Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ปอ-ภราดล พรอำนวย : นักดนตรีและนักเดินทางที่ใช้ชีวิตด้วยจังหวะอิมโพรไวส์ 1/4

ปอ-ภราดล พรอำนวย : นักดนตรีและนักเดินทางที่ใช้ชีวิตด้วยจังหวะอิมโพรไวส์ 1/4

06/06/2016
yesterday with a view
AUTHOR: นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
SHARE:

  ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกำลังจดจ่ออยู่กับเทเนอร์แซกโซโฟนตัวเก่า
เขาใช้นิ้วกดบนแป้นอย่างเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนนิ้วสลับไปมาด้วยความชำนาญ
เมื่อเหลือบไปเห็นหญิงสาวส่งสายตา จึงถอนปากออกจากเครื่องดนตรี

  “นี่แค่ซ้อมครับ ของจริงเริ่ม 1 ทุ่ม” กล่าวเสร็จ เขาหันไปนัดแนะกับมือคีย์บอร์ดเพื่อซ้อมต่อ

  หญิงสาวเดินผ่านต้นลีลาวดีเข้าห้องทางซ้ายมือ
ภายในห้อง ผนังปูนสีขาวรอบด้านถูกแขวนด้วยภาพพิมพ์ที่ขยายจากรูปในสมุดสเกตช์
มีเพียงภาพแซกโซโฟนขนาดใหญ่ภาพเดียวที่วาดด้วยมือ
บริเวณตรงกลางของผนังอีกด้านมีตั๋วรถไฟที่ถูกกล่องพลาสติกครอบไว้ มองใกล้ๆ
จะเห็นข้อความ Trans-Siberian Railway

  ภาพและตัวอักษรภายใน Gallery Seescape กลางเมืองเชียงใหม่
บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของนักแซกโซโฟนวัย 30 ปี-ภราดล พรอำนวย เขาโบกรถจากเชียงใหม่ เข้าสู่ประเทศลาว จีน มองโกเลีย
ก่อนจะตีตั๋วขึ้นขบวนรถไฟสายที่ยาวที่สุดในโลกอย่างทรานส์ไซบีเรีย ผ่านระยะทางกว่า
9,000 กิโลเมตร ข้ามช่วงเวลาแตกต่างกันของโลก 8 ช่วง จนถึงมอสโก เมืองฝั่งตะวันตกของประเทศรัสเซีย
ลัดเลาะเข้าสาธารณรัฐลัตเวีย ติดคุก 1 วัน
แล้วมุ่งหน้าสู่เยอรมนี เบลเยียม สเปน สิ้นสุดการเดินทางกว่า 3 เดือนที่ฝรั่งเศส

  การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา
แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว สัมภาระมักประกอบไปด้วย เสื้อยืด 2 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว เสื้อกันหนาว 1 ตัว และแซกโซโฟนหนัก 10 กิโลกรัม 1 ตัว!

  เขาเดินทางไม่เหมือนคนอื่น
ถึงเมืองไหน พักที่ไหน ถนนเส้นไหน เขาจะหยิบแซกโซโฟนขึ้นมาเป่า ได้เงินบ้าง
ได้เพื่อนบ้าง ถ้าโชคดีหน่อย อาจได้เล่นแจมกับนักดนตรีมืออาชีพตามแจ๊สผับชื่อดัง
แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นเราอาจเห็นผู้ชายคนหนึ่งเป่าแซกโซโฟนในปั๊มน้ำมันร้างท่ามกลางความเหน็บหนาวจนนิ้วแข็งเกร็ง

  เขาเดินทางไม่เหมือนคนอื่น
แทนที่จะใช้กล้องถ่ายรูป เขากลับเลือกใช้ปากกาหรือพู่กันวาดบนกระดาษเพื่อบันทึกความทรงจำ
ฝีมือการเขียนรูปจากการเรียนปวส. เทคโนสถาปัตย์
และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้บ่อยครั้ง
เขาถูกรบเร้าให้วาดรูปเหมือนจากชาวรัสเซียบ้าง ชาวจีนบ้าง ชาวมองโกเลียบ้าง
และภาพจำนวนหนึ่งถูกนำมาขยายเป็นภาพพิมพ์ในนิทรรศการ Trans Siberian Sketch
Book Exhibition ซึ่งกำลังจะมีการเปิดงานในค่ำคืนนี้

