Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
สำรวจปัญหาผิวๆ ของชาวโลกและวิธีการรักษาโดยวัตถุดิบท้องถิ่นจากธรรมชาติ

สำรวจปัญหาผิวๆ ของชาวโลกและวิธีการรักษาโดยวัตถุดิบท้องถิ่นจากธรรมชาติ

23/06/2019
Happiness
AUTHOR: a team
SHARE:

 ในยุคที่ทุกคนใส่ใจต่อสุขภาพและร่างกายด้วยการหันมาใช้สิ่งของจากธรรมชาติเพื่อดูแลตัวเอง หลายคนเริ่มมองหาวัตถุดิบจากธรรมชาติรอบตัวเพื่อเป็นตัวช่วยในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

 การเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ นอกจากจะหลีกเลี่ยงสารเคมีที่อาจมีผลต่อร่างกายได้แล้ว เรายังสามารถลดมลพิษที่อาจเกิดต่อโลกของเราได้อีกด้วย อย่างเช่น หากใครชอบดูแลผิวด้วยการสครับหน้าแบบเม็ดบีดส์ ถ้าหากหาส่วนผสมจากธรรมชาติมาใช้แทนก็อาจจะช่วยลดการใช้เม็ดบีดส์พลาสติก ซึ่งอาจช่วยไม่ให้เจ้าเม็ดเล็กๆ หลุดเข้าไปในร่างกายของสัตว์น้ำอย่างที่เป็นข่าวกันแล้วก็ได้

 แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรม ความเชื่อ ทำให้พวกเราชาวโลกมีตัวเลือกหยิบจับสิ่งของจากธรรมชาติมาช่วยตอบสนองต่อการดูแลพวกเราแตกต่างกันออกไป ซึ่งในแต่ละพื้นต่างก็มีสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพผิวและร่างกายของคนในประเทศนั้นๆ

 มาลองสำรวจดูกันว่าในแต่ละประเทศจะนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาช่วยอะไรในการแก้ปัญหาผิวๆ กันบ้าง

 

 ประเทศอังกฤษ

 เริ่มกันที่ประเทศแรกในยุโรป ตามรายงานในปี 2013 ของ The British Skin Foundation พบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของคนในสหราชอาณาจักรมีปัญหาเกี่ยวกับผิว ทั้งสิว ฝ้า รอยหมองคล้ำ โรคมะเร็งผิวหนัง รวมถึงโรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ (Eczema) ซึ่งนับเป็นอาการของโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง ลักษณะจะเป็นผื่นแดงคัน ตุ่มหนองใส และเป็นแผลอักเสบ โดยองค์กรดังกล่าว ระบุว่า 1 ใน 5 ของเด็กในสหราชอาณาจักรมีโอกาสเกิดโรคนี้ นั่นหมายความว่าอาการเหล่านี้สามารถเกิดในช่วงอายุเท่าไหร่ก็ได้ โดยมีวิธีการรักษาคือหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการและใช้ยาสเตียรอยด์ทั้งภายนอกและภายใน

 สาเหตุของการเกิดโรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน รวมถึงอาการผิวแห้งด้วย ส่วนผสมของสกินแคร์ที่ได้รับความนิยมในอังกฤษคือ แอปริคอต ผลไม้ที่มีลักษณะลูกเหลืองกลม คล้ายพีช

 ด้วยประโยชน์ที่หลากหลายคุณสมบัติตั้งแต่เมล็ด เมื่อนำมาสกัดเย็นก็จะได้น้ำมันบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น อีกทั้งตัวผลของแอปริคอตยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยรักษาเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย

 นอกจากรสชาติที่ทำให้หลายคนชื่นชอบกันแล้ว แอปริคอตยังมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ถ้าหากเรานำเมล็ดในแอปริคอตมาสกัดเย็นก็จะได้น้ำมัน ซึ่งช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรากระจ่างใส ลดริ้วรอย ไม่ให้มีผิวหมองคล้ำได้ เพราะมีทั้งวิตามินเอ อี และซี ช่วยให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว ผิวก็จะสดชื่นขึ้น แล้วก็ยังมีส่วนช่วยรักษาโรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ อาการคัน และอาการอื่นๆ อีกด้วย

