Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
‘ซากุระ’ ร่วงโรยเพื่อเริ่มใหม่ สำรวจศิลปะแห่ง Wabi-Sabi ที่ซ่อนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ

‘ซากุระ’ ร่วงโรยเพื่อเริ่มใหม่ สำรวจศิลปะแห่ง Wabi-Sabi ที่ซ่อนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ

30/04/2025
What a day
AUTHOR: ปองกานต์ สูตรอนันต์
SHARE:

 ลมเย็นๆ พัดพากลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ ท้องฟ้าสีครามสดใส ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของ 

 ‘ซากุระ’ นี่สินะ..สัญญาณที่บอกว่า ‘ฤดูใบไม้ผลิ’ มาถึงแล้ว

 แม้ประเทศไทยจะมีแต่หน้าร้อนและร้อนมาก แต่สำหรับประเทศฝั่งเอเชียอย่าง ‘ญี่ปุ่น’ นี่คือช่วงเวลาของฤดูใบไม้ผลิ ไฮซีซันแห่งการท่องเที่ยวที่ดอกไม้ทั่วประเทศจะพากันอวดโฉม ผลิบานต้อนรับนักท่องเที่ยวกันอย่างสดใส โดยเฉพาะ ‘ซากุระ’ ดอกไม้ประจำชาติแดนอาทิตย์อุทัย ที่บานเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น 

 ความงดงามที่คงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ กลายเป็นสัญญะของ ‘การเริ่มใหม่’ ที่ถูกนำเสนอในสื่อบันเทิงหลายต่อหลายครั้ง ยังไม่รวมถึงการผูกโยงกับแนวคิด Wabi-Sabi แก่นแท้ของชาวญี่ปุ่นที่ชวนให้เราเห็นคุณค่าในสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ 

 แทนที่จะชื่นชมความงามของซากุระแบบที่เราเห็นจนชินตา เราอยากชวนทุกคนไปมอง 

 ‘ความร่วงโรย’ ในมุมใหม่ ผ่านศิลปะแห่ง Wabi-Sabi ที่ซ่อนในฤดูใบไม้ผลิ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้ข้อคิดดีๆ ในการใช้ชีวิตกลับมาก็เป็นได้~

ดอกไม้ที่บันทึกประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น 

 ซากุระ (Sakura / 桜)ดอกไม้จากต้นเชอร์รีป่าของญี่ปุ่น กลีบดอกมีลักษณะกลม ปลายแหลม ถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวนวล ไปจนถึงชมพูอ่อน มักจะบานเพียงช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ และจะร่วงในไม่กี่วันหลังจากบาน

 เมื่อ 1000 ปีที่แล้ว ก่อนซากุระจะเป็นที่รู้จักในทุกวันนี้ มันเคยเป็นเพียงต้นไม้ป่าที่ไม่มีใครสนใจ แต่เมื่อสมัยเฮอัน (ปี 794 – 1185) มีการนำมาเพาะปลูกในพระราชวัง ทำให้เกิดความนิยมกันอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น แทนที่ดอกบ๊วยที่รับมาจากวัฒนธรรมจีน 

 ถัดมาในยุคเอโดะ (ปี 1603 – 1868) ซากุระเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีซามูไรมากขึ้น กับแนวคิด Bushido เชื่อมโยงวงจรชีวิตที่สั้นของซากุระ กับเหล่าซามูไรที่พร้อมตายอย่างงดงามราวดอกไม้ร่วง ทำให้ซากุระกลายเป็นสัญลักษณ์ของเกียรติยศ ความกล้าหาญไปในที่สุด

 นอกจากนั้นยุคนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของพิธีฮานามิ หรือชมดอกไม้ที่แพร่หลายไปยังขุนนาง ซามูไร และสามัญชนในที่สุด ผู้คนต่างพากันออกมาชมความงดงามของซากุระตามแม่น้ำ สวนสาธารณะ ทำให้ฤดูใบไม้ผลิกลายเป็นเทศกาลแห่งครอบครัว และอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แพร่หลาย 

 ไม่เพียงแค่นั้น ‘ซากุระ’ ยังเป็นแรงบันดาลใจในบทกวี วรรณกรรม ภาพพิมพ์ และดนตรีนับไม่ถ้วน ทำให้มันกลายเป็นดอกไม้ที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของชาวญี่ปุ่นจวบจนวันนี้

ความงดงามที่ไม่จีรัง 

 ภาพดอกซากุระที่ชูช่อโดดเด่นอยู่บนต้น ใครจะเชื่อว่าไม่กี่สัปดาห์หลังจากนี้ มันจะเป็นแค่ความสวยงามในอดีตที่จางหายไปพร้อมๆ กับฤดูใบไม้ผลิ คงเหลือไว้ซึ่งกลีบที่ร่วงหล่นบนพื้นเป็นของดูต่างหน้า 