  เขาเดินทางไม่เหมือนคนอื่น
ไม่สิ, กรณีอาจคล้ายกับบางคนทุกครั้งที่กลับมาจากการเดินทาง
เขาจะใคร่ครวญถึงเรื่องราวที่ผ่านพบ ประคับประคองอดีตที่ประสบ ดำดิ่งลงในห้วงลึก
เพื่อรักษาความสมดุลของการเติบโตทั้งภายนอกและภายใน

  นาฬิกาบอกเวลา
1 ทุ่มตรง แขกเหรื่อในงานทยอยเดินออกจากห้อง ต้นลีลาวดียืนอยู่ที่เดิม
ใบของมันถูกลมปลิดขั้วร่วงหล่นบนสระน้ำเล็กๆ

  จังหวะกลองเริ่มดังขึ้นก่อน
ตามมาด้วยเสียงทุ้มของกีต้าร์เบสและเมดี้จากคีย์บอร์ด

  ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคล้องสายแซกโซโฟนไว้บนลำคอ
พรมนิ้ววางลงบนแป้น เขาหลับตาฟังครู่หนึ่ง ก่อนบรรจงประกบปากที่เมาท์พีซ

  เสียงแซกโซโฟนแผดก้องกังวาน
แหบโหยและนุ่มลึกในคราวเดียวกัน

  1

  ภาพจอห์น โคลเทรน-นักแซกโซโฟนนามอุโฆษแขวนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ ปอ-ภราดล
พรอำนวย ปิดก๊อกน้ำเดินมาหาพวกเรา “ตอนกลางคืน
เสียงดนตรีจากข้างล่างจะดังหน่อย นอนได้ไหม”
ชายหนุ่มในเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสั้นกล่าว

  ผมและช่างภาพพยักหน้าโดยพร้อมเพรียง
เราวางกระเป๋าสัมภาระเดินตามเขาลงไปด้านล่าง

  เก้าอี้ไม้วางซ้อนบนโต๊ะระเกะระกะ
กลิ่นแอลกอฮอล์เจือจาง สภาพ The North Gate-แจ๊ซคลับในตอนเช้าตรู่คล้ายคนเมาค้างที่สะลึมสะลือพึ่งตื่น
เราเดินออกจากร้าน เลี้ยวซ้ายซอกแซกไปตามตรอกซอกซอย
ปอเข็นจักรยานนำทางพร้อมสนทนากับเราไปพลาง

  “ช่วงนี้คุณทำอะไรบ้าง” ผมเริ่มถาม

  “ผมเขียนหนังสือและทำงานศิลปะ
ภาพพิมพ์ที่จะโชว์ในนิทรรศการวันพรุ่งนี้เป็นการคัดเลือกภาพที่ผมเคยวาดไว้ในสมุดสเกตช์ระหว่างการเดินทาง
วันนี้ผมต้องเขียนภาพแซกโซโฟนให้เสร็จ เมื่อก่อนผมเล่นดนตรีทุกวัน รับงานเยอะด้วย
ระยะหลังผมเล่นแซกโซโฟนน้อยลง ตอนนี้เหลือเล่นที่นอร์ทเกตแค่วันอังคารวันเดียว แต่ผมก็ยังซ้อมอยู่ทุกวันนะ
เพราะผมรู้ว่าอะไรมีความหมายสำหรับเรา เพียงแต่เอาเวลาทุ่มให้งานศิลปะมากขึ้น”

  “งานอะไรที่มีความหมายกับคุณ”

