‘จะเกิดใหม่ครั้งใด ขอให้เธอได้เป็นขวัญใจ’
เป็นประโยคแรกที่ทำให้เรารู้จักความน่ารักของศิลปินผู้นี้
ถ้าพูดถึงศิลปินอินดี้ไทยที่นำสิ่งเล็กๆ ของความน่ารัก ความกวน และความหวังดี มาใส่ไว้ในเสียงเพลง เราขอยกตำแหน่งนี้ให้ Youth Brush หนึ่งในวงดนตรีอินดี้โฟล์ก และอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ สมาชิกหลักหนึ่งเดียวผู้รักอิสระอย่างถ่องแท้ และทำเพลงด้วยจิตวิญญาณของความรัก
เมื่อปี 2021 a day ได้คุยกับ ดุ่ย-วิษณุ ลิขิตสถาพร ในเรื่องการเดินทางของเสียงเพลงที่ว่าด้วยความรัก ความหวังดี และการส่งต่อกำลังใจ และปีนี้ 2026 เป็นครั้งแรกที่ Youth Brush ประกาศคอนเสิร์ตใหญ่ ‘Youth Brush ฝันดี’ คงเป็นโอกาสพิเศษเหนือสิ่งอื่นใดที่เราจะได้พูดคุย ถามไถ่ และตกหลุมรักเพลงน่ารักของเขาอีกครั้ง วันนี้เราขอจับมือพาทุกคนไปโลดแล่น เดินเล่นผ่านตัวตนภายใต้เสียงเพลงแห่งความหวังดี สายไหม ลูกกวาด ซาลาเปา หมาตัวแรก แมวตัวโปรด หรือประโยคบอกรักที่ไม่มีคำว่ารักไปพร้อมๆ กัน
‘ดุ่ย’ เดินตัวเปล่ามาออฟฟิศ a day ณ ห้องสัมภาษณ์เป็นครั้งแรก หลังจากที่ก่อนหน้าเป็นสัมภาษณ์ออนไลน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีผู้ติดตาม ไม่มีช่างแต่งหน้าผม มีเพียงชายสวมเสื้อยืดสีขาวขนาดพอดีตัว กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้ม พับขึ้นมาจากปลายหนึ่งทบ และสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวรุ่นหนังกลับ เดินขึ้นมาด้วยท่าทางชิลๆ สบายๆ คอยถามไถ่ตลอดทาง สร้างความเป็นกันเองตั้งแต่แรกพบ ทำให้เราเผลอคิดว่าคนแบบนี้แหละ คือ ‘อาร์ตติสต์’ ตัวจริง
ไปทำความรู้จักกับ Youth Brush ให้มากขึ้นกันดีกว่า

เดินทางมาถึงปี 2026 แล้ว Youth Brush มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
15 ปี ในวงการเพลง Youth Brush ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ ถ้าให้มองย้อนกลับไปแล้ววิเคราะห์เป็นฉากๆ มันอาจยาก คงนึกไม่ออกหรอกว่าเปลี่ยนแปลงไปยังไง เพราะเราอยู่กับมันทุกวัน แต่จะให้พูดก็เปลี่ยนจากเดิมนะ เมื่อก่อนเรานิยามตัวเองเป็นแนวเพลงอะคูสติกส์ป็อป เน้นชิล เพราะต้นทุนของเราทำได้แค่นั้น ถ้าเป็น Full Band มันจะเสียเงินเยอะ วงอินดี้แบบพวกเรา แต่ก่อนการได้โชว์ต่างจังหวัดถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่เดี๋ยวนี้พออะไรเปลี่ยนไป มีสตรีมมิง มีพื้นที่ให้เราได้ออกไปหาแฟนเพลงในหัวเมืองต่างๆ ทั้งนอกและในกรุงเทพฯ
