Video hero
11/12/2017
Movement
AUTHOR: ปิยะดา ปริกัมศีล
SHARE:

“เพราะเรื่องของคนไร้บ้าน เป็นเรื่องของเราทุกคน” – อนรรฆ พิทักษ์ธานิน

หากคุณขอพรให้ ‘คนไร้บ้าน’ ได้ 1 ข้อ คุณจะขออะไรให้แก่พวกเขา? ชายหนุ่มมากความสามารถพร้อมด้วยบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือเกินอายุ เดินตรงดิ่งเข้ามาในร้านกาแฟด้วยท่าทีเป็นห่วงว่าจะทำให้พวกเรารอนานเกินไป เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำแขนสั้น ปาดเหงื่อพร้อมถอนหายใจหนึ่งเฮือกแล้วกล่าวว่า “พร้อมแล้ว สัมภาษณ์เลย” แต่ก่อนการพูดคุยจะเริ่มขึ้น ช่างภาพตัดสินใจชวนชายหนุ่มออกไปเดินเล่นถ่ายภาพก่อนที่แสงยามเย็นจะหมดลง ราวกับนักสำรวจ เราสามคน นักเขียน ช่างภาพ และชายหนุ่ม กำลังเดินบนถนนสายเดียวกันท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น อนรรฆ พิทักษ์ธานิน คือชายหนุ่มอายุ 32 ปี ผู้กำลังสวมหมวกอย่างน้อย 3 ใบ ทั้งอาจารย์พิเศษ ผู้จัดการแผนงานวิชาการเกี่ยวกับคนไร้บ้าน และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ ในวันที่เจอกัน อนรรฆดูกระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยพลังเช่นเคย ชายหนุ่มยืนกอดอกด้วยความมั่นใจแถมท้ายด้วยการชวนพวกเราขึ้นไปเก็บภาพบนดาดฟ้า เผื่อว่าจะได้มุมมองที่ต่างออกไป พอถึงเวลาอันสมควร กำแพงน้ำแข็งที่ก่อตัวเริ่มละลาย เราก็พร้อมที่จะทำความรู้จักกับ ‘ตัวตน’ ของชายคนนี้ อุปนิสัยกล้าคิดกล้าทำแสดงผ่านน้ำเสียงที่ดังฟังชัด แววตาที่สู้ไม่ถอย เหมาะกับการเป็นหัวโจกหรือหัวหน้าขบวนการอะไรบางอย่างที่ต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจของคนหมู่มาก อนรรฆเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวาทศิลป์แถมยังมีอารมณ์ขัน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็จริงจังและจริงใจกับสิ่งที่ทำอยู่เสมอ เขาเริ่มต้นเล่าเรื่องจิปาถะและวกกลับมาตอบคำถามที่เราถามไปว่า การทำงานเพื่อสังคมทำให้ตัวตนของคุณเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ “ประเด็นของคนทำงานสังคมส่วนใหญ่ ต้องตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบ รีเช็กตัวเองตลอดว่าเราทำเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร สังคมจะได้ประโยชน์อะไรจากงานของเรา และ ‘ทิศทาง’ ที่เราเดินไปข้างหน้า เรามาถูกทางหรือเปล่า” คำตอบของอนรรฆระหว่างการพูดคุยที่เราจำขึ้นใจ เนื่องจากเขาพูดถึงความสำคัญของการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านด้วยเหตุผลที่ว่า คนไร้บ้านเปรียบได้กับตัวชี้วัด (indicator) ปัญหาสังคมในหลากหลายแง่มุม ทั้งยังสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ “ถ้าประเทศไหน เมืองไหนมีจำนวนคนไร้บ้านสูง ส่วนหนึ่งแสดงว่าสวัสดิการในประเทศเริ่มมีปัญหา เริ่มมีความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น ถามว่าทำไมเราต้องมาสนใจความเหลื่อมล้ำ ก็เพราะว่าความเหลื่อมล้ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แสดงถึงช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตต่อไปไม่ได้ในระยะยาว กำลังซื้อและการใช้จ่ายจะน้อยลง เพราะแค่เอาตัวรอดในชีวิตก็เป็นเรื่องที่ยากลำบาก ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องของทุกคน” เราตั้งคำถามถึงต้นทางที่ทำให้อนรรฆหันมาสนใจประเด็น ‘คนไร้บ้าน’ ชายหนุ่มนั่งคิด ทอดสายตามองลอดแว่นกรอบดำไปที่ผนังฝั่งตรงข้าม เล่าย้อนกลับไปสมัยยังเป็นนักศึกษาปริญญาตรี คณะโบราณคดี ภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยนิสัยรักการอ่าน ทำให้เขาได้พบกับหนังสือ โลกของคนไร้บ้าน เขียนโดย ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา นับเป็นประสบการณ์แรก ๆ ที่อนรรฆเริ่มสนใจเสียงเล็ก ๆ ของคนชายขอบ จากนั้นหลังจบปริญญาโท คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อนรรฆได้รับการชักชวนให้ร่วมงานกับกลุ่มเครือข่ายวิชาการเพื่อสังคมเป็นธรรม ทำให้เขาเริ่มขยายขอบเขตความสนใจและองค์ความรู้ไปในภาคประชาสังคม ประกอบกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เห็นความสำคัญของประเด็นคนไร้บ้านและต้องการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านเพื่อสร้างฐานข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) ในการวางแผนขับเคลื่อนและการทำงานในอนาคต อนรรฆจึงได้เข้ามาร่วมในส่วนนี้ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่แผนงานพัฒนาองค์ความรู้คนไร้บ้านในเวลาต่อมา การทำงานพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับคนไร้บ้าน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทำให้อนรรฆซึ่งเป็นผู้จัดการแผนงานฯ ได้พบปะและใกล้ชิดกับผู้คนที่มีความหลากหลาย รวมถึงรับรู้ความเชื่อมโยงของปัญหาสังคมที่สังเกตจากเสียงเล็ก ๆ ของคนไร้บ้านมากขึ้น คนไร้บ้านคือใคร “เราค้นพบว่าคนไร้บ้านส่วนใหญ่คือผู้ชายวัยกลางคน ที่มีหน้าที่การงานไม่มั่นคง ตรงนี้เป็น ‘โจทย์ใหญ่’ ในการเชื่อมโยงกับประเด็นอื่นในสังคมได้” “อย่างกลุ่มคนงานที่มีอายุช่วง 40 – 50 ปี จะเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการจ้างงาน รวมถึงปัญหาสุขภาพ ทำให้เหล่านายจ้างเริ่มบีบให้ลาออกด้วยหลายปัจจัย กลุ่มชายวัยกลางคนเหล่านี้จะมีปัญหาชีวิต ทั้งความเครียดและความกดดัน ทำให้ท้ายที่สุดพวกเขาไม่มีทางเลือก และพวกเขาส่วนหนึ่งต้องออกมาใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ กลายเป็น ‘คนไร้บ้าน’ อย่างเลือกไม่ได้” “อย่างกรณีหนึ่ง มีชายวัยกลางคนที่ทำงานรับเหมาก่อสร้าง แต่เกิดประสบอุบัติเหตุ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ ปกติทำงาน 7 วัน ในช่วงที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ เขาอาจทำงานได้แค่ 3 วัน คนกลุ่มนี้มีเงินเก็บ แต่พอหยุดงาน รักษาตัวอยู่ในห้อง เงินเก็บเริ่มร่อยหรอ จากที่เคยเช่าห้องดี ๆ กลายมาเป็นห้องเช่าราคาถูก และสุดท้ายกลายมาเป็นคนไร้บ้าน เพราะจ่ายค่าเช่าห้องไม่ไหว ประกอบกับคนกลุ่มนี้ย้ายมาจากต่างจังหวัด ไม่มีญาติอยู่ในเมืองหลวง สิ่งนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เราต้องตอบสังคมให้ได้ เพราะการที่สังคมมีคนไร้บ้านเป็น ‘สัญญาณเตือน’ อะไรบางอย่าง เราต้องหันมามองเรื่องการจัดระบบสวัสดิการสังคม (social welfare) หรือหลักประกันสังคม (social security) ที่สามารถเข้าถึงคนกลุ่มนี้ ท้ายที่สุดคนในสังคมควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีมาตรฐาน เป้าหมายเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น และยังไงโลกนี้ก้อยังมีคนไร้บ้านแต่จะทำยังไงให้พวกเขากลับเข้าสู่สังคมเข้าสู่ระบบเดิมได้เร็วที่สุดด้วยกลไกการช่วยเหลือของรัฐ” สิ่งที่น่าคิดต่อไปคือ ทำอย่างไรให้คนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาหรือสร้างความเข้าใจกับคนไร้บ้าน อนรรฆพูดกับเราด้วยประโยคภาษาอังกฤษที่พอเข้าใจความหมายได้ว่า มันคือการสร้าง ‘สะพาน’ เพื่อข้ามช่องว่างทางสังคม ทำให้หนุ่มสาวออฟฟิศ ชนชั้นกลาง หรือชนชั้นนำในสังคม สามารถเข้ามามีส่วนร่วม เข้าใจ หยิบยื่นโอกาสและความเท่าเทียมให้กับคนไร้บ้าน พื้นที่หรือบทสนทนาในสังคมเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างการปะทะสังสรรค์ หรือการพูดคุยเพื่อสื่อสารถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน สุดท้ายนี้…หากคุณขอพรให้ ‘คนไร้บ้าน’ ได้ 1 ข้อ คุณจะขออะไรให้แก่พวกเขา “เราคงขอให้ประเทศไทยมีสวัสดิการที่เพียงพอสำหรับพวกเขา ความจริงอาจจะไม่ใช่เพียงคนไร้บ้าน แต่เป็นคนทุกกลุ่ม ให้มีสวัสดิการที่เพียงพอ ขอให้เขามีสิทธิในการเข้าถึงสวัสดิการได้อย่างครบถ้วน” อนรรฆทิ้งท้ายว่า “ชีวิตเราต้องเจอปัญหา ถึงเราควบคุมมันไม่ได้ แต่เราจะมีทางออก เราจะมีวิธีการบางอย่างที่เป็นไปได้ ช่วงที่ผ่านมาเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วค่อนข้างชอบคำพูดหนึ่ง…” ชายหนุ่มก้มหน้ากดมือถือ สักพักในกล่องข้อความเฟซบุ๊กของผู้เขียนก็เด้งตัวอักษรภาษาอังกฤษขึ้นมา นี่คือสิ่งที่อนรรฆมอบให้นักอ่านทุกท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ “Time is like a river that carries us forward into encounters with reality that require us to make decisions. We can’ t stop our movement down this river and we can’ t avoid those encounters. We can only approach them in the best possible way.” Ray Dalio หวังว่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘คนไร้บ้าน’ จะทำให้ผู้อ่านฉุกคิดและมองสังคมในมุมมองที่เปลี่ยนไป ลองเริ่มต้นจากเข้าเว็บไซต์ penguinhomeless.com เพื่อติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของคนไร้บ้าน มีกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดของคนทำงานในหลายแขนงที่มารวมตัวกันเพื่อผลักดันประเด็นนี้สู่ความสนใจและตระหนักรู้ของสังคม ภาพ ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