  “เป่าแซกโซโฟน
วาดรูป อ่านหนังสือ เล่นหมากรุก เล่นโกะ แต่ละอย่างก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป
นอกจากนั้นผมยังเปืดนอร์ทเกตที่จะกลายเป็นห้องนอนคุณวันนี้ และร้านกาแฟ Birds
Nest”

  พูดยังไม่ทันจบ ร้านกาแฟ Birds
Nest ก็อยู่ตรงหน้าเรา

  เป็นที่สนุกสนานในการคาดเดาว่าชื่อ
Birds
Nest มีที่มาจากอะไร ผมเดาว่า ‘นก’ เป็นสัญลักษณ์ถึงอิสรภาพและนักเดินทาง
ช่างภาพหนุ่มคิดว่าเป็นชื่อที่ยืมมาจากสนามกีฬาโอลิมปิกของจีน คนแถวนั้นเดาว่า คือ
Charlia ‘Bird’ Parker ตำนานนักดนตรีแจ๊ซ

  “นี่แหละบ้านผม”

  โถตรงกลางเปิดโล่งคล้ายบ้านไทยโบราณ
เปลญวนน่านอนแขวนอยู่กลางบ้าน ใกล้ๆ มีภาพสเกตซ์แซกโซโฟนที่ยังไม่สมบูรณ์วางอยู่
ปอนั่งลงหยิบแซกโซโฟนออกจากกล่อง แล้วลงมือวาดต่อด้วยปากกาดำแท่งละ 6 บาท เขาเหลือบมองแบบเป็นระยะ ปากพูดไป มือก็วาดไปด้วย

  “ถามเต็มที่เลยนะ
ผมสามารถวาดไปคุยไปได้”

  ผมเดินไปนั่งข้างๆ เขา
วางเครื่องอัดเสียง

  “หากย้อนไปวัยเด็ก
ภาพแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร”

  2

  ภาพแรกที่ปอนึกถึงคือบ้านเช่าที่อยู่ติดกับโรงเรียนสอนคนหูหนวก

  “ตอนเด็กผมไม่ค่อยมีบทสนทนามากนัก
ผมอยู่กับยาย เพราะแม่ทำงานหนัก ครอบครัวลำบาก ส่วนใหญ่ผมเล่นคนเดียว
บางครั้งก็ไปเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนสอนคนหูหนวกข้างบ้าน ไม่มีคำพูด ไม่มีเสียง
ไม่เคยคุยกันเขาชื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงเล่นกันได้ไม่มีปัญหา
ใช้ความรู้สึกกันอย่างเดียว น่ารักดีนะ”

  เข้าสู่ชั้นมัธยมต้น
ปอได้รับกีตาร์จากคุณลุงเป็นของขวัญ เครื่องดนตรีชิ้นนี้สร้างความสุขให้เขามาก ปอฝึกซ้อมอย่างหนัก
เรียนดนตรีหลังเลิกเรียนทุกวันจนได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันกีตาร์ ประเภท Non-Classic
ชิงแชมป์ประเทศไทยของสยามยามาฮ่า
แต่ความคลั่งไคล้ในดนตรีกลับเปลี่ยนทิศทางเป็นศิลปะตอนเรียน ปวส. เทคโนสถาปัตย์ ที่นี่จุดชนวนวิญญาณนักเดินทางให้กับเขา

  “ตอนที่ย้ายมาเรียนเทคโนสถาปัตย์
ผมเริ่มหัดวาดรูป เอาหุ่นมาวางแล้ววาดทั้งวัน
พอวาดเก่งก็อยากเรียนรู้มากขึ้นจึงไปหาหนังสือมาอ่าน การอ่านหนังสือมากๆ
ทำให้เรารู้ว่า สถาปนิกระดับโลกส่วนใหญ่ไม่ได้จบสถาปัตย์ แต่เป็นนักมวย นักปรัชญา
หรืออะไรก็ได้ ที่สำคัญคือองค์ความรู้ที่พวกเขามีล้วนได้มาจากประสบการณ์การเดินทางทั้งนั้น
นักออกแบบสร้างสรรค์ทุกคนต้องเดินทาง ไม่ใช่เฉพาะด้านความคิด
แต่ต้องเดินทางเพื่อสัมผัสสภาพแวดล้อมจริงๆ”

