หนังสือภาษาคนที่รักในภาษาเหมียว ‘เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช’

แมวดำตัวเล็กชอบซ่อนตัวตามเงามืด ดวงตานั้นแวววาวราวว่ารู้ความลับของโลกทั้งใบ ตรงกันข้ามกับแมวขาวที่สีเหมือนหิมะแรกในฤดูหนาว ดูสะอาด อ่อนโยน แมวขาวเป็นประเภทไม่ชอบเสียงดังโหวกเหวก ส่วนใหญ่จะหมดเวลาไปกับการนอนอาบแดด หลับตาพริ้มเสียมากกว่า ส่วนแมวที่ซุกซนจะเป็นสีอะไรไปไม่ได้เลย นอกจากแมวสีส้ม ตัวแทนของความสนุกสนานที่กระโดดโหยงเหยง วิ่งพล่านไปทั่ว ใครก็คิดว่ามันต้องหลงทิศแน่ ที่ไหนได้ แมวส้มไม่เคยลืมทางกลับบ้านของตัวเอง ทั้งนี้ยังมีแมวสีอื่นที่เราไม่ได้กล่าวถึง ด้วยเพราะหมู่บ้านแมวมีจำนวนสมาชิกมหาศาล และเจ้าสามสีนี้มักจะปรากฏตัวบ่อยที่สุดจึงเป็นเหตุให้เราหยิบยกขึ้นมา 

แนวคิดของความสงบสื่อได้ผ่านแมวตัวหนึ่งที่นั่งอยู่

ปฏิเสธกันไม่ลงว่าเมื่อเห็นแมวปีนป่ายอยู่บนรั้ว เราอดเงยหน้าขึ้นมองท่าเดินนวยนาดน่ามันเขี้ยวไม่ได้ หรือไม่ก็เผลออิจฉา เมื่อเห็นมันหลับใหล แถมยังมีคนเอาเนื้อปลาทูหย่อนใส่ปากจนเต็มกระพุ้งแก้มอีกต่างหาก ไม่ต้องใส่สูทผูกเนกไทไปทำงานสักวัน ช่างเป็นชีวิตที่สุขสบายเกินหน้าเกินตามนุษย์ นำมาซึ่งคำถามว่าหากไม่อาจเกิดเป็นแมวได้ อย่างนั้นขอเป็นอย่างแมวได้หรือเปล่า 

‘สเตฟาน การ์นิเยร์’ เขาทำการศึกษาเจ้าซิกกี้ แมวสีเทาตัวอ้วนกลมมากว่า 15 ปี และเขียนออกมาเป็นหนังสือ ‘How to live like your cat’ เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช เขาเริ่มถอดรหัสสิ่งที่แมวทำ ความปรารถนา วิถีชีวิตของมัน แมวเป็นตัวอย่างดีๆ ที่อยู่ตรงหน้า และมนุษย์ควรเรียนรู้ แต่กลับมองไม่ค่อยเห็นครูผู้ช่ำชองวิชาชีวิตตัวนี้

ในขณะที่แมวไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่ได้อ่านหนังสือ ไม่มีนักคิดผู้ยิ่งใหญ่เป็นต้นแบบ ไม่มีปัจจัยภายนอกเป็นกรอบอ้างอิงในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ไม่ได้มีอายุยืนยาวหรือประสบการณ์มากมายนัก แต่มันกลับมีปัญญาหนึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นคือการนั่งนิ่งๆ ด้วยความสงบพลางไล่สายตาไปตามเส้นขอบฟ้าพร้อมรอยยิ้ม แมวรู้วิธีทำสิ่งนี้มาตั้งแต่เกิด

แล้วเราจะเข้าใจปัญญาอันซับซ้อนจนยากจะหยั่งถึงที่แมวครอบครองอยู่ได้อย่างไร ลองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแมวสิ จะเห็นถึงข้อความหนึ่งที่แมวบอกเราผ่านสายตาในทุกครั้งที่เราหลงทาง ด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง สุขุม และอ่อนโยน ใช่แล้ว! ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะดีหรือร้าย สุดท้ายมันจะผ่านไป 

“ความสามารถในการปรับตัวของแมวได้มาจากไหน เพราะแมวรักชีวิตใช่ไหม หรือมันรักชีวิตของมันเอง หรือเพราะมันรักชีวิตตัวเอง หรือเพราะมันรักตัวเอง” หากซิกกี้ที่เป็นแมวเหมียวของสเตฟานพูดได้ ซิกกี้คงบอกว่าถูกต้องทั้งหมด!

