Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
SAILING THE PACIFIC

SAILING THE PACIFIC

02/07/2016
Journey
AUTHOR: ภาธร แสงรุจิ
SHARE:

 สมัยนี้การเดินทางข้ามโลกเป็นเรื่องง่ายเพราะผู้คนล้วนใช้เครื่องบินซึ่งทั้งประหยัดเวลาและสะดวกสบาย

 การเดินเรือใบขนาดใหญ่จึงเกือบถูกลืมไป
ทว่าการเดินเรือใบนั้นก็มีเสน่ห์และความยากลำบากในแบบของมัน
หนึ่งในอารยธรรมโบราณที่มีการเดินเรือเป็นหัวใจสำคัญคืออารยธรรมโพลินีเซีย ซึ่งได้แผ่ปกคลุมเกาะกว่า
1,000 เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกในระยะเวลาไม่ถึง 300 ปี!

 ผมจึงตัดสินใจเดินทางไปเกาะตาฮิติ
(ซึ่งเป็นเกาะหลักๆ ของอารยธรรมโพลินีเซีย)
ครั้งนี้ด้วยการล่องเรือใบไปจากนิวซีแลนด์ ซึ่งใช้เวลา 39 วัน และกินระยะทางกว่า
3,500 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 6,480 กิโลเมตร

 ตลอดการเดินทางมีทั้งวันฟ้าโปร่งที่สวยงามและวันที่สุดแสนทรมานที่มาพร้อมกับมวลอากาศของขั้วโลกใต้

 การเดินทางครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าตัวเราเล็กแค่ไหนเมื่อเทียบกับธรรมชาติโดยเฉพาะในมหาสมุทรเปิดนั้นที่เราไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากปรัปตัวให้เข้ากับมัน

 คุณพร้อมจะไปเห็นการเดินเรือและใช้ชีวิตอยู่ในมหาสมุทรหรือยัง
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย!

 

 เราเริ่มต้นการเดินทางของเราที่ท่าเรือของเมือง Lyttelton ในประเทศนิวซีแลนด์ทางตอนใต้ ที่นี่เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่สำคัญที่สุด
ตลอดฝั่งเต็มไปด้วยเรือบรรทุกของ เรือสำราญ และเรือประมงขนาดใหญ่ เราไม่รีรอรีบตรงไปที่เรือใบขนาดใหญ่ของเรา
(ถึงจะไม่ใหญ่เท่าเรือรอบๆ แต่ก็เด่นเป็นสง่าเห็นแต่ไกล อิอิ) ว่าแล้วก็ออกเดินเรือกันเลย!

 

 Robert
C. Seamans เป็นเรือใบชนิด Brigantine ซึ่งจะมีเสากระโดงอยู่
2 แท่ง และมีใบเรือ 2 ชนิดได้แก่
Stays’l (ใบสามเหลี่ยม) ซึ่งดัดแปลงจากเรือใบอียิปต์โบราณ
และ Squares’l (ใบสี่เหลี่ยม) คิดค้นโดยชาวตะวันตก
การนำใบเรือทั้งสองแบบมาใช้ภายในเรือลำเดียวกันทำให้เกิดเรือใบรูปแบบที่เห็นกันในปัจจุบัน

 

 ความยากลำบากในการเอาใบเรือขึ้นนั้นไม่ต่างจากที่เห็นในหนังเลย
ภาพที่เห็นเป็นการดึงเชือกเพื่อเอา Mains’l ซึ่งเป็นใบที่หนักและใหญ่ที่สุดบนเรือขึ้น การดึงเชือกขึ้นต้องออกแรงพอๆ กับการเล่นชักเย่อนัดใหญ่และใช้คนตั้งแต่
15 ถึง 20 คนกันเลยทีเดียว!

 

 ใบเรือขนาดมโหฬารนี้จะถูกยืดด้วยห่วงเหล็กที่ถูกร้อยเข้ากับเชือกสลิง
ทำให้เราชักใบเรือขึ้นลงได้ โดยมีกลไกคล้ายๆ กับการชักเสาธง

 

 หนึ่งในคุณสมบัติที่เด่นที่สุดของนักเดินเรือคือความเชี่ยวชาญในการใช้เชือก
ภาพที่เห็นเป็นการยืดเชือกดึงใบเข้ากับตัวเรือโดยใช้การมัดเชือกเป็นรูปเลข 8 รอบๆ ตัว ยึดซ้ำกันสามครั้งก่อนที่จะม้วนเชือกแขวน
จากตอนแรกที่เราใช้เวลาอย่างน้อย 5 นาทีในการผูกเงื่อน ภายในหนึ่งอาทิตย์เราสามารถทำทุกอย่างเสร็จได้ภายในหนึ่งนาที!

 

 ออกมาพ้นเกาะนิวซีแลนด์ เมฆก็เริ่มจางหายไป ทำให้เห็นฉากดวงอาทิตย์ตกที่สมบูรณ์ที่สุดที่จะเห็นได้
ถ้ามองในภาพดีๆ แล้ว จะเห็นเชือกสองเส้นที่ลากออกมาจากท้ายเรือ เชือกเส้นแรกคือเชือกตกปลา
ที่สำคัญกว่าคือเชือกเส้นที่สอง ซึ่งมีไว้ลากอุปกรณ์วัดระยะทางเรือในน้ำเรียกว่า Taffrail log คิดค้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่
18 และยังใช้กันมาถึงทุกวันนี้

 

 แต่การเดินทางในทะเลไม่ได้สบายอย่างที่หลายคนคิดโดยเฉพาะเวลาเจอมวลอากาศหรือสภาพทะเลที่แปรปรวน
ในขณะที่เราเข้าใกล้เกาะ Chatham ที่อยู่ห่างออกไปจาก New Zealand เกือบ 700 กิโลเมตร

 เราพบกับกระแสคลื่นสูง
3 – 5 เมตรที่ซัดมาทางข้างตัวเรืออย่างไม่หยุด ทำให้การควบคุมเรือเป็นเรื่องที่ลำบากและการเดินไปเดินมาเป็นเรื่องที่อันตราย!