  ความฝันของปอเป็นจริงเมื่อผลงานการวาดรูปผ่านเข้ารอบไปแสดงงานที่ญี่ปุ่น
การออกนอกประเทศครั้งแรกสร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กอายุ 17 ปีมาก แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงอาทิตย์เดียวก็ตาม

  “ผมตื่นเต้นกับทุกอย่าง
บ้านเมือง รถไฟฟ้า เสาญี่ปุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวคือสิ่งใหม่ที่ผมไม่รู้จัก
ผมเคยเรียนสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่น
แต่ในห้องเรียนเราศึกษาแค่ในสไลด์ ไม่เคยเห็นของจริง
การมาอยู่เพียงอาทิตย์เดียวเป็นคนละเรื่องกับการเรียนเป็นเทอม
เราเห็นหมดว่าอากาศเป็นยังไง ต้นซากุระเป็นยังไง วัดที่เราเห็นก็ไม่ได้มีแค่วัด
แต่ยังมีคน ร้านขายอาหาร ขอทาน ต้นไม้ ภูเขา นก มีอะไรมากกว่าภาพในหนังสือเยอะ
ซึ่งนั่นทำให้รู้ว่า สิ่งที่เราคิดว่าเรารู้มันแคบมาก ไม่ใช่เนื้อหาสาระที่แท้จริง
กลับจากญี่ปุ่นเราคิดเลยว่าจะต้องเดินทางรอบโลก ต้องออกไปเผชิญโลก”

  ในขณะที่ความฝันการเดินทางรอบโลกคุกรุ่นอยู่ในใจ
โชคชะตาก็นำพามารู้จักกับเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง
ซึ่งกลายเป็นความหมายของชีวิตในเวลาต่อมา

  “ตอนแรกผมอยากเป่าขลุ่ยล้านนา
ไปเรียนอยู่ 3-4 เดือนเป็นเรื่องเป็นราว
มีวันหนึ่งไปซ้อมขลุ่นที่สวนสาธารณะ เจอคนขับสี่ล้อแดงยืนอยู่ เขาบอกผมว่า
ทำไมไม่หาคลาริเน็ตมาเป่า คลาริเน็ตมีหลายเสียง พี่เรียนดนตรีมาก่อน
ถ้าอยากเรียนเดี๋ยวพี่สอนให้ก็ได้”

  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเด็กหนุ่มสนใจคำพูดของคนขับสี่ล้อแดง
เขาตระเวนหาร้านขายเครื่องดนตรีมือสองทั่วเมืองเชียงใหม่ ในมือกำเงิน 7,000 บาท

  “ในร้านมีคลาริเน็ตหลายราคา
บังเอิญผมเหลือบไปเห็นแซกโซโฟนมือสองราคา 7,000 บาท
รู้สึกว่าไม่น่าจะต่างกัน แล้วเราอยากเป่าตั้งแต่เด็กอยู่แล้วด้วย
ก็เลยตัดสินใจซื้อแซกโซโฟน โดยที่ไม่รู้ว่าจะเป่าได้หรือเปล่า กลับบ้านไปแม่ด่าเละ
แฟนขอเลิกอีกต่างหาก” ปอหัวเราะกับอดีตตัวเอง

  “ยิ่งไปกว่านั้น
พอกลับไปสวนสาธารณะเพื่อรอคนขับสี่ล้อแดง ปรากฏว่าเขาไม่กลับมาอีกเลย
จำได้ว่าเรายืนถือแซกโซโฟนแบบงงๆ นานเหมือนกัน”

  งุนงงไประยะหนึ่ง เขารวบรวมสติแล้วไล่ล่าความฝันด้วยการตามหาอาจารย์สอนแซกโซโฟน
ถูกปฏิเสธหลายครั้ง จนกระทั่งได้มาเจอกับอาจารย์ป้อม-ภัทร ชมภูมิ่ง บัณฑิตจากชิคาโก ดีกรีแชมป์ประเทศไทยและเป็นคนคุมวง CMU
Band ในช่วงเวลานั้น ปอเข้าไปขอวิชาทั้งที่ยังเป่าแซกโซโฟนไม่เป็นเสียงเลยด้วยซ้ำ

  “แกบอกว่าแกไม่สอน
เสียเวลา แต่เราก็อ้อนวอนจนแกใจอ่อน พร้อมกับให้คำสัญญาว่าจะซ้อมวันละ 3 – 4 ชม.”