 ประเทศสหรัฐอเมริกา

 อีกหนึ่งประเทศที่ต้องพบเจอกับปัญหาสิวๆ คือประชากรในสหรัฐอเมริกา ตามรายงานของ American Academy of Dermatology บอกว่าปัญหาสิวเป็นสิ่งที่คนอเมริกันต้องเผชิญถึง 50 ล้านคนต่อปี โดยสาเหตุของสิวก็มักจะเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น อากาศร้อนชื้น เกิดการสะสมของเหงื่อและไขมัน ฮอร์โมน ความเครียด ความวิตกกังวล การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน

 วิธีที่จะยับยั้งไม่ให้เกิดปัญหาสิวได้ ก็มีด้วยกันหลายวิธี แต่หากเป็นวิธีที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างผลไม้ อาจจะเลือกผลไม้ที่ช่วยแก้สาเหตุของการเกิดสิวได้ ซึ่งทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นคือ พิงค์เลม่อน (pink lemon)

 ด้วยผลกลมเปลือกข้างนอกสีเหลืองเขียวเหมือนเลมอน แต่เมื่อฝานออกมาจะเจอเนื้อสีชมพูอ่อนๆ เพราะมีสารไลโคปีน (Lycopene)ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในมะเขือเทศจึงทำให้เกิดสีชมพูขึ้น ช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำกระจ่างใสขึ้นปกป้องผิวจาก UVB สาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเราไหม้และเกรียมแดดนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี ซึ่งมีสรรพคุณข่วยให้ผิวใสขึ้น ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และขจัดความมันส่วนเกินได้

 ประเทศเม็กซิโก

 ถัดมายังเพื่อนบ้านของสหรัฐอเมริกาอย่างเม็กซิโกดูบ้าง ที่นี่จัดเป็นกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา ซึ่งมีเอกลักษณ์ผิวเฉพาะ โดยสถาบันที่ศึกษาเรื่องผิวได้จัดว่าชาวละตินมีลักษณะผิวที่แตกต่างจากเชื้อชาติอื่นๆ คือ เม็ดเมลาโทนินจำนวนมาก ผิวมีลักษณะมันมาก และทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าลักษณะผิวของชนชาติอื่นๆ อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเกิดรอยหมองคล้ำจากสิวได้ง่าย หากขาดการรักษาที่ดีหรือขาดการทาครีมกันแดดเป็นประจำ จึงต้องมีการดูแลโดยเฉพาะ

 คนเม็กซิกันเองก็มักนิยมจะนำส่วนผสมจากธรรมชาติรอบตัวมาใช้ในการบำรุงผิวและเสริมความงาม อย่างการนำอโวคาโดมามาส์กหน้าในช่วงที่ต้องเผชิญกับความร้อนของแสงแดดและอากาศแห้ง

 อโวคาโดมีทั้งวิตามินอี โพแทสเซียม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น คืนชีวิตชีวาให้กับผิว โดยเฉพาะที่ถูกทำลายจากแดด เมื่อนำมาสังเคราะห์หรือสกัดเป็นน้ำมันแล้วนำมาบำรุงผิวจะช่วยการผลิตคอลลาเจน ทำให้ลดริ้วรอยแห่งวัยได้ ส่วนเมล็ดอโวคาโดยังช่วยลดอาการอักเสบจากการเกิดสิว หากนำมาทำสครับก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า สร้างเซลล์ผิวใหม่ให้เรียบเนียนยิ่งขึ้น อโวคาโดจึงนับว่าเป็นเคล็ดลับในการเสริมความงามของชาวเม็กซิกันมายาวนานแล้ว

 

 ประเทศจีน

 ข้ามฝั่งมาสำรวจผิวของชาวเอเชียกันบ้าง ที่ประเทศจีนเองก็พบปัญหาที่มีแนวโน้มให้เป็นสิวง่าย เพราะด้วยความชื้นในอากาศที่สูง มีมลพิษปะปนอยู่มาก รวมถึงสภาพผิวของชาวจีนที่มีความบอบบาง ทำให้เกิดปัญหากับผิวได้ง่าย

