‘ใกล้เขาแค่เอื้อม’
นี่ไม่ใช่ประโยคชวนฝันถึงความสัมพันธ์ แต่หมายถึงวิถีชีวิตของคนฮ่องกง
ถึงฮ่องกงจะมีพื้นที่น้อยและแพงจนน่าน้อยใจ แต่สิ่งที่น่าอิจฉาคือก้าวออกจากประตูไม่กี่นาทีก็เจอภูเขาแล้ว
เมืองที่มีความเหงาแทรกตัวอยู่ในชีวิตผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างก็ดูเร่งรีบไปหมด ในขณะที่เราเห็นคนฮ่องกงเอาจริงเอาจังกับการทำงาน เอาจริงเอาจังกับการใช้ชีวิตกลางคืน สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเอาจริงเอาจังไม่แพ้กันคือการเดินเขา
สำหรับคนฮ่องกง การเดินเขาเป็นเรื่องธรรมดา เส้นทางบางสายไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางสัญจรในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น บางคนเดินผ่านสันเขาก่อนจะลงสู่ถนน บางคนใช้ทางเทรลเป็นทางลัดไปทำงาน
คำนิยามที่บอกว่าฮ่องกงมีภูมิประเทศเหมาะสำหรับการเดินก็คงไม่เกินจริงนัก เพราะพื้นที่กว่า 40 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่สงวนและมีอุทยานแห่งชาติที่เข้าถึงได้ด้วยการขับรถหลากหลายแห่ง หรือแม้แต่นั่งรถสาธารณะเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเปลี่ยนจากป่าคอนกรีตมาอยู่ท่ามกลางสันเขาได้อย่างง่ายดาย
เกริ่นมาเสียยืดยาว จริงๆ เราแค่อยากชวนพาใจเฉาๆ ไปพักบ้าง คุณอาจกำลังอ่านบทความนี้ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า หรือกำลังมองหาที่หลบพักจากความวุ่นวายของชีวิต เราจึงอยากพาไปสัมผัสธรรมชาติใกล้เมืองฮ่องกง เมืองที่แสนจะวุ่นวายแต่กลับทำให้เราช้าลงได้
ยกมือขึ้นรวบผม สวมเสื้อกันลม ผูกเชือกรองเท้าให้แน่น แล้วไปเดินเขาพร้อมกันได้เลย!

Victoria Peak Trail
จากตึกสูงสู่สันเขา
การใช้ชีวิตแบบคนฮ่องกง ทำให้เรานึกถึงคำว่า Friluftsliv ในภาษานอร์เวย์ที่แปลตรงตัวว่าการใช้ชีวิตกลางแจ้ง
Friluftsliv (ฟรีลุฟต์สลิฟ) ประกอบขึ้นจากคำว่า Fri (อิสระ) luft (อากาศ) และ liv (ชีวิต) แนวคิดนี้หมายถึงการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติอย่างเรียบง่าย เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าข้างนอกนั้นจะเป็นฤดูไหน อากาศเป็นอย่างไรก็ตาม
การมีธรรมชาติกับเมืองที่อยู่ใกล้กันมากจนแทบจะแยกไม่ออก พวกเขาสามารถประชุมตอนบ่าย แล้วขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตกบนสันเขาเดียวกันในตอนเย็นได้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเปลี่ยนจากบรรยากาศตึกระฟ้ามาอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว เราจึงขอนิยามว่านี่คือ Friluftsliv ฉบับคนฮ่องกง
สถานที่แรกที่อยากแนะนำคือ ‘Victoria Peak หรือ The Peak’ ถึงแม้ว่าฮ่องกงจะเต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า แต่กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ฮ่องกงเป็น Country Parks มีภูเขาและทะเลโอบล้อมตึกสูงไว้ ด้วยพื้นที่ที่เอื้ออำนวย ธรรมชาติรายล้อม ทำให้ชาวฮ่องกงออกมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมนอกบ้านกันเป็นประจำ