  เขาซ้อมเป่าโน้ตตัวเดียววันละ
3 – 4 ชั่วโมงเป็นเวลาปีครึ่ง
อาจารย์ป้อมเห็นความตั้งใจจึงเอ็นดูและดูแลอย่างใกล้ชิด จนถึงวันหนึ่ง

  ก็มีโอกาสได้เล่นต่อหน้าผู้ชมเป็นครั้งแรก
และเป็นครั้งที่เขาไม่มีวันลืม

  “อาจารย์เรียกเราไปเล่นในสวนสาธารณะ
คนดูเยอะมาก แกเป่าอยู่ก็หันมาทางเราบอกให้เล่น ผมก็งงว่าจะให้เล่นอะไร
ตอนนั้นยังไม่เคยเล่นเพลงเลยนะ สุดท้ายก็กลั้นใจเป่าไป
เป็นครั้งแรกที่รู้จักการอิมโพรไวส์ เล่นเสร็จรู้สึกว่า กูทำเหี้ยอะไรลงไป
ว่างเปล่า กดดัน เล่นแย่มาก รู้เลยว่าเราเป่าไม่ได้ ต้องฝึกซ้อมหนักกว่านี้”

  หลังจากคราวนั้น
เขามุมานะซ้อมมากกว่าเดิม จากโน้ตตัวเดียวเป็นไล่สเกลคล่องขึ้น
และเล่นเป็นเพลงได้บ้าง วันหนึ่งอาจารย์ป้อมก็กล่าวประโยคที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต

  “กูว่า…มึงไปอเมริกาเหอะ”

  สถาปนิกระดับโลกส่วนใหญ่ไม่ได้จบสถาปัตย์ แต่เป็นนักมวย นักปรัชญา หรืออะไรก็ได้
ที่สำคัญคือองค์ความรู้ที่พวกเขามีล้วนได้มาจากประสบการณ์การเดินทางทั้งนั้น
นักออกแบบสร้างสรรค์ทุกคนต้องเดินทาง ไม่ใช่เฉพาะด้านความคิด
แต่ต้องเดินทางเพื่อสัมผัสสภาพแวดล้อมจริงๆ

  (จากคอลัมน์ a day with a view – a day 127 มีนาคม 2554)

  ภาพ ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ

 

Tags:นักเดินทางTrans-Siberian Railwayดนตรีแจ๊สเชียงใหม่นักเขียนyesterday with a viewภราดล พรอำนวยปอ Northgateนักดนตรี
Share :
Author
นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
Photographer
-
ด้วยรักและอาวรณ์ ‘เชียงใหม่’ เมืองไม่ใหม่ที่ใครๆ ก็คิดถึง
ตามไปดูด้วยรักและอาวรณ์ ‘เชียงใหม่’ เมืองไม่ใหม่ที่ใครๆ ก็คิดถึงนักเขียน : ปิยพัชร สาริบุตร
ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ
Artist Talkดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆนักเขียน : จุฬาลักษณ์ เดชะ
เมื่อน้ำท่วมมาพร้อมความทุกข์ที่ท่วมท้นกว่า ฮีลใจอย่างไรดีในยามเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ
A Better Dayเมื่อน้ำท่วมมาพร้อมความทุกข์ที่ท่วมท้นกว่า ฮีลใจอย่างไรดีในยามเผชิญหน้ากับภัยพิบัตินักเขียน : ชยพล ทองสวัสดิ์