 แต่ชาวจีนเองก็มีวิธีการดูแลผิวด้วยธรรมชาติมายาวนานแล้ว หนึ่งในผลไม้ที่ชาวจีนนิยมนำมาใช้คือ พีช เพราะพีชมีวิตามินซี ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ช่วยฟื้นฟูผิว ทำให้กลูตาไทโอนกลับมาทำงาน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดจำนวนเม็ดสีเมลานินทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น รวมถึงสารกลุ่มฟีนอลิก (Phenolic Compounds) สารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย ชาวจีนจึงมีใบหน้าที่กระจ่างใสและอ่อนเยาว์ และสารสุดท้ายในพีช คือ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ฟื้นฟูให้ผิวสุขภาพดีและแข็งแรง ด้วยสารพัดประโยชน์เหล่านี้ พีชจึงเป็นวัถตุดิบจากธรรมชาติที่ชาวจีนมักนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ

 ประเทศไทย

 กลับมาสำรวจผิวในบ้านเรากันบ้าง คงเดากันไม่ยากว่าชาวไทยมักเจอปัญหาผิวอะไร แม้ว่าพวกเรามีสภาพผิวที่หลากหลายทั้งผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวธรรมดา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด เราก็มักจะเจอปัญหาการสะสมของเหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรกจากฝุ่น ซึ่งหลายครั้งก็รวมตัวกันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวด้วย

 มะพร้าว วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ผู้หญิงไทยใช้บำรุงผิวมาตั้งแต่ในอดีต ทุกส่วนของมะพร้าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะน้ำมันมะพร้าวที่อุดมด้วยวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระ การรักษาผิวหนังหลายแห่งมักเลือกน้ำมันมะพร้าวมารักษากับผู้ป่วยที่มีอาการระคายเคืองผิวหนัง ผิวตกสะเก็ด ทำให้ผิวไม่ติดเชื้ออักเสบ โดยน้ำมันมะพร้าวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวหนังให้กลับมาแข็งแรงมีชีวิตชีวา

 แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วน้ำมันมะพร้าวจะมาช่วยกำจัดปัญหาสิวๆ ออกไปได้ยังไง ไม่ต้องกังวลใจไป ถึงแม้ว่าน้ำมันมะพร้าวจะอุดมไปด้วยความชุ่มชื้น แต่ใช่ว่าจะไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิว เพราะกรดลอริก (lauric acid) จะช่วยขจัดเชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดอาการอักเสบของสิว ป้องกันสิวเรื้อรัง และมีวิตามินเคช่วยลดรอยแผลเป็นหลังเกิดสิว

 _____________________________________________

 

 นอกจากประโยชน์หลากหลายจากธรรมชาติที่เราเล่ามาข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่แบรนด์สกินแคร์ทั่วโลกต่างหันมาทำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น เนื่องด้วยไม่มีสารตกค้างจากเคมีต่างๆ ที่สร้างผลข้างเคียงต่อผู้ใช้ อีกทั้งหลายแบรนด์ทั่วโลกยังตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยจากผลการสำรวจของ University of California และ University of Indonesia พบว่า มีเม็ดบีดส์ในปลาที่ขายอยู่ในตลาดแคลิฟอร์เนียถึง 25 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด ด้วยเหตุการณ์นี้เองจึงกลายเป็นอีกหนึ่งจุดตั้งต้นให้แบรนด์ทั่วยุโรปต่างเลิกใช้เม็ดบีดส์หรือไมโครบีดส์ตั้งแต่ปี 2014-2015 เป็นต้นมา ซึ่งนอกจากเม็ดบีดส์แล้วสารกันเสียอย่างพาราเบน ยังเป็นสารกันเสียที่หลายแบรนด์ทั่วโลกเลิกใช้เพราะเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีพาราเบนไปนานๆ จะทำให้ผิวแพ้ง่ายและยังเกิดผลข้างเคียงของโรคมะเร็งเต้านมอีกด้วย