Victoria Peak หรือ The Peak เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของฮ่องกง ต่อให้ไม่ได้เป็นสายวิ่งจริงจังก็มาได้ เพราะที่นี่มีเส้นทางเทรลให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งความยากและความชัน ถ้าอยากวิ่งบนพื้นราบก็มีทางเลียบน้ำดีๆ ที่เห็นวิวตึกสูงสุดคลาสสิก หรืออยากวิ่งทางชันจาก MTR เซนทรัลขึ้นไปชมวิวบนยอดเขา The Peak แทนที่จะนั่งรถรางแบบนักท่องเที่ยวก็วิ่งได้
ด้านข้างของ Victoria Peak ยังมีถนนเล็กๆ ชื่อว่า Lugard เชื่อมสู่เส้นทางเดินเทรล ‘The Peak Circle Walk’ ที่สามารถมองเห็นอ่าววิคตอเรียและตึกสูงของเกาะฮ่องกง เหมือนกำลังดูภาพวาดศิลปะที่มีองค์ประกอบจัดวางตัดกันชัดเจนระหว่างเมืองและธรรมชาติ

The Peak Circle Walk เป็นเส้นทางเทรลที่อยู่สูงที่สุดของฮ่องกง ทางวิ่งง่ายเหมาะกับมือใหม่หรือคนที่อยากวิ่งเอาบรรยากาศ สำหรับคนฮ่องกง ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่หายใจของคนเมือง บางคนมาออกกำลังกาย บางคนพาหมามาเดินเล่น บางคนนั่งอ่านหนังสือ นอกจากนี้ยังออกแบบเส้นทางเป็น Universal Design ที่เอื้อต่อรถเข็น ทำให้ผู้สูงอายุและเด็กๆ ก็สามารถเดินได้เช่นกัน

หากเป็นสายโหดขึ้นอีกนิด เราแนะนำเส้นทางย่อยแยกไปสู่จุดชมวิว ‘High West’ ที่มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เส้นทางนี้เป็นบันไดสลับกับทางเดินที่ค่อนข้างชัน การเดินเขาที่ฮ่องกงคุณต้องแบกสัมภาระทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่มีลูกหาบ มีแต่ลูกหอบ
ออกตัวก่อนเลยว่า ใครที่ไม่ใช่สายออกกำลังกายก็เหนื่อยเอาเรื่อง เมื่อไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ อาจจะมีปวดเข่า ขาสั่น ใจสั่นกันบ้าง แต่เมื่อต่อสู้กับร่างกาย จิตใจ ความอ่อนล้า ความกลัวของตัวเองได้และผ่านมาจุดชมวิวบนสุดจะรู้สึกว่าคุ้มค่ามาก เพราะคุณจะได้ภาพวิวพระอาทิตย์ตกดินที่เห็นทั้งทะเล ภูเขา และตึกสูงของเกาะฮ่องกงพร้อมๆ กัน


จากที่ตอนแรกก็ตั้งใจจะรีบเพราะเวลาจำกัด แต่พอหลงไปกับความงามของธรรมชาติจนเราไม่สนใจว่าต้องรีบแล้ว อยากใช้เวลาที่มีความสุขอยู่กับธรรมชาติให้เต็มที่ วินาทีนั้นความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งเดือนหายเป็นปลิดทิ้ง
ระหว่างทางเดินกลับเห็นเหล่ากงเหล่าม่าเดินสวนกันลงมา เราคิดในใจว่าพวกเขาแข็งแรง กระชับกระเฉงกันขนาดนี้ อาจเป็นเพราะการเดินเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของพวกเขาไปแล้วก็ว่าได้ คิดในใจว่าอยากแก่ให้มันเท่ๆ แบบนี้บ้างจัง

High Island Geo Trail
ประติมากรรมระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
ปกติแล้วช่วงที่แนะนำให้นักท่องเที่ยวไปเดินเขาที่ฮ่องกงคือเดือนตุลาคมถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อน ไม่หนาว และไม่ชื้นจนเกินไป แต่สำหรับชาวฮ่องกงแล้วถ้าอากาศไม่ได้แย่เกินไปจนเดินไม่ได้ พวกเขาก็พร้อมจะไปเดินเขากันได้ตลอด
ว่ากันตามตรง ถึงแม้อากาศจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ แต่ก็สังเกตว่าธรรมชาติของฮ่องกงยังสมบูรณ์และสวยงามมากๆ แม้บางพื้นที่ที่มีความเป็นเมืองสูงมากก็ตาม แต่ทุกครั้งที่ผ่านไปก็ยังได้เห็นพื้นที่สีเขียวกว้างสุดลูกหูลูกตาตลอด ถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวน่าจะสวยสุดๆ ไปเลย

