ปลุกพลังอนาคต ออกตามหาตัวตนพร้อมก้าวต่อไปใน ‘iCreator Conference 2025’

“สถานีต่อไปบางนา โปรดใช้ความระมัดระวังขณะก้าวออกจากขบวนรถ” เสียงเตือนดังขึ้นพร้อมกับแอร์เย็นๆ ที่ไหลออกแข่งกับเหล่าผู้คนจำนวน 3 ส่วน 4 ของขบวนที่ก้าวออกไปอย่างแข็งขัน สองมือเท่ากันแต่อุปกรณ์ในมือนั้นกลับแตกต่างตามความตั้งมั่นของแต่ละตัวตน มือหนึ่งถือกล้อง มือหนึ่งถือปากกา แต่ทุกคนมุ่งหน้าไปทางเดียวกันที่งาน ‘iCreator Conference 2025’

งานที่รวบรวมสปีกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์มาแจกจ่ายความรู้ ประสบการณ์ และกำลังใจ เมื่อก้าวเข้าไปก็เหมือนถูกปลุกให้ตื่นตามชื่อธีม ‘ปลุกพลังอนาคตที่กำหนดได้’ ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสลับกันขวักไขว่ นักศึกษา สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ สปีกเกอร์หน้าคุ้นที่คุณสามารถกระทบไหล่ได้เพียงแค่เดินอยู่ในงาน มีบูทกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ทุกคนสามารถเดินโฉบไปมาได้ตามใจฉัน เข้าชมสปีกเกอร์ฮอลล์นั้น ต่อด้วยเซสชันนี้หรืออยากถ่ายรูปพูดคุยกับสปีกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ที่คุณชื่นชอบ คงมีหลายคนบ่นในใจว่าถ้าแยกร่างได้ก็คงดี

Inspired Stage สปีกเกอร์สาวที่กำลังแทะหมวกกันน็อกบนเวทีอย่างเอร็ดอร่อย ชวนผู้ฟังหลายคนต่างงุนงงปนกลืนน้ำลายตามจนอยากลองชิมสักคำ ตามคอนเซปต์ที่หลายคนรู้จัก ‘มะเหมี่ยว – ทิพวรรณ ฟูวงศ์เจริญ’ เจ้าของธุรกิจเบเกอรีอย่าง emiebkk หรือ Tiktoker ที่ไวรัลจากคอนเทนต์เค้กกินได้ ไม่ว่าจะเป็นถังแก๊ส เสาไฟ หนังสือ ที่หน้าตาไม่น่าไว้ใจ แต่เมื่ออยู่ในมือเธอก็ต่างเอาเข้าปากได้อย่างไม่ต้องกังวล แถมดูน่าอร่อยจนผู้คนอยากหยิบของใกล้ตัวมาขบเคี้ยวตาม 

เมื่อพิธีกรย้อนความถามถึงช่วงรับงานแรกๆ เธอจึงเล่าว่าในตอนนั้น “ถ้าให้รีวิวการใช้งานของสินค้ายังไม่มั่นใจ แต่มั่นใจการทำเค้กมากเลยเธอขอทำเค้กได้ไหม” เธอจึงนำงานมาเคี่ยวรวมกับความ Happiness ที่เธอยึดมั่นจึงออกมาเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ความตั้งใจในการสร้าง Brand Identity คงไม่ต่างจากตอนที่เธอผสมช็อกโกแลต บีบครีม ปาดเค้ก

แวบมาที่ Future Stage “พวกคุณมาดูอะไรกันอะครับ” ‘เบียร์ – ศรัญญู เพียรทำดี’ Buffalo Gags เรียกเสียงหัวเราะได้ตามเคย “ให้อะไรอะครับ ไม่รู้สิครับ” เสียงตอบกลับอันเป็นเอกลักษณ์ชวนคนหันขวับของ ‘ดร.พลัง โลกศิลป์’ ซึ่งบางคนอาจจะอ๋อถ้าเรียกเขาว่า ‘รุ่ยเจี๋ย’ ตัวละครในซีรีย์เรื่องสงครามส่งด่วน ทั้งคู่จูงมือกันมาสลับกันถามตอบในเซสชันนี้

