Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
ทัศนคติที่มีต่อความตายอาจทำให้เราเข้าใจความหมายของการมีชีวิต | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

ทัศนคติที่มีต่อความตายอาจทำให้เราเข้าใจความหมายของการมีชีวิต | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

01/10/2019
Wake Up
AUTHOR: จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
SHARE:

3

 “จะอยู่ดูไหม วันนี้จะมีพิธีฝังพอดี”

 ระหว่างเรากำลังเดินกันอยู่ในบริเวณสุสาน พี่นง–ทนงศักดิ์ ตุลยธำรง ผู้นำทางซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในพื้นที่ชุมชนมัสยิดฮารูณ ชุมชนของคนไทยเชื้อสายอินเดียที่นับถือศาสนาอิสลาม ถามผมและน้องในทีมเมื่อรู้ว่าพวกเราสนใจเรื่องการทำพิธีหลังความตายของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายอินเดีย

 เท่าที่ฟังจากรายละเอียดผมพบว่ามันไม่ต่างจากพิธีของชาวมุสลิมทั่วไป เป็นพิธีการที่เรียบง่าย ไม่ฟูมฟาย หลังจากเสียชีวิตญาติมิตรของผู้ตายจะดำเนินการฝังให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ภายใน 24 ชั่วโมง

 ระหว่างฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับชาวไทยเชื้อสายอินเดียผสมความเชื่อทางศาสนา ผมพยายามสังเกตบรรยากาศโดยรอบของพื้นที่ที่เราเดินอยู่ ต้นไม้ไม่ทราบชื่อนานาพันธุ์เติบโตให้ร่มเงาตลอดทางเดิน

 ว่ากันตามตรงบรรยากาศโดยรวมของสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างต่างจากภาพสุสานแบบที่ผมคุ้นตามาทั้งชีวิต ไม่มีแผ่นหินขนาดใหญ่ที่มีชื่อกำกับ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึง

 หากผู้นำทางไม่บอกคงยากจะเดาออกว่านี่เป็นพื้นที่หลังความตาย

2

 ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ผมรู้สึกว่าความตายเป็นเรื่องใกล้ตัว

 ไม่ได้พบเจอประสบการณ์เสี่ยงภัยอะไร แค่ได้ข่าวว่าใครหลายคนที่รู้จักในชีวิตต้องจากไปก่อนวันอันควร ทั้งคนที่เคยผูกพันกันในบางช่วงเวลาและคนที่เคยเห็นผ่านตาแต่ไม่เคยสนทนากันสักครั้ง ทั้งผ่านคำบอกเล่าและที่ผ่านตาในหน้าฟีดเฟซบุ๊ก

 ล่าสุดผมเพิ่งทราบข่าวการจากไปของพี่นก–ไพเราะ เลิศวิราม บรรณาธิการอันเป็นที่รักและเคารพของใครหลายคนในวงการ ผมรู้จักพี่นกเมื่อครั้งฝึกงานที่นิตยสาร Positioning เมื่อราวสิบกว่าปีก่อน ภาพที่ผมจดจำเกี่ยวกับพี่นกได้มีเพียงไม่กี่ภาพ แต่ละภาพล้วนผูกโยงกับงาน ไม่ว่าเป็นตอนที่นั่งตรวจงานอยู่ที่โต๊ะ เดินมาอธิบายงานกับน้องๆ ในกอง หรือตอนที่บอกสอนงานเด็กฝึกงานอย่างพวกผม

 หลายสิ่งพี่นกสอนผ่านคำพูด แต่บางสิ่งพี่นกสอนผ่านการทำ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากพี่นกคือเรื่องของการทำงานหนักและความซื่อสัตย์ต่อผู้อ่าน ต่อวิชาชีพ ไม่แปลกที่วันที่พี่นกจากไปใครหลายคนจะคิดถึงสิ่งที่พี่เขาทำ

 ถัดมาไม่กี่วันหลังจากรู้ข่าวร้ายของพี่นก ระหว่างนั่งกินข้าว อี๊หรือป้าของผมก็เล่าว่าลูกสาวเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวปากซอยเพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคร้าย และไม่กี่วันก่อนผมก็ทราบว่าพี่ที่เป็นเฟรนด์ในเฟซบุ๊กเพิ่งสูญเสียบุพการีเช่นเดียวกัน แม้ไม่ได้รู้จักส่วนตัวแต่ก็อดรู้สึกใจหายไปด้วยไม่ได้

 กับวันเกิดเราพอรู้และตระเตรียมการเฉลิมฉลองเอาไว้ แต่กับวันตายใครเล่าจะบอกได้ รู้ตัวอีกทีคนรักของบางคนก็จากไปโดยไม่ทันเตรียมใจ

1

 ผมนึกถึงเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ไปเจอพี่ต้อ–บินหลา สันกาลาคีรี แล้วเขาเล่าถึงสิ่งที่พญาอินทรีแห่งสวนอักษรอย่าง ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยเล่าไว้

 “แกบอกว่าวันหนึ่งงูเลื้อยผ่านหน้าแก แล้วแกก็เลยนึกถึงความตาย แกบอกว่าความตายกับงูมันเหมือนกัน เวลางูมันเลื้อยอยู่ เราไม่รู้หรอกว่ามันยาวเท่าไหร่ มันขดไปขดมา เหมือนความตาย มันอยู่ใกล้เรามาก แต่ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่เราไม่มีทางรู้หรอกว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่ รู้แต่ว่ามันใกล้แล้ว ตายเมื่อไหร่เราถึงรู้”