ความจริงช่วงแรกๆ ของ Youth Brush จะเริ่มแต่งเพลงให้คนที่ชอบ แต่พอชีวิตเราอยู่ตัวมากขึ้น มั่นคงทางจิตใจเรื่องความรักมากขึ้น ไม่ได้นึกถึงใครสักคนแล้ว เราเลยแต่งเพลงให้แฟนเพลงมากกว่า ช่วงเวลาเก่าๆ ของการได้เจอแฟนเพลง เพื่อน รุ่นน้องที่ได้พบเจอและคุยกัน เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เราเห็นการเติบโตของเขา เพราะเราก็ติดตามเขากลับด้วยเช่นกัน บางคนจะทักมาปรึกษาปัญหาความรัก ปรึกษาความฝันของตัวเองบ้าง หลังๆ มา Youth Brush เลยแต่งเพลงจากชีวิตของแฟนเพลง
ตอนนี้เราเลยพยายามทำให้เพลงของเราฟังง่ายขึ้น เติบโตขึ้น แต่ Message ที่อยากส่งยังเป็นเหมือนเดิม ไม่กดดันคน มีแต่ความใจดี และสนับสนุนให้คนเป็นอิสระ ไม่ได้ต้องการอะไรจากเขา
ทำไมถึงต้องเป็นเพลงแนวนี้
อันนี้คงเป็นเพราะตัวเอง เป็นเราที่อยากจะแต่งเพลง เลยไม่อยากทิ้งสิ่งที่
Youth Brush เป็นมาโดยตลอด นั่นคือ การไม่ครอบครอง บวกกับการที่มีเนื้อเพลงที่เบาสบาย ไม่ได้อบอวลอะไรมาก ให้คนไปตีความกันในแบบของตัวเอง
เพลงส่วนใหญ่ของ Youth Brush ไม่ได้ปล่อยเป็นอัลบัม แต่จะปล่อยเป็นซิงเกิลแล้วมารวมเป็นอัลบัมอีกที ทุกเพลงเราจะได้ฟังกันทั้งหมดแล้ว อัลบัมนี้ก็เช่นกัน เราปล่อยมาตั้งแต่ปี 2019 จนถึงตอนนี้ยังไม่เสร็จเลย ยี่สิบกว่าเพลงแล้ว คิดว่าต้นปี 70 คงได้รวมอัลบัม
การแต่งเพลงสักเพลงหนึ่ง มันจะมีท่อนที่รู้สึกว่ามันเป็นเขา เขาที่คุยกับเรา ณ ขณะนั้น อย่างเพลง ‘เธอของเธอ’ ท่อนแรกที่ร้องว่า
“ให้เธอนั่งลงช้าๆ เพราะเธอเดินทางแสนไกล
ในดวงตาเธอมีน้ำ แต่ภาวนาให้เป็นน้ำฝน”
มันจึงเหมือนเป็นการได้นั่งคุย ได้ปลอบเขามากกว่า

ขอ 3 เพลง ที่ชอบที่สุดของ Youth Brush
ถ้านึกออกเพลงแรกขอยกให้เพลง ก่อนจะสิ้นปี เพราะมันเป็นเพลงที่จะทำให้เรานึกถึงมหานคร เพราะกรุงเทพฯ มันเป็นแบบนี้จริงๆ ในมุมมองของเด็กต่างจังหวัด เราเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 15 เป็นคนที่ไม่ค่อยกลับบ้านสักเท่าไหร่ จะอยู่ทุกช่วงเทศกาลที่คนกลับบ้านกัน พอได้นั่งรถช่วงเทศกาลในกรุงเทพฯ เรารู้สึกว่าเมืองนี้เป็นอีกคน เป็นอีกอารมณ์หนึ่งเลย ความว่างเปล่า ความเดียวดาย มันชวนให้คิดถึงอะไรบางอย่าง คิดถึงใครสักคน https://youtu.be/SQhQmt9ZhmU?si=E_inSveHiY48hnYE
อีกเพลงหนึ่งคือ ช่างแม่งเถอะความรัก ทั้งหมดเป็นเพราะเราใจดีและไม่ครอบครองมาโดยตลอด มันก็เลยหมักหมม และสะสมมาเป็นตัวเรา พอเวลาที่รู้สึกว่าครอบครองไม่ได้ หรือเขาเป็นของเราไม่ได้ บางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองกระจอกมาก ทำอะไรไม่ได้ เลยยอมรับความจริง และแต่งเพลงระบายมันออกมา https://youtu.be/mOCgAWalE54?si=Nc_bGPjUPYUiICUl