“เซสชันนี้ทุกคนหัวเราะได้เลยนะครับ ไม่ต้องกลั้นนี่ไม่ใช่บัฟทอล์ก” จัดไปตามคำขอเพราะตลอดเซสชันเหล่าผู้ฟังพากันไหล่สั่นไม่หยุด ตั้งแต่คุณพลังแนะนำตัวด้วยเสียงโอเปราที่แทบกินเวลาไปหลายนาทีทำเอาคุณเบียร์ที่รับบทเป็นพิธีกรในเซสชันนี้ถึงกับเหงื่อตกกับคำถามที่เหลืออยู่อีกนับสิบ อย่างเช่น

“ครีเอเตอร์จะอยู่รอดได้ยังไงให้ไม่อวสาน”

“กินข้าวครับ”

“ระหว่างวิ่งตามอนาคตกับเลือกสร้างอนาคตเอง”

“วิ่งตามมันเหนื่อย ขอเดินดีกว่า”

“ถ้าโลกมาถึงจุดอวสาน พรุ่งนี้จะไม่มีแล้วสิ่งแรกที่จะทำคือ”

(นิ่ง) 

“สิ่งแรกคือมึงต้องดูสคริปต์ก่อนเลย” คุณเบียร์เอือมปนขำกับความเป็นตัวเองของคุณพลัง

“มีวิธีเบิร์นเอาต์ชาร์จพลังไหม”

“แดกเหล้า ส่วนวิธีแก้คือการไม่เป็นตัวเรา ลองห่างออกมาแล้วมองเราแบบไม่ใช่ตัวเรามองตัวเอง”

สารพัดคำตอบที่คุณพลังนำมาแชร์ทั้งปรัชญาจีน (ที่ผู้ฟังแปลไม่ออก) ทั้งคำอุทานจีนไอ้หยา ไอ้โย๋ ไอ้เหยอ (ที่ผู้ฟังได้แต่ขำเวลาออกเสียง) ทั้งคำตอบที่ขอทวนคำถามใหม่อยู่หลายรอบ ถึงแม้ว่าเซสชันนี้จะเหมือนปล่อยจอยตามชื่อเซสชันที่ว่า เมื่ออนาคตไม่รอ แต่ขอพักก่อน แต่เราว่าความเป็นตัวเองของทั้งคู่นี่แหละคือคำตอบที่แท้จริง

คุณพลังส่งกำลังใจให้เหล่าผู้ฟังครีเอเตอร์น้อยใหญ่ว่า “อย่าทิ้ง อย่าท้อ ต้องค้นหาความเป็นไปได้ของตัวเอง ถึงคุณอายุ 80 ก็ยังหาได้” คุณเบียร์ตบท้าย “หาตัวเองให้เจอ คำนี้คือใช่ที่สุด” ทั้งคู่ปิดจบด้วยน้ำเสียงโอเปราที่กล่าวว่า “ขอบคุณครับบบ บ บ บ”

เดินออกมาไม่กี่ก้าวก็เลี้ยวเข้า Awakening Stage ไปฟังบุคคลที่ยืนระยะในวงการมายาวนานแต่ยังกางปีกโลดแล่นให้เห็นอยู่บ่อยๆ กับ ‘อิสระ ฮาตะ’ วันนี้เขามาฉายเดี่ยวด้วยการเปิดเรื่องความยุ่งเหยิงของเหล่าไฟ LED แต่ละยี่ห้อที่เขาประสบพบเจอการแก้ปัญหาที่ “ความอัจฉริยะอย่างเอดิสันจะต้องร้องไห้ เทสลาจะต้องเสียใจ คุณชูจิที่คิดค้นหลอดไฟจะต้องร้องยาเระ ยาเระ” 

“สิ่งที่ผมพูดทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหัวข้องานในวันนี้เลย ผมแค่อยากจะพูด Find Your Freedom นี่คือสิ่งที่ผมอยากเล่า” เสียงปรบมือเกรียวกราวเมื่ออิสระดึงเข้าหัวข้อได้อย่างไม่ทันรู้ตัว

