต้องวางแผนว่าเราจะให้ข้อมูลผ่านภาษาแชตที่ดูเป็นธรรมชาติยังไง และการเลี่ยงใช้คำบรรยายก็ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เพราะเรารู้สึกว่าการบรรยายคือจุดเด่น ไม่รู้ว่าเรียกว่าลายเซ็นได้หรือเปล่า แต่เป็นหนึ่งสิ่งที่เราชอบในงานเขียนของเรา ทำยังไงวะที่เราจะไม่บรรยายเลยแล้วให้ตัวละครแชตกัน แล้วคนอ่านก็พอจับเซนส์ได้ว่าความสัมพันธ์ของตัวละครที่ผ่านมาเป็นยังไง

ตอนได้รับโจทย์ว่า AFTER SEX CONVERSATION ความคิดแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวคุณคืออะไร

ความคิดแรกคือเราจะไม่ทำ sexting เพราะส่วนตัวเราไม่ถนัดการช่วยกันทางไกล ไม่ว่าจะ sexting หรือ sex phone หรือ video call มันดูเป็นอีกโหมดหนึ่งของตัวเราที่แยกออกมาแล้วเราไม่เข้ากับโหมดนั้น ซึ่งมันปรากฏอยู่ในตัวละครนางเอกของเราเหมือนกัน และเราก็หยิบบางอินเนอร์ของเรามาสำรวจเพิ่มเติมผ่านเรื่องที่เขียนว่ามันจะดำเนินไปยังไง

แล้วกลายเป็นเรื่อง ‘SEPARATED’ ได้ยังไง

สิ่งที่เราอยากสำรวจคือเซ็กซ์กับความรักมันใช่เรื่องเดียวกันไหม เพราะเรารู้สึกว่ามันแยกขาด แม้ช่วงหนึ่งในความสัมพันธ์เราจะมองสองอย่างนี้เป็นเรื่องเดียวกัน แต่หลังจากนั้นมันจะแยกไปเลยสำหรับเรา ซึ่งเราก็อยากสำรวจว่าพอตัวละครที่เป็นคนแบบนี้ไปดำเนินความสัมพันธ์กับคนอื่นที่อาจมองเซ็กซ์และทรีตความสัมพันธ์ไม่เหมือนกัน ความสัมพันธ์จะเป็นรูปแบบไหน เขาจะใช้ชีวิตกับคนอื่นยังไงโดยไม่ต้องฝืน

ก่อนหน้านี้ เราทำแบบสอบถามเรื่องคอนเซนต์ของ Rocket Media Lab และพบว่ามีผู้หญิงเยอะมากที่ยอมมีเซ็กซ์เพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้ ซึ่งไม่ใช่จากเหตุผลที่ผู้ชายมาขู่ว่าถ้าไม่มีจะเลิกด้วยนะ แต่มันคือการถนอมน้ำใจกัน เป็นวิธีหนึ่งในการเอาใจใส่ดูแลคนรักกันทำนองนี้

ฝ่ายหนึ่งมองว่าเซ็กซ์เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักค่อนข้างเยอะในความสัมพันธ์

ใช่ มันเป็นอย่างนั้น และไม่ใช่แค่เพศไหนต้องตอบสนองให้เพศไหนนะ ต่อให้ผู้ชายเป็นฝ่ายที่ไม่มีความต้องการเอง แต่ฝั่งผู้หญิงมีมากๆ มันก็คือความไม่บาลานซ์กันแล้ว เราลองจินตนาการไปเรื่อยๆ โดยยืนพื้นว่าฝั่งผู้ชายยังคงมีความต้องการทางเพศอยู่แต่ฝั่งผู้หญิงไม่ได้อยากทำขนาดนั้น เขาฟูลฟิลตัวเองได้แต่รักอีกคนหนึ่งมาก มันจะยังไงต่อ ซึ่งเรารู้สึกว่าสุดท้ายก็ต้องเลือกเปิดใจคุยกันตรงๆ 