 ด้วยความตระหนักถึงความไม่แน่นอนของลมหายใจ สิ่งหนึ่งที่ผมทำสม่ำเสมอเวลาไปสัมภาษณ์ผู้อาวุโสในช่วงหลังจึงเป็นการชวนคุยเรื่องความตาย ซึ่งใครบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไม่มงคล แต่ผมกลับไม่คิดเช่นนั้น ตรงกันข้าม การรับรู้ถึงทัศนคติที่มีต่อความตายอาจทำให้เราเข้าใจความหมายของการมีชีวิต

 วันที่คุยกับพี่ต้อที่สงขลาผมก็ชวนคุยในประเด็นนี้ และมีบางถ้อยคำของพี่เขาที่ผมนึกถึงเสมอยามนึกถึงความตายและความหมายของการมีชีวิต

 “ผมรู้สึกว่าชีวิตผมอาจจะสั้นกว่าคนอื่น แต่มันไม่ใช่เรื่องว่าที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตผิดหรือถูก ผมก็แค่ตระหนักว่าผมอาจจะมีชีวิตอยู่แค่ 60 ปี มันทำให้เรารู้ว่าเรามีอายุน้อย ต้องทำงาน อายุที่เหลือของผมอาจจะน้อยกว่าคนอื่น แต่น้อยก็เพียงพอ ถ้าเรารู้ ตระหนักว่าเรามีแค่นี้

 “เราไม่รู้หรอก ต่อให้เราทำตัวดีขนาดไหนวันหนึ่งก็อาจโดนรถชน เป็นมะเร็ง คือมันมีหลายปัจจัยที่จะเข้ามากระทบกระเทือน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำไปคือการถลุงชีวิต แต่ผมก็ถลุงเพื่อทำให้เกิดชิ้นงาน เราจะถนอมชีวิตทำไม ถ้าถนอมแล้วไม่ได้เกิดอะไรขึ้นมาเลย ถ้าเรามีชีวิตอยู่แค่นี้แต่มีงานออกมา แค่นี้ก็เพียงพอ”

 ด้วยทัศนคติแบบที่เขาว่า ทำให้ในครั้งหนึ่งพี่ต้อตัดสินใจชุบชีวิตนิตยสาร Writer ขึ้นมาทั้งที่รู้ว่านิตยสารวรรณกรรมในบ้านเราอยู่ยากแค่ไหน และไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ สุดท้ายนิตยสารหัวนี้ก็จำต้องปิดตัว

 “ผมรู้สึกว่า 4-5 ปีในการทำ Writer เป็น 4-5 ปีที่มีความหมายกับชีวิตผมมาก มีความฝันหลายอย่างที่ผมยังทำไม่ได้ แต่มันช่วยไม่ได้ที่ผมทำไม่หมด ผมมีฝีมือแค่นี้ แต่ผมก็มีความสุขที่ได้ทำ ได้แสดงให้สังคมเห็นว่า มันเกิดมาอย่างมีคุณค่า

 “ผมพูดตลอดว่าหนังสือเกิดมาเพื่อจะต้องตาย การตายเป็นเรื่องธรรมดาและวันหนึ่งหนังสือก็จะพบกับเรื่องธรรมดา เหมือนชีวิต วันหนึ่งต้องตาย สิ่งสำคัญคือทำยังไงให้ชีวิตมีคุณค่า วันที่ Writer ตายจากไป คนในสังคมจำนวนไม่น้อยอาลัยและคิดถึง โหยหามัน เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่ามันมีความหมาย

 “ชีวิตที่เกิดมามีความหมายเป็นชีวิตที่น่าดีใจนะ” พี่ต้อบอกผมด้วยแววตาที่ยืนยันว่าคิดเช่นนี้จริงๆ

 วันนั้นแม้เราจะพูดคุยกันเรื่องความตาย แต่ผมกลับพบว่ามันไม่ได้เจือความเศร้าแต่อย่างใด มันกลับรู้สึกอิ่มใจด้วยซ้ำ

0

 ตอนที่อยู่ในบริเวณสุสานในชุมชนมัสยิดฮารูณผมเกิดสงสัยว่า ในเมื่อแต่ละหลุมไม่มีแผ่นหินขนาดใหญ่ที่มีชื่อกำกับว่าหลุมใดเป็นที่ฝังร่างใคร แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าญาติมิตรหรือคนรักของเราอยู่ตรงไหน

 “เราก็จำเอาจากต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้” พี่นงผู้นำทางตอบสิ่งที่ผมสงสัยในใจ

 ผมคิดตามแล้วก็นึกชื่นชมในใจถึงวิธีจดจำผู้ตายของคนในพื้นที่ และผมคิดว่าบางทีในชีวิตเราก็อาจไม่ต่างกัน

 กับบางคนเราก็จำเอาจากต้นไม้ที่เขาปลูกเอาไว้


 จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
บรรณาธิการบริหาร
E-mail: [email protected]
facebook: jirabell

Tags:Indian-Thaiอินเดียอาหารอินเดียwake upจิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์wake up 230
Share :
Author
จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
Photographer
-
การสร้างคนเหมือนปลูกต้นไม้ วันหนึ่งมันจะเติบโตหากเราใส่ใจดูแล | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
Wake Upการสร้างคนเหมือนปลูกต้นไม้ วันหนึ่งมันจะเติบโตหากเราใส่ใจดูแล | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์นักเขียน : จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
เราอาจต้องประคับประคองเมล็ดพันธุ์ในใจไม่ให้เปลี่ยนไประหว่างทาง | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
Wake Upเราอาจต้องประคับประคองเมล็ดพันธุ์ในใจไม่ให้เปลี่ยนไประหว่างทาง | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์นักเขียน : จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
ภายใต้เปลือกหนาบาง เราล้วนเป็นมนุษย์ไม่ต่างกัน | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
Wake Upภายใต้เปลือกหนาบาง เราล้วนเป็นมนุษย์ไม่ต่างกัน | จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์นักเขียน : จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์