เพลงสุดท้าย เศร้าอยู่ เวลาที่เราหรือใครสักคนก็ตามที่บอกว่าเศร้า มักจะมีคนมาปลอบว่า “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องเศร้านะ” หรือไม่ก็ “เดี๋ยวมันก็หาย” ตามในเนื้อเพลงบอก (จริงๆ ความเศร้าไม่นานก็หาย มันคงจะละลาย และจากไปเหมือนเธอ) นึกในใจคือกูรู้แล้วว่าเดี๋ยวมันก็หาย แต่ตอนนี้กูเศร้าอยู่ไง ก็เลยปล่อยตัวเองเศร้าต่อไป https://youtu.be/zBq8j_1gDsw?si=D9AZ962bQNOpbyas
เพลง ‘จะเกิดใหม่ครั้งใด ขอให้เธอได้เป็นขวัญใจ’ ใครเกิดใหม่กันแน่
เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่คนถกเถียงกันเยอะมากว่าใครเกิดใหม่ ความจริงประโยคนี้มาจากตอนที่เราฮัมเมโลดี ในหัวคือนึกถึงแต่วัด ประโยคจะเกิดใหม่ หรือคำอวยพรใดๆ จะมีความเชื่อมโยงกับวัด งานวัด หรือฤดูกาลแห่งความสนุกเท่านั้นเอง
ไม่ได้บอกว่าเราเป็นอะไรกันกับคนในเพลง แค่บอกว่าจับมือกันไปงานวัดเมื่อไหร่ ฉันจะไปกราบภาวนา คนอาจจะตีความไปว่าเป็นฝัน เป็นจินตนาการของเราก็ได้ เพราะก็มีบางประโยคบอกเหมือนกันว่า คอนเสิร์ตเมื่อวันเสาร์ทำไมไม่เจอเธอ แค่อยากบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แคล้วกันบ้าง แต่ก็รักเขา (หัวเราะ)
ขอให้ได้เจอกันอีกในชาติหน้านะ

Youth Brush เป็นคนรักที่ดีไหม
ตอนนั้นจนถึงตอนนี้เรื่องของความสัมพันธ์ก็มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะ ไม่ปฏิเสธเลยว่าเราเป็นคนที่รักเก่ง เมื่อก่อนเราจะเป็นคนที่วิ่งตามอะไรบางอย่าง เลยรับรู้ได้ว่ามันเหนื่อย พอมาตอนนี้ เราไม่ได้วิ่งตามเรื่องความสัมพันธ์แล้ว บริบทเลยเปลี่ยนไป แต่มันก็ตรงตัวกับการเป็นคนรักที่ดี ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม เพราะถ้ามีใครสักคนเราก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด
หลัง 2021 เราก็ได้เจอกับคนคนหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้จักกับความรัก พอได้เจอคนที่ดี ทำให้เราไม่ต้องไปโฟกัสว่าเราจะเป็นคนรักที่ดีไหม หลังจากนั้นบริบทก็เปลี่ยนไป โฟกัสเรื่องการทำงาน เป้าหมายชีวิตแทน เขาทำให้เราได้เป็นตัวเองเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ มันก็เลยทำให้เราลืมว่าคนรักที่ดีต้องเป็นยังไง เพราะบทบาทที่เราเป็นเรามันก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว
ถ้า Youth Brush เป็นคน จะเป็นคนแบบไหน
ถ้า Youth Brush เป็นคน ไม่เกี่ยวกับรูปร่าง หน้าตา ส่วนสูง และอายุ ก็คงเป็นคนแบบเดียวกับ ‘ดุ่ย’ นี่แหละมั้ง
