Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

ธรรมชาติชีวิตในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ของ ตูน Bodyslam 4/4

6

เรานั่งคุยกันที่โต๊ะไม้นอกตัวบ้าน
ซึ่งเป็นโต๊ะตัวเดียวกับที่เขาใช้นั่งประชุมตั้งต้นอัลบั้มใหม่

อัลบั้มที่มีชื่อว่า ดัม-มะ-ชา-ติ

ผมเป็นคนชอบเขียน จดบันทึก เขียนไดอารี่ หรือว่ามีไอเดียก็จะจดใส่สมุด กระดาษโน้ต แล้วพอย้อนกลับมาอ่าน จะสังเกตว่าในช่วงขวบปีหลังๆ
ไม่ว่าผมจะเขียนเรื่องอะไรก็แล้วแต่ จะบ่น จะชม จะเล่า
แต่บรรทัดสุดท้ายผมชอบลงท้ายด้วยประโยคว่า เรื่องราวเหล่านี้คงเป็นเรื่องธรรมดาหรือ เป็นเรื่องธรรมชาติ’ อยู่เสมอเลย แล้วเรารู้สึกว่าเราชอบคำนี้ คำว่าธรรมดา
กับคำว่าธรรมชาติ พอไปต่อยอดกับทีมแล้วมีน้องคนหนึ่งเขามีความรู้เรื่องภาษาสันสกฤต เขาเลยถามว่าทำไมไม่ใช้คำ ดัม-มะ-ชา-ติ เรารู้สึกว่าฟังดูดี ฟังดูแล้วให้ความหมายที่มันไม่ใช่คำว่าธรรมชาติที่ทุกคนนึกถึงอย่างป่าเขาลำเนาไพร
เราเลยเลือกคำนี้เพื่อแทนสิ่งที่ผมรู้สึกในช่วงเวลาของชีวิต
ทุกอย่างมันเป็นเรื่องธรรมชาติ

“เนื้อหาในอัลบั้มจะวนเวียนอยู่กับชีวิตของคนอายุ
35 คนหนึ่ง
พูดเรื่องความรักบ้าง
ชีวิตบ้าง เรื่องนามธรรมบ้าง เรื่องบ้านเมืองบ้างนิดหน่อยแต่ไม่ได้ลงลึกไปด้านใดด้านหนึ่ง
คล้ายๆ เวลาเราอ่านนิตยสารรายสัปดาห์สักเล่มที่สนุก มีหลายๆ คอลัมน์ มีการเมือง มีเศรษฐกิจ มีฟีลกู๊ด มีทำอาหาร แต่รวมๆ มันก็เป็นหนังสือที่บอกความเป็นวงดนตรีวงนี้
ในแง่ของดนตรี ในแง่ของความรู้สึกนึกคิด”

ตอนนี้อัลบั้มได้เคลื่อนที่จากโต๊ะประชุมไปสู่ห้องอัดและผ่านกระบวนการมิกซ์เสียงจนเสร็จสิ้นเรียบร้อย
รอเพียงวันที่เสียงเพลงจะเดินทางไปให้ผู้คนที่สนับสนุนพวกเขามาตลอดได้ยิน ได้ฟัง

“ผมมีความสุขมากที่อัลบั้มนี้สำเร็จ
ทุกคนที่อยู่ในกระบวนการภูมิใจกับมันมาก จะเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดที่พวกเราจะทำได้ในชีวิตการเป็นนักดนตรีของพวกเรา
5 คน”

ในแง่คุณภาพ
อัลบั้มนี้ถือเป็นอัลบั้มแรกที่พวกเขาเลือกที่จะมิกซ์เพลงในต่างแดน โดยได้ Mix Engineer ระดับโลกอย่าง Mike
Fraser
ที่ผ่านการมิกซ์ให้วงดนตรีชื่อดังอย่าง Metallica หรือ Aerosmith มาร่วมงาน

“เราอยากทำให้ดีที่สุดการมิกซ์เสียงเป็นในกระบวนการที่สำคัญมากของการทำเพลงแต่ละอัลบั้ม
เราคิดว่าอยากทำให้เต็มที่ทุกกระบวนการ
เลยเลือกคนมิกซ์ที่มีฝีมือจริงๆ ถึงจะใช้ทุนสูงหน่อย แต่เราอธิบายกับค่ายได้ว่าเราทำไปด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งมันก็ออกมาดีกว่าที่คิดจริงๆ”

เป็นที่รู้กันในวงการว่ามือมิกซ์คิวทองอย่าง Mike Fraserนั้นไม่ได้ตอบรับร่วมงานกับทุกศิลปิน
ก่อนที่จะตกลงกันได้วงจึงต้องส่งโปรไฟล์ผลงานที่ผ่านมา โชว์ที่ผ่าน ไปทางอีเมลเพื่อประกอบการพิจารณา

ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วเขาจะทำให้-ตูนว่าอย่างนั้น

หลังจากพิจารณาจากผลงาน
มิกซ์ เอนจิเนียร์ชาวแคนาเดียนคอมเมนต์กลับมาสั้นๆ-ได้ใจความ

Good band


7

หากมองมองเพียงภายนอก, ตอนนี้เขามีแทบทุกอย่างครบถ้วน
ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง รางวัล เงินทอง บ้าน รถ คนที่เขารัก คนที่เขารัก