มาเดินเทรลเส้นทางศึกษาธรรมชาติกันบ้าง
‘Sai Kung High Island Geopark’ คือพื้นที่ที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนสองแห่งปิดกั้นร่องน้ำระหว่างเกาะไฮไอแลนด์และคาบสมุทรไซกุงฝั่งตะวันออก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (Hong Kong UNESCO Global Geopark)


ความสวยงามของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ จากการกัดเซาะของแท่งหินหกเหลี่ยมเกิดจากคลื่นลมทะเล และฝีมือมนุษย์จากการไปกระเทาะหินหน้าผาเพื่อมาทำเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ นอกจากนี้จุดเด่นคือมีร่องรอยของหินรูปทรงแปลกตาจากการระเบิดของหินภูเขาไฟอายุราว 140 ล้านปีก่อน ถึงแม้ว่าลักษณะแท่งหินหกเหลี่ยมจะหาได้ทั่วโลก แต่ที่ฮ่องกงจะมีความพิเศษทั้งในแง่ปริมาณ ขนาด ความหนาแน่น และมีลักษณะเฉพาะตัวกว่าที่อื่นๆ

เวลาที่เดินตามภูเขาในฮ่องกง เรามักเห็นดอกคามิเลียอยู่เป็นระยะๆ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงความบังเอิญของธรรมชาติ แต่ความจริงแล้วดอกคามิเลียเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูภูเขาฮ่องกง
ในอดีตภูเขาหลายแห่งของที่นี่เคยถูกตัดไม้และทำลายอย่างหนัก รัฐบาลจึงเริ่มโครงการปลูกป่าฟื้นฟู ดอกคามิเลียจึงถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในพืชสำคัญ ด้วยความเป็นไม้พุ่มที่แข็งแรง ปรับตัวเก่ง และเติบโตได้ดี มันจึงค่อยๆ กระจายตัวจนกลายเป็นภาพคุ้นตาของเส้นทางเดินเขาในเมืองนี้
ดอกคามิเลียได้รับความนิยมมากในเอเชียตะวันออก เพราะความทนทานและความงามที่เรียบสง่า
มักสื่อถึงความมีชีวิตชีวา ความโชคดี และความสุข
บางทีกำลังใจเล็กๆ ระหว่างทางอาจมาในรูปแบบการพบเจอดอกไม้เล็กๆ ข้างทางก็ได้นะ

ทางเดินเส้นนี้ไม่ถึงกับโหดมาก ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงยอดเขาบิวซิมก๊กจุดที่สามารถมองเห็นวิวได้แบบพาโนรามาสุดสายตาทั้งตัวอ่างเก็บน้ำ เกาะพัวปินโจว หมู่เกาะอึ้งกง หมู่เกาะไนน์พิน และหาดลองเกวน หาดทรายขาวละเอียดและทะเลสีครามกว้างใหญ่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง

หากมาเดินคนเดียวก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ และจุดแวะพักเรื่อยๆ การมาพื้นที่ตรงนี้ทำให้เราเป็นได้ชัดว่าฮ่องกงให้ความสำคัญกับเขตพื้นที่คุ้มครองมากๆ ทั้งอุทยานแห่งชาติ อุทยานทางทะเล พื้นที่ชุ่มน้ำ ไปจนถึงพื้นที่เขตอนุรักษ์น้ำ มีการรักษาสมดุลของระบบนิเวศควบคู่ไปกับการเติบโตของเมือง เรามองว่านี่แหละคือเสน่ห์ของฮ่องกง

Tai Lam Country Park
ลัดเลาะผ่านป่าและโขดหิน
ฮ่องกงมีเส้นทางเทรลหลักอยู่ 4 เส้นทางใหญ่ที่คนมักเดินกันเป็นประจำ ได้แก่ Hong Kong Trail , Wilson Trail, Lantau Trail แต่สำหรับคนที่ชอบความท้าทาย ไกด์ท้องถิ่นแนะนำ MacLehose Trail เพราะสามารถแบ่งเดินเป็นส่วนๆ ได้
อย่างที่บอกว่าบางเส้นทางไม่ได้มีไว้เพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นเส้นทางสัญจรในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น ถนนเส้นนี้จะพาคุณลัดเลาะผ่านสวนผักของชาวบ้านและฝูงแพะที่เป็นมิตร
นอกจากนี้ในฮ่องกงมีเทรลหลายเส้นทางที่ตัดผ่านร่องรอยประวัติศาสตร์ เช่น ซากปรักหักพังจากสมัยสงคราม หรือหมู่บ้านเก่าแก่ที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริง ซึ่งทำให้นักเดินทางได้เห็นภาพประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวฮ่องกงที่ซ่อนตัวอยู่ในเขา