และเราทรีตว่าจะไม่เล่าทุกอย่างผ่านแชตนี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นนอกจากสิ่งที่คนอ่านได้อ่าน มันจะมีบทสนทนาที่อยู่นอกเหนือจากนั้นด้วย เป็นบทสนทนาที่อยู่ระหว่างการคอลซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ในแชตแต่อาจปรากฏผ่านที่เขาบอกเล่ากับเพื่อน ซึ่งจริงๆ แล้วมันอาจไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมดด้วยซ้ำ เรารู้สึกว่าความสนุกของแชตคือมึงเล่าให้กูฟังอย่างนี้แต่ความจริงมันเป็นแบบนั้นหรือเปล่า

อีกโจทย์ที่เราแอบตั้งไว้ให้ตัวเองคือมันจะเป็นการแชตในคืนเดียว ตั้งแต่หัวค่ำเป็นต้นไป มันเป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากเคลียร์เรื่องนี้ (การมีเซ็กซ์กับแฟนไม่ได้) แล้วอยู่กับมันทั้งคืน ตัวผู้หญิงก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าตัวเองไม่ได้ต้องการเซ็กซ์ที่ประกอบด้วยสองร่างกายแล้วหรือแค่ไม่มีอารมณ์กับแฟนเฉยๆ ก็เลยอยากทดลองว่าถ้าเป็นร่างกายอื่นจะสามารถมีเซ็กซ์ได้ไหมในคืนนั้นเลย

สำหรับคุณ เซ็กซ์ควรมีน้ำหนักแค่ไหนในความสัมพันธ์

เรารู้สึกว่ามันไม่ควรมีน้ำหนักขนาดนั้น ถ้าเสกได้ก็อยากให้ทุกคนคิดเหมือนกันว่าเซ็กซ์มันก็แค่กิจกรรมหนึ่ง แต่เราเชื่อว่ามันยากสำหรับหลายคนที่จะมองอย่างนั้น เรารู้สึกว่าการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศมันธรรมดามาก ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ และเราไม่ใช่คนที่โรแมนติไซส์เซ็กซ์ด้วย

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณหยิบเรื่องเซ็กซ์ที่ไม่คลิกกันมาเล่า

เราคิดว่าในความสัมพันธ์มันมีปัญหาได้หลายอย่าง พอเรื่องเซ็กซ์ไม่คลิกแล้วย่อมนำไปสู่สิ่งอื่น เรารู้สึกว่าพอต่างคนต่างทรีตเซ็กซ์ไม่เหมือนกัน ทำให้คิดไปได้หลายแบบ ทั้งที่จริงสำหรับตัวละครหนึ่งมันอาจมองว่าก็แค่เซ็กซ์เอง แต่ฝ่ายที่ถูกปฏิเสธการมีเซ็กซ์พร้อมที่จะจินตนาการไปไกลว่ามันเป็นอะไรได้บ้างกับการที่คนคนหนึ่งไม่มีเซ็กซ์กับเรา สุดท้ายมันก็เป็นปัญหาจากการมองเซ็กซ์ไม่เหมือนกัน ซึ่งถามว่าอีกฝ่ายผิดไหม ก็ไม่ได้ผิด แต่มันแค่เลี่ยงไม่ได้ที่สุดท้ายจะเกิดปัญหา

พอเรื่องเป็นแบบนี้ คุณออกแบบตัวละครยังไง

เราไม่อยากให้ตัวละครผู้ชายเป็นคนหัวเก่า แต่ก็ไม่ได้เป็นคนฝืนธรรมชาติของตัวเองได้ขนาดนั้น มีความรู้สึกทั่วๆ ไปแหละ รู้หมดว่าไม่ควรบังคับอีกฝั่ง ตระหนักเรื่องคอนเซนต์ แต่เหมือนสุดท้ายแล้วตัวเขาก็แค่ต้องการเรื่องนี้ แล้วเขาควรจะทำยังไง