 
อีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่มีเม็ดบีดส์และสารตกค้างเคมีใดๆ ที่เราอยากแนะนำคือ แบรนด์ St. Ives จากประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่มีเม็ดบีดส์ในส่วนผสมแต่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหัวใจหลักให้สอดคล้องกับพื้นฐานและปัญหาของแต่ละผิว รวมถึงยังไม่มีการทดลองกับสัตว์ โดยแต่ละสูตรจากธรรมชาติของ St. Ives เช่น แอปริคอต ช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น กระจ่างโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ, สูตรพิงค์เลม่อนและพีช ช่วยฟื้นฟูให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ขจัดสิ่งสกปรก ความมันส่วนเกิน และสุดท้ายสูตรอโวคาโด ทำความสะอาดผิว เพิ่มความชีวิตชีวาทำให้ดูอ่อนเยาว์ ซึ่งแต่ละสูตรที่ว่านี้มีทั้งสองรูปแบบ Facial Cleanser และ Facial Moisturizer 

 

 

 หากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมของ St. Ives สามารถดูได้ที่ facebook.com/st.ivesinthailand

 reference

 aad.org/media/stats/conditions/skin-conditions-by-the-numbers

 avocadosfrommexico.com/blog/beauty-care/avocado-face-mask-for-natural-brides

 britishskinfoundation.org.uk

 dangene.com/programs/ethnic/skin-edu/shades-of-you-latino-hispanic

 delish.com/cooking/a43357/pink-lemons

 ecowatch.com/25-of-fish-sold-at-markets-contain-plastic-or-man-made-debris-1882105614.html

 elvira.co.th

 express.co.uk/life-style/health/720655/acne-skin-cancer-eczema-sixty-per-cent-Britons-suffered-skin-disease

 glamourmagazine.co.uk/gallery/dry-skin-tips

 guide.michelin.com/sg/en/article/wellness/the-asian-secret-to-beautiful-skin-peach-gum

 healthline.com/nutrition/coconut-oil-and-skin#section3

 hiddeninbeauty.com/2018/03/10/skin-care-secrets-around-the-world-mexico

 jingdaily.com/china-expensi%ve-skin

 medicalnewstoday.com/articles/107146.php

 medicalnewstoday.com/articles/321543.php

 medthai.com

 organicfacts.net/health-benefits/fruit/apricots.html

 organicfacts.net/health-benefits/oils/coconut-oil-for-skin.html

 origanithailand.com/single-post/-Peach-Fruit-for-Beauty-Skin-

 palomar.edu/anthro/adapt/adapt_4.htm

 prayod.com

 pri.org/stories/2015-09-30/why-canada-banning-microbeads

 si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/admin/article_files/22_1.pdf

 stives.com/st-ives-apricot-scrub-why-we-love-apricot

 telegraph.co.uk/foodanddrink/10318530/British-apricots-finally-ripe-and-ready.html

 tescoplc.com/news/news-releases/2017/british-apricots

 youbeauty.com/beauty/beauty-around-world-7-mexican-beauty-ingredients-try/#slide1

Tags:ธรรมชาติผลไม้พลาสติก
Share :
Author
a team
Photographer
-
ซื้อขายเมล็ดอย่างโปร่งใส แก้วกาแฟรีไซเคิล ส่องเทรนด์กาแฟโลกในงาน Specialty Coffee Expo ที่อเมริกา
Happinessซื้อขายเมล็ดอย่างโปร่งใส แก้วกาแฟรีไซเคิล ส่องเทรนด์กาแฟโลกในงาน Specialty Coffee Expo ที่อเมริกานักเขียน : ​Picolofolkvento
Cheww.co ยาสีฟันแบบเม็ดที่อยากลดขยะหลอดยาสีฟัน 10,000 หลอดให้หายไปในปีแรก
FounderCheww.co ยาสีฟันแบบเม็ดที่อยากลดขยะหลอดยาสีฟัน 10,000 หลอดให้หายไปในปีแรกนักเขียน : บุญญานันท์ กาญจนกิจ
วิธีเอาคืนคนที่พูดว่า “เราจะแยกขยะไปทำไม คนเก็บเขาก็ทิ้งรวมกันอยู่ดี” ให้สาสม
Movementวิธีเอาคืนคนที่พูดว่า “เราจะแยกขยะไปทำไม คนเก็บเขาก็ทิ้งรวมกันอยู่ดี” ให้สาสมนักเขียน : จิราภรณ์ วิหวา