“แล้วทุกวันนี้ยังหลงเหลือความฝันอะไรอีกไหม”
ผมถามถึงความต้องการภายใน

“ผมมีความฝันอย่างหนึ่ง คือผมฝันอยากเป็นวัยรุ่นตลอดเวลา
อยากอายุ 60 – 70
แล้วยังมีวงบอดี้สแลมอย่างนี้อยู่ ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ยังมีแรงหัวเราะ นั่งยิ้ม
คุยกัน นั่งกินข้าว ถึงวันเกิดใครก็มากินเค้กเป่าเทียนกัน
สุขบ้าง เศร้าบ้าง มีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข
เดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตแล้วยังมีแรงกระโดดโลดเต้น และไม่ใช่แค่ออกทัวร์แล้วเล่นเพลงเก่า
อยากให้ 60 -70
แล้วทำงานใหม่ที่มีคนอายุ
18 – 19 อินอยู่ ยังได้พลังงานจากลุงๆ พวกนี้
น่าจะดีที่เรายังสื่อสารกันได้ไม่ใช่กลายเป็นคนแก่ขี้บ่นในสายตาเขา
ผมไม่ชอบเลยเคยเห็นคนแก่ขี้บ่นในทีวีที่พออายุประมาณหนึ่งแล้วจะมีทัศนคติอีกแบบ สำเร็จมาเยอะไงครับ เขาก็มีสิทธิ์แหละ
แต่บางทีมันไม่สื่อสารกับวัยรุ่นแล้ว ไม่ได้พูดเรื่องเดียวกันแล้ว
ไม่ได้ส่งพลังงานให้กันแล้ว”

“แต่อายุ 60 – 70 ยังอยู่บนเวทีมันฝืนธรรมชาตินะผมแย้ง

“มันเป็นธรรมชาติ
เพราะการฝืนธรรมชาตินั้นเป็นธรรมชาติของคนส่วนน้อย
คนแก่ที่อายุ 100 ปีมาวิ่งมาราธอนเราก็เห็นอยู่เป็นธรรมดา
เป็นธรรมชาติ Rolling Stones อายุ 60 – 70 แก่ๆ
เหี่ยวๆ เขายังดูมีพลังอยู่เลย นั่นก็เป็นธรรมชาติ ตอนเช้าๆ ไปวิ่งกับผมสิ
คนแก่วิ่งแซงผมนะ นี่เป็นธรรมดาเลย เราต่างหากที่มองของคนหมู่มากแล้วเรียกว่าธรรมชาติ
เราผลักตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มนั้น เรามีกรอบความคิดว่า60 ต้องนั่งนิ่งๆ อยู่บ้านแต่ผมมองเห็นธรรมชาติของคนกลุ่มเล็กๆที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรมชาติ
ทำไมเราไม่ไปอยู่ตรงนั้น”

ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำบอกผมว่าใกล้เวลาที่เขาต้องออกไปซ้อมกับเพื่อนร่วมวง
ผมถามคำถามสุดท้ายก่อนเราแยกย้าย-จากกัน

“คิดว่าทุกวันนี้ดนตรีตอบแทนคุณอย่างสมน้ำสมเนื้อหรือยังกับที่ทุ่มเทชีวิตไป”

หลังคำถามขำเหม่อมองไปยังนอกบ้าน
นั่งนิ่ง ครุ่นคิด

“ทุกวันนี้ถ้าคิดเป็นตัวเงิน
ผมไม่ได้รวยอะไร แต่มันมากกว่าที่ผมคิด หรือแม้แต่กระทั่งจะจินตนาการถึง ในวันที่เราเริ่มต้นตอน ม.3
ม.4 ไม่มีวันไหนหรอกที่คิดว่าดนตรีจะตอบแทนเราขนาดซื้อบ้านได้
ใช้หนี้ที่บ้านได้ อาจเนื่องด้วยเราไม่เคยตั้งโจทย์เป็นเงินมาก่อน
เราเลยคิดว่ามันมากเกิน เราคิดแค่ว่าอยากใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีไปได้ตลอดรอดฝั่ง มีเงินพอที่จะมาเจือจุนซื้อปัจจัย4 ให้เราก็พอ

“ในแง่ของตัวเลขมันเกินจริงไปเยอะ
แต่ในแง่ของชีวิตดนตรีพาสิ่งที่มีค่ากว่าตัวชื่อเสียง
เงินทอง มาให้เรา คือการได้รู้จักใครหลายคนในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเท่าที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งจะพาเข้ามาในชีวิตเราได้
คนดีๆ สักคนสองคนที่เรียกได้ว่าเป็นพี่น้องกัน
พร้อมที่จะอยู่ด้วยกันในวันที่ลำบาก นี่มันดีกว่าชื่อเสียงเงินทองอีกนะ
เรารู้แล้วว่าในวันที่เราป่วยใครจะพาเราไปหาหมอ
สมมติเรามีเงินมากมายแต่ไม่มีตรงนี้ผมก็ไม่เอา
มีเงินพอใช้ อยากกินอะไรก็ได้กิน ได้เดินทาง มีพี่ๆอยู่ใกล้ๆ
รู้ใจ เจอกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เตะฟุตบอล กินข้าวกัน

“มีความสุขจะตาย
ไม่ต้องโดดเดี่ยว”

(จากคอลัมน์ a day with a view – a day 166 มิถุนายน 2557)

อ่านบทสัมภาษณ์ตอนอื่นๆ ได้ที่ ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3

ภาพ นวลตา วงศ์เจริญ

Author

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร a day และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 6 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox, รักเขาเท่าทะเล และ Between Hello and Goodbye ครู่สนทนา

นวลตา วงศ์เจริญ

ช่างภาพสาวสุดเท่ที่หลงรักการถ่ายภาพพอร์เทรต มีความสามารถในการดึงตัวตนของแบบออกมาได้ชัดเจน และชื่นชอบการทำให้ภาพที่ถ่ายดูมีชีวิต นอกจากถ่ายภาพ นวลตายังชื่นชอบการเดินทางอีกด้วย

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)