เพราะแมวเป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับตัวทางร่างกาย และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ถึงแม้ว่าแมวจะเกลียดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต แต่มันก็ยังพยายามอย่างเต็มที่ในการสร้างพื้นที่แห่งความสุขกายสบายใจในที่ต่างๆ โดยรวมพฤติกรรมเก่าเข้ากับวิถีชีวิตใหม่เพื่อให้ได้อยู่อย่างมีความสุข ความสามารถในการปรับตัวของแมวเป็นสัญลักษณ์แห่งสติปัญญาอย่างแท้จริง 

แมวไม่ได้เข้ามาคลอเคลียเพราะอยากสัมผัสเรา

แต่มันใช้สัมผัสนั้นในการลูบตัวเอง

เราต่างรู้ว่ามีเส้นแบ่งระหว่างการรักตัวเองและความเห็นแก่ตัว แน่นอนว่าเส้นแบ่งคั่นนั้นช่างบางเบา บิดการกระทำเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้การรักตัวเองกลายเป็นความเห็นแก่ตัวได้ในทันที เรามักเห็นว่าแมวทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตให้กับความสุขกายสบายใจของตัวเอง ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ บางครั้งเราต้องเห็นแก่ตัวและคิดถึงแต่ตัวเองบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหลงตัวเอง หรือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล แต่คือการให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเองมากกว่าความสุขของคนอื่น เพราะเราไม่อาจมอบสิ่งใดให้ใครได้ หากไม่รู้จักมอบสิ่งนั้นให้ตัวเองก่อน 

จงดูแลร่างกายและจิตใจของตัวเองเป็นอันดับแรก เพราะมันเป็นกุญแจเปิดประตูบานแห่งความสุข ไม่มีใครดูแลเราได้ดีหรือยินดีทำเพื่อเราไปได้มากกว่าตัวเราเองหรอก จริงไหม

การรักตัวเองอีกอย่างหนึ่งที่แมวทำ คือการไม่อดทนอยู่ร่วมกับแมวตัวอื่น หรือมนุษย์ที่ไม่เข้ากับตัวเอง เป็นสาเหตุว่าทำไมเราไม่ค่อยเห็นแมวอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน มันคัดเลือกครอบครัวของตัวเอง แมวจะยอมเป็นเพื่อนกับเรา หากเราคู่ควรกับความรักของแมว แต่แมวจะไม่ยอมเป็นทาสเราเด็ดขาด มนุษย์ถึงได้ยอมจำนนอยู่ในสถานะทาสอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ด้วยเพราะหลงรักแมวอย่างเต็มใจ

ทว่าแมวก็หลงรักมนุษย์ได้ไม่ต่างกัน มันจะแสดงออกด้วยการนอนขดตัวอยู่ที่ปลายเตียง คอยทำหน้าที่เป็นตาข่ายดักฝันร้าย คาบหนูมาให้ ไม่ใช่เพราะต้องการคำชื่นชม แต่เพราะอยากให้รู้ว่าเขาทำให้เราปลอดภัยจากอันตรายได้ แล้วทำไมมนุษย์อย่างเราจะต้องเสียเวลาชีวิต เพื่อทนอยู่กับคนแย่ๆ ที่มีค่านิยมต่างจากเราโดยสิ้นเชิงด้วย คติอย่างแมวนั้นสอนให้รู้ว่าจงรู้จักเลือกเพื่อนพ้องและมิตรสหายของตัวเอง