“ก่อนอิสระจะเจออิสระในการทำคอนเทนต์” 

เขาเล่าว่าก่อนอื่นต้องเริ่มจากเป็นคนให้ได้ก่อนเป็นตัวเอง บางครั้งการวิ่งตามตัวเลขทำให้ทุกคนสูญเสียความเป็นคนไป ขั้นต่อไปคือรู้จักตัวเองในกลุ่มเพื่อนสนิทว่าเราเป็นตัวโดน ตัวชง ตัวตบ หรือเป็นตัวอะไรแล้วจึงนำโมเมนต์ส่วนนี้มาปรับใช้

ประสบการณ์จากสูตร VRZO ทำให้เขาเกิดสมการใหม่ที่จะมุ่งหน้าไปหามันคือการเอาความสนุกนำทางตามด้วยความจริงใจ เป็นธรรมชาติไม่ต้องฝืนแล้วความสนุกเราจะไปตรงกับใครสักคนเอง แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องของปากท้องแต่เราต้องรู้จักบาลันซ์ให้พอดีกับหัวใจ

“ผมมอง Rubsarb เป็น…ส้วมให้เราปลดปล่อยในสิ่งที่เราเสพมากลายเป็นคอนเทนต์แล้วสร้างมูลค่า” พร้อมยกตัวอย่างให้ผู้ชมเห็นภาพจากเหล่าบรรดาเพื่อนพ้องของเขาอย่าง “จอร์จชอบแฟชันก็ทำเมิร์ช ต้นกล้าชอบฟังเรื่องผีก็จัดคืนพุธ สิ่งที่สำคัญของรับทราบคือใส่ใจฟีดแบกคนดูมากกว่าเทรนด์”

“ผมอยากจะแชร์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมไม่รู้จะหันไปถามใครเลยใช้โอกาสนี้ที่เดินลุยหญ้ามาก่อนเพื่อหันไปบอกคนข้างหลังว่าจะเจออะไรบ้าง อยากให้ทุกคนสุขสว่าง เป็นตัวเองเพิ่มไฟให้ตัวเองส่องแสงให้เหมือนไฟ LED หาตัวเองให้เจอแล้วคุณจะเปล่งประกาย

หน้าจอยักษ์ใหญ่ปิดจบด้วยประโยคเดียวกับตอนเริ่ม “LET’S FIND YOUR FREEDOM” ทิ้งท้ายให้ทุกคนที่เดินออกจากฮอลล์ออกตามหาตัวเอง

ปิดสมุด เก็บกระเป๋า ผูกเชือกรองเท้า แบกกำลังใจพร้อมก้าวออกจากงาน แต่ได้โควทงามๆ มาปิดท้ายจากศิลปินในดวงใจท่านหนึ่ง เขามองตาพร้อมกระชับไหล่สองข้างแล้วพูดว่า “อย่ากลัวเสร่อ” ‘เขื่อน – ภัทรดนัย เสตสุวรรณ’ กล่าว

ยังมีอีกหลายเซสชันที่สปีกเกอร์ต่างพากันมาปลุกผู้ฟังด้วยความรู้ ประสบการณ์ หรือกำลังใจ ที่ไม่ว่าจะเดินเข้าฮอลล์ไหนก็มักจะออกมาด้วยคำถามในใจที่เหล่าสปีกเกอร์ทิ้งทวนไว้ให้เราได้ทบทวนตัวเองตลอด ความสุขคืออะไร เราเป็นคนแบบไหน อยากทำอะไร แล้วเริ่มทำมันหรือยัง ทุกคำพูดตกตะกอนออกมาเป็นประโยคหนึ่งที่เราได้จากงานนี้ คือการเป็นตัวเราเองแล้วลงมือทำดีที่สุด

ใครที่ยังไม่เต็มอิ่มกับบรรยากาศสามารถติดตามรายละเอียดและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เพจ Rainmaker หรือเว็บไซต์ RAiNMaker – Content Creator Community

PHOTOGRAPHER

palawat

ชื่ออ๋องนะครับ ช่างภาพฝึกงานครับ :)