 ความงดงามที่ไม่จีรังยั่งยืนเหล่านี้ คือหัวใจของหลัก Mujō (無常) หรือความไม่จีรัง ที่ฝังลึกอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนในดินแดนอาทิตย์อุทัย ภายใต้ความเชื่อที่ว่า ‘ไม่มีสิ่งใดอยู่กับเราได้ตลอดไป จงเห็นค่าขณะที่ยังอยู่’

 นอกจากนั้นการร่วงโรยของซากุระ ยังสะท้อนความไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นแก่นของปรัชญา Wabi-Sabi แนวคิดการมองภาพความงามแบบญี่ปุ่นที่ให้คุณค่าแก่สิ่งที่ไม่สมบูรณ์และถาวร 

 โดย Wabi (わび) หมายถึง ความเรียบง่าย ความสงบแบบธรรมชาติ ในขณะที่ Sabi (さび) หมายถึง ความงามที่มาพร้อมกาลเวลา

 หลายคนอาจมองการร่วงหล่นของซากุระ เป็นภาพที่น่าใจหายและหดหู่ แต่ในความจริงแล้ว ถ้าเราใช้เลนส์ของ Wabi-Sabi มอง จะเห็นถึงแนวคิดดีๆ ที่ซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ และให้ค่ากับความสมบูรณ์แบบ ซากุระที่ร่วงโรยทำให้ยอมรับว่า ทุกอย่างมีรอยตำหนิได้ และมันไม่เป็นอะไรเลย ถ้าเราจะไม่ได้ดีพร้อมตลอดเวลา 

 ‘การยอมรับความไม่สมบูรณ์ คือการยอมรับชีวิตอย่างแท้จริง’

สัญญะการเริ่มใหม่ที่ซ่อนอยู่

 ย้อนกลับไปในสมัยเอโดะ ‘การร่วงโรยของซากุระ’ ถูกใช้เป็นสัญญะที่สะท้อนปรัชญา Wabi-Sabi ผ่านงานศิลปะญี่ปุ่นมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่บทกวีไฮกุที่ใช้คำเพียง 3 บรรทัดเพื่อเล่าความรู้สึกขณะชมซากุระร่วง ไปจนถึงภาพวาดสไตล์ Ukiyo-e ที่มักจะนิยมถ่ายทอดความงดงามของซากุระ เพื่อบันทึกช่วงเวลาสั้นๆ ที่งดงามในความเป็นจริง ศิลปะเหล่านี้ไม่ได้พยายาม ‘ หยุดเวลา’ แต่บอกให้เราหยุด ‘มอง’ เวลานั้นให้ลึกขึ้น

 ถัดมายุคปัจจุบัน ซากุระก็ยังคงเป็น Soft Power ที่สำคัญในสื่อบันเทิงของญี่ปุ่น โดยนอกจากจะเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดฤดูหนาวที่แห้งแล้งแล้ว ยังหมายถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตอีกด้วย ดังนั้นการร่วงหล่นของกลีบซากุระ จึงไม่ใช่ภาพของความเศร้า แต่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง และการเติบโต

 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคืออนิเมะน้ำดีเรื่อง 5 Centimeters per Second  (秒速5センチメートル, Byousoku 5 Centimeter) หนึ่งในผลงานที่ถือว่าคลาสสิกที่สุดของ มาโกโตะ ชินไค (Makoto Shinkai) ที่หยิบเอาความเร็วของดอกซากุระที่ร่วงหล่น แทนคนสองคนที่ค่อยๆ ถูกกาลเวลาและระยะทางพรากจากกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 ‘การร่วงโรย ไม่ใช่จุดจบ 

 แต่มันคือพื้นที่ว่างให้การเริ่มต้นใหม่ได้ผลิบาน’

 กลีบซากุระกลายเป็น สัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ห่างไกลกันตามกาลเวลา แต่ในตอนท้าย กลับสะท้อนให้เห็นว่า แม้สิ่งใดจะผ่านไป ความทรงจำจะยังคงผลิบาน และเราจะเดินหน้าต่อได้ ดังนั้นการร่วงของซากุระจึงไม่ใช่จุดจบของความรัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตภายในใจ

 ดังนั้นแล้ว ยามเมื่อกลีบดอกซากุระร่วงหล่น มันจึงไม่ใช่เพียงแค่การจบลงของฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณให้เราเรียนรู้ที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่งดงาม เช่นเดียวกับแนวคิด Wabi-Sabi ที่ซ่อนอยู่ในทุกอณูของธรรมชาติ เป็นดั่งเครื่องเตือนใจ ที่ทำให้เรารู้ว่า ทุกการโรยรา มีเมล็ดพันธุ์ของชีวิตใหม่ รอเบ่งบานเสมอ

Tags:SakuraWabiSabiSpring
Share :
Author
ปองกานต์ สูตรอนันต์
Photographer
-