 

 การทำงานบนเรือมีหลายตำแหน่ง หนึ่งในนั้นคือผู้สังเกตการบนหัวเรือ
ซึ่งจะยืนประจำการคอยดูการจราจรและสภาพอากาศรอบๆ เรือ ถึงแม้ว่าผู้สังเกตการณ์จะเป็นตำแหน่งที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศมากที่สุด แต่ก็เป็นตำแหน่งที่มีโอกาสเห็นทัศนียภาพที่สวยที่สุดเช่นกัน
ภาพดวงอาทิตย์ขึ้นทำให้ทั้งท้องฟ้าเป็นสีชมพู ภาพนี้เกิดขึ้นเวลาประมาณตีห้าครึ่ง

 

 การหาตำแหน่งเรือโดยการดูดาวนั้น ไม่จำเป็นต้องทำเวลากลางคืนก็ได้
ในภาพคือการใช้เครื่องมือทางดาราศาสตร์ที่เรียกว่า
sextant เพื่อวัดองศาระหว่างดวงอาทิตย์กับเส้นขอบฟ้า เพื่อที่เราจะเอาข้อมูลนั้นมาใช้ควบคู่กับตารางดาราศาสตร์เพื่อคำนวณจุดที่เรืออยู่คร่าวๆ
ได้

 

 ถึงแม้อาหารส่วนใหญ่ที่เรากินจะเป็นอาหารแห้ง อาหารกระป๋อง
หรือ อาหารแช่แข็ง เราก็มีวันโชคดีที่เราจับปลาทะเลน้ำลึกได้ อย่างเช่น ปลาทูน่า หรือ
ปลามาฮิมาฮิ ปลามาฮิมาฮิที่เราจับได้ตัวนี้ยาวถึง
115 เซนติเมตร ทำเอากระเพาะเกือบแตกไปกับสเต็กปลาสดๆ (ที่ปกติราคาแพงมาก) ไปเลยทีเดียว

 

 ถึงแม้ว่าสภาพอากาศในแต่ละรูปนั้นจะดูดี แต่จริงๆ แล้ว นั่นเป็นส่วนน้อยมากๆ
ที่เราเจอ คนส่วนใหญ่ไม่ล่องเรือในแถบแปซิฟิกตอนใต้เพราะมีอากาศที่แปรปรวนและคาดการณ์ไม่ได้
ภาพนี้ไม่ได้มาจากฉากในเรื่อง Game of Thrones หรือ Lord of the Rings แต่อย่างใด แต่เป็นเมฆฝนยักษ์ที่เราเจอตอนกลางวันแสกๆ!

 

 ภาพนี้ได้มาขณะเรือจอดอยู่ที่เกาะ Moorea ใน French Polynesia และแสดงถึงโครงสร้างการทำงานของเรือที่สลับซับซ้อน การที่จะแล่นเรือใบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เราต้องจำส่วนประกอบและการใช้งานของแต่ละส่วนให้ได้หมด ชิ้นส่วนเหล่านี้ต่างกันไปตามเรือแต่ละลำ
หมายความว่าเราต้องเริ่มจำใหม่หมดเวลาเปลี่ยนเรือ!

 

 ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะมืดสนิทในเวลากลางคืน (นอกจากวันที่พระจันทร์เต็มดวงและฟ้าเปิด)
เรายังคงต้องเดินเรือต่อไป แสงทั้งหมดที่ใช้บนเรือเป็นสีแดง เพราะไม่ทำให้รูม่านตาปิดเหมือนแสงสีขาว
เราจึงมองเห็นได้ในความมืดได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนนี้เป็นห้องควบคุมซึ่งเป็นศูนย์รวมการบัญชาการทุกอย่างบนเรือ

 ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย

 

Tags:photographypoint of viewนิวซีแลนด์Tahitiเรือใบเกาะตาฮิติ
Share :
Author
ภาธร แสงรุจิ
Photographer
-
“มันคือรูปของเขา แม้ว่าเราจะเป็นคนถ่าย” สอง รัฐนคร ผู้อยู่เบื้องหลัง Portrait of Songkhla
Art & Design“มันคือรูปของเขา แม้ว่าเราจะเป็นคนถ่าย” สอง รัฐนคร ผู้อยู่เบื้องหลัง Portrait of Songkhlaนักเขียน : สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล
Quarantine Portraits ภาพถ่ายจากหน้าต่างและระเบียงที่บันทึกรอยยิ้มและกำลังใจในช่วงกักตัว
Artist TalkQuarantine Portraits ภาพถ่ายจากหน้าต่างและระเบียงที่บันทึกรอยยิ้มและกำลังใจในช่วงกักตัวนักเขียน : กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี
ฉงชิ่ง ยิ่งใหญ่สมเป็นมรดกโลกระดับ AAAA ของจีน
Journeyฉงชิ่ง ยิ่งใหญ่สมเป็นมรดกโลกระดับ AAAA ของจีนนักเขียน : ทิพย์รดา ปิ่นแก้ว