หนึ่งในนั้นคือ ‘อุทยานแห่งชาติต่ายลัม’ ในอดีตเคยเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านชนบท แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นเส้นทางเดินเขาสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อชมวิวของอ่างเก็บน้ำต่ายลัมชุง ‘Tai Lam Chung Reservoir’ หรือที่รู้จักกันในชื่อทะเลสาบพันเกาะ ‘Thousand Island Lake’

อุทยานแห่งนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของฮ่องกง และได้รับการฟื้นฟูป่าอย่างต่อเนื่องจนอุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีเส้นทางเดินเขาและเส้นทางศึกษาธรรมชาติถึง 12 เส้นทาง ออกแบบมาให้เหมาะกับคนทุกระดับ สามารถเลือกได้ตามความฟิต
ยิ่งเดิน เสียงเมืองก็ยิ่งหายไป เหลือแค่เสียงลม เสียงนกร้อง และจังหวะก้าวเท้าของตัวเอง มองไปสองทางเราจะค่อยๆ เห็นวิวทะเลสาบเผยตัวออกมา พร้อมพืชพันธุ์ท้องถิ่นและฝูงผีเสื้อ
แอบกระซิบว่าที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด หากโชคดีอาจได้พบตัวนิ่มจีนหรือแมวดาว นอกจากนี้ยังมีจิ้งจกดินและจิ้งเหลนเรียบมักจะแอบซ่อนอยู่ตามซอกหินด้วยนะ

เมื่อถึงยอดเขาที่มองลงไปเห็นทะเลสาบขนาดใหญ่มีที่เกาะเล็กใหญ่นับพันสมชื่อ มองออกไปเราจะเห็นวิวพื้นที่สีเขียวที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและอ่างเก็บน้ำทั้ง 7 แห่งที่ครอบคลุมย่านหยวนหลง ถุนเหมิน ไปจนถึงมองเห็นวิวตึกสูงของเมืองเซินเจิ้นอยู่ไกลๆ
ภาพธรรมชาติตรงหน้าทำให้เราหยุดคิดเรื่องกังวลใจที่แบกมาและหายใจลึกขึ้นโดยไม่รู้ตัว รู้สึกว่าปัญหาบางอย่างเล็กลง เรานึกถึงประโยคในหนังสือที่เล่าว่า ‘คนเราควรใช้เวลาในธรรมชาติสิบนาทีต่อวันชีวิตจะดีขึ้น’ ดูท่าจะจริง
แต่เอาเข้าจริง พอได้ลองแล้ว มันไม่เคยหยุดแค่สิบนาทีหรอก

เราไม่แปลกใจว่า ทำไมทุกวันนี้ฮ่องกงกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คนเริ่มสนใจเดินเขา วิ่งเทรล และกิจกรรมกลางแจ้งจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกไปแล้ว อาจเพราะเส้นทางเดินเขาและพื้นที่ธรรมชาติทั้งหมดถูกดูแลโดยรัฐบาลฮ่องกงเป็นอย่างดี คอยพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ อยู่เสมอ พวกเขามองเห็นว่าคนฮ่องกงจำเป็นต้องมีสถานที่พักผ่อนใจที่ไม่ต้องเดินทางออกไปไหลจากเมือง ตอบโจทย์ชีวิตเอาจริงเอาจังและที่เร่งรีบของคนฮ่องกงได้

ตลอดระยะทางการเดินเขาในทริปนี้ ทำให้ได้เห็นมุมมองที่มีต่อฮ่องกงเปลี่ยนไป การมาสัมผัสธรรมชาติที่อยู่ใกล้กับเมืองที่แสนจะวุ่นวายแห่งหนึ่งของโลก แต่กลับทำให้รู้สึกว่าเหมือนเวลาเดินช้าลง มีเวลาคิดทบทวนอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่เข้ามาในชีวิต
บางครั้งความสุขอาจไม่ใช่จุดมุ่งหมายปลายทางเสมอไป แต่เกิดขึ้นในระหว่างทางต่างหาก