แมวของคุณงดงาม

และมันก็รู้ตัว

 อีกเรื่องหนึ่งที่น่าประหลาดใจคือแมวทุกตัวนั้นล้วนงดงาม ตั้งแต่เกิดกระทั่งตายลงโดยธรรมชาติ แถมยังไม่ดูโทรมลงตามกาลเวลา แมวไม่มีรอยย่น หัวไม่ล้าน ชอบใส่ถุงเท้าอยู่เสมอ แต่ความงดงามที่แมวเป็นจริงๆ ก็คือความมั่นใจที่ฉายแสงออกมาจากตัวเอง อาจเป็นไปได้ว่าแมวไม่มีแนวคิดเรื่องความงดงาม ทำให้ชีวิตของพวกมันง่ายขึ้นมาก แต่สำหรับมนุษย์ผู้น่าสงสารอย่างเราแล้ว ความงดงามเป็นองค์ประกอบของความสุขและความมั่นใจในตัวเอง ประโยคที่ว่า “ความงดงามภายในจิตใจต่างหากที่สำคัญ” ไม่อาจช่วยให้เราเชื่อได้ง่ายดายนัก 

แต่สุดท้ายแล้ว กฎของความงดงามมีเพียงข้อเดียวที่ต้องทำตาม และผู้ตัดสินคนเดียวที่เป็นกลางที่สุดก็คือตัวเราเองในกระจก เมื่อไหร่ที่มองตัวเองในกระจก แล้วรู้สึกจากใจจริงว่าตัวเองนั้นงดงาม ความมีเสน่ห์ ความเปล่งประกายจะเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่าเลยนะ การรู้สึกถึงความงดงามของตัวเอง แม้จะไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่ก็มีความสำคัญ เราจะไม่มีทางรู้สึกว่าตัวเองงดงามได้เลย หากยังทำตามบรรทัดฐานเดิม อยากดูดีเหมือนผู้คนบนปกนิตยสาร หรือทำตามกฎสังคมที่บอกว่าเราควรจะผอมลงกว่านี้ จมูกโด่งกว่านี้ ปากเป็นกระจับกว่านี้ มันน่าเศร้าที่เราไม่อยากเป็นตัวเอง ลองเงยหน้าแหงนฟ้าให้มากกว่าก้มดูพื้นดิน เย่อหยิ่งอย่างแมวบ้าง เราต่างงดงามได้เพราะสิ่งที่เราเป็น และสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่คนอื่นกำหนดไว้ การรู้จักเสน่ห์ของตัวเองต่างหากที่สำคัญ 

ผู้คนส่วนใหญ่ที่เลี้ยงแมวต่างรู้สึกอิจฉาการใช้ชีวิตที่ดูจะมีความสุขอยู่เสมอ เจ้าของแมวใฝ่ฝันที่จะใช้ชีวิตและเป็นให้ได้อย่างแมว ไม่แปลกหรอก เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ แต่วันใดที่รู้สึกไม่สบายใจเพราะคิดว่าตัวเองดีไม่พอ ต้องคอยเปรียบเทียบกับคนอื่น แมวจะอยู่กับเราเสมอ พร้อมจะเป็นไลฟ์โค้ชที่คอยแนะนำและช่วยเหลือ การรู้สึกสบายใจอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ หรอก แต่หากทำได้ แมวของคุณจะต้องภูมิใจแน่!

สเตฟานยังถอดรหัสจากเจ้าซิกกี้มาฝากผู้อ่านอีกด้วยนะ เขาว่าหากซิกกี้พูดได้ ถ้อยคำน่าจะเป็นเช่นนี้ “เจ้านายของฉันไม่ได้ฉลาดที่สุดเสมอไป บางครั้งเขาก็น่าเบื่อและเลวร้ายแบบวินาศสันตะโร แต่ฉันชอบเขานะ ฉันหวังว่าบทเรียนแห่งชีวิตที่ฉันแบ่งปัน จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ดี มนุษย์ที่รัก ฉันขออวยพรให้คุณพบสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เมื่อมีเราอยู่เคียงข้าง”

หนังสือ ‘How to live like your cat’ เป็นหนังสือที่ใช้ภาษาเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำพรรณา มีเพียงแมวเป็นตัวละครหลักหนึ่งตัว และมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแม้แต่ตัวประกอบในชีวิตของแมว แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคอยเฝ้าดูเจ้าขนฟูดำเนินบนวิถีของตัวเอง  “หากคุณเชื่อว่าไม่มีความรักอยู่บนโลกนี้ จงมองเข้าไปในดวงตาแมวบนตักของคุณ” จากสุภาษิตเก่าแก่ของเวลส์

AUTHOR