มีบางมุมที่ไม่ได้หวานแหววหรือปลอบใจอะไร แต่บางมุมมันก็กวน ที่สำคัญต้องเป็นคนไม่เนี้ยบ สายชิล อินโทรเวิร์ต แต่ไม่ใช่สาย Perfectionist งานก็จะมีขรุขระบ้างตามสไตล์ของมนุษย์ แต่ก็มีวินัยนะ เพราะเราปล่อยเพลงตลอดเลย ไม่กดดันในตัวเองว่าจะดังหรือไม่ดัง แต่ก็อดทน เพราะเดินทางมา 15 ปีแล้ว แค่ทำสิ่งที่รักไปเรื่อยๆ เป็นคนขี้เบื่อง่ายพอสมควร เพราะเพลงแต่ละเพลงมันแตกต่าง
ส่วนการแต่งตัวคือชอบใส่เสื้อยืด รองเท้าแตะบ้าง ผ้าใบบ้าง แล้วแต่วัน บ้านๆ เหมือนเจอคนอยู่หอเดียวกัน สังเกตได้เลยว่าคนนี้เขาเป็นคนชอบแมว อาจจะเลี้ยงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ชอบ มีนิสัยชอบนอน อาจจะไม่ได้มีพลังงานเยอะขนาดนั้น แต่ชอบมอบพลัง รับ-ส่งพลังงานดีๆ นะ
การได้เจอ Youth Brush คืออะไรที่เรียบง่าย ไม่ต้องมีมาด ไม่ต้องแต่งตัวดี ต่างคนต่างเป็นตัวเองได้เลย

ส่วนใหญ่เพลงของ Youth Brush ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร
Elements ส่วนใหญ่ในเพลงมาจากชีวิตจริงของเราที่เจอ แค่เราต้องมีอะไรที่เป็นหมุดหมาย ในการระบุความทรงจำ ถ้ามันเข้มข้นได้ก็จะเป็นเรื่องของสิ่งมีชีวิต อย่างเรื่องแมวที่เห็นกัน เราแค่ไปชอบคนที่เลี้ยงแมว เลยคอยสังเกตเขา เวลาเขาเรียกแมวมักจะเป็นเสียงสองที่บริสุทธิ์มาก
หรือว่าหมาตัวแรกก็แต่งจากเรื่องจริง มันจะมีท่อนหนึ่งที่ร้องว่า “ที่มาชื่อเธอในตอนเด็กมาจากมือหลวงพ่อ” แฟนเราบอกว่า ยายเคยพาไปหาหลวงพ่อเพื่อตั้งชื่อให้ ก็เลยจำได้ว่าชื่อของแฟนเขามาจากมือหลวงพ่อที่เขียนให้ ผ่านการทำพิธี ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง ให้คลาดแคล้วปลอดภัย ส่วนหมาตัวแรกเป็นเรื่องของตัวเอง ก็เลยเป็นเรื่องที่จับต้องได้ง่ายๆ เลย
ส่วนไอศกรีมรสโปรด หนังดี นาฬิกา รถยนต์ ยางมัดผม สายไหม พอมานั่งคิดดู ว่าทำไมเราถึงชอบใส่อะไรที่มันเป็นรูปธรรม ก็ได้คำตอบว่าเราเป็นคนที่ทำวิชวลเพลง แล้วมันต่อยอดได้ อย่างในโปสเตอร์เราสามารถนำไปทำอะไรต่อให้มันรีเลทกับเพลงได้นะ ปกเพลงต่างๆ มันก็ง่ายในการทำความเข้าใจ หรือในอนาคตเราจะไปต่อยอดในการทำ Merchandise หรือเฟสติวัล Youth Brush มันก็ทำได้หมดเลย ขายสายไหม ซาลาเปา อมยิ้ม หรือลูกกวาด

ด้วยความที่เราเรียนจบภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เราเลยผูกพันกับศิลปะ ชื่อ Youth Brush ก็มาจากตอนที่ลงเพลงแล้วไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อคลิปว่าอะไร เพราะมันต้องมีชื่อกำกับไว้ด้วย คำว่า Youth กับคำว่า Brush มันเป็นคำที่เกี่ยวกับงานวาดที่อยู่รอบตัวเรา เลยเอามาตั้งแบบไม่ให้มีคนรู้ และเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเดินทางมาได้ไกลจนถึงทุกวันนี้