ขณะเดียวกันผู้ชายดันมีความเห็นแก่ตัว หรือใดๆ ก็ตามที่ต่อให้ผู้หญิงเสนอว่าเป็น open relationship ไหม ผู้ชายก็จะไม่ อยากมีแค่กับคนนี้ เพราะเขามองเซ็กซ์ในอีกมุม ซึ่งก็ไม่ผิด แต่มันจะยังไงต่อล่ะ เราเองรู้สึกว่ามันก็ยังเป็นทางตัน อาจจะจบที่เลิกกันมั้ง เพราะสุดท้ายแล้วเซ็กซ์มันก็เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งมันน่าเศร้าเหมือนกันนะที่สองตัวละครนี้รักกัน เข้าใจกันมากๆ ในทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเซ็กซ์ แล้วท้ายที่สุดก็ต้องแยกกัน separated กันออกไป

จำเป็นไหมที่ต้องเลิกกันแค่เพราะเซ็กซ์ไม่คลิกกัน

เราว่าไม่จำเป็น ตัวละครผู้หญิงอาจเป็นคนคิดเยอะไปเอง เขาอาจกลัวความผิดหวังด้วยถ้าสุดท้ายถูกผู้ชายบอกเลิกด้วยเรื่องเซ็กซ์ เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากถ้าผู้ชายมีความต้องการแบบอื่นแล้วไปลงกับ sex worker มันเกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่พอผู้หญิงทำแล้วทำไมมันถึงดู matter ขึ้นมา เราก็อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วการแก้ปัญหาในอุดมคติของเราเลยคือ ถ้าเซ็กซ์ไม่คลิก ต่างคนก็ต่างช่วยตัวเอง ต่างคนต่างจัดการตัวเอง แล้วเราก็อยู่ด้วยกันต่อไง มันแค่นี้เอง เพียงแต่มันต้องเจอคนที่มองเหมือนกัน แล้วอีนี่ดันเป็นคนที่มีอารมณ์กับคนหรือเหตุการณ์อีกแบบหนึ่ง แต่เสือกชอบคนอีกแบบหนึ่ง มันก็จะยากไปอีก 

คุณได้ศึกษานิยายแชตของนักเขียนคนอื่นๆ บ้างหรือเปล่า

ไม่เลย พอรู้วิธีการนำเสนอว่าเป็นนิยายแชตเราเลยพยายามใช้ลูกเล่นของแชตอย่าง unsent ที่เป็นปัญหามาก เพราะมันยิ่งทำให้คนอยากรู้ ซึ่งพอมาอยู่ในเรื่องมันก็บอกบางอย่างที่ทำให้ตัวละครปั่นป่วนได้

ก่อนเขียนเรื่องนี้ เราคิดไปถึงความป่วยไข้หรือภาวะแปลกๆ ที่เกิดจากเซ็กซ์ มีอะไรให้หยิบมาใช้ไหม ซึ่งก็ดีที่ไม่ได้ทำ เพราะปอ เปรมสำราญก็เลือกเขียนภาวะนั้น สุดท้ายก็รู้สึกว่าในปัจจุบันมันยังมีน้อยคนที่กล้าพูดออกมาว่าความต้องการจริงๆ ของตัวเองเป็นยังไง เราเลยเลือกเขียนประเด็นนี้

ซึ่งคือประเด็นความต้องการทางเพศที่คนส่วนใหญ่อาจมองว่ามันไม่ปกติ

ใช่ ความต้องการของตัวละครผู้หญิงคือนางชอบพล็อตการถูกข่มขืนเว้ย ซึ่งมันเหี้ย มันไม่ PC มันไม่เคารพเรื่องคอนเซนต์เลย แต่สุดท้ายแล้วคุณจะทำไง ในเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งโตมากับการเสพหนังโป๊แบบ male gaze (มองผ่านสายตาผู้ชาย) แล้วดันมีอารมณ์กับอะไรแบบนี้ 

ด้วยความที่อ่านเรื่องคอนเซนต์เยอะ และเรารู้ว่ามันมีพล็อตแบบนี้ในหนังโป๊ ถ้าผู้หญิงมีอารมณ์กับสิ่งนี้จะผิดบาปไหม สำหรับเรามันก็เป็นแค่ธรรมชาติและสัญชาตญาณของคนแบบหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายเขาเลือกว่าให้มันจบในหัวและช่วยตัวเองไป ไม่ได้อยากให้มันเกิดเหตุการณ์นั้นกับร่างกายของเขาจริงๆ เท่านั้นเอง