งานวาดในเพลงของ Youth Brush ทำเองทั้งหมดเลยไหม
การวาด Artwork เองมันเร็วกว่านะ เพราะเราเข้าใจเพลง เราพึ่งมาวาดตอนอัลบัมที่ 5 ปี 2019 เริ่มต้นตั้งแต่เพลงรางวัล ยาวจนถึงตอนนี้
เมื่อก่อนลงเพลงจะมีปกเป็นภาพถ่าย พอมีเวลามีเครื่องมือเลยวาดเองหมดเลย บางเพลงก็เป็นรูปถ่ายนะ บางเพลงก็เป็น 3D ก็แล้วแต่การเรียบเรียงดนตรี เนื้อเพลง และองค์ประกอบอีกที ถ้าดนตรีเพลงนี้มาแบบร็อกๆ เราคงไม่ได้วาดแบบ City Pop หรือวาดแนวฉูดฉาดอะไร อาจจะทำวิชวลให้มันรีเลตกับเพลงแทน
อย่างเช่นเพลง Boyfriend from Internet เราก็จะวาดรูปแมวชูนิ้วเยี่ยม หน้าคอมพิวเตอร์ มีความเป็นมีมหน่อย เหมาะกับวัยเรียนที่กำลังหาตัวตนอยู่ เพลง Fucking Song เป็นภาพถ่าย หรือเพลงจะเกิดใหม่ครั้งใด ขอให้เธอได้เป็นขวัญใจ ก็จะวาดแนวมังงะ แต่เป็นมังงะในเวอร์ชันเด็ก หรือเพลงโลกอาจเหวี่ยงเรามาพบกัน ก็จะมาแนวเบาๆ ฟังแล้วฟุ้งๆ เพราะฉะนั้น Artwork ก็จะแกว่งๆ หน่อย ไม่ค่อยซ้ำ

สีไหนเป็นสีของ Youth Brush
น่าจะเป็นสีชมพูได้นะ ไม่เกี่ยวกับความน่ารัก หรือความหวาน แต่มันเป็นเรื่องของการผสมผสานมากกว่า สีชมพูมันมีความเบา สดใสก็ได้ ครีเอทิฟก็ได้ สีตอนนี้อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด อาจจะเป็นสีอื่นก็ได้ แล้วแต่คนตีความกันเลย ต้องให้ไปคิดจากบ้านมาก่อนอาจตอบได้ดีกว่านี้ แต่ตอนนี้ก็เป็นสีชมพูไปก่อนละกันเนาะ (หัวเราะ)
งานอดิเรกที่ทำให้เจอแรงบันดาลใจ
ไม่มีนะ เราแค่เป็นคนชอบคุยกับเพื่อนพี่น้อง แต่เรื่องราวในเพลงส่วนใหญ่จะมาจากตัวเองทั้งนั้น เวลาได้นั่งคุยกับใครสักคน ไปเจอใครสักคนแล้วจำชีวิตมา หรือการฟังเพลงก็ช่วยได้นะ เราเสพวงดนตรีของต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ดนตรีสากลที่เราชอบมักจะมีสถานที่ วันเวลา สิ่งของ และหมุดหมายชัดๆ ในเพลง อย่างตึกเตรียมชาญชัยที่เราอยู่ก็เอาไปใส่ได้นะ
แต่ถ้าให้พูดถึงงานอดิเรกสมัยเด็กของเด็กต่างจังหวัดแบบเราคงเป็นการอ่านการ์ตูน ถ้าไม่มีการ์ตูนช่วยไว้อาจจะไปอีกทางหนึ่งเลย อย่าง Hunter x Hunter หรือเรื่องอื่นที่แมสๆ อย่าง นารูโตะ วันพีช ก็เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่รักในการอ่านการ์ตูนเพราะมันสนุกมาก ไม่ค่อยซนแล้ว เลยไปหาการ์ตูนเช่ามาอ่านแทน ขยับไปอีกหน่อยคงเป็นการฝึกวาดรูป เตรียมตัวไปสอบที่ช่างศิลป์ ลาดกระบัง มันเลยทำให้เรามาอยู่ถึงทุกวันนี้ การ์ตูนเลยช่วยทำให้เราเป็นเรามากขึ้น

พูดถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิตหน่อย ‘Youth Brush ฝันดี Concert’
ชื่อคอนเสิร์ต ‘Youth Brush ฝันดี Concert’ คนสงสัยว่าทำไมถึงตั้งชื่อว่า ‘ฝันดี’ ความจริงมันมีคำอื่นนะ
อย่าง ‘มอร์นิง’ หรือ ‘สวัสดีตอนบ่าย’
เราลองถามตัวเองว่า คำว่า ‘ฝันดี’ มันรู้สึกอบอวลกว่า มันทรงพลังกว่าไหม
ไม่ได้ถึงขนาดกับบอกรัก แต่มันใกล้เคียงกับคำว่ารักเลยนะ
คำพูดที่ดูซึ้งอย่าง ‘ภูมิใจในตัวมึงนะ’ มันใกล้เคียงกับการบอกรักเหมือนกัน บางทีอาจจะแข็งแรงกว่าด้วยซ้ำ แต่ว่ามันแข็งแรงไปไง เราแค่ต้องการอะไรที่มันสบายๆ อบอวล กลับไปแล้วจะคิดถึงกัน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ไหนก็บอกได้ ‘ฝันดี’ เลยเป็นคำตอบ
ก่อนหน้านี้เราเคยจัดโซโลที่ลิโด้มาก่อนกับ ‘Youth Brush Love You’ เราชอบคำนี้มากเพราะมันทีเล่นทีจริง แต่คำนี้มันใช้ไปแล้ว เลยมานั่งตกตะกอนคิดใหม่ พูดไปเรื่อยๆ จนกลายมาเป็น ‘Youth Brush ฝันดี’ คอนเสิร์ตใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่ Ambience Space วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นี้ พองานจัดกลางคืน ทุกอย่างมันเลยเหมาะเลยควรที่เราจะได้เจอกัน
มันพิเศษเพราะว่ามันใหญ่นี่แหละ ใหญ่กว่าเดิม ใหญ่กว่าที่เคยจัดมาทั้งหมดเลย (พูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ)
เราจัดการอะไรหลายอย่างด้วยตัวเองไม่เก่ง ปกติเราทำงานคนเดียว ไม่ต้องขอให้ใครช่วยเหลือ แต่ตอนนี้เราต้องร่วมมือให้เพื่อนมาช่วยประสานงานกับคนเยอะๆ ด้วย อย่างคอนเทนต์นี่ก็ยากเหมือนกัน ปกติเราไม่ค่อยอัปอะไรเลยนะ ปล่อยเพลงทีก็อัปแค่ไอจีอย่างเดียว Promote ครั้งเดียว ครั้งแรก แต่เราก็อยากทำให้ดีเพราะมันใหญ่นี่แหละ
ความจริงเราเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่ เพราะไม่เคยจัดงานใหญ่ขนาดนี้ แต่พอมีคนเชื่อในเรา เราเลยยอม คอนเสิร์ตครั้งนี้เลยใหญ่ขึ้น ค่าบัตรแพงขึ้น แพงที่สุดที่เคยเล่นมาในชีวิตเลย ปกติราคาแค่สองสามร้อย แต่ก็พยายามคิดให้ถูกที่สุด ปกติเราเล่นแค่ชั่วโมงครึ่ง แต่พอเป็นคอนเสิร์ตใหญ่มันต้องสามชั่วโมงกับ 40 กว่าเพลง มันเลยครอบคลุมมากๆ
ส่วนในเรื่อง Production เราไม่อยากให้คนคาดหวังมาก เราว่าในราคา 900 บาท มันเป็นราคาที่พอจับต้องได้ ก็จะเน้นในเรื่องของจำนวนเพลงในเวอร์ชันของ Full Band มากกว่า เราจะได้เจอ Plasui Plasui เป็นเกสต์ที่เป็นเพื่อนกันมาเล่นด้วย ส่วนเกสต์คนอื่นๆ ข้างในอาจจะเป็นความลับไว้ก่อน แต่ว่ามีพิเศษนะ รอชมกันด้วย เมื่อก่อนเราจะเลือกศิลปินที่เรารัก หรือมาแรง แต่ตอนนี้เราเลือกที่ผูกพันกับเรามากกว่า งานโชว์จะดีขึ้นหรือเปล่าไม่รู้ แต่เขาคนนี้ผูกพันกับ Youth Brush เลยอยากนำมาให้ทุกคนรู้จัก 🙂

Youth Brush จะไปอยู่ที่ไหนของวงการเพลงต่อไป