แล้วจริงๆ มันผิดไหมถ้าเรามีรสนิยมแบบนี้

ถ้าคุณชอบสถานการณ์การข่มขืนแบบโรลเพลย์ขึ้นมา มีการตกลงกับคู่นอนโดยยินยอมให้อีกฝ่ายทำ แน่นอนมันทำได้อยู่แล้ว แต่ว่าปัญหาของตัวละครผู้หญิงในเรื่องคือกลัวว่าผู้ชายจะแยกไม่ออกระหว่างเซ็กซ์กับความรัก แล้วเขาจะคิดว่าการข่มขืนคือส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นสิ่งที่เขาทำได้ปกติ ตัวผู้หญิงจึงรู้สึกว่ามันแปลกหรือเปล่าที่ให้แฟนข่มขืนตัวเอง

เรารู้สึกว่านางเอกไม่ชอบให้คนรักตัวเองเป็นคนแบบนี้ นางเองก็เป็นคนเยอะๆ งงๆ ในตัวเองเหมือนกัน ถ้าคนที่เรารักมีท่าทีแบบข่มขืน นางก็จะไม่ชอบ ลึกๆ แล้วเหมือนผู้หญิงคนนี้อยากได้คู่นอนที่เป็นวัตถุทางเพศเหมือนกัน เป็นวัตถุทางเพศที่แสดงการข่มขืนกับฉัน เพราะฉะนั้นยังไงก็ตามผู้หญิงคนนี้จะไม่มีทางดีลกับแฟนเด็ดขาด เพราะนางไม่ชอบคนแบบนี้ ยกเว้นตอนมีอารมณ์

นอกจากประเด็นรสนิยม เรื่องนี้ดูเหมือนจะสอดแทรกเรื่อง power dynamic หรืออำนาจที่ไม่เท่ากันอยู่ด้วย อะไรทำให้คุณอยากใส่เรื่องนี้ลงไป

อินไซต์ของเราคือโตมากับครอบครัวที่พ่อมีอำนาจมากกว่าแม่ แล้วเราไม่ชอบสิ่งนั้นเลย เรารู้ว่าโตมาจะไม่เลือกคบกับคนที่จะมามีอำนาจเหนือเรา เราเลยมักจะเลือกคนที่มีแนวโน้มว่าจะจูนกันได้ มีอำนาจเท่ากัน อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ก็ไม่แน่ใจว่าสุดท้ายพอเขียนออกไปแล้วคนอ่านรู้สึกว่าฝั่งไหนมีอำนาจกว่ากัน สำหรับเราระหว่างสองคนนี้มันเกิดการเผลอชิงอำนาจกันโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่คุณอยากสื่อสารกับคนอ่านผ่านนิยายแชตเรื่องนี้คืออะไร

เราอยากสื่อสารถึงความน่าเศร้าของการมองเซ็กซ์ไม่เหมือนกันในคนที่มีความสัมพันธ์ แต่ถามว่าผิดไหมก็ไม่ผิด อีกเรื่องคือจำเป็นไหมที่แฟนตาซีในหัวจะต้องยึดจริยธรรมและต้องไปด้วยกันกับค่านิยมที่เรายึดในชีวิตจริง เซ็กซ์มันควรเป็นอีกเรื่องไหม หรือสุดท้ายตัวละครนี้แค่ไม่ยอมรับตัวเอง ทั้งที่มันควรจะกลืนเป็นสิ่งเดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่เราเองก็หาคำตอบอยู่ คิดว่าผู้อ่านน่าจะมีคำตอบของตัวเองว่าสุดท้ายแล้วตัวละครนี้มันยังไงกันแน่

AUTHOR

PHOTOGRAPHER

ณัฐวัฒน์ ตั้งธนกิจโรจน์

ชื่อโทนี่ แต่พวกเขามักจะรู้จักผมในนาม Whereisone