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในวงการเพลงเลย ช่วงปีหน้าหรือสองปีหน้า มันไม่ใช่เรื่องของเจนแต่มันเป็นเรื่องของเอไอแล้ว เป็นธรรมชาติที่คนจะฟังเพลงเอไอเพิ่มขึ้น อันนี้แหละน่าเป็นห่วง แค่ช่วงเริ่มต้นมันทำได้ขนาดนี้ อนาคตคู่แข่งอาจมากขึ้น แล้วเราอาจโดนกลบ ตอนนี้เลยโฟกัสแค่คนที่อยู่กับเราในตอนนี้ให้อยู่กับเราก่อน โฟกัสกับคนที่ยังแอ็กทิฟอยู่กับเรา แค่ตรงนั้นก็ไปต่อได้ แต่ก็ต้องรอดูกันไปก่อน บางทีคนอาจจะกลับมาฟังโซล มาฟังอะไรสบายๆ ก็ได้
โมเดลพี่โป้ Yokee Playboy ก็น่าสนใจนะ มันจะมีช่วงหนึ่งที่แกหายไปไม่ได้อยู่ในเรดาร์ แต่พอมี TikTok มีคนมาเล่นแผ่นเสียง พี่โป้เลยกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เราว่าการกลับมาอยู่ได้ในช่วงที่สื่อเยอะขนาดนี้ ถ้าได้กลับมาแล้วยังไงเราก็อยู่ได้

ถ้าใครสักคนมีเราเป็นแรงบันดาลใจในการทำศิลปะ อยากบอกเขาว่าอะไร
อยากจะฝากไว้ว่าแค่ ‘ต้องทำ’ นั่นแหละ ง่ายสุด การทำอะไรสักอย่างก็น่าจะเป็นการทำให้ใครสักคนก่อน ส่วนของเราตอนแรกจะมีสองบทบาทวง Two Million Thanks ก็จะสนองนีดตัวเอง ไม่รู้ว่าจะดังไม่ดังแต่อยากทำเพลงที่มันแตกต่าง แต่ Youth Brush คือการทำเพื่อให้ใครสักคนประทับใจ สุดท้ายแล้วถ้าใครสักคนประทับใจ ไม่ประทับใจ หรือเขาไปจากเราแล้ว ผลงานยังอยู่ ต่อให้เราไม่สมหวัง แต่ผลงานมันเกิดขึ้นแล้ว มันอาจเป็นผลพลอยที่เราได้กลับมา
‘เขาคนนั้นอาจจะไม่ชอบเรา แต่อีกพันคนชอบผลงานเรา อาจจะเป็นงั้นก็ได้’
ถ้าเราตั้งเป้าจะทำเพลงให้คนพันคนชอบ แล้วมีแค่คนเดียวที่ชอบเพลงเรา มันคงเศร้าไป ถ้าตั้งใจทำให้แค่คนเดียวประทับใจ พันคนอาจจะตามมาก็ได้ คิดบวกเข้าไว้
เด็กสมัยนี้เขาขยันนะ แต่อาจจะต้องมีการจัดการเป็นหลักเป็นแหล่งหน่อย วิธีการทำงานของคนเราไม่เหมือนกันหรอก ต้องหาด้วยตัวเอง แต่สำหรับเราอาจจะทำให้คนรอคอยหน่อยมั้ง เรามักจะปล่อยให้ความคิดถึงทำงาน เพราะถ้าทำบ่อย คนก็อาจจะไม่คิดถึง Youth Brush เลยปล่อยเพลงแค่สี่ครั้งต่อปี และจะนัดกับแฟนคลับก่อนว่าเราจะมาเจอกันนะ
ปีหนึ่งสี่เพลง คงไม่ยากเกินไปหรอกมั้ง เราทำได้อยู่แล้ว รอฟังกันด้วยนะ
สุดท้ายแล้ว อยากฝากอะไรถึงคนที่รัก Youth Brush
“ขอให้มีความสุข”
ถ้าเป็นอย่างนี้คงทำได้แค่อวยพรแหละ
“ขอให้มีความสุข”
มีความสุขในทางที่เป็นตัวเอง จะเดินทางไปไหนก็ขอให้มีความสุข ไม่ต้องมาเจอกันก็ได้ แต่ขอให้มีความสุข สมหวังนะ
ถ้ามีอะไร อยากพูด อยากคุย อยากปรึกษา ก็ทักมาหา Youth Brush ได้เสมอ แค่ให้รู้ว่าเรายังมีกันอยู่ และเพลงของเราจะช่วยปลอบประโลมเธอเอง





